Argentina กว่า 6,000 กิโล เที่ยวเองจากร้อนชื้นสู่หนาวเย็นเขตขั้วโลก ตอนที่ 1 “Buenos Aires” ปารีสแห่งอเมริกาใต้

เที่ยวเอง รีวิว บูเอโนส บัวโนส ไอเรส อาร์เจนตินา อเมริกาใต้ buenos aires argentina south america

ถ้ามาอเมริกาใต้แล้วไม่ได้เที่ยว “อาร์เจนตินา” คงเหมือนมาไม่ถึง

ประเทศขนาดใหญ่อันดับที่ 2 ของทวีปอเมริกาใต้นี้มีความหลากหลายทั้งด้านภูมิประเทศและภูมิอากาศอย่างมาก เพราะรูปทรงประเทศเป็นแนวตั้งยาวจากเหนือสุดถึงใต้สุดกว่า 4,300 กิโล จึงทำให้มีอากาศตั้งแต่ร้อนจัดไปจนถึงหนาวจัด

อย่างไรก็ตาม เมืองที่ถือว่ามีอากาศดีตลอดทั้งปี ไม่ร้อน ไม่หนาว เกินไป ก็คือ “Buenos Aires” เมืองหลวงของประเทศ นั่นเอง

photo credit: www.globaltrade.net

วันที่ 6 ของทริป (วันที่ 5 ในอเมริกาใต้)

เราบินจากเมือง Puerto Iguazú มุ่งหน้าไปยังกรุง Buenos Aires

เส้นทางนี้มีหลายสายการบินให้บริการ เช่น LATAM, Aerolíneas Argentinas, Andes Líneas Aéreas แต่ละสายการบินมีหลายไฟลท์ต่อวันเพราะเป็นวิธีการเดินทางที่สะดวกรวดเร็วที่สุด (ระยะทางทางบกเกือบ 1,300 กิโลเมตร)

photo credit: www.bookmundi.com

เราเลือกสายการบิน Aerolíneas Argentinas เพราะเวลาลงตัวกับแผนและราคาโอเค วันที่เราเดินทางช่วงเช้ามีไฟลท์ 11.15 น. และ 12.15 น.

เช็คตารางเวลาและราคาตั๋วเครื่องบินได้ที่ www.aerolineas.com.ar

ตอนแรกเราทำการซื้อตั๋วเวลา 11.15 น. ผ่านเว็บไซต์ทางการของสายการบิน แต่ไม่สามารถซื้อได้ ถ้าจำไม่ผิดเหมือนไม่รับบัตรเครดิตของประเทศอื่นนะครับ เลยต้องเข้าไปซื้อผ่าน Expedia ซึ่งมีแค่เวลา 12.15 น. ราคาไม่แตกต่างกันเท่าไหร่  

ตั๋วเครื่องบิน Iguazú (IGR) – Buenos Aires (AEP) ราคา 4,805 บาท (ราคา PLUS 131.84 ยูโร) เอากระเป๋าขึ้นเครื่องได้ 8 กก. โหลดกระเป๋าได้ 15 กก. ไม่รู้วิธีซื้อน้ำหนักเพิ่มนะครับ เหมือนจะซื้อเพิ่มไม่ได้ด้วย

ย้อนเรื่องราวตั้งแต่รีวิวแรกที่ “Rio de Janeiro” และ ตอนที่ 2 ที่น้ำตก Iguazú ทั้งสองฝั่ง ตามนี้เลย
Brazil ประเทศอันดับหนึ่งในอเมริกาใต้ที่อยากไปเที่ยวเอง ตอนที่ 1 “Rio de Janeiro” มหานครแห่งความสุดโต่ง
Brazil ประเทศอันดับหนึ่งในอเมริกาใต้ที่อยากไปเที่ยวเอง ตอนที่ 2 “Iguacu Falls” น้ำตกอีกวาซูอันยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

ดูแผนที่เส้นทางทั้งทริปประกอบนะครับ

อ่านข้อมูลน่ารู้ก่อนไปเที่ยวอาร์เจนตินาได้ที่ Guide to Argentina – เที่ยวเอง “อาร์เจนตินา” ควรรู้อะไรบ้าง

10 โมงเช้า นั่งแท็กซี่ไปสนามบิน Aeropuerto Internacional Cataratas del Iguazú (IGR) ระยะทางราว 20 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ค่าแท็กซี่ราคามาตรฐาน 600 ARS แต่เราต่อได้เหลือ 500 ARS (400 บาท)

แท็กซี่เป็นวิธีการไปสนามบินวิธีเดียวของคนต่างชาติเลยก็ว่าได้ เพราะไม่มีรถเมล์/รถบัส มีแค่รถ shuttle bus ที่ต้องโทรจองล่วงหน้าหลายชั่วโมงและไปพร้อมกันหลายๆ คนครับ

photo credit: www.emersonkent.com

ในเว็บทางการของสายการบินบอกว่าโหลดกระเป๋าได้ไม่เกิน 15 กิโล แต่ตอนเช็คอินเห็นคนกระเป๋าใหญ่แบบเกิน 20 กิโล ก็ผ่านทุกคนนะ ไม่แน่ใจว่าเค้าซื้อน้ำหนักเพิ่มรึเปล่า กระเป๋าเราหนัก 17 โลนิดๆ พนักงานก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ แนะนำให้ไปเช็คอินก่อนไม่เกิน 1 ชั่วโมงครึ่งซึ่งคนจะต่อคิวเยอะ เจ้าหน้าที่ขี้เกียจตรวจเยอะ 555

ซื้ออาหารที่สนามบินขึ้นไปกินบนเครื่องเพราะไม่มีเสิร์ฟครับ

12.15 น. สายการบิน Aerolíneas Argentinas เที่ยวบิน AR 1721 ออกเดินทาง

ใช้เวลาบินไม่ถึง 2 ชั่วโมง เครื่องบินก็ร่อนลงจอดที่ Aeroparque “Jorge Newbery” หรือสนามบิน Jorge Newbery Airfield (AEP) กรุง Buenos Aires ประมาณบ่ายสองโมง

สนามบินภายในประเทศและภูมิภาค Jorge Newbery Airfield ตั้งอยู่ทางทิศเหนือห่างจาก Plaza de Mayo ใน Microcentro หรือศูนย์กลางเมืองหลวง ประมาณ 9.3 กิโลเมตร

การเดินทางเข้าศูนย์กลางเมือง

  • ArBus ค่ารถประมาณ 50 ARS ซื้อตั๋วก่อนขึ้นรถหรือใช้ SUBE card จ่ายก็ได้ รถบัสจะจอดในเขตต่างๆ คือ Puente Saavedra, Belgrano, Pacífico, Alto Palermo, Retiro และ Microcentro (Downtown) แต่ข้อมูลไม่ค่อยชัดเจน

เช็คเส้นทางรถเมล์ได้ที่ ArBus

  • Shuttle Bus ของ Tienda León มีตลอด 24 ชั่วโมง ไปยัง Terminal Madero ค่ารถคนละ 190 ARS จ่ายเงินตรงจุดรับกระเป๋าเดินทางได้เลย

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.tiendaleon.com

  • รถเมล์ (colectivos หรือ bondis) 33, 37, 45, 160 ซึ่งไม่ค่อยปลอดภัยและใช้เวลานานประมาณ 1 ชั่วโมงถึง Plaza de Mayo ต้องซื้อ SUBE card ใช้สำหรับจ่ายค่ารถเมล์เที่ยวละ 9-10 ARS คิดตามระยะทาง

อ่านข้อมูลและเช็คเส้นทางรถเมล์ได้ที่ bus to Jorge Newbery Airport และ Buenos Aires bus route map

  • Taxi-Remise ไป Estación Retiro หรือสถานีรถไฟกลาง ใช้เวลา 10-20 นาที ค่าแท็กซี่คิดเป็นคนๆ ละประมาณ 250 ARS
  • Transfer Express เป็นรถส่วนตัวไปยังจุดต่างๆ ของเมือง เช่น Microcentro, สนามบิน Ezeiza จองล่วงหน้าหรือเมื่อไปถึงสนามบินก็ได้

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ Taxi to Jorge Newbery Airport และ Airport transfer แต่ราคาในเว็บแรกน่าจะถูกเกินไป

ส่วนสนามบินนานาชาติของ Buenos Aires คือ Aeropuerto Internacional Ministro Pistarini หรือ Ezeiza International Airport (EZE) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ห่างจาก Plaza de Mayo ใน Microcentro หรือศูนย์กลางเมืองประมาณ 32 กิโลเมตร

ไฟลท์บินจากทวีปอื่นจะมาลงที่สนามบินนี้ เช่น Air France ออกจากสนามบิน Paris Charles de Gaulle ในเวลา 23.20 น. และเดินทางถึงสนามบิน EZE 08.15 น. ของวันรุ่งขึ้น ใช้เวลาบิน 13 ชั่วโมง 55 นาที
Search ตารางเวลาและซื้อตั๋วเครื่องบินได้ที่ www.airfrance.co.th

สำหรับการเดินทางเข้าเมืองจากสนามบิน Ezeiza สามารถนั่งรถเมล์สาย 8 ได้ ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง แต่วิธีการนี้ไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่

อ่านวิธีการได้ที่ How to go to/from Ezeiza and Jorge Newbery Airport

หรือ ใช้บริการ Shuttle Bus ของ Tienda León ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ไปยัง Terminal Madero ค่ารถคนละ 450 ARS

ข้อมูลจาก www.tiendaleon.com

ค่าแท็กซี่เข้าเมืองประมาณ 800 ARS รวมค่าทางด่วน

จากสถานีรถไฟกลาง Estación Retiro, Terminal Madero, Plaza de Mayo และย่านต่างๆ ของเมือง มีรถไฟใต้ดินไปยังสถานีต่างๆ ใกล้โรงแรมที่พักได้สะดวกครับ

เราเลือกเรียกแท็กซี่มิเตอร์จากหน้าสนามบินเข้าตัวเมืองไปโรงแรม Novotel Buenos Aires เพื่อความสะดวกรวดเร็ว ราคาสตาร์ทคือ 38.50 ARS (ประมาณ 30 บาท) ระยะทางแค่ 8 กิโล ค่าแท็กซี่ 580 ARS (พนักงานโรงแรมบอกว่าจริงๆ ไม่เกิน 450 ARS)

Novotel Buenos Aires อยู่ในทำเลดีมากใจกลางเมือง ห่างจาก Obelisco de Buenos Aires (Obelisk of Buenos Aires) ซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์กลางเมืองเพียง 400 เมตร ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดินสาย B (สีแดง) ชื่อว่า Carlos Pellegrini ซึ่งเชื่อมต่อกับสาย D (สีเขียว) ชื่อ 9 de Julio และสาย C (สีน้ำเงิน) Diagonal Norte แค่ 450 เมตร และห่างจากสถานี Uruguay ไม่ถึง 100 เมตร

ห้องพักเรียบง่าย สบายๆ ตามมาตฐานโนโวเทล เราจะพักที่นี่ 1 คืน ราคาห้องนี้ 5,800 ARS (155 USD) รวมอาหารเช้า

ข้างล่างมีสระว่ายน้ำเล็กๆ ด้วย แต่ไม่มีเวลาว่ายเลย

ย่านอื่นๆ ที่สามารถเลือกที่พักได้คือ Palermo, Recoleta, Retiro, San Nicolás และ Montserrat

อ่านข้อดีข้อเสียของแต่ละเขตได้ที่ www.buenosairesfreewalks.com

เริ่มเที่ยว Buenos Aires เมืองหลวงของอาร์เจนตินา

ช่วงเย็นนี้ เราจะออกไปเที่ยวย่าน La Boca ชานเมืองบูเอโนส ไอเรส ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยของชนชั้นกรรมาชีพที่ส่วนมากเป็นคนงานในเรือที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาจากอิตาลี บรรยากาศเลยดูโทรมๆ และบางจุดก็เปลี่ยวและไม่ค่อยปลอดภัย

เราจึงเก็บของมีค่าที่ไม่จำเป็นต้องพกไปด้วยไว้ที่โรงแรม เช่น พาสปอร์ต กระเป๋าตังค์ บัตรเครดิต ส่วนกล้องถ่ายรูปและโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าคาดอก pacsafe ที่มีตัวล็อคซิปทั้งช่องหน้าและหลัง โจรขโมยล้วงยากล้วงเย็น จะตัดหรือกรีดก็ไม่ง่ายเพราะใช้วัสดุพิเศษ เงินสดเอาไปเท่าที่จะใช้และซ่อนไว้ตามช่องเล็กช่องน้อยของกระเป๋า แค่นี้ก็สบายใจไร้กังวลละ ไปเที่ยวที่ไม่ค่อยเซฟ ใช้กระเป๋า pacsafe ช่วยได้ครับ

อยากได้! ลองแวะไปดูที่ร้าน URBAN AKTIVE ชั้น 2 อัมรินทร์ พลาซ่า, เซ็นทรัลพระราม 3, บางนา, ลาดพร้าว และเซ็นทรัลเวิลด์ ได้เลยครับ

เกือบ 4 โมงเย็น ออกจากโรงแรมเดินไปทางขวาตามถนน Avenida Corrientes แค่ 400 เมตรก็ถึง Obelisco de Buenos Aires (Obelisk of Buenos Aires) อนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์แห่งชาติสูง 71.5 เมตรที่สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1936 เพื่อรำลึกถึงการครบรอบ 400 ปีแห่งการก่อตั้งเมืองโดยนักสำรวจชาวสเปน Pedro de Mendoza y Luján ที่ Plaza de la República (Republic Square) ตรงกลาง Avenida 9 de Julio ถนนที่กว้างที่สุดในโลก

จาก Obelisco ข้ามถนนไปอีกฝั่ง ลงไปยังสถานีรถไฟใต้ดินสาย B (สีแดง) ชื่อว่า Carlos Pellegrini ซึ่งเชื่อมต่อกับสาย D (สีเขียว) ชื่อ 9 de Julio และสาย C (สีน้ำเงิน) Diagonal Norte

ซื้อ SUBE card จากช่องขายตั๋ว คนละใบๆ ละ 90 ARS (ราคาจะขึ้นทุกปี) ไม่มีเงินในบัตรนะครับ ต้องเติมเงินเท่าที่คิดว่าจะใช้นั่งรถไฟใต้ดินและรถเมล์ในเมือง เราน่าจะใช้ 8-10 เที่ยว เลยเติมไว้ก่อน 160 ARS โดยเสียบการ์ดในช่องเติมเงินซึ่งตอนนี้ยังมีอยู่ 0 ARS แล้วบอกเจ้าหน้าที่ว่าจะเติมเงินไหร่ เวลาจะเช็คว่ามีเงินเหลือในบัตรเท่าไหร่ก็เสียบแบบนี้ดูครับ ถ้าสถานีไหนไม่มีเจ้าหน้าที่ก็ต้องเติมที่ตู้อัตโนมัติซึ่งมีแต่ภาษาสเปนเท่านั้น

SUBE card คือบัตรเติมเงินใช้จ่ายค่ารถสาธารณะในเมืองได้ทุกประเภทคือ SUBTE (รถไฟใต้ดิน), รถเมล์ และรถไฟ commuter ซื้อได้ที่สถานีรถไฟใต้ดิน ร้านค้าที่มีโลโก้ ร้านขายยา ไปรษณีย์ เติมเงินได้ที่ Centro de Atención o Punto SUBE และช่องขายตั๋วตามสถานีรถไฟใต้ดินต่างๆ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ SUBE card
ดูจุดเติมเงินได้ที่ SUBE card charging point

SUBTE (subterráneo = underground) หรือรถไฟใต้ดินเป็นวิธีการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด ค่ารถ 20 เที่ยวแรกราคาเที่ยวละ 19 ARS ช่วงเวลาที่ควรหลีกเลี่ยงเพราะคนแน่นคือวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-10.00 น. และ 18.00-20.00 น.

เช็คค่ารถไฟใต้ดินได้ที่ SUBTE fares
ดูแผนที่รถไฟใต้ดินได้ที่ Buenos Aires SUBTE map

ส่วนรถเมล์ก็สะดวกแต่ค่อนข้างซับซ้อนเพราะต้องรู้ตำแหน่งของป้ายรถเมล์
เช็คเส้นทางรถเมล์ได้ที่ Buenos Aires bus route map

ไป La Boca

ตอนแรกกะจะนั่งรถเมล์สาย 29 จากป้าย Avenida Corrientes 1206-1236 ระหว่างโรงแรมกับ Obelisco ไป Caminito จุดท่องเที่ยวชื่อดังในย่าน La Boca (รถเมล์จะผ่านสถานีรถไฟใต้ดินหลักๆ เช่น 9 de Julio, Diagonal Norte, Catedral, Plaza de Mayo ใช้เวลาประมาณ 50 นาที) แต่เรายังไม่มี SUBE card จึงต้องเดินเลยมาซื้อที่สถานีรถไฟใต้ดินก่อน

ไหนๆ ก็อยู่ที่สถานีรถไฟใต้ดินแล้ว เดินตามทางเชื่อมใต้ดินไปที่สถานี Diagonal Norte แตะ SUBE card ผ่านประตูเข้าไปที่ชานชาลา โดนตัดเงินไป 16.50 ARS (ในเว็บบอกว่าค่ารถไฟใต้ดินเที่ยวละ 19 ARS) นั่งรถไฟใต้ดินสาย C (สีน้ำเงิน) ไปทางใต้ 5 สถานี ลงสุดสายที่สถานี Constitución

เดินไปทางโถงกลางของสถานีรถไฟ Estación Plaza Constitución ออกประตูข้างไปก็มีป้ายรถเมล์ 2 ป้ายใกล้ๆ กัน (ถ้าออกประตูหน้าเป็นชุมทางรถเมล์ใหญ่ มีป้ายรถเมล์หลายสาย) ยืนรอรถเมล์สาย 53 แถวๆ นั้นแหละ ไม่รู้ป้ายไหนเหมือนกัน แป๊บเดียวรถก็มาจอดกลางถนนมันเลยคล้ายๆ กรุงเทพฯ บ้านเรา 555

แถวนี้ดูไม่ค่อยปลอดภัยมากนะครับ ต้องระวังตัวอย่าให้ใครมาอยู่ใกล้ๆ เราแบบผิดสังเกต

ถามคนขับว่า “ไปกามินิโต้ ใช่มั้ย?” ไอ้หมอนี่ท่าทางกวนๆ พูดอะไรไม่รู้เป็นภาษาสเปนแล้วโบกมือให้ขึ้นรถ แตะ SUBE card ตัดเงินค่ารถเมล์ 10 ARS ขับไปสักพัก คนก็ทยอยลงรถเมล์จนหมด เหลือแค่เราสองพี่น้อง ยังไม่ได้เอะใจ ชาวบ้านเค้าคงไม่ได้จะไป Caminito ล่ะมั้ง

นั่งต่อไปอีกพร้อมหยิบมือถือมาดู google map ว่าใกล้ถึงรึยัง ปรากฏว่ารถไปเส้นทางที่ไม่น่าจะใช่ (ปกติรถเมล์สาย 53 จะไปถึง Caminito เลย ใช้เวลาประมาณ 25 นาที) เริ่มงงละ คนขับรถเป็นโจรรึเปล่าวะ? อีกแป๊บนึง คนขับก็บอกว่าให้ลงตรงนี้ แล้วชี้บอกทางและอธิบายเป็นภาษาสเปนประมาณว่าให้เดินไปเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกที่ 2 นะ และทำท่าบอกให้เก็บมือถือใส่กระเป๋า แถวนี้ไม่ค่อยปลอดภัย

สรุปคือรถคันที่เราขึ้นน่าจะต้องมาเข้าอู่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก Caminito เท่าไหร่ คนขับคงบอกเราแล้วแต่เราฟังภาษาสเปนไม่รู้เรื่อง 555

เดินตามคำอธิบายทางไปไม่ไกลก็เห็น Estadio Alberto J. Armando หรือ La Bombonera สนามฟุตบอลของ Boca Juniors ทีมฟุตบอลชื่อดังของอาร์เจนตินา ถ้ารถเมล์วิ่งตามปกติก็ไม่ได้มาละ

ฝั่งตรงข้ามสนามมีช็อปขายสินค้าของสโมสร ถ่ายรูปเล่นกับหุ่นนักบอลดังระดับโลกซะหน่อย 55

เดินตามถนนตรงข้ามสนามตรงไปจนสุดทางก็เลี้ยวซ้ายและเลี้ยวขวาอีกนิดก็เข้าสู่เขต Caminito

ถนนระหว่างทางเดินมาดูโทรมๆ ไม่ควรเดินตอนมืดแล้วนะครับ อันตรายไม่เบาเลย

Caminito มีความหมายว่า “little walkway” หรือ “little path” ถนนสายสั้นๆ เพียง 100 เมตรในเขต La Boca ที่เต็มไปด้วยบ้านไม้ (conventillos) สีสันฉูดฉาดตามแบบฉบับที่อยู่อาศัยของผู้อพยพชาวเจนัวในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 แห่งนี้เป็นแหล่งที่สะท้อนวิถีชีวิตแบบท้องถิ่นด้วยพิพิธภัณฑ์และผลงานอาร์ทของศิลปินอาร์เจนไตน์มากมายจนได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งแรกของโลก ตามผนังบ้านมีรูปการ์ตูนของบุคคลสำคัญของประเทศ สถานที่นี้มีความสำคัญทางวัฒนธรรมเพราะเป็นแรงบันดาลใจของเพลงแทงโก้อันโด่งดังที่ชื่อ “Caminito” ที่แต่งโดย Juan de Dios Filiberto ในปีค.ศ. 1926

รถเมล์สายที่ไปได้คือ 20, 25, 29, 33, 46, 53, 64, 152

เดินเล่นดูตลาดนัดขายของต่างๆ และโชว์เต้นแทงโก้ตามร้านอาหารจนถึง 6 โมงเย็น ตลาดก็เริ่มวายละ

ขากลับ เรานั่งรถเมล์สาย 29 จากป้าย La Vuelta de Rocha ฝั่งแม่น้ำ Matanza (ใน google map คือป้าย Avenida Don Pedro de Mendoza 1802-1900) กลับเข้าเมืองไปลงใกล้ๆ Obelisco ตัดเงินใน SUBE card อีก 10 ARS เย็นนี้รถไม่ติด ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว

(นั่งรถเมล์สาย 53 กลับไปลงที่สถานีรถไฟ Estación Plaza Constitución แล้วต่อรถไฟใต้ดินสาย C (สีน้ำเงิน) 5 สถานีไปลงที่สถานี Diagonal Norte และเดินกลับโรงแรมก็ได้)

เดินถ่ายรูปแถว Obelisco ก่อนพระอาทิตย์ตกตอนทุ่มนึง

เดินกลับโรงแรมไปเอาบัตรเครดิตก่อนเพราะเย็นนี้เราจะจัดอาหารชั้นเลิศของเมืองที่ Restaurante Chiquilín ร้านอาหารดังของคนท้องถิ่นที่นี่

ออกจากโรงแรม เดินไปทางซ้ายผ่านสถานีรถไฟใต้ดิน Uruguay ไปเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกที่ 2 เข้าถนน Montevideo (ระยะทางราว 300 เมตร)

ร้านดูหรูเชียว

แต่พอเปิดเมนูมาราคาก็ไม่ได้แรงเท่าไหร่นะครับ

พนักงานเสิร์ฟแนะนำเมนูเด็ดดังของร้าน 2 อย่าง คือ Ojo de bife selección 350g (Special boneless rib eye steak) จานละ 650 ARS และ Bife de chorizo selección 350g (Boneless sirloin strip steak) ราคา 630 ARS สั่งไวน์แดง Copa de vino San Telmo แก้วละ 80 ARS มาดื่มคู่กับสเต๊กเนื้อชั้นยอด

ส่วน starter เป็น Ensalada César con pollo (ซีซาร์สลัด) ราคา 380 ARS และชุดขนมปังที่มาเสิร์ฟตั้งแต่แรก คิดตังค์ด้วย 150 ARS นึกว่าฟรี รู้งี้คืนเลยดีกว่า 555 มีน้ำแร่อีกขวดนึง 80 ARS

พูดเลยว่ามื้อนี้ฟินมากกกก เนื้อหนานุ่มแทบละลายในปาก ไวน์คือของดีของอาร์เจนฯ จริงๆ

สรุป มื้อนี้รูดบัตรจ่ายไป 2,050 ARS หารกันจ่ายคนละประมาณ 845 บาท ร้านอาหารดีๆ ในอาร์เจนตินาจะมีค่าทิปอีกประมาณ 10% จากราคาในบิล ต้องจ่ายเป็นเงินสดครับ

คืนนี้ที่ Buenos Aires หลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์

วันที่ 7 ของทริป (วันที่ 6 ในอเมริกาใต้)

เที่ยว Buenos Aires ต่ออีกครึ่งวัน

แฮฟเบรคฟาสต์ให้อิ่มเสียก่อน

9 โมงเช้า เดินไป Obelisco de Buenos Aires (Obelisk of Buenos Aires) ข้ามถนนตรงเข้าถนนทางขวามือชื่อ Avenida Pres. Roque Sáenz Peña ไปสถานีรถไฟใต้ดิน 9 de Julio

นั่งรถไฟใต้ดินสาย D (สีเขียว) 1 สถานี (ตัดเงินใน SUBE card 16.50 ARS) ไปลงสุดสายที่สถานี Catedral

เดินอีกนิดก็ถึง Plaza de Mayo (May Square) จัตุรัสที่สำคัญที่สุดของเมืองสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1884 ในเขต Monserrat ของ Microcentro (Downtown) โดยในขณะนั้นเรียกว่า Plaza de la Victoria และ Plaza 25 de Mayo

รอบๆ จัตุรัสมีสิ่งก่อสร้างสำคัญๆ ของเมืองมากมาย

เริ่มจากอาคาร Secretaría de Gobierno de Modernización de la Nación (Ministry of Modernization of the Nation) และ Palacio Municipal de la Ciudad de Buenos Aires (Buenos Aires City Hall) ซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน

อาคารถัดจากที่ว่าการกรุงบูเอโนส ไอเรส คือ Cabildo de Buenos Aires (Buenos Aires Cabildo) อาคารเก่าแก่ที่แต่เดิมเคยเป็นที่ประชุมสภาของเมืองในยุคอาณานิคมและที่ทำการรัฐบาล Virreinato del Río de la Plata (Viceroyalty of the River Plate) ของสเปน ตอนนี้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ชื่อว่า Museo Histórico Nacional del Cabildo y la Revolución de Mayo

Catedral Metropolitana de Buenos Aires (Buenos Aires Metropolitan Cathedral) โบสถ์ประจำเมืองที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 และผ่านการบูรณะหลายต่อหลายครั้ง ปัจจุบันเป็นสถาปัตยกรรมแบบผสม เช่น โถงกลางโบสถ์และโดมจากศตวรรษที่ 18 และฟาซาดด้านหน้าโบสถ์ที่ไม่มีหอคอยจากศตวรรษที่ 19

เดินเข้าไปกลางจัตุรัสซึ่งเป็นที่ตั้งของ Pirámide de Mayo ส่วนอาคารด้านหลังคือ Casa Rosada (Pink House) หรือ Casa de Gobierno (House of Government) อาคารที่ทำงานและบ้านพักของประธานาธิบดีอาร์เจนตินา อาคารสวยงามนี้ถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของกรุงบูเอโนส ไอเรส ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็น National Historic Monument of Argentina

ด้านข้าง Casa Rosada คืออาคาร Banco de la Nación Argentina (Bank of the Argentine Nation)

เดินกลับไปเข้าถนนแคบๆ ชื่อ San Martín ระหว่าง Catedral Metropolitana de Buenos Aires (Buenos Aires Metropolitan Cathedral) และอาคาร Secretaría de Gobierno de Modernización de la Nación (Ministry of Modernization of the Nation) ตรงไปราว 450 เมตรก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Avenida Corrientes

พอผ่านสถานีรถไฟใต้ดิน Florida ก็ถึงจุดตัดกับ Calle Florida (la Peatonal Florida) ถนนคนเดินใจกลางเมืองซึ่งเป็นถนนช้อปปิ้งสายหลัก เลือกเดินไปทางซ้ายหรือขวาก็ได้

เดินกลับไปที่ถนน Avenida Corrientes เดินไปคนละทางกับสถานีรถไฟใต้ดิน Florida ที่ผ่านมา ตรงไปราว 600 เมตรก็กลับไปเจอ Obelisco อีกครั้ง

ข้ามถนนเดินผ่านเสา Obelisk ไปทางกลับโรงแรม แต่เลี้ยวขวาเดินตามถนนใหญ่ราว 300 เมตรก็เห็นด้านหลังของ Teatro Colón (Columbus Theatre) โรงโอเปร่าหลักของเมืองซึ่งได้รับเลือกให้ติด 1 ใน 10 โรงโอเปร่าที่ดีที่สุดในโลกโดย National Geographic และเป็น 1 ใน 5 สถานที่จัดคอนเสิร์ตที่ดีที่สุดในโลกนอกเหนือจาก Konzerthaus กรุงเบอร์ลิน, Wiener Musikverein กรุงเวียนนา, Koninklijk Concertgebouw กรุงอัมสเตอร์ดัม และ Symphony Hall เมืองบอสตัน

เดินเข้าถนน Tucumán ด้านข้างโรงโอเปร่า ไปยังด้านหน้า

ข้างหน้าโรงโอเปร่าคือสวนที่จัตุรัส Plaza Lavalle ซึ่งล้อมรอบด้วยอาคารหน่วยงานราชการต่างๆ

ตรงข้ามถนนผ่านสวนไปสถานีรถไฟใต้ดิน Tribunales นั่งรถไฟใต้ดินสาย D (สีเขียว) 1 สถานีไปที่สถานี Callao ขึ้นจากสถานีเป็นสี่แยก เดินตามถนน Avenida Córdoba ไปคนละทางกับรูปปั้นเล็กๆ นิดเดียวก็เห็น Palacio de Aguas Corrientes (Palace of Flowing Waters) อาคารสวยงามนี้คือสถานีสูบน้ำที่ออกแบบก่อสร้างโดย Carlos Nyströmer สถาปนิกชาวสวีเดนเชื้อสายอาร์เจนไตน์ในสไตล์ French Renaissance เมื่อปีค.ศ. 1877 และเสร็จสมบูรณ์ในปีค.ศ. 1894 เพื่อใช้แทนสถานีเก่าที่ Lorea Plaza หรือ Plaza del Congreso (Congressional Plaza) ในปัจจุบัน

เดินกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Callao เลยไปอีกสี่แยกแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Rodríguez Peña นั่งรถเมล์สาย 150 หรือ 37 (ตัดเงินในบัตรอีก 9 ARS) ตรงประมาณ 1.3 กิโลเมตร ไปลงที่ป้ายสุดท้ายก่อนถึง Park Plaza del Congreso

เดินไปที่สวนข้างหน้า มองไปทางขวาก็เห็นอาคารสวยงามอลังการ นั่นคือ Palacio del Congreso Nacional Argentino (Palace of the Argentine National Congress)

Palacio del Congreso Nacional Argentino หรือเรียกสั้นๆ ว่า Palacio del Congreso ตั้งตระหง่านอยู่ที่ Plaza del Congreso (Congressional Plaza) สิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิกที่ใช้เวลาสร้างเกือบ 50 ปี กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปีค.ศ. 1946 อาคารแห่งนี้คืออาคารรัฐสภาของอาร์เจนตินาซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์คของเมืองและเป็นหลักกิโลเมตรที่ 0 ของประเทศด้วย

เดินเข้าถนนด้านข้างอาคารรัฐสภาไปสถานีรถไฟใต้ดิน Congreso นั่งรถไฟใต้ดินสาย A (สีฟ้า) ไปทาง Plaza de Mayo 2 สถานี ลงที่สถานี Lima เดินไปต่อรถไฟใต้ดินสาย C (สีน้ำเงิน) ที่สถานี Avenida de Mayo อีก 1 สถานีไปลงที่สถานี Diagonal Norte และเดินผ่าน Obelisco กลับโรงแรม Novotel Buenos Aires (ระยะทางประมาณ 600 เมตร)

(ถ้าไม่อยากเดินกลับโรงแรมก็เดินไปต่อรถไฟใต้ดินสาย B (สีแดง) ที่สถานี Carlos Pellegrini อีก 1 สถานีไปลงที่สถานี Uruguay แล้วเดิน 100 เมตรกลับโรงแรม)

เท่าที่เดินเที่ยวในเขตศูนย์กลางเมือง นั่งรถไฟใต้ดิน ขึ้นรถเมล์ เดินตอนมืดแล้ว รู้สึกว่า Buenos Aires ไม่ได้อันตรายตามคำร่ำลือเท่าไหร่ครับ แต่ยังไงก็ต้องระวังตัวตอนอยู่ในที่คนเยอะๆ เบียดๆ และไม่ควรเดินตามถนนสายเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีคนผ่านไปผ่านมาโดยเฉพาะตอนมืดแล้ว

เที่ยง เช็คเอาท์และฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมก่อน แล้วเดินหาร้านอาหารง่ายๆ แถวโรงแรม เท่าที่สำรวจเมนูหลายร้าน เห็นของกินหน้าคล้ายเกี๊ยวซ่าเรียกว่า empanada มีหลายไส้ สั่งมาเป็นเซ็ตๆ ละ 115 ARS เอง

บ่ายโมงครึ่ง นั่งแท็กซี่เหมาจ่ายเลย 450 ARS ไปสนามบิน Aeroparque “Jorge Newbery” (AEP) วันอาทิตย์รถไม่ติดเลย 15 นาทีก็ถึงแล้ว

ไป Ushuaia เมืองใต้สุดของโลก

สายการบิน Aerolíneas Argentinas เที่ยวบิน AR 1890 ออกเดินทางในเวลา 15.35 น.

ใช้เวลาบิน 3 ชั่วโมง 35 นาที ก็มาถึง Aeropuerto Internacional de Ushuaia Malvinas Argentinas (USH) ตอน 1 ทุ่มเศษ (ถ้าเดินทางทางบก ระยะทางมากกว่า 3,100 กิโลเมตร)

ตั๋วเครื่องบิน Buenos Aires – Ushuaia ราคา 6,975 บาท (ราคา PLUS 190.61 ยูโร) เอากระเป๋าขึ้นเครื่องได้ 8 กก. โหลดกระเป๋าได้ 15 กก. ซื้อผ่าน Expedia เหมือนเดิมครับ

เช็คตารางเวลาและราคาตั๋วเครื่องบินได้ที่ www.aerolineas.com

กระเป๋าเราน้ำหนักเกินไป 2 โลนิดๆ แต่ผ่านได้สบายครับ

อีกสายการบินที่มีไฟลท์ Buenos Aires – Ushuaia คือ LATAM Airlines ใช้เวลาเดินทางพอๆ กัน

วันที่เราจะเดินทาง ตั๋วเครื่องบินราคาถูกกว่าพอสมควร แต่ไม่มีไฟลท์บ่ายเลยต้องบินโดย Aerolíneas Argentinas ครับ

เช็คตารางเวลาและราคาตั๋วเครื่องบินได้ที่ www.latam.com

สนามบินนานาชาติ Malvinas Argentinas ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ห่างจากศูนย์กลางเมือง Ushuaia ราว 6 กิโลเมตร

วิธีการเดินทางเข้าเมืองมีวิธีเดียวคือแท็กซี่ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ค่าแท็กซี่มิเตอร์ไปส่งที่ Hotel Mónaco ถนน Avenida San Martín 224 ARS (สตาร์ทที่ 35 ARS ขึ้นทีละ 3 ARS)

เอารูปตอนเช้ามาให้ดูแทนนะครับ

ค่าห้องพักของโรงแรมต่างๆ บนถนน San Martín ถือว่าแพงเลย ที่นี่คือถูกสุดแล้ว ห้องพักสำหรับ 2 คน 2 คืน ราคา 90 USD รวมอาหารเช้า

ร้านอาหารในเมืองหลายร้านเปิด 2 ทุ่ม ปิด 5 ทุ่ม มาถึงค่ำก็มีอะไรกินแน่นอนครับ

ค้างคืนแรกที่ Ushuaia

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต

**สามารถใช้รีวิวนี้วางแผนและไปเที่ยวเองได้ แต่ถ้าจะเขียนเนื้อหาลงในสื่อทุกประเภท ขอให้เขียนขอบคุณข้อมูลจากเพจเที่ยวเองตั้งแต่แรกด้วยครับ