มอนเตเนโกร เที่ยวเองประเทศใหม่กำลังมาแรง ตอนที่ 2 “Budva และ Sveti Stefan” เมืองรีสอร์ทสุดหรูริมทะเลสุดงาม

เที่ยวเอง รีวิว บุ๊ดวา มอนเตเนโกร budva montenegro
เที่ยวเอง กวาดเรียบเมืองริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และ อเดรียติก แถมบอสเนียแอนด์เฮอร์เซโกวินา อีกประเทศ

Trip map

วันที่ 8 ครึ่งทางของทริปพอดีครับ วันนี้เราจะออกจากเมืองหลวงย้อนกลับไปริมทะเลอเดรียติกที่เมือง Kotor ก่อนไปเที่ยวเมือง Budva และ Sveti Stefan แล้วกลับไปค้างคืนที่ Kotor

1

เมื่อวานเราไปชมความอลังของสำนักบวชศักดิ์สิทธิ์แห่งมอนเตเนโกร “Manastir Ostrog” และเดินเที่ยวเมืองหลวงกรุง Podgorica มาครับ
มอนเตเนโกร ประเทศใหม่กำลังมาแรง ตอนที่ 1 “Podgorica และ Ostrog” มาเมืองนี้ด้วยความศรัทธา

กลับไปติดตามเรื่องราวในครึ่งแรกได้จาก
มีความชิค ริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ตอนที่ 1 “Nice” เมืองตากอากาศชื่อดังสุดหรูของฝรั่งเศส
มีความชิค ริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ตอนที่ 2 “Monaco” ประเทศเล็กๆ สุดหรูหราเว่อร์วัง
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 1 “Cinque Terre” หมู่บ้านริมหน้าผาแสนน่ารักแห่งลิกูเรีย
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 2 “Pisa” ซ้ำเดิม..เพิ่มเติมคือที่ใหม่
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 3 “Florence” ซ้ำเดิม..แต่ไม่เหมือนเดิม
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 4 “Bologna” เมืองมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดในยุโรป
เที่ยวเองประเทศแปลก “San Marino” รัฐอิสระอายุกว่า 1,700 ปี
โครเอเชียน่าเที่ยวไม่เบา ตอนที่ 1 “Split” ยังไงก็ต้องขอแวะเมืองนี้
โครเอเชียน่าเที่ยวไม่เบา ตอนที่ 2 “Dubrovnik” เมืองแห่งป้อมกำแพงโบราณ บ้านหลังคาสีส้ม และทะเลสีน้ำเงินสด

โทรศัพท์มือถือดังปลุกตั้งแต่ 6 โมงครึ่ง ลงไปกินอาหารเช้าที่โรงแรมแบบไม่รีบร้อนเพราะวันนี้จะออกเดินทางไปเมือง Kotor ตอน 09.13 น.

2

เช็คเอาท์และเดินไปสถานีรถบัส Autobuska stanica Podgorica ตอน 9 โมงตรง ซื้อตั๋วรถบัส Podgorica-Kotor ราคา 7.50 ยูโร แล้วผ่านประตูเข้าไปขึ้นรถบัส Adriatic travel ที่ชานชาลา ตรงเวลาเป๊ะรถบัสแล่นออกจากสถานี
เช็คเวลาและค่ารถบัสได้ที่ Montenegro bus

เราจำเป็นต้องนั่งรถบัสย้อนกลับไปที่เมือง Kotor ซึ่งผ่านมาทีนึงแล้วเมื่อวานเช้าเพราะแผนเดิมที่วางไว้ว่าจะนั่งรถบัสจาก Podgorica ตอน 11 โมงเข้าประเทศบอสเนียฯ ไปเที่ยวและค้างคืนที่ Trebinje เมืองใหญ่ทางตอนใต้ของ
บอสเนียฯ นั้นทำไม่ได้เนื่องจากติดปัญหาเรื่องวีซ่าเชงเก้นใช้เข้าบอสเนียฯ ได้จากประเทศในกลุ่มเชงเก้นและโครเอเชียเท่านั้น ตามที่ได้พูดถึงไปแล้วในเนื้อหาช่วงท้ายของวันที่ 6 ของทริป

3

นั่งรถย้อนเส้นทางเดิมผ่านเมือง Budva เลยไปยัง Kotor อีกครั้งเพื่อเก็บสัมภาระไว้ที่ที่พักให้เรียบร้อยก่อนย้อนกลับไปเที่ยว Budva และ Sveti Stefan เพราะสถานีรถบัส Budva ไม่มีที่ฝากกระเป๋า ครั้นจะเดินลากเที่ยวก็คงจะไม่ไหว และ Kotor อยู่ใกล้ดูบรอฟนิคกว่า Budva ด้วย พรุ่งนี้เราจะนั่งรถบัสกลับไปที่ดูบรอฟนิคอีกทีแล้วนั่งเลยต่อไปเข้าพรมแดนบอสเนียฯ จากประเทศโครเอเชียซึ่งถูกต้องตามกติกาการใช้วีซ่าเชงเก้นเดินทางเข้าบอสเนียฯ ครับ แก้แผนกันอุตลุดเหมือนกัน

4

2 ชั่วโมงต่อมาเราก็กลับมาอยู่ที่สถานีรถบัส Autobuska stanica Kotor อีกครั้ง

5

หันหน้าเข้าอาคารสถานีแล้วเดินไปทางขวาซึ่งเป็นถนนทางเข้าเมือง Kotor (Котор) เดินไปทางทิศเหนือไม่กี่ร้อยเมตรก็เห็นป้อมกำแพงเมืองอยู่ข้างหน้า น้ำทะเลอยู่ทางซ้าย

6

เดินเข้า Stari Grad หรือเมืองเก่าตามป้ายชี้ไป Vrata od Gurdića (Southern Town Gate) ตอนนี้ทางกำลังขุดซ่อมอยู่ครับ เหลือทางเดินแคบๆ ขนกระเป๋าเดินลำบากทีเดียว พอพ้นประตูก็เป็นลานโล่งเล็กๆ มองตรงไปก็เห็นป้าย Villa Ivana ที่เราจองไว้เป็นที่พักคืนนี้เลย ป้าเจ้าของอพาร์ทเมนต์พาเราขึ้นไปที่ห้องชั้น 2 ทั้งชั้นนี้เป็นเขตของเราครับ มีครัว อ่างล้างจาน ตู้เย็น และโต๊ะเก้าอี้ อยู่ด้านนอก เปิดประตูห้องเข้าไปเจอห้องน้ำ เลยไปเป็นห้องนอนเตียงคู่และห้องนอนเตียงเดี่ยว 2 เตียง จริงๆ นอนได้ 4 คนเลยนะเนี่ย ห้องคืนนี้จ่ายแค่คนละ 20 ยูโรเอง แต่ต้องจ่ายเป็นเงินสดและไม่มีอาหารเช้าให้ ราคาและทำเลดีงามฝุดๆ

7

8

9

ใกล้เที่ยงแล้วต้องเดินกลับไปที่สถานีรถบัสเพื่อขึ้นรถบัสไป Sveti Stefan ก่อนแล้วค่อนย้อนนิดหน่อยกลับมาเที่ยว Budva ตอนบ่ายๆ

photo credit: www.mappery.com
photo credit: www.mappery.com

เข้าไปในอาคารซื้อตั๋วรถบัสไป Sveti Stefan ราคา 4 ยูโร แล้วออกไปรอรถบัสที่จะออกจากที่นี่ตอน 12.15 น. เลต
เล็กน้อยรถบัสเล็กของ Zejdin tours ก็มาจอดรับเราไปส่งที่หมาย
เช็คเวลาและค่ารถบัสได้ที่ Montenegro bus

11

12

ระยะทางจาก Kotor ถึง Sveti Stefan แค่ 30 กิโล แต่รถบัสวิ่งนานถึง 1 ชั่วโมงเพราะจอดมันทุกป้าย ถี่เหลือเกิ๊น แถมรถยังติดก่อนออกจาก Budva เพราะกำลังซ่อมขยายทางอยู่ด้วย แต่วิวข้างทางดีงามมากครับ นั่งชมน้ำทะเลและที่อยู่อาศัยหรูตามแนวหน้าผาริมทะเลของเมืองหรือหมู่บ้านต่างๆ เพลินๆ รู้ตัวอีกทีก็ถึงแล้ว

13

Sveti Stefan คือหมู่บ้านเล็กๆ ริมทะเลอเดรียติกห่างจากเมือง Budva ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศชื่อดังริมมอนเตเนโกรริเวียร่า สิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดหนีไม่พ้น Sveti Stefan หรือ Aman Sveti Stefan รีสอร์ทสุดหรูบนเกาะ Sveti Stefan ในทะเลอเดรียติก ที่นี่เป็นสถานที่พักตากอากาศ 5 ดาวของบรรดาเศรษฐี พื้นที่ของโรงแรมครอบคลุมเนื้อที่เกาะและบริเวณริมชายฝั่งที่เรียกว่า Villa Miločer เริ่มสร้างขึ้นตามแบบฉบับบ้านเรือนริมทะเลอเดรียติกและมีชื่อเสียงโด่งดังมาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 เริ่มแรกตัวเกาะเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่โดยหาดทรายที่เกิดจากน้ำลง แต่ต่อมาได้สร้างเป็นสะพานถาวรเพื่อความสะดวกสบาย โรงแรมมีทั้งหมด 50 ห้อง และเคยชนะเลิศรางวัลโรงแรมยอดเยี่ยมในปีค.ศ. 2010 จาก Gallivanter’s Guide

ขออนุญาตยืมภาพถ่ายทางอากาศให้เห็นภาพรวมๆ ก่อนนะครับ

รถบัสจอดส่งที่หน้า Hotel Adrović

15

มองไปก็เห็นรีสอร์ทหรู Aman Sveti Stefan เลย ถ่ายรูปจากจุดชมวิวตรงนี้

16

17

หรือจะเข้าไปในโรงแรม Adrović สั่งอะไรทานนิดๆ หน่อยๆ แล้วถือโอกาสหามุมถ่ายรูปสวยๆ แบบเราก็ได้ครับ นั่ง
ละเลียดทิรามิสุเย็นๆ รองท้องไปก่อนครับ เมนูอาหารที่โรงแรมนี้แพงกระฉูดครับ ทนหิวไปกินเต็มๆ ที่ Budva เลยดีกว่า แอบงกนิดสนึง

18

19

เราเดินลงไปในตัวหมู่บ้าน Sveti Stefan เพื่อหามุมถ่ายรูปให้เห็นโค้งน้ำและหาดทรายมากกว่าถ่ายจากจุดชมวิวข้างบนตรงทางหลวงนี้ครับ แต่หาทางเดินลงไปจนถึงชายหาดไม่เจอและคิดว่าทางรีสอร์ทน่าจะอนุญาตให้รถของแขกที่เข้าพักเข้าไปยังอาณาเขตของรีสอร์ทได้เท่านั้น คนทั่วไปไม่น่าจะเข้าไปชมในรีสอร์ทได้ครับ

20

21

ตามตารางเวลาที่เสิร์ชมารถบัสขากลับไป Budva จะมาถึง Sveti Stefan ตอน 14.11 น. เป็นรถบัสของ Alba Tours ยืนรอที่ป้ายฝั่งตรงข้ามโรงแรม Adrović จนเลยเวลาแล้วไม่เห็นมีรถมา ที่ป้ายก็ไม่มีกระดาษบอกเวลารถบัสติดไว้ด้วย สงสัยรถบัสที่นี่จะวิ่งตามใจ อยากมากี่โมงก็มา มีรถผ่านบ่อย มาไม่ทันก็รอคันถัดไปไม่นาน

เช็คเวลาและค่ารถบัสได้ที่ Montenegro bus

22

บ่ายสองครึ่ง ขึ้นรถมินิบัสท้องถิ่นของ Mediteran Express ซึ่งมีรถทุกครึ่งชั่วโมง ค่ารถกลับ Budva 1 ยูโรครับ รถติดตรงจุดเดียวกับตอนขามาเหมือนเดิม ครึ่งชั่วโมงต่อมาเราก็ลงสุดทางที่วงเวียนนาฬิกาที่ถนน Mediteranska ก่อนถึงเมืองเก่า Budva (ปกติใช้เวลา 13-23 นาที แล้วแต่ว่าคันไหนจอดบ่อยหรือไม่)

23

24

ข้อมูลเพิ่มเติมครับ ถ้าเดินทางจากในเมือง Budva ไป Sveti Stefan สามารถนั่ง Olimpia Express shuttle bus จาก CKB Bank ใกล้ Hotel Avala (มีรถออกทุก 30 นาที) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที

เดินตรงไปที่วงเวียนเลี้ยวซ้ายลงทางลาดไปทางทะเลเห็นร้านอาหารอยู่ 2-3 ร้าน เลือกกินเบอร์เกอร์ง่ายๆ ดีกว่า เข้าร้าน Fresco สั่ง Fresco Combo Meal เซ็ตนึงมานั่งกินชิลล์ๆ จน 4 โมงเย็น แดดเริ่มระอุน้อยลงแล้ว ไปเดินเที่ยวใน Stari Grad หรือเมืองเก่า Budva กันเลย เดินไปทางทิศใต้ของเมืองเลียบริมทะเลและท่าเรือยอร์ช Luka Budva มุ่งหน้าไปทางยอดแหลมของโบสถ์เก่าแก่

25

Budva (Будва) คือเมืองพักผ่อนตากอากาศริมทะเลอเดรียติกอีกเมืองหนึ่งของมอนเตเนโกร บุ๊ดวาเต็มไปด้วยรีสอร์ทหรูตลอดแนวชายฝั่งที่เรียกว่า Budvanska Rivijera (Budva Riviera) ซึ่งมีความสวยงามติดอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่ที่เที่ยวหลักๆ อยู่ในบริเวณเมืองเก่า (Stari Grad) ที่ถูกล้อมรอบด้วยป้อมปราการโบราณครับ

photo credit: www.abiertoporvacaciones.com
photo credit: www.abiertoporvacaciones.com

27

เดินตามทางเดินริมทะเลไปสุดมุมเมืองเก่าที่ตั้งของ Kula Repeno หรือหอคอย Repeno เข้าประตูเมืองเก่าชื่อ Vrata od Pizane เดินตรงตามถนน Ulica Petra i Petrovića ผ่าน Arheoloski Muzej (Museum Archaeologicum)

28

29

แป๊บเดียวก็ถึงลานโล่งที่เรียกว่า Trg od Crkava ทางซ้ายมือคือ Crkva Svetog Ivana Krstitelja sa ikonom „Budvanska Gospa“ หรือชื่อสั้นๆ ว่า Crkva Svetog Ivana (Katedrala Svetog Ivana) หรือโบสถ์ St. John หอคอยยอดแหลมสูงที่เห็นได้แต่ไกลก็คือหอระฆังของโบสถ์นี้แหละครับ

30

ตรงข้ามกันคือ Crkva Svete Trojice sa ikonostasom (Church of the Holy Trinity with Iconostasis) โบสถ์เก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1804

31

ตรงต่อไปที่ Citadela ป้อมปราการที่ใหญ่ที่สุด สามารถขึ้นไปชมวิวจากป้อมได้โดยเสียค่าผ่านประตู 3 ยูโร

32

33

ทางขวามือคือโบสถ์ 2 โบสถ์ติดกัน โบสถ์ที่ใกล้เรากว่าคือ Crkva Svetog Save Osvećenog (Church of Saint Sabas the Sanctified) ส่วนอีกโบสถ์ชื่อ Crkva Santa Maria in Punta (Church of Santa Maria in Punta) โบสถ์เก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ปีค.ศ. 840

34

เดินไปทางขวาเรื่อยๆ ตามถนนเก่าแคบๆ ผ่าน Trg Pjesnika ตรงตามถนน Njegoševa Ulica จนออกประตูเมืองทางทิศตะวันตกชื่อ Glavni ulaz – Porta di Terra Ferma ซึ่งเป็นทางเข้าเมืองหลักของบุ๊ดวา

photo credit: travelquaz.com
photo credit: travelquaz.com

ออกนอกเขตเมืองเก่าไปก็เห็น Hotel Avala ซึ่งอยู่ติดกับชายหาด Plaža Ričardova glava หาดทรายสั้นๆ ที่มองเห็นวิวเมืองเก่าที่ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองโบราณและยอดแหลมของโบสถ์เซนต์จอห์น

36

37

เดินลอดใต้สระว่ายน้ำรูปวงกลมของโรงแรม Avala ซึ่งเป็นทางเดินเลียบทะเลไปยังชายหาดดังอีกแห่งของที่นี่ นั่นก็คือ Plaža Mogren (Могрен) เดินไปซักพักก็มีประตูปิดกั้นล็อคไว้ไม่ให้เดินต่อ แต่เราจะไปถ่ายรูป Dancing Girl Statue (Статуя Танцовщица) หรือ Ballerina Statue (Статуя балерины) รูปปั้นหญิงสาวทำท่าโยคะหรือบัลเล่ต์อยู่บนโขดหินริมทะเล

38

ตรงนี้เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเลย จึงตัดสินใจปีนเหยียบเหล็กที่ยื่นไปในทะเลแล้วตีวงอ้อมรั้วที่ปิดกั้นข้ามไปอีกฝั่งของรั้วซะเรย 555 หวาดเสียวนิดๆ เพราะมันสูงเหมือนกัน ถ้าพลาดตกทะเลไปนี่พังชัวร์ๆ แต่ก็รอดมาได้ครับ เดินตามสบายไปถ่ายรูปเล่นกับรูปปั้นนักบัลเล่ต์สาวที่มีฉากหลังเป็นเมืองเก่าบุ๊ดวา

39

40

เดินต่ออีกไม่ไกลก็ถึงชายหาด Mogren ที่เงียบเหงา มีคนนั่งนอนเล่นแค่ไม่กี่คนเอง สงสัยยังไม่เข้าหน้าร้อนซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวของที่นี่

41

เดินเล่นแป๊บเดียวก็เดินกลับทางเดิม ปีนรั้วอีกทีข้ามกลับไปที่โรงแรม Avala

42

43

เดินเข้าประตูเมืองหลัก Glavni ulaz กลับไปในเมืองเก่าสั่งอาหาร take away ง่ายๆ กลับไปกินที่อพาร์ทเมนต์เพราะที่นั่นมีครัวและที่นั่งกินสบายๆ และไม่อยากออกจากบุ๊ดวาตอนมืดเพราะสถานีรถบัสอยู่บนเขาไกลจากเมืองเก่าประมาณกิโลครึ่ง กลัวหาไม่เจอ ผมรู้พิกัดว่าสถานีอยู่ตรงไหน แต่ตอนขามาจาก Sveti Stefan เราไม่ได้เดินมาจากที่นั่นลงไปที่เมืองเก่า เพื่อความเซฟจึงขอเดินไปตอนยังไม่มืดจะดีกว่า

44

เดินกลับมาที่เดิมที่หน้าโรงแรม Avala ชายหาด Ričardova glava อยู่ทางซ้าย คราวนี้เดินไปทางขวาผ่านป้อม Kula Gradenigo

45

เดินตามถนนกว้างๆ ตรงไปสักพักมีทางขึ้นเขาอยู่ซ้ายมือ (ถ้าเดินตรงไปอีกก็จะถึงวงเวียนนาฬิกาที่เราลงรถบัสตอนมาถึง) ใช้เซนส์เรื่องทิศทางที่มีอยู่เดินขึ้นทางชันลัดเลาะผ่านบ้านคนและคอนโดตามไหล่ผาไม่ไกลมากก็ขึ้นไปถึงถนนใหญ่ซึ่งเป็นทางหลวงที่เรานั่งรถบัสผ่านไปผ่านมาหลายทีแล้ว

ยังพอมีเวลาเหลือก่อนกำหนดเวลารถบัสกลับ Kotor จะออกตอน 18.44 น. สถานีรถบัสต้องเดินไปทางขวา แต่เราขอเลี้ยวซ้ายไปหาจุดถ่ายรูปลงไปเห็นเมืองเก่าและทะเลอเดรียติกจากมุมสูงก่อนเพราะตอนนั่งรถบัสผ่านไปมาเห็นวิวสวยดีน่าถ่ายรูปมากๆ เดินไปไกลเหมือนกันกว่าจะได้วิวที่พอใจครับ

46

47

เสร็จแล้วก็ต้องเดินย้อนทางเดิมตรงไปอีกกิโลนิดๆ ไปยังสถานีรถบัส เดินผ่าน Hotel Vila Lux ไปไม่ไกลก็เห็น Tourist Information เข้าไปถามทางเพื่อความชัวร์แล้วเดินขึ้นทางลาดไปสถานีรถบัส Autobuska stanica Budva ไม่นานก็ถึงแล้ว เข้าไปในอาคารซื้อตั๋วรถบัสไป Kotor ราคา 2.90 ยูโร แล้วไปรอรถที่ชานชาลา รถบัสไม่มาตามนัดซะงั้น ต้องเสียเวลารอคันต่อไปซึ่งเป็นรถของบริษัท Adriatic travel มารับตอนทุ่มนึง (จริงๆ รอขึ้นรถจากหน้า Hotel Vila Lux ได้เลย ไม่ต้องเดินขึ้นไปถึงสถานีรถบัสก็ได้ เพิ่งมารู้ทีหลัง 55)

เช็คเวลาและค่ารถบัสได้ที่ Montenegro bus

นั่งรถบัสหวานเย็นกลับถึง Kotor เกือบสองทุ่ม

48

เดินเข้า Vrata od Gurdića ประตูเมืองเก่าทางทิศใต้กลับที่พัก วันนี้เดินเที่ยวแบบชิลล์ๆ ครับ ไม่ได้เดินเยอะเดินไกลเหมือนเมื่อวาน เที่ยวหนักบ้างเบาบ้างสลับกันไปครับ 😀

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต