ฮังการี..หนึ่งดินแดนริมฝั่งน้ำดานูบอันน่าค้นหา ตอนที่ 2 “Budapest” เที่ยวเองเมืองหลวงอันรุ่มรวยด้วยสถาปัตยกรรมงดงามสองฟากฝั่งแม่น้ำ

เที่ยวเอง รีวิว บูดาเปสต์ ฮังการี budapest hungary
photo credit: www.mapaplan.com

รีวิวตอนที่ 2 ของ Danube Trip ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการเดินทาง วันนี้เราจะพาเที่ยวเองทั่ว Budapest ทั้งสองฟากฝั่งแม่น้ำดานูบคือฝั่ง Buda และ Pest และไปเที่ยวกันต่ออีกครึ่งวันเช้าของวันรุ่งขึ้นด้วย

photo credit: www.dimap.hu
photo credit: www.dimap.hu

ทำความเข้าใจที่มาที่ไปและความยากง่ายในการวางแผน Danube Trip ได้จากรีวิวแรกนี้ก่อนนะครับ
ฮังการี..หนึ่งดินแดนริมฝั่งน้ำดานูบอันน่าค้นหา ตอนที่ 1 “Székesfehérvár” เมืองปราสาทแห่งรักชั่วนิรันดร์

2 Danube Trip map

Budapest คือเมืองหลวงและเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของ Magyarország หรือประเทศฮังการี
ตัวเมืองบูดาเปสต์แบ่งเป็น 2 ฝั่งโดยแม่น้ำดานูบคือ Buda ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ และ Pest ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ

photo credit: www.mapaplan.com
photo credit: www.mapaplan.com

ผมได้ยินชื่อเสียงของเมืองหลวงแห่งนี้มานานหลายปีแล้วครับ แต่เลือกไปเที่ยวที่อื่นก่อนหมด เหลือบูดาเปสต์ไว้ จนเมื่อหลายปีก่อนรู้สึกทนไม่ไหวต้องลองศึกษาดูซะหน่อยว่าที่นี่มีอะไรน่าสนใจน่าเที่ยวบ้าง สวยงามขนาดไหนกันนะ ก่อนหน้านี้รู้แค่ว่าอาคารรัฐสภาของฮังการียิ่งใหญ่อลังการและงดงามมากๆ ส่วนที่อื่นๆ ยังไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่

เมื่อได้หาข้อมูลจนเสร็จแล้วจึงค้นพบว่าบูดาเปสต์เป็นเมืองหนึ่งในยุโรปที่นักเที่ยวยุโรปตัวจริงจะพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง เหตุผลก็คือบูดาเปสต์มีสิ่งก่อสร้างในสถาปัตยกรรมที่งดงามวิจิตรมากมาย มีความขลัง ความเก่า ความยิ่งใหญ่จากประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานหลายร้อยปี ภูมิประเทศที่มีแม่น้ำไหลผ่านกลางเมืองและเนินเขาสูงเหนือฝั่งแม่น้ำ องค์ประกอบทุกๆ ด้านดูเข้ากันอย่างลงตัว

อีกสิ่งหนึ่งที่ผมพบคือบูดาเปสต์เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่มาก ผมเข้าใจมาตลอดว่าเป็นเมืองที่เล็กกว่ากรุงปรากของสาธารณรัฐเช็ก แต่ความจริงตัวเมืองบูดาเปสต์มีขนาดใหญ่กว่าค่อนข้างมาก และสถานที่ท่องเที่ยวยังกระจัดกระจายไปทั่วทุกทิศทางของเมือง ไม่เหมือนปรากที่สถานที่สำคัญกระจุกตัวอยู่ในบริเวณไม่ไกลกันนัก ลองนับสถานที่ที่ควรไปของบูดาเปสต์มีร่วม 20 ที่เลยทีเดียว คำนวณเวลาเที่ยวอย่างต่ำต้องใช้ 1 วันครึ่งขึ้นไป ถ้าจะเที่ยวแบบละเอียดให้ครบทุกที่จริงๆ ยังไงก็ต้องใช้บริการรถสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็น รถไฟใต้ดิน รถราง รถเมล์ สลับกับการเดินครับ

photo credit: moon.com
photo credit: moon.com

ผมจัดเวลาเที่ยวบูดาเปสต์ไว้ 1 วันครึ่ง โดยวันแรกนี้จะเที่ยวเต็มๆ วัน และพรุ่งนี้เที่ยวต่ออีกเกือบครึ่งวันก่อนออกเดินทางไปเมือง Novi Sad ของประเทศเซอร์เบีย

5

ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตั๋วรถสาธารณะประเภทต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยว พร้อมราคา (ในปีที่เดินทางไป) ตั๋วแต่ละประเภทสามารถซื้อได้จากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติ และ hírlapüzletekben (newsagent หรือ Relay)

Vonaljegy (Single ticket) ราคา 350 HUF

Helyszínen váltott vonaljegy (Single ticket ซื้อจากคนขับรถ) ราคา 450 HUF แต่รถรางซื้อไม่ได้

10 db-os gyűjtőjegy (10-piece ticket booklet) ราคา 3,000 HUF ซื้อได้ที่ hírlapüzletekben

Átszállójegy (Transfer ticket) ราคา 530 HUF

Metrószakaszjegy (Short section metro ticket ไม่เกิน 3 สถานี) ราคา 300 HUF

Budapest 24 órás jegy (Budapest 24-hour travelcard) ราคา 1,650 HUF สามารถใช้โดยสารขนส่งสาธารณะต่างๆ ในบูดาเปสต์ได้ทุกประเภทภายใน 24 ชั่วโมง (มีตั๋วแบบ 72 ชั่วโมง ตั๋วสัปดาห์ และตั๋วเดือน ด้วย

Budapest csoportos 24 órás jegy (Budapest 24-hour group travelcard) ราคา 3,300 HUF สำหรับผู้โดยสารไม่เกิน 5 คน เดินทางด้วยกันตลอดเวลา ใช้โดยสารขนส่งสาธารณะต่างๆ ในบูดาเปสต์ได้ทุกประเภทภายใน 24 ชั่วโมง

ราคาจะมีการปรับขึ้นเล็กน้อยทุก 1-2 ปี สามารถอัพเดทข้อมูลได้ที่ ฺBudapest transportation fares

Budapest Kártya 24 órás (Budapest Card 24 hours) ราคา 4,500 HUF ซื้อได้ที่สนามบินFerihegy, สถานีรถไฟใต้ดิน Deák Ferenc tér, จัตุรัส Hősök, Tourist Information หรือซื้อออนไลน์ทางเว็บไซต์จะได้รับส่วนลด (มีบัตรแบบ 48 และ 72 ชั่วโมงด้วย)

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ Budapest CardBudapest Card for 24 hours

6

9 โมงของเช้าวันจันทร์หลังวันหยุดอีสเตอร์ หวังว่าทุกอย่างน่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ร้านค้าต่างๆ คงเริ่มกลับมาเปิดเหมือนเช่นเคยแล้ว

เริ่มต้นที่ฝั่ง Pest

ออกจากอพาร์ตเมนท์ (ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน Deák Ferenc tér ใจกลางเมือง) เดินตามถนน Bajcsy-Zsilinszky útca ผ่านสี่แยกใหญ่จุดเริ่มต้นของถนน Andrássy útca ตรงต่อไปที่วิหารขนาดมหึมานามว่า Szent István-bazilika (St. Stephen’s Basilica) มหาวิหารสไตล์นีโอคลาสสิกที่ตั้งชื่อตามนักบุญ István (Stephen) ผู้ก่อตั้งรัฐคริสเตียนฮังการี สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระเจ้า István ที่ 1 กษัตริย์พระองค์แรกของฮังการี ปัจจุบันเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ สามารถมองเห็นได้จากทั่วทุกที่ในบูดาเปสต์ โดมของโบสถ์มีความสูง 315 ฟุต เท่ากับอาคารรัฐสภา โดยผู้สร้างตัดสินใจที่จะไม่สร้างให้สูงไปกว่านี้

(สถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุดคือ Bajcsy-Zsilinszky út 1 สถานีจากสถานี Deák Ferenc tér)

7 8

ตรงนี้เป็นด้านหลังของวิหาร เดินอ้อมไปที่ด้านหน้าของวิหารซึ่งเป็นจัตุรัสกว้างชื่อว่า Szent István tér

9

เดินกลับไปที่ถนน Bajcsy-Zsilinszky útca เดินไปทางซ้ายต่อไปทางทิศเหนืออีก 300 เมตรก็ถึงสถานีรถไฟใต้ดิน Arany János utca แวะกดตู้ขายตั๋วซื้อ Budapest csoportos 24 órás jegy (Budapest 24-hour group travelcard) อ่านเมนูภาษาอังกฤษและเทียบราคาดูนะครับ ถ้าตรงกับตั๋วที่เราต้องการก็กดเลือกไปเลย สอดแบงค์จ่ายเงินไป 3,300 HUF ได้ตั๋วมา 1 ใบ แชร์กัน 4 คนแค่คนละ 825 HUF (ประมาณ 95 บาท)

ตั๋ววันแบบกรุ๊ปใบนี้ใบเดียวใช้โดยสารขนส่งสาธารณะต่างๆ ในบูดาเปสต์ได้ทุกประเภทภายใน 24 ชั่วโมงนับตั้งแต่เวลาที่ใช้ครั้งแรก และใช้เดินทางพร้อมกันตลอดเวลาได้ไม่เกิน 5 คน ถ้ามาเที่ยวกัน 5 คนซื้อตั๋วแบบนี้คุ้มที่สุด แต่ถ้ามา 2 คน ซื้อตั๋ว Budapest 24 órás jegy (Budapest 24-hour travelcard) คนละใบจะต้องจ่ายค่าตั๋ว 1,650 HUF ซึ่งเท่ากับการซื้อตั๋ววันแบบกรุ๊ป 1 ใบ แชร์กันจ่าย 2 คนครับ

10

สแตมป์ตั๋ววันครั้งแรกแล้วลงบันไดเลื่อนไปที่ชานชาลา นั่งรถไฟใต้ดินสาย M3 (สีน้ำเงิน) 1 สถานีไปที่สถานี Nyugati pályaudvar

photo credit: www.abiertoporvacaciones.com
photo credit: www.abiertoporvacaciones.com

ขึ้นจากสถานีมาก็เห็นสถานีรถไฟ Budapest-Nyugati pályaudvar (Western Railway Station) อยู่ฝั่งตรงข้าม ถ้าชอบช้อปปิ้งก็ข้ามถนนไปที่สถานีรถไฟแล้วเดินเลียบสะพานตามถนน Váci útca ไปที่ WestEnd főbejárata (WestEnd City Center) ห้างสรรพสินค้าดังของที่นี่

12

แต่เราเดินไปทางซ้ายลอดใต้สะพานรถข้ามมุ่งหน้าสู่แม่น้ำดานูบเข้าสู่ถนน Szent István körút (Nagykörút) หรือ Grand Boulevard ตรงไปประมาณ 600 เมตรก็ถึงเชิงสะพาน Margit híd (Margaret Bridge) ซึ่งสามารถเดินข้ามไปที่ Margit-sziget (Margaret Island) เกาะกลางแม่น้ำดานูบซึ่งเป็นสวน สาธารณะและศูนย์กีฬานันทนาการของเมืองได้

ถ้าขี้เกียจเดินก็นั่งรถรางสาย 4 หรือ 6 จากป้ายหน้าสถานีรถไฟไปที่สะพานได้ครับ

14

เดินหามุมแปลกๆ ถ่ายรูปอาคารรัฐสภาและวิวแม่น้ำดานูบจากทิศเหนือซึ่งคนไม่ค่อยได้เห็นนัก

15

จากนั้นก็เดินลงสะพานทางเดิม เลี้ยวขวาเดินตามทางรถรางไม่ไกลก็ถึงด้านหน้าของ Országház

16

photo credit: budapestmania.com
photo credit: budapestmania.com

Országház แปลว่า House of the Country คืออาคารรัฐสภาของฮังการีที่สร้างในสไตล์โกธิคเมื่อปีค.ศ. 1885 รูปแบบอาคารได้รับอิทธิพลมาจากรัฐสภาแห่งลอนดอนของสหราชอาณาจักร ใช้เวลากว่า 20 ปีกว่าจะเสร็จสมบูรณ์โดดเด่นตระหง่านอยู่ที่ Kossuth Lajos tér (Kossuth tér) ริมฝั่งแม่น้ำดานูบ

18

สถานที่นี้ถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่สุดของฮังการีซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะในยามที่ตัวอาคารรัฐสภาสะท้อนภาพเป็นเงาที่ผิวแม่น้ำดานูบ

19

เราซื้อตั๋วเข้าชมภายในอาคารรัฐสภาซึ่งต้องผ่านไกด์ทัวร์เท่านั้นทางออนไลน์ไว้ล่วงหน้าจากเมืองไทยแล้วในราคาสำหรับผู้ใหญ่ (Teljes árú belépőjegy) ใบละ 4,000 HUF + ค่า E-fee (E-díj) เพิ่มอีกใบละ 200 HUF จึงไม่มีปัญหาเรื่องต้องมาดักรอเข้าคิวซื้อตั๋วหน้างานซึ่งมักจะเต็มเสมอ (เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ เข้าชมฟรี)

อัพเดทราคาค่าไกด์ทัวร์ได้ที่ Hungarian Parliament Guide Tour prices

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ visit Hungarian Parliament

แนะนำให้ซื้อตั๋วเข้าชมผ่านเว็บไซต์ล่วงหน้าที่ Booking tickets for visiting Hungarian Parliament แล้วเลือกข้อ 1 Parliament visit นะครับ

20

รัฐสภาเปิดให้เข้าชมในระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-31 ต.ค. วันจันทร์-ศุกร์ 08.00-18.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ 08.00-16.00 น., วันที่ 1 พ.ย.-31 มี.ค. เปิดทุกวัน 08.00-16.00 น. ในวันธรรมดาที่สมาชิกรัฐสภาทำงานจะมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าชม ในวันที่ 1 ม.ค., Easter Sunday, Easter Monday, 1 พ.ค., 1 พ.ย. และ 24-26 ธ.ค. รัฐสภาปิด

ไกด์ทัวร์ภาษาอังกฤษให้บริการในเวลา 10.00, 12.00, 13.00, 14.00, 15.00 น. ใช้เวลารอบละ 45 นาที ในวันชาติฮังการี คือ วันที่ 15 มี.ค., 20 ส.ค. และ 23 ต.ค. ไม่มีบริการไกด์ทัวร์
email of Guided Tour: [email protected]
Ticket Office เปิดวันจันทร์ 08.00-11.00 น., วันอื่นๆ เปิด 08.00-16.00 น.

อาคารรัฐสภาแห่งนี้เป็นรัฐสภาที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก มีประตูทางเข้า 27 แห่ง บนอาคารประดับด้วยยอดสูง 365 ยอด ภายในมีห้องมากมายถึง 700 ห้องตกแต่งอย่างหรูหราอลังการ

10 โมงตรง ไกด์สาวร่างเล็กพาเราเข้าชมห้องสำคัญต่างๆ ซึ่งประดับตกแต่งอย่างวิจิตรเลิศหรูภายในอาคารรัฐสภา นางอธิบายเรื่องราวมากมายให้ฟังแต่นางสปีคอิงลิชเร็วจนฟังคำบรรยายไม่ทันเลยครัช จับใจความได้น้อยนิดเท่านั้น เราจึงเปลี่ยนไปโฟกัสที่การหาเหลี่ยมถ่ายรูปศิลปะและสถาปัตยกรรมอันงดงามอลังการงานสร้างของรัฐสภาแห่งฮังการีแทนดีกว่า 555

21 22 23 24

ครบ 45 นาที ไกด์สาวนำทัวร์จนครบตามโปรแกรมและพากลับมาส่งที่จุดเดิม

ได้เวลาออกจากรัฐสภาไปเที่ยวที่อื่นกันต่อ เดินลงบันไดเตี้ยๆ ด้านหลังรัฐสภาไปที่ริมแม่น้ำดานูบ

25 26

เดินไปทางทิศใต้มุ่งหน้าไปที่ Széchenyi lánchíd หรือสะพานเชนซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 700 เมตร

photo credit: nordenergi.org
photo credit: nordenergi.org

เดินช้าๆ ถ่ายรูปวิวสวยๆ ริมแม่น้ำไปเรื่อยๆ จนพ้นเขตอาคารรัฐสภาไปก็เห็นประติมากรรมรองเท้าเหล็กนับร้อยข้างเรียงยาวอยู่ริมแม่น้ำ

28 29 30

ผลงานศิลปะนี้เรียกว่า Cipők a Duna-parton สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงชาวยิวในบูดาเปสต์ที่ถูกกองทัพฟาสซิสต์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เป็นจำนวนมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

31

เดินต่อไปไม่ไกลก็ถึง Széchenyi lánchíd (Széchenyi Chain Bridge) ที่ Széchenyi István tér (Széchenyi István Square)

32

สะพานเชนคือสะพานแขวนที่สวยงามและเป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งของบูดาเปสต์ เป็นอนุสาวรีย์เพื่อระลึกถึงอิสตวาน เซเชนยี ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฮังการี สะพานนี้มีความเกี่ยวดองกับอังกฤษเพราะออกแบบโดยวิศวกรชาวอังกฤษ William Tierney Clark และก่อสร้างโดย Adam Clark เมื่อปีค.ศ. 1849 เชื่อม Széchenyi István tér ที่ฝั่ง Pest กับ Clark Ádám tér ที่ฝั่ง Buda เป็นสะพานข้ามแม่น้ำดานูบถาวรแห่งแรกของบูดาเปสต์

33

จากเชิงสะพานบนฝั่งเปสต์ มองไปทางซ้ายก็เห็นอาคาร Magyar Tudományos Akadémia (Hungarian Academy of Sciences) ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของ Széchenyi István tér

34

อีกหนึ่งอาคารสง่างามใกล้กันคือ Gresham-palota (Gresham Palace) อาคารสวยงามต่างๆ ในบูดาเปสต์และหลายประเทศในยุโรปตะวันออกจะถูกเรียกว่าพระราชวัง ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นที่ประทับของกษัตริย์หรือพระราชวงศ์แต่อย่างใด Gresham Palace ก็เช่นเดียวกัน อาคารหรูนี้ถูกสร้างขึ้นโดย Gresham Insurance Company of London ในสไตล์อาร์ตนูโวที่น่าอัศจรรย์ ปัจจุบันได้ถูกปรับปรุงเป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว โดยมีกลุ่มโรงแรม Four Seasons เข้ามาครอบครองกิจการ

35

ข้ามสะพานเชนไปยังฝั่งบูดาที่ Clark Ádám tér (Clark Ádám Square) ที่นี่คือ „0” kilométerkő หรือหลักกิโลเมตรที่ 0 ของฮังการี และเป็นสถานี Budavári Sikló (Castle Hill Funicular) ขึ้นเขาไปยัง Budavári Palota หรือ Buda Castle

36 37

แต่เรายังไม่ขึ้นเขาไป ขอเดินเล่นถ่ายรูปริมแม่น้ำดานูบซึ่งมองเห็นอาคารรัฐสภาอยู่ฝั่งตรงข้าม

38

เดินกลับมาที่วงเวียน Clark Ádám tér เล็งรถเมล์สายอะไรก็ได้ที่วิ่งตรงข้ามสะพานเชนกลับไปยังฝั่งเปสต์ ยืนรอแป๊บเดียวรถเมล์สาย 216 ก็มาจอดที่ป้าย ขึ้นรถไปโชว์ตั๋ววันให้คนขับดูแล้วนั่งข้ามแม่น้ำกลับไปลงที่เชิงสะพานเชน

เดินไปที่ป้ายรถราง Eötvös tér (ฝั่งแม่น้ำ) ตรงข้ามกับโรงแรม InterContinental นั่งรถรางสาย 2 ลอดใต้สะพาน Erzsébet híd แล้วลงที่ป้าย Március 15. tér

39

เดินย้อนกลับไปทางสะพานเลี้ยวขวาตรงไปที่เชิงสะพาน แถวนี้มีร้านอาหารฮังการีชื่อดังชื่อ Mátyás Pince แวะเข้าไปดูเมนูหน้าร้านก่อน แต่ละเมนูราคาอยู่ระหว่าง 3,500-6,000 HUF หรือประมาณ 400 บาทขึ้นไป เห็นราคาแล้วต้องถอยหลังกลับเพราะแพงเกินกว่าราคาในใจที่คิดไว้ครับ ราคาเรทนี้เทียบเท่าร้านอาหารดังในเยอรมันเลยนะเนี่ย

40

แถวนี้มีร้านแลกเงินหลายร้าน เดินดูเรทแล้วเลือกร้านที่ให้เรท 1 ยูโร = 290 HUF เท่ากับตอนแลกที่ Székesfehérvár เข้าไปแลกเงินเพิ่มอีกคนละ 30 ยูโร รวมแลกบิลเดียวเลยจะได้เสียค่าคอมมิชชั่นทีเดียว 150 HUF คราวนี้ก็มีเงินครบตามที่วางแผนไว้แล้ว

ได้เวลาหาร้านอาหารฮังการีแท้ๆ รับประทานมื้อกลางวัน ไม่ไกลจากที่นี่มีร้านอาหารดังอีกร้านหนึ่งชื่อว่า Kárpátia อยู่ที่ถนน Ferenciek tere ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน Ferenciek tere หาไม่ยากครับ จากหัวมุมถนน Váci utca ที่เราแลกเงินนี้ เดินตรงเข้าถนน Duna utca ไม่ไกลก็ถึงสถานีรถไฟใต้ดิน Ferenciek tere เลี้ยวขวาไปเดินอีกนิดก็ถึงร้านแล้ว ดูเมนูที่หน้าร้านเหมือนเดิม โอ้ว! ราคาไม่ต่างจากร้านเมื่อกี๊ ถอยทัพกลับเช่นเคย วนกลับไปหาร้านที่ราคาเบากว่านี้ที่ถนน Váci utca ดีกว่า

41

เดินกลับไปที่ถนน Váci ถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ ช็อปแบรนด์เนม ร้านขายของฝาก เช่น ผ้าปัก เครื่องแก้ว ของที่ระลึก สินค้าพื้นเมืองนานาชนิด เห็นป้ายราคาหน้าร้าน Európa Café ร้านเล็กๆ บรรยากาศน่ารักดี เขียนว่าเซ็ตเมนูสำหรับ 2, 3, 4 ท่าน ราคาน่าสนใจ จึงลองเข้าไปถามเด็กเสิร์ฟดูก่อนตกลงเลือกร้านนี้เพราะหิวเต็มที่แล้ว

43

จัดหนักสั่ง 3 Személyes Vegyes Pörköl คือเซ็ตเมนูสำหรับ 3 คนเพราะเค้าบอกว่าจานมันใหญ่มากนะ มา 4 คน กินเซ็ตสำหรับ 3 คนก็พอแล้ว เซ็ตนี้ราคา 6,350 HUF (ประมาณ 730 บาท) ครับ จานยักษ์เป็นเส้นเพนเน่พาสต้าผัดเนื้อไก่ แฮม พริกหยวก มะเขือเทศ แตงกวา (Mixed stew platter: Pork stew, chicken paprikash, lecho, sausage, boiled potatoes and penne pasta, bread, pickles)

44

และสั่งเมนูนอกเซ็ตเพิ่มอีก 1 อย่างคือ Adag Gulyás Leves (Goulash soup) หม้อละ 1,250 HUF (ประมาณ 140 บาท) ซุปกูลาชคืออาหารประจำชาติของฮังการี ถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศเลยทีเดียว เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในเยอรมนัน เช็ก ออสเตรีย โปแลนด์ ยูเครน รัสเซีย ประเทศต่างๆ บนคาบสมุทรบอลข่าน รวมถึงบางภูมิภาคของอิตาลี มีลักษณะคล้ายกับซุปข้นหรือสตู ทำจากเนี้อหมู ไก่งวง หรือเนื้อก็มี แต่สูตรที่นี่เป็นซุปใสครับ

45

มื้อนี้อร่อยถูกปากทุกอย่าง โดยเฉพาะซุปกูลาชเป็นเมนูที่มาฮังการีแล้วจะพลาดไม่ได้จริงๆ ตบท้ายด้วยของหวานที่เลือกได้ 3 อย่าง จะเป็นฮังกาเรียนชีสเค้กหรือไอติมก็ได้ เราเลือกชีสเค้กมา 3 ชิ้น มี Túrótorta (Cottage Cheese), Trüffel และชื่ออะไรไม่รู้อีกชิ้นนึง ชิ้นละ 600 HUF แต่ได้ฟรีเพราะรวมอยู่ในเซ็ตแล้ว พูดเลยว่าชีสเค้กอร่อยเว่อร์ ฟินเลยครับ เช็คบิลออกมามื้อนี้ 11,000 HUF หรือ 44 ยูโร เราเลือกจ่ายเป็นเงินโฟรินท์เพราะถูกกว่า แชร์กันจ่ายคนละประมาณ 330 บาทเท่านั้น

46

บ่ายสองครึ่ง ถึงเวลาออกเที่ยวต่อแล้ว แต่ก่อนจะเที่ยวขอแวะไปเช็คตำแหน่งที่ตั้งของสถานีที่รถบัสไปเซอร์เบียจะออกพรุ่งนี้ตอนเที่ยงเสียก่อน จะได้ไม่ร้อนรนและคำนวณเวลาได้ว่าควรจะเก็บกระเป๋าออกจากอพาร์ตเมนท์กี่โมง

เดินกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Ferenciek tere อีกครั้ง ลงไปที่ชานชาลา นั่งรถไฟใต้ดินสาย M3 (สีน้ำเงิน) ไปทาง Kőbánya-Kispest (ทิศใต้) 5 สถานีแล้วลงที่สถานี Népliget

photo credit: ojovemdosmapas.blogspot
photo credit: ojovemdosmapas.blogspot

ขึ้นจากสถานีมาก็เห็นสนามฟุตบอลอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน ส่วนฝั่งที่เรายืนอยู่มี Autóbuszállomás Budapest Népliget หรือสถานีรถบัส Budapest-Népliget อยู่ไม่ไกล

48

ไม่แน่ใจว่าสถานีรถบัส OrangeWays ที่ในเว็บบอกมาว่ารถบัสไปเซอร์เบียจะออกจากที่นี่อยู่ตรงไหนกันแน่ ในเว็บบอกว่าอยู่ด้านหน้าของ Ferencváros Torna Club (Albert Flórián) Stadion หรือ FTC Stadium ซึ่งก็คือสนามฟุตบอลที่อยู่คนละฝั่งถนนกับเราตอนนี้  ลองเดินเข้าไปในสถานีรถบัส Népliget ก่อนแล้วถามเจ้าหน้าที่แถวนั้นว่ารถบัสของบริษัท Fudeks ออกจากที่นี่รึเปล่า เธอส่ายหน้าและชี้ให้ข้ามถนนไปฝั่งนู้น มั่นใจแล้วว่าในเว็บบอกมาถูกต้อง

เดินลงบันไดของสถานีรถไฟใต้ดินลอดใต้ถนนไปออกอีกประตูขึ้นมาก็ถึงฝั่งสนามฟุตบอลแล้ว

49

เดินไปที่ช่องขายตั๋วซึ่งมีหลายช่อง อ่านป้ายแล้วเป็นช่องขายทัวร์เข้าชมสนาม Groupama Aréna ของสโมสรฟุตบอล Ferencváros มีช่องขายตั๋วรถบัสของ Fudeks แต่ปิดไม่มีพนักงานอยู่ ยืนอยู่แป๊บนึงรถบัสของ Fudeks ก็มาจอดรับ-ส่งผู้โดยสารตรงนี้ ชัดเจนแล้ว พรุ่งนี้เราต้องมาขึ้นรถที่นี่แน่นอน

เดินกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน นั่งรถกลับทางเดิมไปลงที่สถานี Kálvin tér ขึ้นจากสถานีเดินไปที่สี่แยก เลี้ยวขวาตามทางรถรางเข้าถนน Múzeum körút ก็ถึง Magyar Nemzeti Múzeum (Hungarian National Museum) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฮังการีเป็นอาคารสวยงามที่สร้างในสไตล์นีโอคลาสสิกในช่วงปีค.ศ. 1837-1847 เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ ตั้งแต่ 10.00-18.00 น. ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 1,600 HUF

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ visit Hungarian National Museum

50

เดินย้อนกลับไปที่สี่แยกตรงผ่านโบสถ์ Kálvin téri református templom เข้าถนน Vámház körút เดินตามทางรถรางไปไม่ไกลก็ถึงตลาดในร่มที่ใหญ่ที่สุดในบูดาเปสต์ชื่อ Nagycsarnok หรือ Great Market Hall แต่วันนี้ตลาดปิดทั้งที่ผ่านวันอีสเตอร์มาแล้ว เลยอดเข้าไปดูในตลาดเลยว่าเป็นยังไงมีอะไรขายบ้าง

51

ยืนรอรถรางที่ป้าย Fővám tér ด้านหน้าตลาด นั่งรถรางสาย 47 หรือ 49 ก็ได้ข้ามสะพาน Szabadság híd (Liberty Bridge) สะพานข้ามแม่น้ำดานูบทางใต้สุดของเขตศูนย์กลางกรุงบูดาเปสต์

52

ข้ามสู่ฝั่ง Buda แล้วลงที่ป้ายแรกที่ Szent Gellért tér เลย เดินย้อนกลับไปที่เชิงสะพานทางซ้ายมีภูเขาไม่สูงนักชื่อ Gellért-hegy (Gellért Hill) บนเขาเป็นที่ตั้งของ Sziklatemplom (Gellért Hill Cave Church) โบสถ์ถ้ำแห่งนี้ต้องเสียค่าเข้าชม 600 HUF สามารถซื้อตั๋วที่ทางเข้าถ้ำในวันจันทร์-เสาร์ 09.30-19.30 น. แวะไปดูที่หน้าถ้ำแต่ไม่ได้เข้าไปชมข้างในและไม่ได้ถ่ายรูปมาด้วยครับ

photo credit: www.mapaplan.com
photo credit: www.mapaplan.com

เดินขึ้นเขาต่ออีกประมาณ 20 นาที ลัดเลาะหาทางขึ้นไปยังจุดสูงสุดของภูเขา ระหว่างทางหยุดถ่ายรูปกลับไปที่สะพาน Szabadság híd และวิวพาโนรามาของโค้งแม่น้ำดานูบที่มองเห็นสะพานข้าม 3 สะพาน คือ Erzsébet híd, Széchenyi lánchíd หรือสะพานเชน และ Margit híd

54 55 56 57

ขึ้นไปจนถึงยอดเขาซึ่งมีอนุสาวรีย์เสรีภาพแห่งฮังการีที่เรียกว่า Szabadságszobor (Liberty หรือ Freedom Statue) ยืนสูงเด่นอยู่ แรกเริ่มอนุสาวรีย์นี้สูง 14 เมตร ถูกว่าจ้างให้สร้างขึ้นโดย Miklós Horthy เพื่อเป็นสถานที่ระลึกถึงลูกชายของเขาที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางเครื่องบินในช่วงสงครามหลังจากการเข้ามาของกองกำลังรัสเซีย เดิมอนุสาวรีย์มีรูปแบบเป็นกังหันที่มีความหมายถึงการขึ้นสู่สรวงสวรรค์ แต่ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นใบของต้นปาล์มเพื่อแสดงถึงการปลดปล่อยเป็นอิสรภาพจากระบบนาซี องค์การยูเนสโกประกาศให้เนินเขาแห่งนี้เป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ. 1987

58 59

เดินอ้อมไปด้านหลังจากอนุสาวรีย์ผ่านด้านข้างของ Citadella ป้อมปราการที่สร้างโดยราชวงศ์ฮับส์บวร์กภายหลังได้รับชัยชนะในสงครามประกาศอิสรภาพ (Hungary’s War of Independence) ในปีค.ศ. 1849 ปัจจุบันป้อมปราการนี้ได้ถูกปรับเปลี่ยนไปเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่นำเสนอประวัติศาสตร์ของเนินเขาลูกนี้

จากจุดนี้สามารถมองเห็นสิ่งก่อสร้างใหญ่โตมโหฬารบนเนินเขาอีกลูก นั่นคือ Budavári Palota (Buda Castle) ซึ่งเป็นที่หมายต่อไปของเรา

60 61

เดินตามเส้นทางลงเขาไปที่ริมแม่น้ำ ระหว่างทางเดินป่าผ่าน Szent Gellért Emlékmű (St. Gellért Monument) แล้วก็กลับลงถึงพื้นราบที่ใต้สะพาน Erzsébet híd ข้ามถนนไปที่ป้ายรถเมล์ฝั่งแม่น้ำ ขึ้นรถเมล์สาย 17 ตรงไปลงที่ Clark Ádám tér (Clark Ádám Square) ที่เชิงสะพานเชน (ตอนนี้เรากำลังกลับขึ้นไปทางทิศเหนือของเมืองอีกครั้ง)

62

ถ้าเดินลงเขากลับไปที่เดิมที่ Szent Gellért tér ก็สามารถนั่งรถเมล์สาย 86 หรือรถรางสาย 18, 19 และ 41 เลียบแม่น้ำประมาณ 2 กิโลเมตรไปที่ Clark Ádám tér ได้เหมือนกันครับ

photo credit: www.mapaplan.com
photo credit: www.mapaplan.com

ถึง Clark Ádám tér ที่หลักกิโลเมตรที่ 0 ของฮังการีอีกครั้ง เดินไปซื้อตั๋ว Budavári Sikló (Castle Hill Funicular) เที่ยวเดียวราคาใบละ 1,200 HUF เพื่อขึ้นรถรางไฟฟ้าไปยัง Várhegy หรือ Castle Hill
(ถ้าซื้อตั๋วไป-กลับราคา 1,800 HUF, ราคาสำหรับเด็กอายุ 3-14 ปี เที่ยวละ 700 HUF ตั๋วไป-กลับราคา 1,100 HUF) มีรถรางไฟฟ้าบริการทุกวันตั้งแต่ 07.30-22.00 น. โดยจะออกทุก 5-10 นาที

อัพเดทราคาตั๋วได้ที่ Buda Castle Funicular

64

ขึ้นไปสุดทางก็ถึงทางเข้า Budavári Palota หรือ Buda Castle ยังไม่เข้าไปในเขตพระราชวัง แต่เดินไปถ่ายรูปวิวเอกลักษณ์หนึ่งของบูดาเปสต์ที่มองลงไปเห็นรถรางไฟฟ้า Budavári Sikló และสะพานเชนข้ามแม่น้ำดานูบ

65

จากนั้นก็เดินเข้าไปยังอาคารหลักของพระราชวังหลวง (Királyi-palota) และปราสาทหลวง (Királyi Vár) เป็นที่ประทับของกษัตริย์ฮังการี พระราชวังบูดาอันใหญ่โตมโหฬารนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปีค.ศ. 1265 และถูกสร้างขึ้นใหม่หลังเกิดความเสียหายอย่างหนักหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันกลายเป็น Magyar Nemzeti Galéria (Hungarian National Gallery) พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของบูดาเปสต์ หอศิลป์แห่งชาติ และหอสมุดแห่งชาติ Széchenyi องค์การยูเนสโกประกาศให้ปราสาทบูดาเป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ. 1987

66

พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมในวันอังคาร-อาทิตย์ 10.00-18.00 น. ปิดขายตั๋ว 17.00 น. ปิดทุกวันจันทร์
ค่าเข้าชมแบบ Permanent Exhibitions ราคา 1,400 HUF เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบเข้าชมฟรี ถ้าต้องการถ่ายภาพต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 500 HUF ออดิโอไกด์ราคา 800 HUF ใช้ Budapest Card เข้าชมฟรี

ส่วนโดมเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เดือนเม.ย.-ต.ค. วันอังคาร-อาทิตย์ 10.00-17.00 น. ค่าขึ้นชมราคา 1,400 HUF เด็กอายุต่ำกว่า 14 ปีเข้าชมพร้อมผู้ใหญ่ฟรี เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบเข้าชมฟรี

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ visit Hungarian National Gallery in Buda Castle

บน Várhegy (Castle Hill) นี้ถูกเรียกว่าเป็นเมืองเก่าบูดาเป็นจุดศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรมและการเมืองมากว่าร้อยปีแล้ว จากเนินเขาสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำดานูบและอาคารรัฐสภาในระยะที่ใกล้กว่าที่ Gellért-hegy (Gellért Hill) ว่ากันว่าที่นี่เป็นจุดชมทิวทัศน์รอบเมืองบูดาเปสต์ที่สวยที่สุดและชมความงามของแม่น้ำดานูบได้อย่างดีเยี่ยม

67

ภาพมุมเอกลักษณ์ของสะพานเชนข้ามแม่น้ำดานูบที่มีฉากหลังเป็นอาคารรัฐสภาที่มักจะเห็นกันบ่อยๆ ถ่ายมาจากจุดนี้แหละครับ

68 69

ขอแนะนำว่าให้มาที่นี่ช่วงเย็นๆ (แต่ละฤดูพระอาทิตย์ตกเวลาไม่เท่ากัน ช่วงที่เราไปนี้พระอาทิตย์ตกประมาณ 1 ทุ่มครับ) นั่งรอจนโพล้เพล้ให้แสงอาทิตย์สาดส่องไปกระทบอาคารรัฐสภาเกิดเป็นสีทองอร่ามงดงามสุดๆ แต่อย่ารอให้พระอาทิตย์ตกจนมืดสนิทเพราะยังเหลือสถานที่สุดท้ายที่ควรจะไปตอนค่ำแบบใกล้จะมืดหน่อย ที่นั่นคือ Halászbástya (Fisherman’s Bastion) เดินไปดูอาคารรัฐสภาสีทองที่ป้อมชาวประมงดีกว่า

จากสถานีรถรางไฟฟ้า Budavári Sikló เดินตามทางเดินบนเขา (ไม่ต้องนั่งรถรางไฟฟ้ากลับลงเขาไปที่ Clark Ádám tér) ประมาณ 500 เมตรก็ถึง Halászbástya หรือ Fisherman’s Bastion

70

ป้อมชาวประมงสไตล์นีโอโกธิคและนีโอโรมาเนสก์แห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1902 โดยกลุ่มชาวประมงฮังกาเรียนเพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงความกล้าหาญของชาวประมงผู้เสียสละชีวิตปกป้องบ้านเมืองในคราวที่ถูกพวกมองโกลเข้ารุกรานเมื่อปีค.ศ. 1241-1242 หอคอยและกำแพงมีลักษณะศิลปะในยุคกลางถูกสร้างขึ้นภายหลังโดย Frigyes Schulek สถาปนิกชาวฮังกาเรียน เพื่อเป็นส่วนประกอบหนึ่งของ Mátyás-templom (Matthias Church)

71

ขึ้นบันไดด้านหน้าของ Halászbástya ไปที่ Szentháromság tér (Szentháromság Square) ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Szent István szobra หรืออนุสาวรีย์ของพระเจ้า Saint Stephen กษัตริย์พระองค์แรกของอาณาจักรฮังการีเป็นพระบรมรูปทรงม้าผลงานประติมากรรมที่งดงามของศตวรรษที่ 11

72 73

ยอดแหลมสูงใกล้ๆ คือ Mátyás-templom (Matthias Church) โบสถ์เก่าแก่ที่ชื่อของโบสถ์มาจากชื่อกษัตริย์แมทเธียส สร้างในสไตล์นีโอโกธิค หลังคาสลับสีสวยงามเป็นจุดเด่นที่สุดในศตวรรษที่ 15 เคยใช้เป็นสถานที่จัดพิธีสวมมงกุฎให้กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์ โบสถ์แห่งนี้ได้รับผลกระทบจากกการปกครองในแต่ละยุคแต่ละสมัย เช่น ถูกดัดแปลงให้เป็นมัสยิดเมื่อครั้งถูกยึดครองด้วยชาวเติร์ก

74

ภาพอาคารรัฐสภาสีทองที่คุยโม้ไว้เมื่อกี๊ครับ ถถถ

75 76

ท้องฟ้ากรุงบูดาเปสต์ใกล้มืดลงทุกขณะแล้ว

77 78 79

รอให้พระอาทิตย์ตกสนิทเพื่อถ่ายภาพยามค่ำคืนของอาคารรัฐสภาที่เปิดไฟสว่างไสวตัดกับท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มและสายน้ำดานูบอันนิ่งสงบซึ่งเป็นภาพที่งดงามอลังการเกินบรรยายครับ พวกเราไม่ใช่ช่างภาพที่จัดเต็มอุปกรณ์กล้องชุดใหญ่ไปจึงต้องถ่ายรูปด้วยฝีมืออันน้อยนิดเท่าที่มีครับ หุหุ

80 81 82

ท้องเริ่มร้องด้วยความหิวแล้ว ถึงเวลากลับไปยังฝั่งเปสต์หาอาหารมื้อค่ำรับประทาน ข้ามถนนไปที่ป้ายรถเมล์ที่ Szentháromság tér ด้านข้างโบสถ์ Mátyás-templom

83

ขึ้นรถเมล์สาย 16 โชว์ตั๋ววันให้คนขับดูแล้วนั่งรถลงเขาข้ามสะพานเชนกลับไปยังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำไปลงที่ Deák Ferenc tér ใกล้ที่พัก (รถเมล์สาย 216 ก็ไปได้เหมือนกัน)

84

เดินหาร้านอาหารดีๆ สำหรับมื้อเย็นแถวๆ นี้ เพราะอยากลองชิมขนมหรือของหวานพื้นเมืองที่ขึ้นชื่ออย่าง Dobostorta (Dobos หรือ sponge cake) เค้กฮังการีแท้ๆ ที่มี 5 ชั้น ประกอบด้วยช็อกโกแลต ครีมเนย และโปะด้วยคาราเมลแผ่นบางๆ บางสูตรก็ฉาบด้วยถั่วต่างๆ เช่น เฮเซลนัท วอลนัท อัลมอนด์ แต่เค้กของแท้ดั้งเดิมจะต้องไม่ใส่ถั่วเหล่านั้น

ลองถามอยู่หลายร้านว่ามี Dobostorta มั้ย? แต่ไม่มีซักกะร้าน เค้าแนะนำให้เดินไปด้านหลังของจัตุรัส Deák Ferenc พอเดินไปก็เห็นร้าน Design Shop Café ลองเข้าไปถามดูว่ามีเค้กโดบอสตอร์ตารึเปล่า ร้านนี้เน้นขายไวน์และอาหารง่ายๆ จึงไม่มีเค้กชนิดนี้ขาย แต่คนขายใจดีแนะนำชื่อร้าน Gerbeaud ออกเสียงว่า “แชร์คโบลด์” และชี้ทางให้เราเดินไป ลองเดินมั่วๆ ไปหาดู เดินไปนิดเดียวก็เห็นตลาดกลางแจ้งขายอาหารนานาชนิด ร้านแรกที่เห็นคือร้านขาย Kürtőskalács (chimney cake หรือ Sekler cake) ขนมดั้งเดิมที่หาได้ทั่วไปตามตลาดกลางแจ้งในฮังการี มีลักษณะเป็นแท่งแป้งขนาดใหญ่ที่คลุกเคล้าด้วยรสชาติต่างๆ ตามแต่ละสูตร เช่น รสต้นตำรับเคลือบน้ำตาล, รสมะพร้าว (kókuszos), โกโก้ (kakaós), ชินนามอน (fahéjas), วอลนัท (diós) และอัลมอนด์ (mandulás) นำไปเสียบใส่ไม้และย่างบนเตาถ่าน ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไกล กินร้อนๆ ในอากาศหนาวๆ อร่อยฟินเว่อร์ครับ ราคาไม่แพงอันใหญ่แบบแบ่งกันกินได้ 2-3 คนอันละ 1,000 HUF (หรือประมาณ 120 บาท) ขนมนี้ที่เช็กก็มีเหมือนกันแต่เรียกว่า Trdlo หรือ Trdelník

85

เลือกซื้ออาหารคาวที่ตลาดไปเรื่อยๆ ได้กับข้าวมาหลายอย่าง รวมๆ แล้วมื้อนี้จ่ายแพงเหมือนกินที่ร้านดีๆ เลยนะ อย่างไส้กรอกอันยาวก็อันละ 1,400 HUF (ประมาณ 160 บาท)

เดินวนขวาไปจนถึง Vörösmarty tér (Vörösmarty Square) ก็เจอลานกว้างที่มีซุ้มขายอาหารมากมาย แวะซื้อของกินเพิ่มและถามหาร้าน Gerbeaud คนขายชี้บอกว่าอยู่นั่นไง และแนะนำว่าให้สั่งขนมชื่อ Somlói Galuska หรือ Somlói sponge มาลองชิมด้วย

พอเดินไปถึงหน้าร้าน โอ้ว! ร้านหรูหราเว่อร์วังท่าทางจะแพงน่าดูครับ ร้านนี้เป็นร้านเก่าแก่ชื่อดังของบูดาเปสต์เปิดขายมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1858 เปรียบเทียบกับร้าน Fauchon หรือ Pierre Hermé ของปารีสประมาณนั้น

86

เข้าไปถามในร้านว่ามี Dobostorta มั้ย? พนักงานตอบว่ามีแต่วันนี้หมดแล้วและร้านก็จะปิดแล้วด้วย ตอนนั้นจะสามทุ่มแล้ว ร้านปิดเวลา 21.00 น. แต่คนยังนั่งกินอยู่เต็มร้านเลย

87

สั่งขนม Somlói Galuska ชิ้นละ 2,650 HUF (ประมาณ 300 บาท) แทนตามคำแนะนำของคนขายอาหารเมื่อกี๊ ใส่กล่องกลับไปกินเป็นของหวานตบท้ายมื้อค่ำ (หรือแทบจะดึกแล้วแหละ) ที่ห้องพัก

หน้าตามันเละนิดนึงนะครับ แต่รสชาติโอเลย

88

คืนนี้ค้างที่บูดาเปสต์อีก 1 คืนเพื่อเที่ยวต่ออีกครึ่งวันเช้าพรุ่งนี้ก่อนโบกมือลาฮังการีมุ่งหน้าสู่ประเทศเซอร์เบีย

เริ่มต้นเช้าวันที่ 4 ของทริปอย่างรวดเร็ว

เที่ยวบูดาเปสต์ต่อกันเลยดีกว่า

ช่วงเช้าของวันสุดท้ายในบูดาเปสต์และประเทศฮังการี เรามีเวลาเที่ยวอีกประมาณ 3 ชั่วโมงซึ่งเพียงพอสำหรับการไปเที่ยวสถานที่สำคัญของบูดาเปสต์ที่เหลืออีก 2-3 แห่งครับ

อย่างที่บอกไปแล้วว่าบูดาเปสต์มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะมากกระจายอยู่ทุกทิศทางของเมือง เมื่อวานเราไปเที่ยวสองฝั่งแม่น้ำดานูบทั้งฝั่งเปสต์และบูดาตั้งแต่เหนือจรดใต้ของจุดศูนย์กลางเมืองที่จัตุรัส Deák Ferenc tér ตั้งแต่เช้ายันค่ำ เดินสลับนั่งรถไฟใต้ดิน รถราง และรถเมล์ รวมระยะทางแล้วประมาณ 24 กิโลเมตรเลย จึงต้องจัดแบ่งสถานที่ที่อยู่ทางตะวันออกของตัวเมืองฝั่ง Pest ไว้เที่ยวต่อในวันนี้อีกวันครับ

photo credit: moon.com
photo credit: moon.com

ตั้งต้นที่สถานีรถไฟใต้ดิน Deák Ferenc tér เช่นเดิมตอน 8 โมงนิดๆ กดตู้ซื้อ Budapest csoportos 24 órás jegy (Budapest 24-hour group travelcard) เหมือนเมื่อวานอีกใบนึงราคา 3,300 HUF แชร์กันจ่ายคนละ 825 HUF (ประมาณ 95 บาท) ตั๋ววันแบบกรุ๊ปใบนี้ใบเดียวใช้โดยสารขนส่งสาธารณะต่างๆ ในบูดาเปสต์ได้ทุกประเภทภายใน 24 ชั่วโมงนับตั้งแต่เวลาที่ใช้ครั้งแรก และใช้เดินทางพร้อมกันตลอดเวลาได้ไม่เกิน 5 คน

สแตมป์ตั๋ววันและโชว์ให้เจ้าหน้าที่ดู แล้วลงบันไดเลื่อนไปที่ชานชาลา นั่งรถไฟใต้ดินสาย M1 (สีเหลือง) ไปทาง Mexikói Út 7 สถานีไปที่สถานี Hősök tere

photo credit: www.abiertoporvacaciones.com
photo credit: www.abiertoporvacaciones.com

ขึ้นจากสถานีเป็นจัตุรัสโล่งกว้างที่มีชื่อว่า Hősök tere (Heroes’ Square) จุดนี้เป็นจุดสิ้นสุดถนน Andrássy útca ถนนช้อปปิ้งหลักของเมือง

91

จัตุรัสวีรบุรุษแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ Millenniumi emlékmű (Millennium Memorial) อนุสรณ์ที่สร้างขึ้นฉลอง 1,000 ปีแห่งชัยชนะของชาวแมกยาร์และเพื่อรำลึกถึงการสร้างชาติและการรอดพ้นจากการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์

92

รอบๆ บริเวณมีอนุสาวรีย์ของบุคคลสำคัญของฮังการีหลายท่าน ความยิ่งใหญ่และสง่างามของที่นี่คือตัวชี้วัดความภาคภูมิใจของชาวฮังกาเรียนทุกคนที่มีต่อประเทศของพวกเขา

93

เช้านี้แดดดีเมฆไม่เยอะครับ ถ่ายรูปแถวนี้ถึงเกือบ 9 โมง เดินไปด้านหลังของจัตุรัสฮีโร่ ข้ามสะพานเข้าไปในเขต Városliget (City Park) มองไปทางขวาก็เห็นยอดหอคอยของ Vajdahunyad Vára (Vajdahunyad Castle) ปราสาทเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1896 ดูขลังน่าสะพรึงเหมือนปราสาทลึกลับในเทพนิยาย

ปัจจุบันปราสาทแห่งนี้เป็นสถานที่จัดงานเทศกาล คอนเสิร์ต และนิทรรศการของ Magyar Mezőgazdasági Múzeum (Hungarian Agricultural Museum)

94

ข้ามสะพานซึ่งปกติจะมีสระน้ำอยู่เบื้องล่างลอดโค้งประตูเข้าไปในอาณาเขตของปราสาท มีป้ายแจ้งบริการ Gatehouse Tower Tour ตั้งแต่ 09.00-20.00 น.  สามารถจองล่วงหน้าได้ที่ www.mmgm.hu

95

เดินต่อไปที่อาคารสวยงาม นั่นคือ Magyar Mezőgazdasági Múzeum (Hungarian Agricultural Museum) พิพิธภัณฑ์ทางการเกษตรของฮังการี

96

ปราสาทและพิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมในวันอังคาร-ศุกร์ 10.00 น.-16.00 น. (1 พ.ย.-31 มี.ค.), 10.00-17.00 น. (1 เม.ย.-31 ต.ค.) ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์เปิดตั้งแต่ 10.00-17.00 น. ปิดทุกวันจันทร์
ปราสาทไม่เสียค่าเข้าชม ส่วนพิพิธภัณฑ์ต้องเสียค่าเข้าชม 1,200 HUF เด็กลดครึ่งราคา

เช็คข้อมูลได้ที่ Vajdahunyad Castle opening hours และ Vajdahunyad Castle entrance fee

97 98

เดินเล่นในสวนสักพักก็เดินกลับออกประตูปราสาท เดินไปทางขวาไปที่ถนนหลัก ข้ามถนนไปก็ถึงด้านหน้าของอาคารหน้ากว้างซึ่งก็คือ Széchenyi-gyógyfürdő (Széchenyi Medicinal Bath)

99

ฮังการีมีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องสปาไม่แพ้ประเทศอื่นๆ แถบนี้ เช่น สาธารณรัฐเช็ก ถ้ามีเวลามากกว่านี้ก็น่าจะลองใช้บริการหน่อยนะครับ เท่าที่ดูราคานวดแต่ละประเภทก็ไม่แพงเท่าไหร่ สปาเปิดให้บริการตั้งแต่ 06.00-19.00 น.

100 101

ได้เวลากลับเข้าใจกลางเมืองแล้ว เดินไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Széchenyi fürdő ที่อยู่ด้านข้างของสปาที่เป็นอาคารสีเหลือง

102

ลงสถานีไปแล้วนั่งรถไฟใต้ดินสาย M1 (สีเหลือง) กลับทางเดิมแต่แวะลงที่สถานี Opera ก่อน ขึ้นจากสถานีปุ๊บก็เห็นอาคาร Magyar Állami Operaház ปั๊บ Hungarian State Opera House หรือโรงอุปราการแห่งชาติฮังการีหลังนี้สร้างในสไตล์นีโอเรอเนสซองส์ตั้งแต่ปีค.ศ. 1875-1884 ปัจจุบันเป็นโรงโอเปร่าที่ใหญ่ที่สุดในฮังการี

103

ฝั่งตรงข้ามกับโอเปร่า มีอาคารเก่าแก่เรียกว่า Drexler Palota คำว่า Palota แปลว่าพระราชวัง แต่อย่างที่บอกไปครับว่าประเทศแถบยุโรปตะวันออกนิยมเรียกอาคารสวยงามหรือมีประวัติสำคัญว่าพระราชวัง ทั้งที่จริงแล้วไม่เคยใช้เป็นที่ประทับของกษัตริย์หรือพระราชวงศ์ของประเทศแต่อย่างใด

104

ถนนหน้าโอเปร่าที่เรายืนอยู่นี้คือ Andrássy útca เป็นถนนช้อปปิ้งสายหลักของเมืองซึ่งเชื่อม Erzsébet tér (Erzsébet Square) กับ Városliget (City Park) มีความยาวทั้งสิ้น 2.3 กิโลเมตร ถนนอันดราสซี่ตั้งชื่อตามนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งซึ่งเป็นผู้ที่ทำประโยชน์มากมายให้กับบูดาเปสต์จนกลายเป็นมหานครอย่างแท้จริง ท่านกล่าวว่าบูดาเปสต์ควรมีถนนที่มีความสง่างามโดยเลียนแบบถนนชองเซลิเซ่ของมหานครปารีส ซึ่งไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานที่ดีที่สุด บ้านอยู่อาศัยที่สวยงามมีสนามหญ้าในตัว อนุสาวรีย์และน้ำพุสวยงามต่างๆ รถไฟใต้ดินแห่งแรกๆ ของยุโรปซึ่งใช้งานมาแล้วกว่า 125 ปี แม้กระทั่งช็อปแบรนด์เนมระดับโลกอย่าง Louis Vuitton, Gucci, OMEGA, Franck Muller และแบรนด์ดังอื่นๆ สามารถพบได้ที่ถนนนี้ ถนนอันดราสซี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปีค.ศ. 2002 อีกด้วย

105

ประมาณ 10 โมง กลับลงไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Opera นั่งรถไฟใต้ดินสาย M1 (สีเหลือง) 2 สถานีไปที่สถานี Deák Ferenc tér ที่เดิม

ผมจำได้ว่าที่สถานีนี้มีพิพิธภัณฑ์รถไฟใต้ดินซึ่งน้อยคนจะรู้เพราะอยู่ใต้ดิน เรามาที่สถานีนี้หลายครั้งแต่ไม่เคยสังเกตเห็นว่าพิพิธภัณฑ์อยู่ตรงไหนเลย ลองเดินเข้าไปถามที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วที่เดินผ่านมาทุกวันดู เจ้าหน้าที่ชี้ไปว่าอยู่ที่นี่ไง โอ้! มันซ่อนอยู่ในหลืบขนาดนี้ใครจะไปเห็นล่ะ 55

เดินไปซื้อตั๋วเข้าชม Földalatti Vasúti Múzeum (Underground Railway Museum) สำหรับผู้ใหญ่คนละ 350 HUF (ประมาณ 40 บาท) แต่ไม่สามารถถ่ายรูปได้ ถ้าอยากถ่ายรูปต้องจ่ายเพิ่มอีก 500 HUF สำหรับ 4 คนเลย เล็กๆ น้อยๆ จ่ายไปเถอะ
พิพิธภัณฑ์รถไฟใต้ดินเปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์ ตั้งแต่ 10.00-17.00 น.

เข้าไปถึงก็เห็นป้ายสถานี Gizella- tér (หรือ Vörösmarty tér ในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นสถานีแรกของบูดาเปสต์

106

บูดาเปสต์เปิดใช้รถไฟใต้ดินเป็นที่แรกของยุโรปภาคพื้นทวีป (นับเฉพาะประเทศบนแผ่นดินใหญ่) มาตั้งแต่ปีค.ศ. 1896 แล้ว รถไฟใต้ดินของบูดาเปสต์เก่าแก่เป็นอันดับที่ 2 ของโลกรองจากกรุงลอนดอนของอังกฤษด้วย แหม่! ไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะเนี่ย มิน่ารถแต่ละโบกี้นี่เก่ากึ๊กเลย 55

107 108

พิพิธภัณฑ์ใต้ดินนี้เล็กนิดเดียวเอง เดิน 5 นาทีก็ไม่รู้จะดูอะไรแล้วครับ กลับอพาร์ตเมนท์ไปขนกระเป๋าแล้วไปสถานีรถบัสเลยดีกว่า ระหว่างทางจากสถานี Deák Ferenc tér กลับที่พัก แวะซื้อ Rántott Hal (fish and chips) ราคา 1,100 HUF (ประมาณ 130 บาท) ห่อไปกินรถบัสตอนเที่ยงและแลกเงินโฟรินท์ที่เหลืออยู่คืนเป็นเงินยูโร ได้เงินคืนกลับมาคนละ 9.50 ยูโร โดยอัตราแลกเปลี่ยนคือ 300 HUF = 1 ยูโร
พอมาคิดดูอีกทีเราน่าจะเอาเงินฮังการีแลกเป็นเงินเซอร์เบียเลยจะได้ไม่ต้องเสียส่วนต่างราคาซื้อกับราคาขายในการแลกเงินไปมา แต่ช่างมันเหอะ นิดๆ หน่อยๆ ตอนแลกก็คิดไม่ทัน 555

ที่จริงยังมีอีก 1 สถานที่ที่เราวางแผนจะไป แต่เวลาเหลือไม่พอ ไม่อยากรีบกระหืดกระหอบไปแล้วกลับมาที่พักเพื่อเอากระเป๋าไปสถานีรถบัส สถานที่ที่ว่านั้นคือ Dohány utcai zsinagógal nagy zsinagóga (Dohány Street Synagogue) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Tabakgasse Synagogue เป็นศาสนสถานยิวที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปและใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของโลก โถงโบสถ์มีทางเดินจากประตูสู่แท่นพิธี (Nave) 3 ทางด้วยกัน โดยปฏิบัติตามธรรมเนียมของศาสนาคริสต์นิกายออร์โธด็อกซ์ในการแยกที่นั่งสำหรับชายและหญิง สามารถรองรับผู้แสวงบุญได้ถึง 3,000 คน และยังเป็นศูนย์รวมของชุมชนชาวยิวในกรุงบูดาเปสต์ อีกทั้งงานเทศกาลต่างๆ ก็ยังมีการจัดขึ้นที่นี่ ภายในโบสถ์ยังมีพิพิธภัณฑ์ของชาวยิวด้วย

โบสถ์ยิวอันสวยงามแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ถนน Dohány utca ไม่ไกลจากสถานีรถไฟใต้ดินสาย M2 (สีแดง) Astoria (1 สถานีจากสถานี Deák Ferenc tér)

ขอยืมรูปจากเว็บไซต์มาให้ดูแทนนะครับ

หลังจากเที่ยวชมกรุงบูดาเปสต์จนทั่วแล้ว ผมรู้สึกว่าบูดาเปสต์คล้ายกับกรุงปรากของสาธารณรัฐเช็กมากๆ ทั้งตัวเมืองที่มีแม่น้ำไหลผ่านตรงกลางแบ่งเมืองออกเป็น 2 ฝั่ง ตะวันตกและตะวันออก มีสะพานชื่อดังข้ามแม่น้ำเหมือนกัน ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเป็นเนินเขา ฝั่งตะวันออกเป็นที่ราบ แต่บูดาเปสต์ไม่มีบริเวณเมืองเก่าที่ชัดเจนเหมือนปราก ศิลปะและสถาปัตยกรรมคล้ายคลึงกัน บูดาเปสต์จะดูยิ่งใหญ่อลัง ส่วนปรากดูเก่าขลังคลาสสิก ระบบคมนาคมขนส่งใกล้เคียงกันมาก ความปลอดภัยใกล้เคียงกัน เท่าที่ประเมินจากสายตาบูดาเปสต์มีคนจรจัดมากกว่าปราก ถ้าให้ฟันธงว่าชอบเมืองไหนมากกว่าก็ต้องตอบว่า Budapest!

ต่อไปเราจะเดินทางเข้า Serbia ไปเมือง Novi Sad กัน

นั่งรถไฟใต้ดินสาย M3 (สีน้ำเงิน) จากสถานี Deák Ferenc tér ใกล้ที่พัก 6 สถานีไปทางทิศใต้แล้วลงที่สถานี Népliget ขึ้นจากสถานีที่ทางออกเดิมที่เมื่อวานมาสำรวจเส้นทางไว้ก่อนแล้ว เดินไปท่ารถบัส Budapest OrangeWays (Budimpešta OrangeWays) ด้านหน้าสนามฟุตบอล Groupama Aréna

photo credit: www.abiertoporvacaciones.com
photo credit: www.abiertoporvacaciones.com

111

ยืนรอรถบัสมารับตอนเที่ยงตรง ไม่นานรถบัสของบริษัท Fudeks ก็มาจอดรับเราไป Novi Sad หรือ Újvidék ในภาษาฮังกาเรียน (เวลานี้มีรถบัสเฉพาะวันอังคาร, พฤหัสบดี, เสาร์ และอาทิตย์ เท่านั้น)

อัพเดทเวลารถบัสได้ที่ Fudeks bus timetable

เด็กรถสาวหน้าตาสวยคมเข้มลงจากรถมาเช็คชื่อผู้โดยสารที่จองที่นั่งไว้ เราอีเมลไปที่ [email protected] จองที่นั่งล่วงหน้าไว้ก่อนแล้วเนื่องจากกลัวรถบัสข้ามประเทศจะเต็มซะก่อนเพราะรถบัสคันนี้ออกมาจากเวียนนาแวะจอดรับผู้โดยสารที่นี่แล้วเดินทางต่อไปประเทศเซอร์เบีย หยุดจอดที่เมือง Novi Sad และสุดทางที่กรุง Belgrade

112

เว็บไซต์ของบริษัท Fudeks ไม่สามารถซื้อตั๋วรถบัสออนไลน์ได้ วิธีการที่ทำได้คือโทรหรืออีเมลไปจองโดยแจ้งวัน เวลา เมืองต้นทาง-ปลายทางที่ต้องการเดินทาง ชื่อ-นามสกุล และข้อมูลอื่นๆ ตามที่ทางบริษัทขอเพิ่มเติม แต่บางทีอาจจะไม่ได้รับการตอบกลับ ถ้าไม่มีอีเมลยืนยันการจองที่นั่งกลับมา ให้อีเมลย้ำเตือนแสดงความต้องการไปอีกรอบนะครับ ผมอีเมลไปทีแรก ไม่มีใคร reply กลับมาเลย พออีเมลไปอีกครั้งก็มีคนตอบกลับมา

ขึ้นรถไปนั่งตามหมายเลขเบาะที่กำหนดให้ สักพักพนักงานก็มาเก็บค่ารถแบบ Jedan pravac (one way) Odrasli (Adult) ราคา 2,875 RSD แต่ต้องจ่ายเป็นเงินยูโรในราคา 25 ยูโร และคิดค่ากระเป๋าใหญ่อีกใบละ 1 ยูโร (100 RSD)

ข้อมูลเพิ่มเติม
รถบัสของ Fudeks มีรอบกลางคืนไป Novi Sad และ Belgrade ซึ่งจะออกตอน 5 ทุ่มของทุกวัน และจะเดินทางถึงสถานีรถบัสกลาง Novi Sad ตอนตี 4 และ Belgrade ตี 5 ค่ารถบัสแบบ Jedan pravac (one way) Odrasli (Adult) ราคา 25 ยูโร และมีค่ากระเป๋าใหญ่อีกใบละ 1 ยูโร เท่ากัน (ตารางเวลาและค่ารถอาจเปลี่ยนแปลงแล้ว)

แต่เราไม่เลือกเดินทางตอนกลางคืนเพราะจะต้องตื่นมากลางดึกประมาณตี 3 เพื่อทำเรื่องผ่านด่านตรวจคนเข้า-ออกเมืองที่ชายแดนของฮังการีและเซอร์เบีย อีกอย่างคือไม่มั่นใจว่าเส้นทางเชื่อมระหว่าง 2 ประเทศนี้ตอนกลางคืนจะปลอดภัยหรือไม่ เอาเซฟๆ เดินทางตอนกลางวันดีกว่าครับ ยอมมีเวลาเที่ยวที่บูดาเปสต์น้อยลงและเสียค่าที่พักเพิ่มอีก 1 คืนชัวร์กว่าครับ

แนะนำนะครับว่าถ้าไม่รู้ว่าจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่งมีรถบัสหรือไม่ ให้ลองเข้าไปหาดูก่อนที่ www.balkanviator.com ในเว็บไซต์จะบอกเวลาโดยประมาณว่ามีรถบัสออกและถึงกี่โมง พร้อมให้ชื่อบริษัทรถบัสเพื่อให้แน่ใจ 100% ว่ามีรถบัสในวันและเวลานั้นชัวร์ ให้เข้าเว็บไซต์ทางการของบริษัทนั้นเพื่อหาตารางเวลารถบัสอีกครั้งครับ

รถบัสแล่นออกจากบูดาเปสต์มุ่งหน้าไปทางทิศใต้ตามทางหลวงหมายเลข M5 ไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็ถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง Szeged-Röszkei Határátkelőhely (Szeged-Röszke Border Crossing) ฝั่งประเทศฮังการี จุดนี้ต้องลงจากรถต่อคิวยื่นพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ตรวจประทับตราขาออกจากฮังการี

113

เสร็จแล้วก็กลับขึ้นรถ รถเคลื่อนไปอีกนิดก็จอดที่ด่านของ Serbia ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองขึ้นมารับพาสปอร์ตของทุกคนบนรถไปตรวจ แล้วนำมาคืนแบบไม่มีปัญหาอะไร เบ็ดเสร็จเสียเวลาที่ด่านตรวจของทั้งสองประเทศประมาณครึ่งชั่วโมงครับ

114 115

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต