เที่ยวเอง “Kazakhstan” ฟิน! ธรรมชาติสุดตะลึง.. อึ้ง! ความยิ่งใหญ่ของเมืองหลวงสุดทันสมัย

เที่ยวเอง รีวิว อัลมาตี้ อัสตานา คาซัคสถาน big almaty lake astana kazakhstan
ช่วงปลายฤดูหนาวปีที่แล้วเราไปเที่ยวเองที่ประเทศ Kazakhstan มาครั้งนีงแล้ว

อ่านรีวิวแบบละเอียดขั้นสุดได้ที่ เที่ยวเอง “Kazakhstan” ดินแดนลูกครึ่งเอเชีย-ยุโรปอันน่ามหัศจรรย์

แต่ครั้งที่แล้วรู้สึกว่ายังมาไม่ถึงคาซัคสถานแบบเต็มตัว เพราะได้ไปแค่เมืองหลวงเก่าคือ Almaty และออกนอกเมืองไปทะเลสาบสุดงาม Big Almaty Lake แต่ตำรวจปิดเส้นทางไม่ให้เข้าเพราะหิมะเพิ่งตกหนักไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ถ้าเข้าไปอาจเกิดอันตรายได้ อีกทั้งยังไม่ได้ไปเมืองหลวงแห่งใหม่คือกรุง Astana ด้วย

photo credit: www.rferl.org

คราวนี้เลยขอกลับมาเที่ยวแก้ตัวอีกครั้ง!

การเดินทางเข้าประเทศคาซัคสถานจะต้องขอวีซ่าจากสถานทูตคาซัคสถานประจำประเทศไทยให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทางครับ โดยมีการอัพเดทข้อมูลจากปีที่แล้วเล็กน้อย ดังนี้

วีซ่าประเภทที่มีขั้นตอนการขอสะดวกที่สุดคือ Transit visa แบบ Single entry ซึ่งสามารถอยู่ในประเทศคาซัคสถานได้ไม่เกิน 5 วัน โดยไม่ต้องได้รับ Letter of Invitation (LOI) หรือจดหมายเชิญจากบริษัททัวร์ในประเทศคาซัคสถานที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลให้เป็นผู้ดำเนินเรื่องกับกระทรวงการต่างประเทศคาซัคสถานซึ่งมีขั้นตอนที่ซับซ้อนกว่าและต้องใช้เวลาดำเนินการมากกว่าประมาณ 1 สัปดาห์

การขอวีซ่า Transit จำเป็นต้องได้รับวีซ่าจากประเทศที่จะ Transit ไปเสียก่อน (ในทริปนี้คือ Kyrgyzstan) ถ้าประเทศที่จะ Transit ไปเป็นประเทศที่คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า เช่น รัสเซีย จอร์เจีย ตุรกี หรือสามารถขอวีซ่าแบบ on arrival ได้ เช่น Kyrgyzstan ให้กรอกแบบฟอร์มใบคำขอวีซ่าว่าประเทศที่จะ Transit ไปนั้นไม่ต้องขอวีซ่าหรือสามารถทำ visa on arrival ได้

อ่านรีวิวและวิธีการขอวีซ่า Kyrgyzstan ได้ที่ เที่ยวเอง “Kyrgyzstan” นึกว่าฝันไปว่าอยู่ในสวิส   

การชำระเงินค่าวีซ่าต้องจ่ายผ่านธนาคารกรุงเทพเท่านั้น โดยไปที่สำนักงานใหญ่ แผนก Embassy Service ชั้น 2 ถ. สีลม แค่เตรียมเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ไปตามราคาค่าวีซ่าประเภทที่ต้องการขอและเงินค่าบริการธนาคารคนละ 500 บาท พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามาจ่ายค่าวีซ่าคาซัคสถานและเก็บหลักฐานการชำระเงินไปยื่นขอวีซ่า

จากนั้นกรอกแบบฟอร์มใบคำขอวีซ่าซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้จาก Kazakhstan Visa Application Form

เอกสารหลักฐานสำหรับขอวีซ่าประเภท Transit มีดังนี้

– หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และเหลือหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า
– สำเนาหนังสือเดินทาง
– แบบฟอร์มใบคำขอวีซ่าที่กรอกข้อมูลครบถ้วน
– รูปถ่ายสี ฉากหลังขาว ขนาด 3.5 x 4.5 ซม. (ขนาดเดียวกับหนังสือเดินทาง)
– หลักฐานการชำระเงินค่าวีซ่ากับธนาคารกรุงเทพ
– ตั๋วเครื่องบินหรือรถไฟไปคาซัคสถาน
– หลักฐานการจองโรงแรมที่พัก (เตรียมไปเผื่อ)
– วีซ่าของประเทศที่จะ Transit ไป
(ถ้าจะขอวีซ่าประเภทท่องเที่ยวจะต้องมีจดหมายเชิญจากบริษัททัวร์ในประเทศคาซัคสถานที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลคาซัคสถานให้เป็นผู้ดำเนินเรื่องกับกระทรวงการต่างประเทศคาซัคสถาน โดยต้องระบุ ชื่อ เมือง โรงแรม ระยะเวลาที่จะอยู่ในคาซัคสถาน และถ่ายสำเนาจดหมายเชิญที่ระบุตัวเลขที่ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงต่างประเทศของคาซัคสถาน)
– Transit Visa Form (ขอและกรอกที่สถานทูตได้)

ขั้นตอนสุดท้ายคือเดินทางไปสถานทูตคาซัคสถานที่ GPF Witthayu Towers ตึก A ชั้น 8 ถ. วิทยุ โทร. 0 2254 3043, 0 2254 3045 แผนกวีซ่าเปิดรับเรื่องวันจันทร์ พุธ ศุกร์ เวลา 10.00-12.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 5-7 วันทำงาน (Tourist visa ใช้เวลา 1-2 สัปดาห์)

สรุปค่าวีซ่าประเภทต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยว

Tourist visa (F1)

  • Single entry (up to 30 days) 60 USD
  • Multiple entry (up to 90 days) 90 USD

Transit visa (H1)

  • Single entry 20 USD
  • Multiple entry 90 USD

อัพเดทค่าธรรมเนียมวีซ่าประเภทต่างๆ ได้ที่ http://mfa.gov.kz
อ่านข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่าคาซัคสถานได้ที่ http://dostoprim.almaty.kz

สายการบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปยังประเทศคาซัคสถานมีเพียงสายเดียวคือ Air Astana ครับ โดยแต่ละช่วงเดือนมีไฟลท์ไป-กลับเส้นทาง Bangkok – Almaty และ Bangkok – Astana แตกต่างกัน

สามารถเช็ควันและเวลาเที่ยวบินได้ที่ https://airastana.com/global/en-us หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ Thai Star Air ตัวแทนจำหน่ายตั๋วของสายการบิน โทร. 0 2367 5301, 0 2367 5314-17

เริ่มเที่ยวกันเลย

ไฟลท์ KC 932 ของสายการบิน Air Astana ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยัง Almaty ในเวลา 10.15 น. ใช้เวลาเดินทาง 7 ชั่วโมง 10 นาที ถึง Xalıqaralıq Almatı Äwejayı (Халықаралық Алматы Әуежайы) หรือสนามบินนานาชาติ Almaty ประเทศคาซัคสถาน 16.25 น. ตามเวลาท้องถิ่น (เวลาของคาซัคสถานช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง)

สนามบินนานาชาติกรุง Almaty ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือห่างจากศูนย์กลางเมืองราว 15 กิโลเมตร

ในสนามบินมีร้านแลกเงิน สามารถแลกเงิน Kazakhstani tenge หรือ teñge (теңге) ตัวย่อคือ KZT ได้ โดยอัตราแลกเปลี่ยนคือ 1 Euro = 393 KZT / 1 USD = 320 KZT / 1 KZT = 0.10 บาท

วิธีการเดินทางเข้าตัวเมือง Almaty (Алматы)

  • รถเมล์ (автобус) มี 3 สาย ได้แก่ 79, 86, 92

รถเมล์สาย 92 ขึ้นจากป้ายหน้าสนามบินได้เลย แต่รถเมล์จะไปส่งที่สถานีรถบัส Avtobeket Sayakhat (Автобекет Саяхат) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ค่าตั๋วรถเมล์ 150 KZT แล้วเดินไปสถานีรถไฟใต้ดิน Raiymbek batyr (Райымбек батыр бекеті) นั่งรถไฟใต้ดินไปยังสถานีต่างๆ กลางเมือง ค่ารถไฟใต้ดิน 80 KZT หรือต่อรถเมล์สาย 79, 86 เข้าถนน Nazarbayev (ชื่อเดิมคือ Furmanov) ซึ่งมีสถานีรถไฟใต้ดินหลัก ได้แก่ Zhibek Zholy (Жібек жолы), Almaly (Алмалы), Abay (Абай) ในเขตศูนย์กลางเมือง

ส่วนสาย 79 และ 86 ต้องเดินไปที่ป้ายห่างจากสนามบินประมาณ 400 เมตร รถเมล์จะไปส่งที่สถานีรถบัส Avtobeket Sayakhat และเลยต่อไปเข้าถนน Nazarbayev (Furmanov)

เช็คเส้นทางรถเมล์ของ Almaty ได้ที่ www.citybus.kz
เช็คค่ารถโดยสารใน Almaty ได้ที่ www.metroalmaty.kz

  • แท็กซี่ คือวิธีการที่สะดวกรวดเร็วที่สุด ค่าแท็กซี่คิดตามระยะทาง (ไม่มีมิเตอร์) ราคา 2,000-3,500 KZT

ทำเลที่พักที่ควรเลือกใน Almaty คือตามถนน Nazarbayev (ถนน Furmanov เดิม) ซึ่งมีสถานีรถไฟใต้ดินหลักหลายสถานีและมีรถเมล์หลายสายผ่าน เดินทางจากสนามบินและไปยังจุดต่างๆ ของเมืองได้สะดวก

คราวนี้เราเลือกพักที่ Shera Park Inn โรงแรมระดับ 4 ดาวที่ถนน Khadzhi Mukan ห่างจากถนน Nazarbayev (Furmanov) ประมาณ 200 เมตร (สามารถนั่งรถเมล์สาย 2 จากป้ายเดียวกับที่รถเมล์สาย 92 จอดที่สถานีรถบัส Avtobeket Sayakhat ไปลงก่อนถึง HOME CREDIT BANK แล้วเดินไปยังโรงแรมได้)

ห้องพักโอ่อ่ากว้างขวางคืนนี้ราคา 44,000 KZT (ประมาณ 4,400 บาท) รวมอาหารเช้า ไม่แพงเลยครับ

มีสระว่ายน้ำด้วย

เย็นนี้ไปดินเนอร์หรูที่ร้านอาหารชื่อดังซึ่งครั้งที่แล้วเราก็ไปกินมาเหมือนกัน ร้านที่ว่านั้นมีชื่อว่า Alasha (Алаша)

จากโรงแรม ต้องเดินไปทางซ้ายโค้งไปตามทางประมาณ 600 เมตรแล้วเลี้ยวขวาที่ถนนสายหลักของเมืองอีกสายชื่อ Dostyk ขึ้นรถเมล์สาย 12 จ่ายค่ารถคนละ 150 KZT พอเห็นตึกโรงแรม Royal Tulip Almaty อยู่ข้างหน้าก็ลงรถเมล์ เดินไปที่โรงแรมแล้วเลี้ยวขวาอีกนิดก็ถึงร้าน

บรรยากาศเอาท์ดอร์ของร้านที่ออกแบบตกแต่งในสไตล์ Uzbek ดั้งเดิม

อลาชามีทั้งอาหารคาซัคและอาหารอุซเบคครับ เราสั่งเมนูยอดฮิตคือ Kazan kauap (lamb loin roast with potatoes) ราคา 4,000 KZT และ Chargrilled medallions (horsemeat brisket) สเต็กเนื้อม้ารสชาติโคตรดี จานละ 4,000 KZT เหมือนกัน

กินไปดูระบำพื้นเมืองไปเพลินๆ ได้ฟีลแขกดีจริงๆ ครับ 😀

มื้อนี้เช็คบิลออกมา 12,540 KZT แค่ 1,200 บาทนิดๆ เท่านั้น

เดินกลับไปที่ถนน Dostyk ข้ามถนนเลี้ยวซ้ายไปขึ้นรถเมล์สาย 29 และเดินกลับโรงแรม

วันต่อมา

มา Almaty ครั้งที่ 2 นี้ เราตั้งใจมาแก้ตัวไปชมทะเลสาบสุดงดงามท่ามกลางภูเขาหิมะสูงเสียดฟ้า Big Almaty Lake” ที่ครั้งก่อนพลาดไปให้ได้โดยเฉพาะ เลยจัดโปรแกรมอยู่เที่ยวเมืองนี้แค่ครึ่งวันพอ เพราะครั้งแรกเที่ยวครบทั่วเมืองแล้วครับ

9 โมงเช้า ขึ้นแท็กซี่ของโรงแรมไป Big Almaty Lake ตกลงค่าแท็กซี่ที่ 30,000 KZT (ประมาณ 3,000 บาท) ราคานี้คือราคาไป-กลับและรอประมาณ 1 ชั่วโมง (รถยนต์ส่วนบุคคลในอัลมาตี้ทุกคันเป็นแท็กซี่ได้ สามารถโบกเรียกให้พาไปส่งที่ต่างๆ ในเขตเมืองได้ แต่ถ้าเรียกให้ออกไปนอกเมืองไกลๆ เค้าก็อาจจะปฏิเสธ)

อ่านวิธีการเดินทางไปที่ประหยัดกว่าเยอะแต่ลำบากและเหนื่อยมากๆ ได้จากรีวิวครั้งที่แล้วที่ให้ link ไว้ตอนต้นรีวิวนี้นะครับ

นั่งรถออกไปยังชานกรุงอัลมาตี้ ชมวิวเทือกเขาสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนประมาณ 30 นาทีก็ถึงทางเข้าอุทยานแห่งชาติ Ili-Alatau จ่ายค่าเข้าอุทยานทั้งคัน 500 KZT

นั่งรถต่อตามเส้นทางขึ้นเขาราวครึ่งชั่วโมงก็ถึงจุดชมวิวที่มองเห็นทะเลสาบได้ทั่วทั้งทะเลสาบ ระหว่างเห็นหลายคนเดินท่ามกลางแดดจัดด้วยครับ โคตรทรหดอ่ะ

Zhasylkol (Green Lake) หรือในภาษารัสเซียเรียกว่า Bolshoye Almatinskoye Ozero (Большое Алматинское озеро) หรือ Big Almaty Lake ทะเลสาบที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาสูงชันซึ่งปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนแห่งนี้อยู่ที่ Trans-Ili Alatau หรือ Ile Alatau (Іле Алатауы) หรือภูเขา Zailiyskiy Alatau (Заилийский Алатау) เหนือโกรกธารของแม่น้ำ Bolshaya Almatinka ที่ระดับความสูง 2,511 เมตรจากระดับน้ำทะเล ถือเป็นทะเลสาบที่น่าประทับใจที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ในแต่ละฤดูน้ำในทะเลสาบจะเปลี่ยนจากสีเขียวอ่อนกลายเป็นสีฟ้าเทอร์ควอยส์สุดงดงาม

นี่คือภาพสถานที่ที่เราต้องกลับมาซ้ำครับ แม้บางจุดยังเป็นน้ำแข็งอยู่ แต่ก็ยังเห็นสีเขียวของน้ำได้ชัดพอสมควรเลย ถ้ามาช่วงกลางเดือนพฤษภาคงได้เห็นภาพที่สวยกว่านี้อีก แต่หิมะบนภูเขาก็อาจละลายไปเยอะแล้วก็ได้

เป็นไง? ความสวยสูสีกับ Lake Louise และ Moraine Lake ของแคนาดามั้ย?

11 โมงนิดหน่อย นั่งรถกลับโรงแรมไปเช็คเอาท์และเดินทางไปสนามบิน

 ไป Astana

สายการบิน Air Astana มีไฟลท์บินระหว่าง Almaty กับ Astana เพียบตั้งแต่เช้ายันค่ำครับ สามารถเลือกเวลาที่ต้องการเดินทางได้ตามความพอใจ ค่าตั๋วเครื่องบินประมาณ 6,000 บาท ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง 45 นาที

ถึง Xalıqaralıq Astana Äwejayı (Халықаралық Астана Әуежайы) หรือ Nursultan Nazarbayev Airport สนามบินนานาชาติกรุง Astana ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ห่างจากศูนย์กลางเมืองราว 17 กิโลเมตร

เดินทางเข้าศูนย์กลางเมืองโดยรถเมล์สาย 12 (มีรถทุก 15 นาที) ไปลงที่ป้ายตรงข้ามโรงแรม Best Western PLUS Astana พอดี ค่าตั๋วรถเมล์ราคา 90 KZT (รถเมล์ Express สาย 100 ก็ไปได้) ส่วนสาย 10 (มีรถทุก 5-7 นาที) จะวิ่งอีกเส้นทางเหมาะสำหรับคนที่เลือกพักใกล้โรงแรม Diplomat และ Bayterek Tower มากกว่า ถ้านั่งแท็กซี่ก็ไม่เกิน 2,500 KZT ครับ

ข้อมูลจาก astanaairport.com

ห้องพักราคาแค่คืนละ 20,400 KZT รวมอาหารเช้าด้วย สภาพห้องถือว่าโอเคตามมาตรฐานโรงแรมในเครือ Best Western เลย

ออกไปเดินเล่นถ่ายรูปที่ลานน้ำพุซึ่งอยู่ห่างจากโรงแรมไม่กี่ร้อยเมตรและรับประทานอาหารเย็นรอพระอาทิตย์ตกที่ร้าน Mado

มองไปไกลๆ ก็เห็น Bayterek Tower สูงโดดเด่นเป็นสง่า

ร้านนี้มีทั้งเบเกอรี่ ไอติม และอาหารคาว สั่งเมนูตามหน้านี้เลย

ถ้าเงินหมดก็แลกเพิ่มได้ครับ เรทดีกว่าที่อัลมาตี้ด้วย

เกือบ 3 ทุ่ม เดินไปถ่ายรูปตึก Bayterek ยามค่ำคืน ถ้ามาในช่วงฤดูร้อนจะมีการเปิดน้ำพุเต้นระบำประกอบแสงสีเสียงด้วย

วันที่ 3
เที่ยว Astana (Астана)

กรุงอัสตานาคือเมืองหลวงแห่งใหม่ของประเทศคาซัคสถานเมื่อปีค.ศ. 1997 เป็นเมืองที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อใช้เป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองประเทศแทนเมืองหลวงเก่าคือกรุง Almaty (Alma-Ata) แต่เป็นเมืองใหญ่อันดับที่ 2 ของประเทศรองจาก Almaty สถานที่ที่เป็นแลนด์มาร์คของอัสตานาจึงเป็นอาคารสิ่งก่อสร้างที่ทันสมัยและใหญ่โตโอฬาร บรรยากาศภาพรวมคล้ายกับเมืองหลวงที่ไม่ใช่เมืองที่มีชื่อเสียงในแง่การท่องเที่ยวมากที่สุดของประเทศ เช่น กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ กรุงแคนเบอร์รา ของออสเตรเลีย กรุงอังการา ของตุรกี เป็นต้น

โรงแรมที่เราพักอยู่ในบริเวณศูนย์กลางเมืองจึงจัดแผนเที่ยวในกรุงอัสตานาได้ง่ายครับ

ออกจากโรงแรม ข้ามถนนไปที่ป้ายรถเมล์ นั่งรถเมล์สาย 40 ค่าตั๋ว 90 KZT ไปยังสถานที่ที่ไกลจากศูนย์กลางเมืองที่สุดก่อน (สาย 19, 29, Express 100 ก็ไปได้)

ลงรถเมล์ตรงหน้า Hazret Sultan meshiti (Әзірет Сұлтан мешіті) Hazret Sultan Mosque หรือ Khazret Sultan Mosque ซึ่งแปลว่า Holy Sultan คือมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดของคาซัคสถานและใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของเอเชียกลาง รองจาก Türkmenbaşy Ruhy Metjidi (Gypjak Mosque) ที่ประเทศเติร์กเมนิสถาน โดมมีความสูง 51 เมตร ใหญ่ที่สุดในประเทศ ส่วนหอ minaret 4 หอสูง 77 เมตร

เดินไปทางเสาสีขาวสูง 91 เมตรที่มียอดเป็นรูป Samruk นกในตำนานสีทองอร่าม นั่นคือ Monument “Kazakh Eli” (Монумент “Қазақ Елі”) ซึ่งมีความหมายว่า Land of Kazakhs คืออนุสรณ์สำคัญของประเทศตั้งอยู่ที่ Independence Square

อาคารดีไซน์โมเดิร์นทางขวามือคือ Tauelsizdik sarayi (Тәуелсіздік сарайы) หรือ Palace of Independence ที่ใช้งานในกิจการทางการของรัฐ เช่น การประชุมระดับชาติ นอกจากนี้ยังมีแกลเลอรี่งานศิลปะ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของเมืองอัสตานา โรงภาพยนตร์ 4D และห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์

ส่วนอาคารหน้าตาประหลาดทางซ้ายคือ Shabyt shygarmashylyk sarayi (“Шабыт” шығармашылық сарайы) หรือ Shabyt Palace of Creativity แหล่งความรู้และความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับเรื่องศิลปะที่มีห้องเรียน ห้องสมุด ยิมเนเซี่ยม คอนเสิร์ตฮอลล์ สตูดิโอถ่ายภาพและภาพยนตร์ ห้องเต้น และห้องสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย

แต่วันนี้จะมีการจัดงานอะไรสักอย่าง ตำรวจจึงกั้นรั้วไม่ให้เข้าไปยังจัตุรัส เลยถ่ายรูปมาได้แค่นี้ครับ

อีกด้านหนึ่งของจัตุรัสเป็นที่ตั้งของสิ่งก่อสร้างรูปปิระมิดขนาดยักษ์ นั่นคือ Beybitshilik pen kelisim sarayi (Бейбітшілік пен келісім сарайы) Palace of Peace and Reconciliation หรือ Pyramid of Peace and Accord ที่ออกแบบ Foster and Partners มีความสูงถึงยอด 62 เมตร อยู่ใน Presidential Park (Президенттік саябақ) สามารถขึ้นไปชมวิว อาร์ทแกลเลอรี่ พิพิธภัณฑ์ทางโบราณคดีและชาติพันธุ์ โรงโอเปร่า 1,300 ที่นั่ง และนั่งกินดื่มคาเฟ่

ขากลับ นั่งรถเมล์สาย 29 ข้าม Esil (Есіл) หรือแม่น้ำ Ishim กลับไปลงใกล้อาคารสีทองคือ Y. Altynsarin atyndagy Ulttyk Bilim akademiyasy (Ы. Алтынсарин атындағы Ұлттық білім академиясы) หรือ National Academy of Education named after Y.Altynsarin

ข้ามถนนเดินไปยังอาคารหลังคาโดมสีฟ้าขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล นั่นคือ Akorda หรือ Aqorda (Ақорда) หรือ Presidential Palace อาคารที่ทำงานของประธานาธิบดีแห่งคาซัคสถานแห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 3 ปี โดยเปิดใช้อย่างเป็นทางการในปีค.ศ. 2004

ระหว่างทาง เดินผ่านอาคารทางซ้ายมือที่เรียกว่า Kazakhstan Respuwblïkasınıñ Parlamenti (Қазақстан Республикасының Парламенті) หรือ Parliament of the Republic of Kazakhstan อาคารรัฐสภาแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน

ถ่ายรูปกลับไปยังสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นและเป็นแลนด์มาร์คของเมืองคือ Bäyterek (Бәйтерек) หรือ Bayterek ซึ่งมีความหมายว่า tall poplar หอคอยสูง 500 เมตรแห่งนี้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อปีค.ศ. 2002 โดดเด่นที่ไข่ทองคำยักษ์บนยอดของต้น Poplar ที่สูงถึง 97 เมตร ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของคาซัคสถานและเป็นสถานที่สำหรับขึ้นไปชมวิวพาโนรามาของเมือง ค่าขึ้นชมหอคอยสำหรับผู้ใหญ่ราคา 700 KZT เด็กอายุ 5-15 ปี ราคา 300 KZT

เดินกลับไปทางอาคารสีทอง National Academy of Education ผ่านหน้าโรงแรม Best Western PLUS Astana ไปที่สี่แยกใหญ่ เลี้ยวขวาเข้าถนน Dostyq ไปรอรถเมล์สาย 12, 28, 40, 51, 52, 56, 60

นั่งรถเมล์ตรงอย่างเดียวไม่ไกลก็ถึง Nur-Astana meshiti (Нұр-Астана мешіті) หรือ Nur-Astana Mosque มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดเป็นเป็นอันดับที่ 3 ในเอเชียกลาง มัสยิดแห่งนี้สร้างขึ้นในปีค.ศ. 2005 มีความสูง 40 เมตร ส่วนหอ minaret สูง 63 เมตร

เดินต่อไปที่สี่แยกใหญ่ เลี้ยวขวาเดินไปทางอาคารขนาดยักษ์ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทน้ำมันชื่อ KazMunayGas (КазМұнайГаз) หรือ KMG

ลอดใต้อาคารไปยังสวนแห่งความรัก Gashyktar sayabagy (Ғашықтар саябағы) อาคารรูปทรงกระโจมขนาดใหญ่ข้างหน้าคือ Khan Shatyr Entertainment Center (Хан шатыр) หรือ Royal Marquee

ทางขวามือคืออาคาร Teatr opery i baleta (Театр оперы и балета) หรือ Astana Opera

เดินประมาณ 1.7 กิโลเมตรกลับไปที่ Bäyterek (Бәйтерек) และเดินกลับโรงแรม

จบการเที่ยวชมเมือง Astana ใช้เวลา 4-5 ชั่วโมงก็พอแล้วครับ

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต