ล่องลอยในสวรรค์บนดิน เที่ยวเอง Switzerland ตอนที่ 3 “Bern” เมืองหลวงที่ถูกลืม

เที่ยวเอง รีวิว เบิร์น สวิส สวิตเซอร์แลนด์ Bern Thun Swiss Switzerland

เที่ยวเอง สวิตเซอร์แลนด์

Itinerary Bern-Thun

เมื่อวานนั่งรถไฟจาก Luzern มาถึง Bern ก็เย็นแล้ว เก็บแรงไว้เที่ยววันนี้รวดเดียวเลยละกัน
ล่องลอยในสวรรค์บนดิน Switzerland ตอนที่ 2 “Luzern” เมืองท่องเที่ยวอันดับ 1 ที่พลาดไม่ได้

ย้อนไปอ่านตอนก่อนๆ ได้ที่
ล่องลอยในสวรรค์บนดิน Switzerland ตอนที่ 1 “Zürich” จุดเริ่มต้นของดินแดนในฝัน
ข้ามแม่น้ำไรน์สู่ “Liechtenstein” ประเทศจิ๋วที่แทบไม่มีใครรู้จัก

Bern อ่านออกเสียงว่าแบร์นหรือเบิร์นก็ได้ คือเมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งนักท่องเที่ยวหลายๆ คนไม่รู้ว่าเมืองนี้คือเมืองหลวงของสวิสด้วยซ้ำครับ จึงไม่ได้สนใจมาเที่ยวชมเมือง จนขอกล่าวว่าเป็น “เมืองหลวงที่ถูกลืม” ทั้งที่จริงๆ แล้ว Bern เป็นหนึ่งในเมืองที่งดงามที่สุดของสวิส (ในสายตาของผม) เลยครับ

1

วันที่ 3 ในดินแดนสวิสนี้ จัดโปรแกรมเที่ยวกรุงแบร์นตั้งแต่เช้าจนถึงประมาณบ่ายสอง  แล้วนั่งรถไฟไปเมือง Thun เดินเที่ยวให้ทั่วเมืองและนั่งรถไฟต่อไปค้างคืนที่ Interlaken ครับ

2

กรุงแบร์นเป็นเมืองที่มีแม่น้ำ Aare ล้อมรอบ 3 ด้าน สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณเมืองเก่า สามารถเดินชมรอบๆ เมืองได้สบายๆ ครับ

สตาร์ทตอน 9 โมงเช้า ออกจากโรงแรมเดินไปที่ Bahnhofplatz ด้านหน้าสถานีรถไฟกลาง Bern เดินผ่านโบสถ์ Heiliggeistkirche เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Spitalgasse

4

เดินตรงไปแป๊บเดียวก็เห็น Käfigturm หรือ Prison Tower ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเขตเมืองเก่า Käfigturm นี้เปรียบเสมือนป้อมปราการประตูเมืองทางด้านตะวันตกถูกสร้างขึ้นในราวค.ศ. 1256 เพื่อใช้เป็นคุกจนถึงปีค.ศ. 1897 ปัจจุบันถูกใช้เป็นที่จัดนิทรรศการทางการเมือง และเปิดให้เข้าชมเฉพาะในช่วงที่มีนิทรรศการเท่านั้น

5

มองไปทางขวามือเห็นอาคารมหึมาซึ่งก็คือ Bundeshaus อาคารรัฐสภาแห่งสวิตเซอร์แลนด์

6

เดินตามถนน Bärenplatz ไปไม่ไกลก็ถึง Bundesplatz จัตุรัสกว้างด้านหน้าของ Bundeshaus (Houses of Parliament) หรือ Parlamentsgebäude วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ลานหน้ารัฐสภามีตลาดนัดขายดอกไม้ ผลไม้ ของสด และของกินต่างๆ มากมายครับ

7

ตรงข้ามกับรัฐสภามีอาคารที่ทำการธนาคารของสวิส Schweizerische Nationalbank

8

เดินเข้าไปในเขตอาคารรัฐสภาทะลุออกไปด้านหลังก็พบวิวอันสวยงามของกรุงแบร์น จากจุดนี้มองเห็นบ้านเรือนหลังคาสีน้ำตาลกับแม่น้ำ Aare อยู่เบื้องล่าง

9

กลับไปที่ Bundesplatz เดินต่อไปทางขวาตามถนน Amthausgasse เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Theaterplatz เดินตรงผ่านแยกถนน Marktgasse ไปนิดเดียวก็ถึงบริเวณ Kornhausplatzหรือ Granary Square

photo credit: iqbalzaheer.blogspot.com
photo credit: iqbalzaheer.blogspot.com

ตรงนี้มีน้ำพุสำคัญของเมืองที่มีชื่อว่า Kindlifressenbrunnen น้ำพุนี้เป็นหนึ่งในน้ำพุหลายแห่งในกรุงแบร์นที่สร้างโดยช่างแกะสลักชาวสวิสชื่อ Han Gieng สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1545-1546 ในตอนแรกนั้นน้ำพุมีชื่อว่า Platzbrunnen แต่ต่อมาในปีค.ศ. 1666 ก็ได้เปลี่ยนชื่อมาใช้ชื่อในปัจจุบัน รูปปั้นของน้ำพุเป็นตัวยักษ์ที่กำลังจับเด็กกิน ตามลำตัวของยักษ์มีเด็กอีกหลายคนถูกจับผูกติดเอาไว้ ที่ทำเป็นรูปดังกล่าวเพราะช่างแกะสลักต้องการขู่ให้เด็กรู้ว่าถ้าไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่ก็จะถูกยักษ์จับไปกินนั่นเอง

11

เดินเลยน้ำพุต่อไปตามถนน Kornhausplatz ไม่ไกลก็ถึง Stadttheater โรงละครแห่งกรุงแบร์นแล้ว

12

เดินย้อนกลับทางเดิม พอถึงสี่แยกที่ตัดกับถนน Marktgasse ถนนสายหลักของเมืองก็เห็นหอนาฬิกา Zytgloggeturm หรือ Zeitglockenturm ซึ่งถือเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญที่สุดของกรุงแบร์น

13

หอนาฬิกานี้ใช้เป็นประตูเมืองแห่งแรกในช่วงปีค.ศ. 1191-1256 ต่อมาได้สร้าง Käfigturm เป็นประตูเมืองแทน ในสมัยก่อนตึกนี้ไม่ได้เป็นหอนาฬิกาอย่างในทุกวันนี้ จนกระทั่งในปีค.ศ. 1530 จึงได้มีการติดตั้งนาฬิกาดาราศาสตร์เข้าไป หลังจากนั้นมาหอนาฬิกาแห่งนี้ก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวประจำเมือง ทางด้านขวาของนาฬิกาดาราศาสตร์มีตัวตุ๊กตาต่างๆ เช่น คน นักแสดง สิงโต หมี ตุ๊กตาเหล่านี้จะหมุนไปรอบๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันตอนก่อนเริ่มต้นชั่วโมงใหม่ 4 นาที เสียเงินค่าขึ้นชมภายในหอนาฬิกาได้ เปิดให้เข้าชมเวลา 11.30 น. ของทุกวันในเดือนมิ.ย.-ก.ย. และ 14.30 น. ในเดือนเม.ย. พ.ค. และต.ค.

14

เดินผ่านหอนาฬิกาไปตามถนน Bim Zytglogge ไปประมาณ 100 เมตรทางขวามือเป็นที่ตั้งของ Einstein-Haus บ้านเลขที่ 49 ซึ่งเป็นบ้านที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์ชื่อดังของโลก เคยมาใช้ชีวิตอยู่ในช่วงสั้นๆ ระหว่างปีค.ศ. 1903-1905 ปัจจุบันบ้านหลังนี้ได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมภาพถ่ายและผลงานบางส่วนของไอน์สไตน์ สามารถเข้าชมได้ในช่วงวันที่ 1 ก.พ.-31 มี.ค. วันจันทร์-เสาร์ 10.00-17.00 น., 1 เม.ย.-23 ธ.ค. เปิดทุกวัน 10.00-17.00 น. ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ราคา 6 ฟรังก์
อัพเดทข้อมูลต่างๆ ได้ที่ visit Einstein-Haus

15

เดินตรงไปอีกนิดแล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนเล็กๆ ชื่อ Kreuzgasse ก็ถึง Münster St. Vinzenz หรือ Berner Münster มหาวิหารแห่งกรุงแบร์นนี้ตั้งเด่นสง่าอยู่ที่ Münsterplatz ใจกลางเขตเมืองเก่าระหว่างถนน Münstergasse และ Herrengasse โบสถ์ประจำเมืองนี้เป็นโบสถ์ที่สำคัญและใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ มีลักษณะเป็นศิลปะแบบโกธิคยุคกลาง เริ่มก่อสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1421 เวลาก่อสร้างกินเวลายาวนานจนถึงปีค.ศ. 1573 เวลาประมาณ 150 ปีที่ผ่านไปนั้น สร้างได้เพียงแค่ตัวโบสถ์ซึ่งมีความสูงประมาณ 64 เมตรเท่านั้น ต่อมาในปีค.ศ. 1889-1893 ได้มีการต่อเติมสร้างส่วนที่เป็นหอคอยขึ้นจนมีความสูงทั้งสิ้น 100 เมตร ถ้ามีเวลาหรือมีแรงพอก็สามารถเดินขึ้นบันไดวน 285 ขั้น ไปบนยอดหอคอยเพื่อชมทัศนียภาพของกรุงแบร์นได้ในวันจันทร์-เสาร์ 10.00-16.30 น. วันอาทิตย์ 11.30-16.30 น. ค่าขึ้นหอคอยสำหรับผู้ใหญ่ราคา 5 ฟรังก์ เด็กอายุ 7-16 ปี 2 ฟรังก์ ส่วนตัวโบสถ์เข้าชมฟรีได้ถึง 17.00 น.
ข้อมูลจาก visit Berner Münster

ว่ากันว่าในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสมากๆ จะสามารถมองเห็นยอดเขา Eiger, Mönch และ Jungfrau จากหอคอยของโบสถ์แห่งนี้ได้เลยทีเดียว

16

เดินไปที่สวนด้านข้างของโบสถ์ซึ่งเป็นจุดชมวิวอีกแห่งหนึ่งของเมืองที่สามารถมองเห็นแม่น้ำ Aare และสะพานรถไฟที่เพิ่งข้ามมาเมื่อวาน

17

ประมาณ 11 โมง เดินกลับไปที่ถนน Kreuzgasse มองตรงไปก็เห็น Berner Rathaus ที่ว่าการกรุงแบร์นซึ่งตั้งอยู่ที่ถนน Postgasse แล้ว เดินตรงไปที่ Rathausplatz ด้านหน้าของ Rathaus

18

เดินกลับมาที่สี่แยกเดิม เลี้ยวซ้ายและเดินตามถนน Gerechtigkeitsgasse ตรงต่อเข้าถนน Nydeggasse ประมาณ 500 เมตรก็ถึงสะพาน Nydeggbrücke ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปที่สวยงามที่สุด (ในสายตาของผม) ครับ

19

20

เดินข้ามแม่น้ำ Aare ไปก็จะเห็นบ่อหมี Bärengraben อยู่ทางขวามือ เดินลงไปด้านล่างริมแม่น้ำดูหมีซึ่งถือเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของกรุงแบร์น

แหม! หมีสองตัวกำลังปฏิบัติภารกิจกันอยู่เลยครับ ฮ่าๆๆ

21

เดินเล่นริมแม่น้ำชมวิวอันงดงามของแม่น้ำสีเขียวมรกต

22

23

เที่ยงพอดี ขอเที่ยวสถานที่สุดท้ายของกรุงแบร์นให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปหาอะไรกินในเมือง

เดินกลับขึ้นไปที่เชิงสะพาน โค้งไปทางซ้ายมือเข้าถนน Alter Aargauerstalden และเดินขึ้นทางชันมากไปยังสวนกุหลาบ Rosengarten เส้นทางนี้เป็นทางขึ้นเขาไปชมวิวเมืองจากมุมสูง กว่าจะเดินขึ้นไปถึงสวนกุหลาบเล่นเอาหอบเหงื่อแตกจนต้องถอดแจ็คเก็ตออกเลยครับ

24

25

นั่งพักเหนื่อยก่อนเดินลงเขากลับไปที่เชิงสะพาน Nydeggbrücke รอรถเมล์สาย 12 ใช้ Swiss Pass นั่งรถฟรีกลับไปลงแถวถนน Bim Zytglogge เพื่อหาอะไรกินมื้อกลางวัน (ปกติตั๋ว Kurzstreckenbillette หรือ Short-haul tickets ชนิด Einzelbillett หรือตั๋วเที่ยวเดียวราคา 2.30 CHF เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีลดครึ่งราคา ตั๋วมีอายุ 30 นาที)
เช็คราคาตั๋วที่ Bern transportation fare

26

ใช้เวลาประมาณครึ่งวันเช้าก็เสร็จสิ้นการเที่ยวชมกรุงแบร์นแล้ว
บ่ายสองโมง เดินตรงเข้าถนน Marktgasse และ Spitalgasse ผ่านจัตุรัสด้านหน้าสถานีรถไฟกลับ Hotel National Bern ไปเอากระเป๋าเดินทางที่ฝากไว้ก่อนเดินกลับไปที่สถานีรถไฟเพื่อขึ้นรถไฟไปเมือง Thun ต่อครับ

ที่หมายต่อไปของวันนี้คือเมือง Thun ครับ

จาก Bern นั่งรถไฟไปแค่ไม่ถึง 20 นาทีก็ถึงแล้วครับ มีรถไฟออกบ่อยด้วย ผมขึ้นรถไฟขบวน IC 1075 ซึ่งออกเดินทางตอน 14.34 น. โดยใช้ Swiss Pass เดินทางฟรีครับ (ปกติตั๋วรถไฟชั้น 2 ราคาเที่ยวละ 15.60 ฟรังก์)

เช็คเวลาและราคารถไฟได้ที่ Switzerland Train  ราคาที่โชว์ตอนแรกคือราคา Half-Fare travelcard นะครับ แต่ราคาที่นักท่องเที่ยวต้องซื้อคือราคา No reduction ซึ่งเป็นราคา Half-Fare travelcard x 2 เข้าไปครับ

27

ฝากกระเป๋าเดินทางไว้ที่สถานีรถไฟ ค่าฝากกระเป๋าที่นี่ 8 ฟรังก์ครับ แล้วก็เดินตัวปลิวเที่ยวชม Thun เมืองเล็กๆ ริม
ทะเลสาบธูน

ด้านหน้าสถานีรถไฟคือ Bahnhofplatz เดินไปทางซ้ายมือเข้าถนน Bahnhofstrasse จนถึงสะพานข้ามไปบนเกาะกลางแม่น้ำ Aare มองไปทางขวามีสะพานไม้เก่าเรียกว่า Obere Schleuse อยู่ไม่ไกล เลยเดินตามถนน Scherzligweg ไปข้ามสะพานไม้ไปที่เกาะกลางแม่น้ำ

28

29

เดินเลียบแม่น้ำไปข้ามอีกสะพานไปยังฝั่งเมืองเก่าของธูน ลงสะพานก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Obere Hauptgasse ถนนสวยงามที่ให้ความรู้สึกว่าอยู่ในเมืองเก่าจริงๆ

30

เดินตรงไปเรื่อยๆ จนถึง Rathausplatz ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Rathaus หรือที่ว่าการเมืองธูน

31

จากจัตุรัสนี้สามารถมองเห็น Schlossmuseum Thun หรือ Thun Castle อยู่บนยอดเขาได้ จุดนี้เป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตของที่นี่เลย

32

มาถึงธูนเร็วกว่าแผนที่วางไว้จึงมีเวลาเหลือพอที่จะเดินขึ้นไปยังปราสาทธูนครับ เดินอ้อมไปขึ้นเขาอีกด้านหนึ่ง โดยเดินตรงเข้าถนน Untere Hauptgasse (ถนนข้างหน้าในรูป)

33

เดินอ้อมโค้งขวาเรื่อยๆ ไปไกลเหมือนกันก่อนจะเห็นป้ายบอกทางขึ้นไปยังปราสาท เดินขึ้นทางชันไต่ระดับขึ้นเขาไปประมาณ 15 นาทีกว่าจะถึง Schlossmuseum Thun โดยระหว่างผ่านบันไดทางลงไปข้างล่างซึ่งมีป้ายชี้ไป Rathaus เลยเพิ่งรู้ว่าจริงๆ แล้วจาก Rathausplatz เมื่อกี๊สามารถเดินขึ้นบันไดมาที่ปราสาทได้เลย ไม่ต้องเดินอ้อมไกล 555 เสียค่าโง่เลยครับ เหนื่อยโฮก!

34

Schlossmuseum Thun หรือพิพิธภัณฑ์แห่งปราสาทธูนตั้งอยู่ที่ถนน Schlossberg บนยอดเขาเป็นจุดสูงสุดของเมือง พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวันในเดือนก.พ.-มี.ค. 13.00-16.00 น., เม.ย.-ต.ค. 10.00-17.00 น., พ.ย.-ม.ค. เปิดเฉพาะวันอาทิตย์ (คริสต์มาส-ปีใหม่ เปิดทุกวัน) 13.00-16.00 น. ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ราคา 8 ฟรังก์ เด็กอายุตั้งแต่ 6 ขวบ 2 ฟรังก์ เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบเข้าชมฟรี ครอบครัวประกอบด้วยผู้ใหญ่ 2 คน เด็ก 2 คน ราคา 16 ฟรังก์ (ราคาตอนนั้น)
อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Schlossmuseum Thun

35

จริงๆ แล้วสามารถใช้ Swiss Pass เข้าชมปราสาทได้ฟรี แต่เดินผิดทางเสียเวลาไปพอสมควรและยังเหลืออีกสถานที่สำคัญซึ่งอยู่ไกลจากที่นี่แบบคนละทิศเลยครับ จึงไม่มีเวลาเข้าชมภายในปราสาท

เดินกลับไปที่บันไดลงไปโผล่ที่ Rathausplatz อีกครั้ง

36

เดินไปที่ริมแม่น้ำข้ามสะพานไปที่เกาะกลางแม่น้ำ เดินตามถนน Bälliz ไปจนถึงสะพานไม้ Untere Schleuse

photo credit: switzerland.isyours.com
photo credit: switzerland.isyours.com

มองขึ้นไปบนเขาเห็น Stadtkirche โบสถ์ประจำเมือง วิวจากตรงนี้สวยงามจริงๆ

38

เดินไปข้ามสะพานเดิมที่ข้ามตอนขามากลับไปยังฝั่งที่ตั้งของสถานีรถไฟอีกครั้ง เดินกลับไปที่สถานีรถไฟแล้วเลี้ยวซ้ายเดินไปทางทิศใต้ตามถนน Seestrasse ตรงเลียบแม่น้ำอย่างเดียวประมาณ 1.2 กิโลเมตรก็ถึง Schloss Schadau (Schadau Castle)

39

ปราสาทชาเดาซึ่งตั้งอยู่ใน Schadaupark ริม Thunersee หรือทะเลสาบธูน ปราสาทสีหวานแหววแห่งนี้สร้างขึ้นระหว่างปีค.ศ. 1846-1854 ในสไตล์ Gothic Revival

40

41

ขากลับ เดินมารอรถเมล์ที่ป้าย แต่อีก 9 นาทีรถเมล์ถึงจะมา ขี้เกียจรอเลยค่อยๆ เดินกลับสถานีรถไฟ 4 โมงครึ่งก็กลับถึงสถานีรถไฟอีกครั้ง เอากระเป๋าเดินทางที่ฝากไว้ แล้วเดินไปขึ้นรถไฟขบวน IC 979 ไป Interlaken ซึ่งจะออกตอน
17.22 น.

นั่งชมวิวริมทะเลสาบ Thun ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง รถไฟก็เข้าจอดที่สถานี Interlaken-West
(ปกติตั๋วรถไฟชั้น 2 ราคาเที่ยวละ 15.60 ฟรังก์)

42

ออกจากสถานีรถไฟเดินลัดถนนสายสั้นๆ ด้านหน้าสถานีทะลุไปจนถึงถนน Jungfraustrasse เพื่อเช็คอินที่ Hotel Blume โรงแรมนี้ทำเลดีและราคาถูก แต่ไม่มีลิฟท์ สามารถเลือกแบบห้องน้ำในตัวหรือห้องน้ำรวมซึ่งราคาถูกกว่าพอสมควรได้ครับ

นักท่องเที่ยวที่เข้าพักที่โรงแรม โฮสเทล อพาร์ตเมนท์ หรือแคมป์ปิ้ง ที่อินเตอร์ลาเคนจะได้รับ Gästekarte (Visitor’s Card) สำหรับใช้โดยสารขนส่งสาธารณะในอินเตอร์ลาเคนและเมืองใกล้เคียงที่ระบุไว้ในบัตรได้ฟรีตั้งแต่วันที่เข้าพักจนถึงวันที่เช็คเอาท์ครับ

photo credit: www.switzerlandhotel.net
photo credit: www.switzerlandhotel.net

ชมวิวจากระเบียงห้องพักในเวลาราว 6 โมงเย็น

44

Interlaken เป็นเขตปกครองเล็กๆ หรือเมืองที่เชิงเขา Eiger, Mönch และ Jungfrau ระหว่าง Brienzersee และ Thunersee ชื่อ Interlaken ก็ได้มาจากการที่อยู่ระหว่างทะเลสาบทั้งสองนั่นเอง

อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ Aare คืออีกเขตการปกครองหนึ่งมีชื่อว่า Unterseen โดยขอนับว่าเป็นอีกเมืองหนึ่งก็แล้วกันครับ Unterseen เป็นเมืองริมฝั่งแม่น้ำ Aare ที่ตั้งอยู่สูงที่สุด

photo credit: findpik.com
photo credit: findpik.com

เก็บของที่โรงแรมเสร็จ ทุ่มเศษๆ ก็ออกจากโรงแรม เดินตามถนน Jungfraustrasse พอถึงถนน Höheweg ถนนสายหลักของอินเตอร์ลาเคนก็เลี้ยวซ้าย เดินตรงต่อเข้าถนน Bahnhofstrasse จนถึงวงเวียน ตรงต่อไปข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเข้าสู่ฝั่ง Unterseen

ผมเดินมาที่อุนเตอร์ซีนเพื่อรับประทานอาหารเย็นที่ร้านเก่าแก่ชื่อดังที่มีมีชื่อว่า Restaurant Bären เดินไปแป๊บเดียวมองไปข้างหน้าก็เห็นร้าน Bären หรือร้านหมีตั้งอยู่ที่หัวมุมถนน Bahnhofstrasse กับ Seestrasse แล้ว

46

ก่อนท้องฟ้าจะมืด ขอเลี้ยวขวาเข้าถนน Hauptstrasse ตรงต่อเข้าถนน Untere Gasse อีกไม่ไกลเพื่อไปที่ Marktplatz ก่อน จัตุรัสศูนย์กลางของอุนเตอร์ซีนนี้เป็นที่ตั้งของโบสถ์โกธิคสำคัญซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1471

47

และ Touristik-Museum Der Jungfrau-Region หรือ Tourist Museum ที่ถนน Obere Gasse พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เดือนพ.ค. ถึงกลางเดือนต.ค. วันอังคาร-อาทิตย์ 14.00-17.00 น. เท่านั้น ต้องเสียค่าเข้าชมเล็กน้อย

48

อุนเตอร์ซีนเป็นเขตชุมชนเล็กๆ ไม่มีที่เที่ยวอะไรนัก ยิ่งตอนค่ำๆ แบบนี้ยิ่งเงียบแทบไม่มีผู้คนเดินไปมาเลย แต่ก็มีร้านอาหารหลายแห่งเปิดอยู่ครับ

เดินกลับไปที่ร้าน Bären ซึ่งยิ่งดึกคนยิ่งเยอะ ว่ากันว่าร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องฟองดูที่สุด เลยต้องจัดซะหน่อย สั่งฟองดูชีส “Käsefondue” มาลองชิม หม้อนี้ราคาเบาๆ 46 ฟรังก์ หรือประมาณเกือบ 1,500 บาท กินได้ 2 คน มื้อนี้จัดเต็มลองอาหารประจำชาติของสวิส เล่นเอาจนในทันใด

แต่รสชาติของฟองดูไม่ค่อยถูกปากผมเสียเลย มันเลี่ยนชีสและมีรสออกขมนิดๆ เหมือนใส่แอลกอฮอล์ลงไปด้วย นั่งกินแต่ขนมปังจิ้มชีสเหลวน้อยๆ จนเกือบหมดเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดและเสียดายเงินด้วย มันแพงมากกกก!!

49

อิ่มแล้วก็เดินกลับโรงแรมตอน 3 ทุ่มซึ่งร้านค้าตามถนน Höheweg ยังเปิดคึกคักเพียบเลย

คืนนี้และคืนพรุ่งนี้จะค้างที่อินเตอร์ลาเคนครับ

50

พรุ่งนี้ จะขึ้นยอดเขา Jungfrau – Top of Europe ครับ


Accommodation: 
Hotel Blume

Transportation: Switzerland Train

Restaurant: Restaurant Bären

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต