ตระเวนเที่ยวเองเยอรมันตะวันออก ตอนที่ 2 “Berlin” เมืองหลวงสุดทันสมัย หนึ่งในเมืองสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์โลก

เที่ยวเอง รีวิว เบอร์ลิน เยอรมัน Berlin Germany

เที่ยวเอง โปแลนด์ – เยอรมนี – ออสเตรีย – เช็ก

Itinerary Berlin 1

Itinerary Berlin 2

ตอนนี้ยังอยู่ในวันที่ 4 ของทริปครับ ต่อจากตอนที่แล้วครับ
ตระเวน (Travel) เยอรมันตะวันออก ตอนที่ 1 “Potsdam” เมืองที่คนเยอรมันเชื่อว่าจะต้องมาเหยียบสักครั้งก่อนตาย

ย้อนความเดิมที่เราเดินทางมาจากประเทศโปแลนด์กันได้ครับ
เปิดมุมมองใหม่ที่ โปแลนด์ ตอนที่ 1 “Warsaw” เมืองประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหา
เปิดมุมมองใหม่ที่ โปแลนด์ ตอนที่ 2 “Poznań” สีสันสุดแสบแห่งดินแดนโปล

หลังจากลงรถไฟท้องถิ่นซึ่งนั่งมาจาก Potsdam ที่สถานีรถไฟ Berlin-Charlottenburg เราจะเดินทางต่อไปยังพระราชวัง Charlottenburg ครับ

1

วิธีการที่ใช้คือ ขึ้นรถไฟท้องถิ่นขบวน S5 หรือ S75 จากชานชลา 8 ไปที่สถานี Westkreuz และต่อรถไฟท้องถิ่นขบวน S41 หรือ S46 ที่ชานชลา 11 แล้วลงที่สถานี Westend ใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 10 นาที โดยใช้ตั๋ววัน Tageskarte (Day Ticket) ที่ซื้อมาตั้งแต่เช้าก่อนเดินทางไป Potsdam

2

ออกจากสถานีรถไฟ เดินไปที่ป้ายรถเมล์ฝั่งเดียวกับสถานี นั่งรถเมล์สาย M45 อีก 3 ป้าย ตามถนน Spandauer Damm ก็ถึงด้านหน้าของ Schloss Charlottenburg (Charlottenburg Palace)

3

พระราชวังสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรคที่โอบล้อมด้วยสวนกว้างใหญ่ สร้างขึ้นเมื่อปลายศตวรรษที่ 17 และมีการต่อเติมเรื่อยมาในศตวรรษที่ 18 เดิมมีชื่อว่า Lietzenburg เป็นพระราชวังฤดูร้อนของพระเจ้า Friedrich ที่ 1 ต่อมาเมื่อพระราชินีคือพระนาง Sophia Charlotte สวรรคตลง จึงเปลี่ยนชื่อพระราชวังตามชื่อของพระนางเพื่อเป็นการรำลึกถึง

พระราชวังเปิดให้เข้าชมวันอังคาร-อาทิตย์ ช่วงเดือนเม.ย.-ต.ค. เปิดตั้งแต่ 10.00-18.00 น., พ.ย.-มี.ค. 10.00-17.00 น. ต้องเข้าชมก่อนเวลาปิด 30 นาที ค่าเข้าชมแบบ Einzelpreis (Single Ticket) สำหรับผู้ใหญ่ราคา 10 ยูโร เด็ก 7 ยูโร หากต้องการถ่ายรูปด้านในพระราชวังต้องจ่ายเพิ่มอีก 3 ยูโร ถ้ามี Berlin WelcomeCard จะได้รับส่วนลด 25% เหลือใบละ 9 ยูโร ถ้าต้องการถ่ายรูปต้องเสียเงินเพิ่มอีก 3 ยูโร

อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Charlottenburg Palace

4

5

หรืออีกวิธีหนึ่งคือ นั่งรถไฟใต้ดินและรถเมล์ โดยจากสถานีรถไฟ Berlin-Charlottenburg เดินตามทางเชื่อมต่อไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Wilmersdorfer Straße นั่งรถไฟใต้ดินสาย U7 (สีฟ้า) 2 สถานีไปที่สถานี Richard-Wagner-Platz แล้วนั่งรถเมล์สาย M45 หรือเดินตามถนน Otto-Suhr-Allee เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Spandauer Damm ระยะทาง 1.2 กิโลเมตร

วันนี้แดดดีและท้องฟ้าสดใสมากเหมาะแก่การถ่ายรูปจริงๆ เราถ่ายรูปอยู่ที่ลานด้านหน้าของพระราชวังโดยไม่ได้เข้าชมภายใน เสร็จแล้วก็เดินข้ามถนนกลับไปที่ป้ายรถเมล์เดิม แล้วนั่งรถเมล์สาย M45 ไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Zoologischer Garten ต่อรถไฟใต้ดินสาย U9 (สีส้มอ่อน) direction Osloer Straße 1 สถานีไปที่สถานี Hansaplatz

6

ขึ้นจากสถานีกะว่าจะนั่งรถเมล์สาย 106 แต่ดูแล้วไม่มีวี่แววว่ารถเมล์จะมาเลย จึงต้องเดินตามถนน Altonaer Straße 750 เมตรเข้าไปในสวน Tiergarten ไปยังบริเวณที่เรียกว่า Großer Stern ซึ่งแปลว่าดาวดวงใหญ่ เพราะมีถนน 5 สายใหญ่มาบรรจบกันที่นี่

จุดนี้เป็นที่ตั้งของ Siegessäule (Victory Column) อนุสาวรีย์แห่งชัยชนะ ที่บนยอดเสามีรูปปั้นของวิคตอเรีย เทพีแห่งชัยชนะถือพวงมาลัยจากใบมะกอกซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะกับหอก

7

8

จากนั้นก็เดินกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Hansaplatz อีกที แล้วนั่งรถไฟใต้ดินสาย U9 (สีส้มอ่อน) 2 สถานี กลับไปลงที่สถานี Kurfürstendamm (สถานีที่ 2 ของรถไฟใต้ดินสาย U1 สีเขียว ทางซ้ายของรูป)

9

เข้าสู่ย่านธุรกิจอันดับหนึ่งของกรุงเบอร์ลินที่มีชื่อว่า Kurfürstendamm หรือ Ku’damm เดินตามถนนคัวร์เฟือร์สเทนดัมหรือคูดัมไปยัง Kaiser-Wilhelm-Gedächtniskirche (Memorial Church) หรือโบสถ์ Kurfürstendamm โบสถ์อนุสรณ์ของจักรพรรดิไกเซอร์ วิลเฮล์มซึ่งได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2

10

11

เดินกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Kurfürstendamm นั่งรถไฟใต้ดินสาย U1 (สีเขียว) 1 สถานีไปที่สถานี Wittenbergplatz ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้าง KaDeWe (Kaufhaus des Westens) ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปภาคพื้นทวีป วันจันทร์-พฤหัส และวันเสาร์ เปิดถึง 20.00 น. วันศุกร์เปิดถึง 21.00 น. แต่วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ห้างปิดให้บริการครับ
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ KaDeWe

12

เลยนั่งรถไฟใต้ดินสาย U2 (สีส้มแก่) จากสถานี Wittenbergplatz 5 สถานีไปที่สถานี Potsdamer Platz ในเขตเมืองใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นให้มีขนาดใหญ่และทันสมัยแห่งหนึ่งในยุโรปโดยใช้เงินทุนกว่า 4 พันล้านยูโร บริเวณนี้มีตึกที่ทำการของโซนี่ (Sony Center) ซึ่งมีคาเฟ่ร้านดังชื่อว่า Josty ซึ่งมีมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1796 แต่ต้องปิดตัวลงไปในช่วงปีค.ศ. 1930 หลังได้รับความเสียหายช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเพิ่งกลับมาเปิดอีกครั้งเมื่อปีค.ศ. 2001 ที่ผ่านมา ตึก A&T, ABB และที่ช้อปปิ้งขนาดใหญ่ Arkarden อันทันสมัย

13

14

แวะซื้ออาหารไปกินรอพระอาทิตย์ตกที่ประตูชัยเบอร์ลิน แล้วนั่งรถไฟขบวน S1 ไปที่สถานี Brandenburger Tor นั่งรอจนเกือบสองทุ่มก็ได้เวลาถ่ายรูปกับ Brandenburger Tor ประตูชัยอันยิ่งใหญ่สัญลักษณ์สำคัญของกรุงเบอร์ลินตั้งอยู่ที่ Pariser Platz

15

16

บนยอดของประตูชัยมีรูปหล่อที่ชื่อ Quadriga ซึ่งเป็นเทพีแห่งชัยชนะนั่งบนรถม้า

17

ถ่ายรูปแลนด์มาร์คของเบอร์ลินรัวๆ ครับ สองทุ่มครึ่งค่อยเดินกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Brandenburger Tor นั่งรถไฟใต้ดินสาย U55 (สีน้ำตาล) 2 สถานีกลับสถานี Hauptbahnhof และเดินกลับโรงแรมไปนอนพักให้เต็มที่ก่อนลุยต่อพรุ่งนี้ซึ่งเรามีโปรแกรมเที่ยวในกรุงเบอร์ลินทั้งวัน แล้วตอนกลางคืนค่อยไปขึ้นรถไฟนอนไปมิวนิคครับ

18

เที่ยวกรุงเบอร์ลินต่อแบบเต็มๆ ในวันที่ 5 ของทริปครับ

วันนี้เราจะตระเวนเที่ยวกรุงเบอร์ลินกันอีกทั้งวัน และเตรียมตัวไปขึ้นรถไฟ night train ไปมิวนิคตอน 3 ทุ่ม

19

ออกจากโรงแรม เดินไปสถานีรถไฟกลาง Berlin Hbf ซื้อ Tageskarte (Day Ticket) โซน AB สำหรับผู้ใหญ่ราคา 6.70 ยูโร ตั๋ววันใช้เดินทางโดยขนส่งสาธารณะได้ทุกชนิดไม่จำกัดจำนวนครั้งภายใน 1 วัน (ถึงตี 3 ของวันนั้น) วันนี้เราซื้อ Tageskarte แค่โซน AB เพราะจะใช้เดินทางภายในเขตเมืองเบอร์ลินเท่านั้น

อัพเดทราคาค่ารถสาธารณะของเบอร์ลินได้ที่ Berlin transportation fare

20

เริ่มเที่ยวกันเล้ย เดินลงไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Hauptbahnhof นั่งรถไฟใต้ดินสาย U55 (สีน้ำตาล) 1 สถานีไปที่สถานี Bundestag

21

เพื่อไปจองคิวเข้าชม Reichstag หรือ Deutscher Bundestag อาคารรัฐสภาที่มีชื่อเสียงจากการออกแบบโดม
โค้งด้านในอันโมเดิร์นงดงาม

22

เดินไปที่ Berlin Pavilion ใกล้กับอาคารรัฐสภาไปลงทะเบียนจองรอบเข้าชมภายในอาคารล่วงหน้า 2 ชั่วโมงก่อนรอบที่จะเข้า (แต่จองได้ไม่เกิน 2 วันล่วงหน้า)

23

แต่โชคไม่ดีที่วันนี้รอบเข้าชมถูกจองเต็มหมดแล้ว เราจึงอดเข้าชมไปตามระเบียบ จริงๆ แล้วควรลงทะเบียนล่วงหน้าก่อน 3 วัน ที่ visit Germany Parliament คลิ๊ก Online registration รัฐสภาเปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ตั้งแต่ 08.00-24.00 น. โดยเปิดเป็นรอบ ทุกๆ 15 นาที

ขออนุญาตยืมรูปมาให้ดูเป็นขวัญตาแทนละกันครับ

ไม่ได้เข้าชมภายในอาคารรัฐสภาก็ไม่เป็นไร ยืนถ่ายรูปแค่ด้านหน้าก็ยังดีครับ

24

แล้วเดินกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Bundestag นั่งรถไฟใต้ดินสาย U55 (สีน้ำตาล) กลับไปที่สถานีรถไฟกลางอีกครั้ง ต่อรถไฟท้องถิ่นสาย S5 (สีส้ม) ไปที่สถานี Warschauer Straße เดินขึ้นไปยังถนน Warschauer Straße ที่อยู่ด้านบนและเดินไปทางแม่น้ำ Spree ประมาณ 800 เมตรก็เห็น Oberbaumbrücke สะพานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง เมื่อสงครามโลกจบลงและมีการสร้างกำแพงเบอร์ลินขึ้น สะพานนี้ตกเป็นของเบอร์ลินตะวันออกและกลายเป็นจุดผ่านแดนของผู้เดินเท้าจากฝั่งตะวันออกที่ต้องการเข้าไปในฝั่งตะวันตก สะพานนี้ได้เปิดใช้อีกครั้งในปีค.ศ. 1994 หลังจากการรวมเยอรมันในปีค.ศ. 1989

25

26

ลงจากสะพานเดินกลับไปที่สี่แยกใหญ่แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Mühlenstraße (Mill Street) เดินชมภาพวาดฝาผนังที่ East Side Gallery ซึ่งก็คือ Berliner Mauer หรือแนวกำแพงเบอร์ลินที่มีความยาว 1.3 กิโลเมตรนั่นเอง

27

28

ที่นี่เป็นส่วนของกำแพงเบอร์ลินที่ยาวที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ ซึ่งมีการเชิญศิลปินมากมายจากทั่วโลกมาวาดภาพที่แนวกำแพงให้ชมฟรีถึง 105 ภาพ ภาพสำคัญคือ Kiss of Death ภาพการจูบอันดูดดื่มของ Leonid Ilyich Brezhnev ผู้นำสหภาพโซเวียต กับ Erich Honecker ผู้นำเยอรมันตะวันออกในสมัยนั้น ซึ่งแสดงความรักใคร่ พร้อมกับสาบานรักว่ากำแพงเบอร์ลินจะอยู่อีกนับร้อยปี และภาพ Test the Rest

29

30

แต่เดี๋ยวนี้คงไม่ได้เห็นภาพแบบนี้แล้วครับเพราะทางการเบอร์ลินสร้างรั้วมากั้นตลอดแนวกำแพงน่าจะเพื่อป้องกันไม่ให้พวกมือบอนมาขีดเขียนข้อความและสัญลักษณ์ต่างๆ หลังจากที่ทำความสะอาดกำแพงแล้วครับ

กำแพงเบอร์ลินเป็นสัญลักษณ์แห่งสงครามเย็นมีความยาวถึง 96 ไมล์ ถูกสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 1961 โดยเยอรมันตะวันออกที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย กำแพงนี้ถูกทำลายไปเมื่อปีค.ศ. 1989 หลังจากการ “reunion” หรือการรวมเยอรมันตะวันออก-ตะวันตกเข้าด้วยกัน คงเหลือซากปรักหักพังบางส่วนไว้เป็นอนุสรณ์ ต่อมาในวันที่ 3 ต.ค. 1990 ก็มีการรวมประเทศเยอรมนีเข้าด้วยกันอย่างเป็นทางการ

photo credit: www.independent.co.uk
photo credit: www.independent.co.uk

เดินไปจนเกือบสุดแนวกำแพงก็เลี้ยวขวาข้ามถนนตรงไปที่สถานีรถไฟ Berlin Ostbahnhof นั่งรถไฟสาย S5 (สีส้ม) กลับทางเดิมไปลงที่สถานี Alexanderplatz ออกจากสถานีเดินไปที่หอคอยสูงเสียดฟ้า Fernsehturm ทางขวามือก็คือโบสถ์ Marienkirche

32

33

เดินไปทางซ้ายมือไม่ไกลก็ถึง Berliner Rathaus หรือ Rotes Rathaus (Red Town Hall) ที่ว่าการกรุงเบอร์ลินซึ่งเปิดให้เข้าชมได้ในวันจันทร์-ศุกร์ 09.00-18.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม แต่อาคารอยู่ระหว่างการก่อสร้างไม่สามารถเข้าชมได้ครับ
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ visit Berlin Town Hall

34

เดินกลับไปตามถนน Spandauer Straße เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Karl-Liebknecht-Straße ไปที่เชิงสะพานข้ามแม่น้ำ Spree ก็เห็น Berliner Dom (Berlin Cathedral) มหาวิหารแห่งเบอร์ลินตั้งตระหง่านอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำ Spree สามารถเข้าชมโบสถ์ได้ในวันจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่ 09.00-20.00 น. วันอาทิตย์และวันหยุดราชการ 12.00-20.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.-31 มี.ค. ปิด 19.00 น. ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ราคา 7 ยูโร เด็ก 4 ยูโร ถ้ามี Berlin Welcome Card ลดค่าเข้าชมได้ 40%
อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Berlin Cathedral

35

เดินตรงข้ามสะพานเข้าถนน Schloßplatz แล้วเลี้ยวขวาไปที่ลานด้านหน้าของมหาวิหาร

36

ตอนนี้เรายืนอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์กลางน้ำที่เรียกว่า Museumsinsel (Museum Island)

Museumsinsel ประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ 5 แห่ง ได้แก่ Altes Museum, Neues Museum, Ägyptisches Museum und Papyrussammlung (Egyptian Museum Berlin), Pergamonmuseum และ Bode-Museum

photo credit: googledrive.com
photo credit: googledrive.com

เดินตรงไปที่ Altes Museum หรือ Old Museum พิพิธภัณฑ์หลวงเดิมหรือ Königliches Museum ที่เก็บรักษาของเก่าแก่โบราณไว้มากมายได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO เมื่อปีค.ศ. 1999 เปิดให้เข้าชมวันอังคาร พุธ ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่ 10.00-18.00 น. วันพฤหัสบดีเปิด 10.00-20.00 น. วันจันทร์ปิด ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ราคา 10 ยูโร เด็กและวัยรุ่นอายุ 6-18 ปี ราคา 5 ยูโร

อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Old Museum

38

เดินผ่านด้านข้างของพิพิธภัณฑ์ข้ามสะพานแล้วเลี้ยวขวาเดินตามถนน Am Kupfergraben ผ่าน Neues Museum ไปไม่ไกลก็ถึง Pergamonmuseum พิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจที่สุดของ Museumsinsel เป็นสถานที่เก็บสะสมคอลเล็กชั่นล้ำค่าโดยเฉพาะแท่นบูชาเทพเจ้าซุส

พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 10.00-18.00 น. วันพฤหัสบดีเปิดถึง 20.00 น. ค่าเข้าชมแบบ Museumskarte Pergamonmuseum สำหรับผู้ใหญ่ราคา 12 ยูโร เด็กและวัยรุ่นอายุ 6-18 ปี ราคา 6 ยูโร
อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Pergamonmuseum

39

เราไม่ค่อยชื่นชอบการชมพิพิธภัณฑ์เท่าไหร่ครับ จึงเดินต่อไปลอดใต้สะพานรถไฟแล้วเลี้ยวขวาข้ามสะพาน Monbijoubrücke ไปที่หัวเกาะกลางแม่น้ำซึ่งเป็นที่ตั้งของ Bode-Museum พิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษารูปปั้นหายากในยุคกลางจนถึงเรอเนสซองส์ตอนต้น รวมถึงคอลเล็กชั่นศิลปะแบบไบแซนไทน์และเหรียญต่างๆ มากมายจนถูกเรียกว่า Münzkabinett (Coin Cabinet)

40

พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมในวันอังคาร พุธ ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่ 10.00-18.00 น. วันพฤหัสบดีเปิด 10.00-
20.00 น. วันจันทร์ปิด ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ราคา 8 ยูโร เด็กและวัยรุ่นอายุ 6-18 ปี ราคา 4 ยูโร Bereichskarte Museumsinsel Berlin (Area Ticket Museumsinsel) สำหรับผู้ใหญ่ราคา 18 ยูโร เด็กและวัยรุ่นอายุ 6-18 ปี ราคา 9 ยูโร ใช้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ Museumsinsel ได้ทุกแห่ง Berlin Pass สามารถเข้าชม Museumsinsel ได้ฟรีทั้งหมด

อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Bode-Museum

41

ชมแค่ด้านนอกอาคารที่ออกแบบอย่างสวยงามก็พอแล้วครับ จากนั้นก็เดินต่อไปตามถนน Am Kupfergraben เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Geschwister-Scholl-Straße ตรงต่อเข้าถนน Universitätsstraße ไปจนถึงถนน Unter den Linden เลี้ยวขวาเดินตามถนนใหญ่สายนี้แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Friedrichstraße เลี้ยวซ้ายอีกทีเข้าถนน Französische Straße ไปยัง Gendarmenmarkt

42

จัตุรัสชองดาร์เมนมาร์กเป็นที่ตั้งของโบสถ์ฝรั่งเศส Französischer Dom

43

โบสถ์เยอรมัน Deutscher Dom ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกัน

44

และ Konzerthaus ที่ถนน Markgrafen Straße

45

ตอนนี้หิวมากแล้วแต่อดทนไปก่อนแล้วค่อยไปกินแถว Checkpoint Charlie ซึ่งอยู่ไม่ไกลดีกว่าเพราะร้านอาหารแถวนี้แพงๆ ทั้งนั้นเลย

เดินกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Französische Straße นั่งรถไฟใต้ดินสาย U6 (สีม่วง) 2 สถานีไปที่สถานี Kochstraße ขึ้นจากสถานีมาก็ถึง Checkpoint Charlie ขอพักรับประทานมื้อกลางวันสักครู่ก่อนนะครับ แถวๆ นี้มีร้านอาหารราคาปานกลางให้เลือกเยอะเลย

46

อิ่มแล้วล่ะ เดินย้อนไปทางทิศเหนือตามถนน Friedrichstraße ผ่าน Haus am Checkpoint Charlie หรือ Mauermuseum (Checkpoint Charlie Museum)

47

อีกนิดเดียวก็ถึง Checkpoint Charlie (Checkpoint C) จุดผ่านแดนระหว่างเบอร์ลินตะวันตกซึ่งเป็นเขตของสหรัฐอเมริกากับเบอร์ลินตะวันออกซึ่งเป็นเขตของสหภาพโซเวียต เป็นจุดผ่านแดนจุดสุดท้ายใน 3 จุด ซึ่งสร้างโดยสหรัฐอเมริกาหลังจากกำแพงเบอร์ลินถูกสร้างขึ้น ในช่วงสมัยที่กำแพงเบอร์ลินยังอยู่ ที่นี่เป็นจุดตรวจคนเข้า-ออก
เมืองของเยอรมันตะวันตกส่วนที่ถูกควบคุมโดยอเมริกา ปัจจุบันเช็คพอยต์ของจริงถูกรื้อไปแล้ว แต่ยังเหลือจุดให้
นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนและถ่ายรูปกัน ถ้าอยากถ่ายรูปกับป้อมจุดตรวจก็ต้องยอมจ่ายเงินนิดหน่อยครับ

48

49

นั่งชิลล์ฆ่าเวลาที่ Starbucks แถว Checkpoint Charlie จนถึง 4 โมงครึ่ง เริ่มเบื่อแล้ว ออกเที่ยวต่อดีกว่า วันนี้ยังมีเวลาเหลืออีกประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนถึงเวลากลับโรงแรมไปเอากระเป๋าเดินทางที่ฝากไว้และเตรียมตัวนอนค้างคืนบนรถไฟไปมิวนิค เลยตัดสินใจไปสถานที่ที่อยู่นอกแพลนคือ Olympiastadion

50

เดินไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Kochstraße นั่งรถไฟใต้ดินสาย U6 (สีม่วง) 3 สถานีไปที่สถานี Friedrichstraße ต่อรถไฟท้องถิ่นสาย S5 (สีส้ม) อีกราว 20 นาที ก็ถึงสถานี Olympiastadion

เดินข้ามสะพานเหนือทางรถไฟตรงไปไม่กี่ร้อยเมตรก็ถึง Olympiastadion สนามโอลิมปิคเป็นสนามกีฬาแห่งชาติของเยอรมนีและเป็นสนามเหย้าของสโมสร Hertha BSC หรือ Hertha Berlin ทีมฟุตบอลดังของกรุงเบอร์ลินด้วย

51

เย็นแล้ว กลับเข้าเมืองดีกว่า เดินกลับทางเดิมไปที่สถานีรถไฟ ขึ้นรถไฟสาย S5 กลับไปลงที่สถานีรถไฟกลาง Berlin Hbf อีกครั้ง ประมาณ 6 โมงเย็นก็ถึงแล้ว

52

ยังเหลือสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่เรายังไม่ได้ไปครับ นั่นคือ Holocaust Memorial

ไปกันเลยครับ เดินลงไปที่ชานชลาของสถานีรถไฟใต้ดิน Hauptbahnhof นั่งรถไฟใต้ดินสาย U55 (สีน้ำตาล) แค่ 1 สถานีก่อนไปลงที่สถานี Bundestag เพื่อเดินไปยัง Reichstag หรืออาคารรัฐสภาอีกครั้งเพราะตอนเช้าถ่ายรูปย้อนแสงเยอะไปหน่อย เลยต้องขอกลับมาแก้ตัวอีกครั้ง

53

จากรัฐสภาจะเลือกเดินกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Bundestag และนั่งรถไฟใต้ดินสาย U55 (สีน้ำตาล) อีก 1 สถานีไปที่สถานี Brandenburger Tor เพื่อไปประตูชัยเบอร์ลินก็ได้ แต่เราขอลองเดินเลยต่อไปยังประตูชัย Brandenburg ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 500 เมตร

ผมว่ามาชมประตูชัยตอนโพล้เพล้ใกล้มืดสวยงามกว่ามาตอนฟ้าสว่างนะครับ 🙂

54

55

เดินไปด้านข้างของประตูชัยตามถนน Ebertstraße อีกไม่ไกลก็ถึง Holocaust-Mahnmal หรือ Holocaust Memorial อนุสรณ์แด่ชาวยิวในยุโรปที่เสียชีวิตจากคำสั่งฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของฮิตเลอร์จำนวน 6 ล้านคน ที่นี่มีเสาสูงต่ำมากถึง 2,711 ต้นเลยทีเดียว

56

57

ที่นี่เป็นสถานที่สุดท้ายของวันนี้แล้ว ถึงเวลากลับโรงแรมและเตรียมตัวเดินทางไปมิวนิค

เดินตามถนน Behrenstraße เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Wilhelmstraße กลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Brandenburger Tor นั่งรถไฟใต้ดินสาย U55 (สีน้ำตาล) 2 สถานีกลับทางเดิมไปที่สถานีรถไฟกลาง Berlin Hbf

แวะสั่งข้าวไก่คริสปี้ที่ร้านอาหารจีนในสถานีรถไฟซึ่งเล็งมาตั้งแต่วันแรกที่มาถึงแล้วกินให้อิ่มอร่อยก่อนแล้วค่อยเดินกลับโรงแรมเอากระเป๋าเดินทาง เช็ดเนื้อเช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมพร้อมค้างคืนบนรถไฟ CNL (City Night Line) ขบวน 1247 ซึ่งจะออกเดินทางจากชานชลา 13 ในเวลา 21.04 น. โดยเราซื้อตั๋วรถไฟ Berlin-München ออนไลน์ล่วงหน้าจาก Germany train มาจากเมืองไทยแล้วจึงขึ้นรถไฟได้เลยครับ (ตั๋วรถไฟชั้น 2 Savings fare ราคา 50.50 ยูโร)

58

รถไฟขบวนนี้สะอาด กว้างขวาง นั่งหลับได้สบายปลอดภัยครับ หลับยาวตลอดทางจนเช้าที่มิวนิคในเช้าวันรุ่งขึ้นเลย

59

Gute Nacht…Good Night  ฝันดีครับ


Accommodation: 
MEININGER Hotel Berlin Hauptbahnhof

Transportation: Berlin transportationGermany train

Shopping: KaDeWe

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต