SHQIPËRI มีอะไรให้เที่ยวเอง “Berati – Tiranë – Durrës” สามเมือง สามอารมณ์ ของอัลเบเนีย

เที่ยวเอง รีวิว เบรัต ติรานา ดูเรส อัลบาเนีย อัลเบเนีย berat tirana durres albania
Shqipëri หรือ Albania คือประเทศที่ 2 ของ Greek to Roman Trip

เมื่อคืนเราเอนหลับบน night bus จากเมือง Trikala หลังจากไปเที่ยว Meteora มา ผ่านชายแดนกรีซเข้าเขตเมือง Kakavia ของอัลเบเนีย ตอนตี 2 (ใช้เวลาผ่านด่านตม. 2 ประเทศ ประมาณ 1 ชั่วโมง)

ตี 5 ครึ่งเวลากรีซซึ่งเร็วกว่าอัลเบเนีย 1 ชั่วโมง เด็กรถมาปลุกให้ลงไปต่อรถตู้ที่สถานีรถบัสเมือง Fier หลับต่ออีกชั่วโมงนิดหน่อยก็ถึงสถานีรถบัส Terminali i Autobuzave Berat เมือง Berati (Berat) เกือบ 6 โมงเช้าเวลาอัลบาเนีย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมงครึ่ง

photo credit: www.goway.com

ชมรูปสวยๆ และอ่านรีวิวประเทศแรกของทริปคือ Greece 3 ตอนจาก link ด้านล่างนี้
กรีซให้สุด..เที่ยวเอง GREECE ตอนที่ 1 “Santorini” อยากอยู่แบบนี้นานๆ ได้ไหม  
กรีซให้สุด..เที่ยวเอง GREECE ตอนที่ 2 “Athens” น่าทึ่งว่าคนโบราณเค้าสร้างเมืองกันได้ยังไง
กรีซให้สุด..เที่ยวเอง GREECE ตอนที่ 3 “Meteora” อารามลอยฟ้าอันวิเวกแห่งกรีซ  

คนไทยที่มีวีซ่าเชงเก้น type C หรือ D หรือวีซ่าสหรัฐอเมริกา แบบ Multiple Entries ที่ยังไม่หมดอายุและเคยได้รับการแสตมป์เข้าประเทศใดประเทศหนึ่งในกลุ่มเชงเก้นหรือสหรัฐอเมริกามาก่อนแล้ว สามารถใช้วีซ่านั้นเดินทางเข้าและอาศัยอยู่ในประเทศอัลเบเนียได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าอัลเบเนีย

ถ้าไม่มีวีซ่าดังกล่าวจะต้องขอวีซ่าอัลเบเนียที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย หรือกรุงโรม ประเทศอิตาลี
ค่าธรรมเนียมวีซ่า 10 ยูโร

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ albaniatourism.info และ punetejashtme.gov.al

เรามีวีซ่าเชงเก้น type C แบบ Multiple Entries ที่ยังไม่หมดอายุ และวีซ่าอเมริกา 10 ปี ที่เคยใช้เข้าเมืองแล้วจึงวางแผนเดินทางเข้าๆ ออกๆ อัลเบเนียได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าครับ ถ้าไม่มีวีซ่าดังกล่าวไม่ควรวางแผนตามเรานะครับ นอกจากนี้ช่วงที่ไปคือเดือนมิถุนาเป็นช่วงที่อัลเบเนียประกาศ Free Visa ให้คนไทย แต่จะหมดเขตวันที่ 31 ต.ค. 2018 นี้ ไม่แน่ใจว่าจะต่ออายุอีกหรือไม่

สถานีรถบัส Terminali i Autobuzave Berat (Stacioni i Autobusëve) อยู่นอกเมืองเบรัตทางทิศเหนือ ห่างจาก Mangalem หรือเมืองเก่าราว 3 กิโลเมตร

เดินเข้าไปในอาคารสถานีเพื่อหาร้านแลกเงิน แต่ไม่เจอ แล้วจะมีตังค์ค่าแท็กซี่เข้าเมืองได้ยังไง ค่าแท็กซี่ 400-500 Lekë (ประมาณ 140 บาท)

ยืนมึนๆ เพราะตอนนี้เช้ามากกก พอดีมีป้าเดินออกมาจากร้านอาหารในสถานีและทักเรา เราเลยถามนางว่ามีร้านแลกเงินแถวนี้มั้ย? ป้าแกฟังภาษาอังกฤษพอได้แต่ตอบกลับมาไม่ได้ นางไปตามลุงคนนึง (เข้าใจว่าเป็นเจ้าของร้าน) มาช่วยคุย

สื่อสารกันเกือบเข้าใจว่าเราต้องการแลกเงินนิดหน่อยให้พอค่าแท็กซี่เข้าเมืองก่อน ลุงควักเงินเป็นปึ๊งมาแสดงว่า 1 ยูโร แลกเงิน Albanian lek ได้ 124 Lekë (ALL) ลุงพูดเหมือนว่าจะให้เราแลกแต่ต้องแลกเยอะ เราจะแลกนิดเดียวก่อนเพราะเช็คเรทมา 1 ยูโรน่าจะแลกได้ไม่ต่ำกว่า 130 Lekë กลัวลุงโกงเพราะหน้าตาดูเจ้าเล่ห์เหมือนกัน

คุยกันไม่ค่อยเข้าใจ พอดีมีผู้หญิงคนนึงเดินมา ลุงเลยบอกให้ผู้หญิงคนนั้นบอกเราเป็นภาษาอังกฤษว่าไม่ต้องแลกเงิน เดี๋ยวเค้าจะพาขึ้นรถเมล์เข้าเมือง งงสิว่าลุงจะจ่ายค่าตั๋วรถเมล์ให้หรอ แต่ก็นั่งรอลุงในสถานี

แป๊บนึงลุงก็พาเราไปขึ้นรถเมล์ (เบอร์อะไรก็ได้ สถานีรถบัสนี้คือต้นทาง รถเมล์ทุกคันวิ่งแค่เส้นทางเดียว) ลุงไปเอาตั๋วกับคนขับแล้วเอามาให้เรา แล้วไปเก็บเงินค่าตั๋วกับผู้โดยสารคนอื่นๆ เราเลยถึงบางอ้อเลยว่าลุงเป็นกระเป๋ารถเมล์เองซะงั้น และให้เราขึ้นรถฟรี 5555 โชคดีโคตรๆ

ลงที่ท่ารถ (Stacioni i Autobusëve) ตรงโบสถ์ Katedralia Ortodokse ‘Shen Dhimitri’ (Saint Demetrius Cathedral)

ตรงนี้เป็นที่ตั้งของ Xhamia e Plumbit (Lead Mosque) หรือที่รู้จักกันว่า Izgurli Mosque มัสยิดแห่งนี้สร้างโดยขุนนางชื่อ Ahmet Bej Uzgurliu ในปีค.ศ. 1553

เดินย้อนตามถนนสายหลักของเมืองชื่อ Rruga Antipatrea ผ่านร้านแลกเงิน แต่ยังไม่แลก เลี้ยวซ้ายเข้าซอยไปนิดก็เห็น White City Hotel โรงแรมดีมากให้เช็คอินเก็บของในห้องได้เลย ห้องพักราคาย่อมเยาแค่คืนละ 34.20 ยูโร มีอาหารเช้าด้วย

ออกจากโรงแรม เดินไปแลกเงินคนละ 35 ยูโร ได้เงิน Leku Shqiptar (Albanian lek) มา 4,340 ALL สำหรับใช้ในอัลเบเนียเกือบ 3 วัน

อัตราแลกเปลี่ยนคือ 1 ยูโร = 124 ALL หรือ 1 ALL ประมาณ 0.3 บาท

กินอาหารเช้าแบบท้องถิ่น+กาแฟที่ร้านแถวนั้น มื้อง่ายๆ นี้ไม่ถึงร้อยบาทครับ ค่าครองชีพถูกมากๆ

พร้อมเที่ยว Berat แล้ว

เมืองขนาดเล็กที่ชื่อมีความหมายตามภาษาสลาฟว่า “เมืองสีขาว” เบรัตผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างยาวนาน โดยในอดีตเคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของหลายอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็นไบเซนไทน์ โรมัน รวมถึงออตโตมัน แต่ก็ยังคงสภาพบ้านเรือนซึ่งมีเอกลักษณ์ที่บ้านซึ่งมีหน้าต่างขนาดใหญ่มากมายมาได้จนถึงทุกวันนี้ จนได้รับการขนานนามให้เป็น “Town of a Thousand Windows” ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลก

เดินกลับไปทางโรงแรม ตรงเข้าสู่ Mangalem หรือเขตเมืองเก่าซึ่งได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปีค.ศ. 2008 ประมาณ 100 เมตรก็ถึงทางเดินขึ้น Kalaja e Beratit (Berat Castle)

เดินผ่าน Xhamia Mbret (King Mosque) หรือ Sultan’s Mosque (Xhamia e Sulltanit) และ Muzeu Kombëtar Etnografik i Beratit (National Ethnographic Museum of Berat) ตรงขึ้นทางชันไปไกลเล่นเอาเหงื่อท่วมเพราะวันนี้โคตรจะร้อน โค้งซ้ายขึ้นเนินเข้าสู่อาณาเขตของ Kalaja e Beratit หรือ Berat Castle ป้อมปราการโบราณเหนือตัวเมืองเบรัตที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13

ปกติค่าเข้าปราสาท 100 ALL แต่วันนี้ได้ตั๋วฟรีครับ

ภายในบริเวณป้อมมีพิพิธภัณฑ์ โบสถ์ไบแซนไทน์เก่าแก่ และมัสยิดในสมัยออตโตมันมากมาย

โบสถ์แรกที่เห็นคือ Kisha e Shën Todrit (St. Theodore’s Church)

มองตรงไปข้างหน้าไกลๆ คือป้อมที่เป็นจุดชมวิวพาโนรามาทั่วทั้งเมืองเบรัต แต่เดี๋ยวค่อยเดินไปกัน

เดินไปทางขวาเข้าซอกแคบๆ นิดเดียวก็ถึง Muzeu Kombëtar Ikonografik “Onufri” (National Iconographic Museum “Onufri”) พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอัลเบเนียอยู่ใน Katedralja Fjetja e Shën Mërisë (Dormition of St. Mary Cathedral)

ตรงไปอีกนิดก็ถึง Kisha e Shën Mëri Vllahernës (St. Mary of Blaherna Church)

ใกล้กันคือ Kisha e Shën Kollit (Saint Nicholas Orthodox Church)

เดินออกไปที่ลานโล่งก็เห็นรูปปั้นศีรษะของ Konstandini i Madh หรือ Great Constantine อดีตจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของโรมัน

เดินไปทางซ้ายตรงไปยัง Kisha e Shën Triadhës (Holy Trinity Church) โบสถ์ออร์โธด็อกซ์เก่าแก่ที่กลายเป็นอนุสรณ์ทางวัฒนธรรมของประเทศอัลเบเนียเมื่อปีค.ศ. 1948

ขึ้นเนินเดินวนหาทางกลับไปที่ป้อมเสาธงชาติอัลเบเนียเพื่อชมวิวเมืองเบรัตที่อยู่ด้านล่าง

เที่ยง ออกจากป้อมปราสาททางเดิม เดินลงเขากลับไปที่จุดที่เดินขึ้นมาแล้วเลี้ยวขวาไปไม่ไกลก็ถึง Lumi Osum หรือแม่น้ำ Osum

ถ่ายรูปบ้านเรือนตาม Mali i Tomorit หรือภูเขา Tomorr และ Xhamia e Beqarëve (Bachelors’ Mosque) ซึ่งเป็นวิวเอกลักษณ์ของ Berat เมืองแห่งหน้าต่างนับพัน

ข้ามสะพานไปถ่ายรูปก็สวยดีครับ

หมดเมืองแล้ว วันนี้ร้อนมาก ขอเดินกลับไปหาอะไรกินแถวโรงแรมและนอนพักเพราะเมื่อคืนหลับๆ ตื่นๆ มาเกือบตลอดทาง

ร้านอาหารธรรมดาทั่วไป เตรียมเงินไป 150-300 ALL ก็พอ ส่วนร้านดีๆ หรูๆ ควรมี 500-700 ALL ครับ

เผลอหลับไปถึง 2 ทุ่ม สะดุ้งตื่นเดินเลียบริมแม่น้ำไปข้ามสะพานเดิมตรงไปรับประทานมื้อค่ำที่ร้าน Antigoni

มื้อนี้ขอกินที่ร้านอาหารดีๆ วิวงามๆ หน่อยละกัน เช็คบิลออกมา 1,300 ALL หารกันจ่ายคนละไม่ถึง 200 บาท

เดินกลับโรงแรม ค้างคืนที่ Berat

วันที่ 2 ใน Albania

เช้านี้เราจะเข้าเมืองหลวงของอัลเบเนียคือ Tirana (Tiranë)

photo credit: www.martinrandall.com

แฮฟเบรคฟาสต์พร้อมชมวิวเบรัต

8 โมง เช็คเอาท์ออกจากโรงแรมเดินไปที่ท่ารถ Stacioni i Autobusëve (ที่เดียวกับตอนที่ลงรถเมล์ก่อนเข้าโรงแรม)

ขึ้นรถเมล์เบอร์อะไรก็ได้ไปสถานีรถบัส Terminali i Autobuzave Berat ตั๋วรถเมล์ 30 ALL (Lekë)

เมื่อวานดูป้ายหน้าสถานีรถบัสแล้วว่าช่วงเช้ามีรถบัสไป Tirana ทุกครึ่งชั่วโมง เราเลือกคัน 08.30 น.

เช็คตารางเวลารถบัส Berat – Tirana ได้ที่ bus Berat to Tirana
เช็คตารางเวลารถบัส Tirana – Berat ได้ที่ bus Tirana to Berat

แต่เวลาอาจไม่ตรงเป๊ะนะครับ เอาชัวร์ๆ คือดูป้ายที่สถานีรถบัสต้นทาง

การเดินทางด้วยรถสาธารณะในอัลเบเนียไม่ค่อยสะดวกครับ ใช้เวลาค่อนข้างนานเพราะรถจอดรับคนบ่อย ไม่มีเว็บไซต์ทางการให้หาตารางเวลารถบัสที่แน่นอน ถ้าวางแผนจะเดินทางไปเมืองเล็กเมืองน้อยที่ไม่ใช่เมืองสำคัญหรือเมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศ เช่น Vlorë, Gjirokaster จะต้องเผื่อเวลาไว้พอสมควรเพราะรถบัสจากเมืองหนึ่งไปเมืองหนึ่งอาจมีแค่รอบเดียวต่อวันก็ได้

นั่งรถไปสักพัก กระเป๋ารถก็มาเก็บตังค์ ค่ารถบัส Berat – Tirana ราคา 400 ALL (ประมาณ 120 บาท)

10.45 น. รถบัสเข้าจอดที่สถานีรถบัสใกล้ Rrethrrotullimi i Doganës (Doganës Roundabout) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของศูนย์กลางเมือง (ไม่ใช่ Tirana International Bus Station ใน google map นะ)

เดินออกไปที่ถนนใหญ่ชื่อ Rruga Dritan Hoxha เลี้ยวซ้ายไปขึ้นรถเมล์เบอร์อะไรก็ได้ บอกกระเป๋ารถเมล์ให้เรียกเมื่อถึง Sheshi Skënderbej หรือ Skanderbeg Square (ระยะทางประมาณ 3.4 กิโลเมตร) ตั๋วรถเมล์ 40 ALL ถ้านั่งแท็กซี่ประมาณ 500 ALL (4 ยูโร)

คำนวณค่าแท็กซี่ได้จาก merrtaxi.com

ลงรถเมล์ เดินย้อนไปหน่อยแล้วเลี้ยวขวาตรงไปไม่ไกลก็ถึง Sheshi Skënderbej (Skanderbeg Square)

เดินไปทางตึกสูงของ Tirana International Hotel ข้ามถนนตรงสี่แยกใหญ่ไปที่ออฟฟิศของ Tirana-Metropol Agency ซื้อตั๋วรถบัสไป Prizren (Prizreni) ของ Kosovo (Kosovë) รอบ 15.00 น. ราคา 10 ยูโร และฝากกระเป๋าไว้ที่นั่น

เช็คตารางเวลารถบัสได้ที่ www.balkanviator.com และ bus from Tirana

มีเวลาเกือบ 4 ชั่วโมงให้เที่ยวกรุง Tirana

Tirana หรือ Tiranë คือเมืองหลวงและเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศอัลเบเนีย

บริเวณศูนย์กลางเมืองซึ่งเป็นจุดที่พอจะมีอะไรให้ดูชมบ้าง 555 มีขนาดไม่ใหญ่เลยครับ ถ้าไม่มีที่ฝากกระเป๋ายังเดินลากเที่ยวได้เลย

เริ่มต้นที่ Sheshi Skënderbej (Skanderbeg Square) คือจัตุรัสสำคัญที่สุดของกรุงติรานาตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง ชื่อจัตุรัสตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่วีรบุรุษของชาติผู้ต่อต้านพวกออตโตมัน นามว่า Gjergj Kastrioti Skënderbeu หรือ Skënderbej (Skanderbeg) ตรงกลางจัตุรัสจึงมี Monumenti i Skënderbeut (Skanderbeg Monument) อนุสาวรีย์ของท่านเป็นสัญลักษณ์

รอบๆ จัตุรัสเป็นที่ตั้งของสิ่งก่อสร้างสำคัญมากมาย

ทางทิศเหนือคือ Muzeu Historik Kombëtar (National Historical Museum) พิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

ทิศตะวันออกเป็นที่ตั้งของ Teatri Kombetar i Operas dhe i Baletit (National Theatre of Opera and Ballet of Albania) หรือ TKOB โรงละครที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอยู่ในอาคาร Pallati i Kulturës (Palace of Culture)

ข้างกันคือ Xhamia e Et’hem Beut (Et’hem Bey Mosque) มัสยิดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 แต่ถูกปิดใช้ในยุคคอมมิวนิสต์จนกระทั่งเปิดเป็นสถานที่สวดมนต์อีกครั้งในปีค.ศ. 1991 โดยกองทัพประชาชนนับหมื่นที่ต่อต้านคำสั่งของรัฐบาล

ด้านข้างมัสยิดคือ Kulla e Sahatit (Clock Tower of Tirana) หอนาฬิกาประจำเมืองที่สร้างมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1811

ถัดไปคือ Bashkia Tiranë (Tirana City Hall) หรือที่ว่าการเมืองติรานา

เดินเข้าถนน Rruga Abdi Toptani ไปทางตึกสูงด้านหลังมัสยิดราว 200 เมตรก็ถึง Tyrbja e Kapllan Pashës (Kapllan Pasha Tomb) สุสานรูปทรงแปดเหลี่ยมของชาวมุสลิมที่ในภาษาเตอร์กิชเรียกว่า Türbe

เลี้ยวขวาเดินผ่านห้าง Toptani และสวน Fan Stilian Noli ก็เห็นมัสยิดขนาดใหญ่แต่ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ชื่อ Xhamia e Namazgjasë (Namazgâh Mosque) หรือ Great Mosque of Tirana (Xhamia e Madhe e Tiranës)

เลี้ยวซ้ายไปนิดก็ถึง Ura e Tabakëve (Tabake Bridge) หรือ Tanners’ Bridge สะพานหินที่สร้างในสมัยออตโตมันตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 เมื่อก่อนฉากหลังของสะพานนี้เป็นอาคารสี่เหลี่ยมทื่อๆ แบบสมัยคอมมิวนิสต์สีสันฉูดฉาดเรียงรายเป็นแผงหน้ากระดาน แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วครับ

เดินไปทางขวาเลียบริมแม่น้ำ Lana ที่ดูเหมือนเป็นคูมากกว่า 55 จนถึงสี่แยกใหญ่ เลี้ยวซ้ายเดินข้ามสะพานไปก็เห็น Piramida (Pyramid of Tirana) ในอดีตคืออาคาร Enver Hoxha Museum แต่ปัจจุบันคือ International Centre of Culture แต่ตอนนี้น่าจะปิดใช้งานแล้วเพราะสภาพเละเทะเหลือเกิน 55

ตรงต่อไปอีกนิดเป็นที่ตั้งของ Kryeministria (Prime Minister’s Office) ทำเนียบประธานาธิบดีแห่งอัลเบเนีย
ตรงข้ามกันคือ Zyrat e Parlamentit หรืออาคารรัฐสภาของอัลเบเนีย

เดินสุดแค่นี้พอครับ เดินกลับทางเดิมข้ามสะพานข้ามแม่น้ำ Lana ข้ามถนนไปที่ Parku Rinia ทางซ้ายมือ ในสวนมีป้าย I Love Tirana ให้ถ่ายรูปคู่เป็นที่ระลึกว่าเคยมาเที่ยวเมืองที่ไม่เห็นมีอะไรเที่ยวเลย แต่เราก็มาเพราะตั้งใจเก็บเมืองหลวงของทุกประเทศในยุโรปให้ได้ 555

ตรงตามถนนใหญ่ชื่อ Bulevardi Dëshmorët e Kombit (Nation’s Martyrs Boulevard) หรือถนน Champs-Élysées แห่งอัลเบเนีย กลับไปทาง Sheshi Skënderbej (Skanderbeg Square) จะเห็นตึกสูงเด่นอยู่ทางซ้าย เดินไปยังตึกนั้นแล้วเลี้ยวขวาไปก็ถึง Katedralja Ngjallja e Krishtit (Resurrection Cathedral) โบสถ์คริสต์ออร์โธด็อกซ์ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ของยุโรป

ถนนตรงนี้ก็คือถนนที่เราลงรถเมล์ตอนที่มาจากท่ารถบัสเลย เดินไปหน่อยแล้วเลี้ยวขวากลับไปยังจัตุรัส Skanderbeg อีกครั้ง

เดินหาร้านอาหารสำหรับมื้อกลางวันแถวๆ บริษัทรถ Tirana-Metropol

Schnitzel จานนี้ 400 ALL (ประมาณ 120 บาท) ครับ

บ่าย 3 โมง ขึ้นรถตู้ใหญ่ไป Prizren (Prizreni) เมืองท่องเที่ยวดังที่สุดของ Kosovo

รออ่านรีวิวโคโซโว 2 เมืองคือ Prizren และ Prishtina (Pristina) นะครับ

photo credit: www.rferl.org

หลังจากเที่ยว Kosovo 2 เมืองเสร็จ เราก็นั่งรถบัสจากกรุง Prishtina ไปยังเมืองหลวงของประเทศ Macedonia คือกรุง Skopje แล้วไปเที่ยวเมือง Ohrid นอนค้างคืนที่เมือง Struga และนั่งรถบัสตอนเช้ากลับเข้าประเทศ Albania อีกครั้งโดยมีจุดหมายคือเมือง Durrës เพื่อข้ามเรือไปเมือง Bari ของอิตาลี

รถบัสของ Durmo Tours ออกจากสถานีรถบัส Avtobuska Stanica Struga มาส่งถึงสถานีรถบัส Stacioni i Autobuzave Durres (Durres Bus Terminal) เกือบบ่าย 2 (เลตจากกำหนด 12.15 น. ไปชั่วโมงกว่า) ตั๋วรถบัส Struga – Durrës ราคา 700 MKD (12 ยูโร)

เช็คตารางเวลาและค่ารถบัสได้ที่ www.balkanviator.com และ Durmo Tours bus

หาร้านอาหารแถวนั้นก่อนเลยเพราะจุดนี้หิวมากแล้ว ข้างร้านอาหารมีออฟฟิศของ Adria Ferries ซึ่งเราซื้อตั๋วเรือไว้ล่วงหน้าแล้ว กะจะเข้าไปขอฝากกระเป๋าใหญ่ แต่ยังปิดอยู่ คนแถวนั้นบอกว่าเปิด 5 โมงเย็น เราเลยขอร้านอาหารที่กินมื้อกลางวันฝากกระเป๋าไว้ถึงตอนเย็นๆ

เยื้องกับออฟฟิศ Adria Ferries คือทางเดินเข้าไปยัง Terminali i Trageteve หรือ Terminali Pasagjereve Durres (Durrës Ferry Terminal) ส่วนด้านข้างถัดไปไม่กี่ห้องมีร้านแลกเงิน เรทดีเลย 1 ยูโร = 130 ALL

ในสถานีรถไฟ Stacioni Qendror i Trenit Durres ที่อยู่ด้านข้างทางเข้า Terminali i Trageteve (Durrës Ferry Terminal) ไม่มีที่ฝากกระเป๋าและเหมือนว่าแทบไม่มีรถไฟมาจอดที่นี่แล้ว

Durrës คือเมืองใหญ่อันดับที่ 2 ของอัลเบเนียและเป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและการคมนาคมทางเรือกับประเทศอิตาลี นอกจากนี้ยังเป็นเมืองตากอากาศริมทะเลอเดรียติคซึ่งเป็นที่นิยมของคนยุโรปมาพักร้อนในช่วงฤดูร้อน ส่วนในตัวเมืองไม่ค่อยมีอะไรให้เที่ยวครับ

ออกจากสถานีรถบัสไปที่ถนนใหญ่ด้านหน้า ป้ายรถเมล์อยู่ทางขวา ขึ้นรถเมล์ที่เขียนป้ายว่า Durrës-Plepa พอรถเมล์ลงสะพานก็เตรียมตัวลงตรง Palace Hotel & Spa ตั๋วรถเมล์ราคา 30 ALL (9 บาท)

เดินเข้าซอยข้างโรงแรมไปก็ถึง Plazhi i Durrësit หรือชายหาด Durrës

มองไปไกลๆ เห็นท่าเรือทื่คืนนี้เราจะไปขึ้นเรือข้ามไปอิตาลีกัน

เดินเล่นริมชายหาดที่คึกคักด้วยนักท่องเที่ยวฝรั่งล้วนๆ ครับ 55

จ่ายค่าเตียงชายหาด 100 ALL นอนเล่นดูคนทำกิจกรรมบนชายหาด

5 โมงกว่า นั่งรถเมล์จากป้ายฝั่งตรงข้าม Palace Hotel & Spa กลับไปลงที่สถานีรถบัส
เดินเข้ากลางเมืองโดยตรงไปที่วงเวียน เลยไปนิดก็แยกซ้ายเข้าถนน Rruga Kristaq Rama ตรงต่อเข้าถนนการค้าชื่อ Bulevardi Dyrrah

เดินอีกราว 600 เมตรก็เห็น Bashkia Durrës หรือที่ว่าการเมืองดูร์เรส

ทางขวามือคือ Xhamia e Madhe (Grand Mosque of Durrës) หรือ Xhamia e Re (New Mosque) มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1931 โดยพระเจ้า Nalt Madhnija e Tij Zogu I (Ahmet Zogu I) กษัตริย์แห่งอัลเบเนีย

เลยมัสยิดไปหน่อยมี Amfiteatri i Durrësit (Amphitheatre of Durrës) โรงละครโรมันโบราณที่สร้างในสมัยจักรพรรดิ Trojan ราวปีค.ศ. 200

แถวนี้มีกราฟิตี้บนผนังบ้านเก่าๆ ให้ถ่ายรูปเก๋ๆ ด้วย

เดินกลับไปที่ถนนหลักที่เลี้ยวเข้ามา เลี้ยวขวาเดินอีกประมาณ 400 เมตรก็ถึง Kalaja e Durrësit (Durrës Castle) ป้อมดูร์เรสสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ Anastasius ที่ 1 แห่งไบแซนไทน์ตั้งแต่ 491-518 ปีก่อนคริสตกาล (ใน google map เขียนว่า Kulla Veneciane หรือ Venetian Tower) ปัจจุบันกลายเป็นร้านอาหารหรูไปซะแล้ว

6 โมงแล้ว เดินกลับไปที่สถานีรถบัส Stacioni i Autobuzave Durres (ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร)

วันนี้เราจะออกจากอัลเบเนียแล้ว ต้องแลกเงินที่เหลือ 2,000 ALL เป็นเงินยูโรก่อน ได้เงินมาประมาณ 15 ยูโรครับ

เดินเข้าไปยัง Terminali i Trageteve (Durrës Ferry Terminal) หรือ Porti i Durrësit

เราซื้อตั๋วเรือ Durrës – Bari ห้อง 2 Berth Inside Cabin (Shower/WC) ราคาคนละ 121.43 ปอนด์ (2,765 บาท) ผ่านเว็บไซต์มาล่วงหน้าแล้ว เอาใบคอนเฟิร์มตั๋วที่ปรินท์มาให้เจ้าหน้าที่ของ Adria Ferries ดูและไปปรินท์ boarding pass จากตู้อัตโนมัติ กินข้าวเย็นรอเวลาเกทเปิด จากนั้นก็ผ่าน security check และตม. ไปขึ้นเรือไป Bari

22.00 น. เรือ Adria Ferries ออกเดินทาง

เช็คตารางเวลาเรือของบริษัทต่างๆ และซื้อตั๋วได้ที่ www.aferry.com

ถ้าเรือ Ventouris Ferries RIGEL III ห้อง 2 Bed Inside Cabin with Shower and WC for 2 persons ราคา 140 ยูโร / แบบ Pullman Seat for 1 person ราคา 31.76 ยูโร (ราคาเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา)

เช็คตารางเวลาเรือและซื้อตั๋วได้ที่ http://ventourisferries.com

สภาพห้องนอนเป็นแบบนี้ครับ มีห้องส้วมและฝักบัวให้อาบน้ำได้ ถ้าเลือกแบบถูกๆ จะอาบน้ำไม่ได้นะ

คืนนี้นอนบนเรือข้ามทะเลอเดรียติคกลับเข้าเขตเชงเก้นอีกครั้งที่ประเทศอิตาลี

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต