เที่ยวเอง BENELUX – GERMANY – FRANCE ตอนที่ 12 “LUXEMBOURG” เปิดเมืองแปลกของประเทศเล็กอันดับ 7 ของยุโรป

photo credit: en.wikipedia.org
เที่ยวเอง ย้อนรอยทริป “เบเนลักซ์ – เยอรมัน – ฝรั่งเศส” อีกครั้ง

เข้าสู่ประเทศที่ 5 ของทริปในวันที่ 9 ครับ วันนี้เราจะออกเดินทางจากเมือง Strasbourg ประเทศฝรั่งเศส ไปเที่ยว 3 เมืองของประเทศลักเซมเบอร์ก ได้แก่  Vianden, Esch-sur-Sûre, Luxembourg

อ่านรีวิวตอนที่ 1 – 11 ได้จากลิ้งค์ด้านล่างนี้ครับ
เที่ยวเอง BENELUX – GERMANY – FRANCE ตอนที่ 1 “Dinant, BELGIUM” เมืองริมน้ำอันงดงามดุจภาพวาด
เที่ยวเอง BENELUX – GERMANY – FRANCE ตอนที่ 2 “Brussels, BELGIUM” เมืองแห่งจัตุรัสกลางเมืองที่สวยที่สุดในโลก
เที่ยวเอง BENELUX – GERMANY – FRANCE ตอนที่ 3 “Brugge, BELGIUM” เมืองคูคลองสุดสวยจนต้องมาซ้ำ
เที่ยวเอง BENELUX – GERMANY – FRANCE ตอนที่ 4 “Gent, BELGIUM” เดินคูลๆ ในเมืองคูคลอง
เที่ยวเอง BENELUX – GERMANY – FRANCE ตอนที่ 5 “Amsterdam, NETHERLANDS” เสพสุขสีสันแห่งการใช้ชีวิต
เที่ยวเอง BENELUX – GERMANY – FRANCE ตอนที่ 6 “Giethoorn, NETHERLANDS” หมู่บ้านริมคลองน่ารักระดับโลก
เที่ยวเอง BENELUX – GERMANY – FRANCE ตอนที่ 7 “West GERMANY” เที่ยวตามแนวแม่น้ำไรน์: Cologne – Bonn – Bacharach
เที่ยวเอง BENELUX – GERMANY – FRANCE ตอนที่ 8 “West GERMANY” เที่ยวตามแนวแม่น้ำโมเซล: Burg Eltz – Cochem
เที่ยวเอง BENELUX – GERMANY – FRANCE ตอนที่ 9 “West GERMANY” ชมเมืองเก่า Heidelberg สุดคลาสสิกตลอดกาล
เที่ยวเอง BENELUX – GERMANY – FRANCE ตอนที่ 10 “Strasbourg, FRANCE” ฝรั่งเศสน้อย ณ อัลซาซ
เที่ยวเอง BENELUX – GERMANY – FRANCE ตอนที่ 11 “Eguisheim – Riquewihr – Colmar, FRANCE” ชมเมืองสีลูกกวาด..ฉูดฉาด..หยาดเยิ้ม

เดินไปสถานีรถไฟ Gare de Strasbourg-Ville ใช้บัตรโดยสารรถไฟยุโรปแบบเหมาจ่าย Eurail Global Pass ต่อเป็นวันที่ 9 ขึ้นรถไฟขบวน TER 830302 ไป Luxembourg ตอน 07.49 น. ฟรี
(เวลาอื่นใช้เวลานานกว่า เปลี่ยนหลายขบวน และค่าตั๋วแพงกว่า ปกติตั๋วรถไฟ Strasbourg – Luxembourg ชั้น 2 เวลานี้ราคา 39.80 ยูโร)

เช็คตารางเวลารถไฟฝรั่งเศสได้ที่ www.sncf.com เลือก Reservations

พอถึงสถานีรถไฟ Gare de Metz-Ville (Metz Centre) ตอน 09.15 น. ก็ลงรถไฟไปต่อขบวน TER 88726 ซึ่งจะออกในอีก 18 นาทีต่อมา นั่งรถไฟเข้าเขตประเทศลักเซมเบอร์กอีกไม่นาน รถไฟก็เข้าจอดสุดทางที่สถานีรถไฟกลาง Gare de Luxembourg (Gare Centrale) ในเวลา 10.22 น. ใช้เวลาเดินทางรวม 2 ชั่วโมง 33 นาที

ออกจากสถานีรถไฟ เดินไปทางขวาตามถนนใหญ่แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนน Rue du Fort Neipperg เข้าเช็คอินที่ Auberge Gaglioti โรงแรมแบบครอบครัวขนาดกลาง ห้องพักสำหรับ 2 คน ราคาไม่แพงแล้วในเมืองนี้คือคืนละ 110 ยูโร มีอาหารเช้าให้ แชร์กันจ่ายคนละประมาณ 2,200 บาทเอง 555

วันแรกใน Luxembourg เราจะออกไปเที่ยวเมืองอื่นของประเทศลักเซมเบอร์กก่อน 2 เมือง คือ Vianden (Veianen) และ Esch-sur-Sûre (Esch-Sauer) แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยเดินเที่ยวในเมืองหลวงคือกรุงลักเซมเบอร์ก หรือ Luxembourg City

เดินกลับไปที่สถานีรถไฟกลาง Gare de Luxembourg (Gare Centrale)

11.18 น. ใช้ Eurail Global Pass นั่งรถไฟไปเมือง Ettelbruck ฟรี ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เพื่อต่อรถเมล์สาย 570 ไป Vianden

เมื่อ 11 ปีก่อนผมเคยมาเมืองนี้และขึ้นรถเมล์จากป้ายหน้าสถานีรถไฟเลย แต่ครั้งนี้ที่ป้ายหน้าสถานีไม่มีบอกเบอร์รถเมล์ 570 ต้องเสียเวลาหาป้าย Gare routière 2 ทำให้ไปขึ้นรถเมล์คันที่ออกใกล้ที่สุดไม่ทัน

เช็คตารางเวลารถไฟและรถเมล์ลักเซมเบอร์กได้ที่ Luxembourg train

ออกจากสถานีรถไฟ เดินไปทางขวามีป้ายรถเมล์ชื่อ Gare routière 2 อยู่ตรงนั้น รอรถเมล์สาย 570 คันถัดไปเวลา 12.21 น.

ขึ้นรถเมล์ไปโชว์ Eurail Pass ให้คนขับรถดู แล้วนั่งรถฟรีไป Vianden (ถ้าต้องซื้อตั๋วรถไฟ Luxembourg – Ettelbruck + รถเมล์ Ettelbruck – Vianden น่าจะประมาณ 5 ยูโร)

ตารางรถไฟในเว็บบอกว่า 12.45 น. จะถึง Vianden, Gare หรือสถานีรถไฟ Vianden (24 นาทีจาก Ettelbruck) แต่ต้องนั่งเลยป้ายนี้ไปอีกป้ายแล้วลงตรงทางเดินขึ้นปราสาทริมแม่น้ำ Our

เดินชม Vianden หรือ Veianen เมืองขนาดเล็กริมฝั่งแม่น้ำ Our ที่มีประชากรประมาณ 2,000 คน เวียนเดนคือเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของลักเซมเบอร์ก โดยสถานที่สำคัญที่สุดคือ Buerg Veianen หรือ Château de Vianden บนยอดเขาความสูง 310 เมตร เดี๋ยวเราจะเดินขึ้นเขาไปยังปราสาทเวียนเดนกัน

เดินข้ามสะพานทางเข้าตัวเมืองไปถ่ายรูปปราสาทจากด้านล่าง

ได้ภาพสวยงามตามท้องเรื่องครับ 🙂

ที่เชิงสะพานเป็นที่ตั้งของ Musée Littéraire ‘Victor Hugo’ บ้านของ Victor Hugo นักประพันธ์ชื่อดังระดับโลกซึ่งปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้บุคคลทั่วไปเข้าชม

ข้ามสะพานกลับไปแล้วเดินตรงเข้าถนน Grand-Rue ทางขึ้นเขาไปปราสาทเวียนเดน ระหว่างทางแวะกินมื้อกลางวันที่ร้าน Ancien Cinéma Café Club ร้านฮิปๆ ที่ตกแต่งในธีมโรงหนังโบราณ

เดินผ่าน Stadhous หรือที่ทำการเมืองเวียนเดน ต่อขึ้นไปยังปราสาท

เดินประมาณ 10 นาทีก็ถึงตัวปราสาท

Buerg Veianen หรือ Château de Vianden (Vianden Castle) สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 ในสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ จนถึงศตวรรษที่ 14 จึงปรับเปลี่ยนมาเป็นสไตล์โกธิคและเพิ่มอาคารแบบเรอเนสซองส์ในศตวรรษที่ 17 ปราสาทแห่งนี้ถูกปล่อยทิ้งร้างเป็นเวลานานก่อนได้รับการปรับปรุงจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของประเทศ

ปราสาทเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 10.00 น. แต่ปิดไม่ตรงกันในแต่ละช่วงเดือน ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ราคา 7 ยูโร เด็กอายุ 6-12 ปี 2 ยูโร

เช็คเวลาเปิด-ปิดได้ที่ Vianden Castle opening hours
อัพเดทค่าเข้าชมที่ Vianden Castle entrance fee

ผมเคยเข้าปราสาทแล้วตอนมาครั้งแรก คราวนี้เลยไม่เข้าอีก ขอไปเที่ยวเมืองอื่นเพิ่มแทนดีกว่า

เดินลงเขากลับไปที่ป้ายรถเมล์เดิมกับตอนมาถึง รอรถเมล์สาย 570 มาถึงป้ายตอน 15.12 น.

เช็คตารางเวลารถไฟและรถเมล์ลักเซมเบอร์กได้ที่ Luxembourg train

นั่งรถเมล์แค่ 28 นาทีก็กลับถึงสถานีรถไฟ Ettelbruck

หันหน้าเข้าหาอาคารสถานีรถไฟ เดินไปที่ป้ายรถเมล์ทางขวา (คนละป้ายกับตอนไป Vianden) รอรถเมล์สาย 535 ซึ่งจะออกไป Esch-sur-Sûre ตอน 15.48 น.

ใช้ Eurail Pass นั่งรถเมล์สาย 535 ฟรีเช่นกัน (ถ้าต้องซื้อตั๋วรถเมล์ Vianden – Ettelbruck + Ettelbruck – Esch-sur-Sûre น่าจะประมาณ 6 ยูโร) นั่งรถเมล์อีก 28 นาทีก็ลงที่ป้าย Esch-sur-Sûre, An de Gäert

photo credit: en.wikipedia.org

เดินข้ามสะพานเข้าตัวเมือง Esch-sur-Sûre

Esch-sur-Sûre หรือ Esch-Sauer คือชุมชนเล็กๆ ริมฝั่งแม่น้ำ Sûre (Sauer) ที่มีสถานะเป็นเมืองตั้งอยู่ในมณฑล Wiltz เขตการปกครอง Diekirch ทางตะวันตกเฉียงเหนือของลักเซมเบอร์ก เมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีขนาดเล็กที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากเมือง Remich คือมีพื้นที่ทั้งหมดเพียง 6.76 ตารางกิโลเมตร แม้ว่าจะมีขนาดเล็กมากแต่ก็มีเสน่ห์ไม่น้อยจากผังเมืองที่มีลักษณะเฉพาะคือมีลักษณะคล้ายภูเขาไฟที่มียอดบนสุดเป็นซากปราสาทโบราณที่เรียกว่า Burg Esch-sur-Sûre (Esch-sur-Sûre Castle) ตั้งโดดเด่นอยู่ แล้วไล่ระดับลงมาเป็นบ้านเรือนตามเนินเขาจนถึงพื้นราบที่อยู่โดยรอบทั้งหมด

ชายขอบเมืองคือแม่น้ำ Sûre (Sauer) โอบล้อมเมืองทั้งหมดอีกชั้น ทำให้เมืองนี้มีลักษณะพิเศษไม่เหมือนใคร นอกจากนี้เมืองนี้ยังมีความสำคัญต่อคนทั้งประเทศด้วยเพราะมีทำนบกั้นน้ำที่ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำสายนี้โดยตรง โดยเป็นแหล่งน้ำกินน้ำใช้ที่สำคัญของคนลักเซมเบอร์กมาตั้งแต่สร้างทำนบเสร็จเมื่อปีค.ศ. 1960 เป็นต้นมา

เดินขึ้นเนินลัดผ่านกลางเมืองไปยังแม่น้ำ Sûre อีกด้านหนึ่งตรงสะพานของถนน Rue de Kaundorf

ข้ามสะพานไปแล้วเลี้ยวขวาเข้าทางเดินแคบๆ ขึ้นเขาไปเรื่อยๆ เพื่อชมวิวทั่วทั้งเมืองจากมุมสูงซึ่งดูเผินๆ ก็คล้ายกับเมือง Český Krumlov ของสาธารณรัฐเช็ก

เกือบ 5 โมงเย็น เดินลงเขากลับไปที่สะพานข้ามแม่น้ำ Sûre

ยังมีเวลาเหลืออีกกว่าครึ่งชั่วโมง เลยเดินลัดเลาะมั่วๆ ขึ้นเนินไปเรื่อยๆ ไม่นานก็ถึง Burg Esch-sur-Sûre หรือ Château d’Esch-sur-Sûre (Esch-sur-Sûre Castle) บนยอดเขา ชมวิวจากปราสาทลงไปยังตัวเมืองด้านล่างสักพักก็เดินกลับไปที่ป้ายรถเมล์ Esch-sur-Sûre, An de Gäert ที่เดิม

กลับ Luxembourg

17.40 น. ขึ้นรถเมล์สาย 535 (คันต่อไปอีก 1 ชั่วโมง) โชว์ Eurail Pass ให้คนขับรถดูแล้วนั่งย้อนกลับไปต่อรถไฟที่สถานีรถไฟ Ettelbruck ในเวลา 18.19 น. ก่อนทุ่มนึงก็กลับถึงสถานีรถไฟกลาง Gare de Luxembourg

(ถ้าต้องซื้อตั๋วรถเมล์ Esch-sur-Sûre – Ettelbruck + ตั๋วรถไฟ Ettelbruck – Luxembourg ที่เรียกว่า Kuerzzäitbilljee หรือ short time ticket valid for 2 hours ราคาเที่ยวละ 2 ยูโร)

ยังมีเวลาเหลือก่อนฟ้าจะมืดสนิท เดินตามเส้นทางเดิมกลับโรงแรมแต่ไม่เลี้ยวขวาเข้าโรงแรม เดินตรงตามถนนสายหลัก Avenue de la Gare ไปจนถึงสี่แยกใหญ่ที่เชิงสะพานยาวๆ ชื่อ Viaduc (Luxemburgo-Passerelle) มีทางเดินลงไปยังเมืองเก่าริมแม่น้ำ Alzette อยู่ขวามือ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าค่อยลงไปเดินเล่นที่นั่น

เย็นนี้ขอเดินไปถ่ายรูปวิวเมืองเก่าจากบนสะพานก่อนแล้วค่อยหาอะไรกินในเมือง เส้นทางเดินไม่ยากครับ ตรงต่อข้ามสะพาน Viaduc (Luxemburgo-Passerelle) เข้าสู่ศูนย์กลางของกรุงลักเซมเบอร์ก

ตรงต่อตามถนน Boulevard Franklin Delano Roosevelt ไปทางยอดแหลมของ Kathedral Notre-Dame (Cathédrale Notre-Dame) วิหารสำคัญที่สุดของกรุงลักเซมเบอร์กอยู่ทางขวามือ (ระยะทางจากสถานีรถไฟประมาณ 1.2 กิโลเมตร)

ก่อนถึงโบสถ์เลี้ยวขวาเข้าถนนแคบๆ ด้านข้างอาคารหินเก่าแก่ชื่อ Rue de la Congrégation ทะลุออกไปยัง Place de Clairetontaine ที่มีรูปปั้นของ Grande-Duchesse Charlotte และเป็นที่ตั้งของกระทรวงต่างๆ อาทิ Hôtel de Bourgogne: Ministère d’Etat หรือกระทรวงมหาดไทย Hôtel Saint-Maximin: Ministère des Affaires Etrangères หรือกระทรวงการต่างประเทศ

เอารูปถ่ายตอนเช้ามาให้ดูแทนนะครับ

เดินผ่านรูปปั้นแล้วเลี้ยวขวาเข้าถนน Rue de l’Eau นิดเดียวก็ถึงอาคาร D’Chamber (Chambre des Députés) หรือรัฐสภาของประเทศลักเซมเบอร์กซึ่งติดกับ Groussherzogleche Palais (Palais grand-ducal) สถานที่แห่งนี้คือพระราชวังที่ประทับของแกรนด์ดุ๊กผู้ปกครองราชรัฐลักเซมเบอร์กหรือเรียกว่ากษัตริย์แห่งลักเซมเบอร์กนั่นเอง

ตรงต่อไปตามถนน Rue de l’Eau แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนน Rue Sigefroi ไปจนถึงสะพานที่ถนนใหญ่ Montée de Clausen บริเวณนี้เรียกว่า Bockfiels หรือ Bock ซึ่งมี Dent Creuse หรือซากปรักหักพังของป้อมปราการประจำเมืองเก่าลักเซมเบอร์กซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก

ข้างล่างเป็นที่ตั้งของ Centre culturel de rencontre Abbaye de Neumünster โบสถ์เก่าแก่ที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17-18 อยู่ริมฝั่งแม่น้ำสายเล็กๆ ชื่อ Uelzecht (Alzette) ตรงนี้เป็นจุดถ่ายรูปหลักจุดหนึ่งของเมืองครับ

วันนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยกลับมาถ่ายรูปที่นี่อีกที

เดินกลับทางเดิมเข้าถนน Rue Sigefroi ตรงยาวเข้าถนนแคบๆ ชื่อ Rue du Cure ไม่ไกลก็ถึง Plëss (Place d’Armes) ที่มีร้านอาหารเอเชียและนานาชาติให้เลือกมากมาย ค่าครองชีพที่นี่ถือว่าสูงเลย อย่างอาหารง่ายๆ มื้อนึงต้องมี 15 ยูโรขึ้นไปครับ

อิ่มท้องแล้วก็เดินเข้าถนน Rue Chimay จนถึงถนนใหญ่ก็เลี้ยวซ้ายเดินผ่าน Kathedral Notre-Dame ตรงกลับโรงแรม ค้างคืนที่ Luxembourg City

เที่ยวลักเซมเบอร์กต่อในวันที่ 10 ของทริป

ช่วงเช้าวันนี้เราจะเดินเข้ากลางเมืองอีกครั้งและเดินลงไปยังเมืองเก่าของ Luxembourg City หรือ Stad Lëtzebuerg เมืองหลวงของราชรัฐลักเซมเบอร์ก (Grand Duchy of Luxembourg) ประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดเป็นอันดับที่ 7 ของยุโรป

photo credit: www.orangesmile.com

เช็คเอาท์และฝากกระเป๋าเดินทางไว้ที่โรงแรม เดินไปที่ถนน Avenue de la Gare เลี้ยวขวาเดินตามถนนการค้าสายนี้เหมือนเมื่อวานไปที่เชิงสะพาน Viaduc (Luxemburgo-Passerelle) เดินลงตามถนนทางขวามือไปยังเมืองเก่าที่อยู่ด้านล่าง (บริเวณที่เขียนว่า Grund ในแผนที่) โค้งซ้ายเดินต่อไปจนถึงสามแยกที่มีทางขึ้นเนิน เลี้ยวขวาไปยังจุดถ่ายรูปที่สะพานข้ามแม่น้ำ Uelzecht (Alzette) บนถนน Rue Münster

เลี้ยวซ้ายตามป้ายบอกทางไป Abbaye de Neumünster โบสถ์เก่าแก่ริมแม่น้ำที่เราถ่ายรูปมาจากสะพานข้างบนตอนค่ำเมื่อวาน แยกเข้าถนนทางซ้ายมือไปแป๊บเดียวก็ถึง Centre culturel de rencontre Abbaye de Neumünster เข้าประตูทะลุไปออกที่ลานกว้างของโบสถ์ริมแม่น้ำ ข้ามสะพานหินสั้นๆ ไปถ่ายรูปวิวตรงนี้

ลัดเลาะหาทางขึ้นไปบนป้อมกำแพงเมืองเก่ากลับไปที่บริเวณ Bockfiels (Bock)

ถ่ายรูปโบสถ์ Neumünster จากที่เดียวกับเย็นเมื่อวาน

อีกด้านหนึ่งของถนนมี Groussherzogin-Charlotte-Bréck (Pont Grande-Duchesse Charlotte) สะพานสีแดงสูง 74 เมตรทอดข้าม Pafendall (Pfaffenthal) ที่หุบเขาเบื้องล่าง และป้อม Echauguette espagnole และ Trois Tours อยู่ใกล้ๆ กัน

ต่อไปจะเดินเข้าสู่ศูนย์กลางเมือง (Centre) โดยเดินกลับไปเข้าถนน Rue Sigefroi เส้นทางเดียวกับตอนค่ำเมื่อวาน

เลี้ยวขวาเข้าถนน Rue Wiltheim เดินลอดโค้งประตูไปทางซ้ายนิดเดียวก็เห็นอาคาร Palais de Justice หรือ European Court of Justice ศาลยุติธรรมแห่งลักเซมเบอร์ก อยู่ทางขวามือ

ตรงต่อไปจนเข้าถนน Grand-Rue ถนนการค้าใจกลางเมืองที่มีช็อปแบรนด์เนมดังมากมาย

เดินเข้าถนน Rue Philippe II นิดเดียวก็เลี้ยวซ้ายออกไปยังจัตุรัส Plëss (Place d’Armes) ที่มารับประทานมื้อเย็นเมื่อวาน เดินไปทางอาคาร Cercle-Cité (Cercle Municipal)

ตรงเข้าถนน Rue du Cure แล้วเลี้ยวขวาเดินตามถนน Rue du Fossé ไปยัง Knuedler หรือ Place Guillaume II จัตุรัสกลางกรุงลักเซมเบอร์กซึ่งเป็นที่ตั้งของ Hôtel de Ville หรือที่ทำการเมือง และอนุสาวรีย์ของพระเจ้า Wëllem II. vun Holland (William II) กษัตริย์เนเธอร์แลนด์ผู้ดำรงตำแหน่ง Grand Duke แห่งลักเซมเบอร์ก

จริงๆ บริเวณศูนย์กลางเมืองมีขนาดไม่ใหญ่เลยครับ เดินวนไปวนมาลัดซอยนู้นไปออกถนนนี้ก็กลับไปที่เดิมแล้ว เดินเที่ยวแบบไม่ต้องดูแผนที่ยังได้ แต่ละที่ไม่ไกลกันเลย แต่รีวิวนี้ขอจัดเส้นทางเดินวนทั่วๆ เมืองให้ย้อนไปย้อนมาน้อยที่สุดตามนี้เลยครับ

ตอนนี้เราอยู่ตรงนี้ในแผนที่ครับ

photo credit: www.informagiovani-italia.com

จากอนุสาวรีย์ เดินตรงไปยัง Groussherzogleche Palais (Palais grand-ducal) พระราชวังที่ประทับของกษัตริย์ลักเซมเบอร์ก และ D’Chamber (Chambre des Députés) อาคารรัฐสภาของประเทศ

เลี้ยวขวาเข้าถนน Rue de l’Eau ที่เดียวกับเมื่อวาน เดินผ่าน Place de Clairetontaine ที่มีรูปปั้นของ Grande-Duchesse Charlotte อยู่ตรงกลางจัตุรัส

ตรงต่อเข้าถนน Rue Notre Dame แล้วเลี้ยวซ้ายไปที่หน้า Kathedral Notre-Dame (Cathédrale Notre-Dame) วิหารสำคัญที่สุดของกรุงลักเซมเบอร์ก อาคารที่ติดกับโบสถ์คือ Bibliothèque Nationale หรือหอสมุดแห่งชาติ

หันหลังให้โบสถ์ เดินอีกไม่กี่ก้าวก็ถึง Constitutiounsplaz (Place de la Constitution) ซึ่งมี Monument du souvenir (Monument of Remembrance) หรือชื่อเล่นคือ Gëlle Fra (Golden Lady) อนุสรณ์แห่งสงครามที่สร้างอุทิศให้แก่อาสาสมัครชาวลักเซมเบอร์กนับพันที่เสียชีวิตในสงครามโลกทั้งสองครั้งและสงครามเกาหลี

เลยไปอีกนิดเป็นจุดชมวิวเรียกว่า Casemates de la Pétrusse มองไปข้างล่างจะเห็นเสาธงชาติลักเซมเบอร์กและสวนดอกไม้สีสันสดใส

สะพานข้างหน้าคือ Adolphe-Bréck (Pont Adolphe) สะพานข้ามไปยังอาคารสวยงามที่เห็นยอดแหลมคล้ายปราสาทชื่อว่า Spuerkeess (Banque et Caisse d’Epargne de l’Etat) พิพิธภัณฑ์ธนาคารตั้งอยู่ทั้งสองฝั่งถนนที่ Place de Metz

เดินตามถนน Boulevard Franklin Delano Roosevelt กลับไปที่ Kathedral Notre-Dame

เดินผ่านข้างโบสถ์ตรงข้ามสะพาน Viaduc ก่อนถึงโรงแรมแวะร้านอาหารจานด่วนที่ถนน Avenue de la Gare และกลับไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้แล้วเดินไปสถานีรถไฟกลาง Gare de Luxembourg เพื่อขึ้นรถไฟไปเมือง Metz ของประเทศฝรั่งเศส ตอน 13.38 น. ก่อนนั่งรถไฟความเร็วสูง TGV เข้าปารีสตอนเย็น

photo credit: en.oui.sncf

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต