เที่ยวเอง “Azerbaijan” แม้ชื่อประเทศจะฟังดูโหด แต่ถ้าได้มาก็อาจโปรดไม่น้อย

เที่ยวเอง รีวิว บากู อาเซอร์ไบจาน Baku Azerbaijan
เที่ยวเอง Caucasus Trip: Azerbaijan – Georgia – Armenia

อาเซอร์ไบจานคงไม่ใช่ประเทศที่คนไทยคุ้นชื่อเท่าไหร่ ประเทศนี้อยู่ตรงไหนในโลก? ประเทศนี้เป็นยังไง? ไปเที่ยวทำไม? รีวิวนี้เที่ยวเองจะเปิดหูเปิดตาให้ทุกๆ คนได้รู้จักดินแดนโนเนมแห่งนี้ครับ

ขอเล่าที่มาที่ไปของทริปอีกครั้งนะครับเผื่อคนที่ยังไม่ได้อ่านรีวิวตอนก่อนซึ่งเป็นเรื่องราวต่อเนื่องกัน
“Kazakhstan” ดินแดนลูกครึ่งเอเชีย-ยุโรปอันน่ามหัศจรรย์ 

ผมกับน้องชายคู่หูดูโออยากไปเที่ยวประเทศที่ไม่ค่อยมีคนไทยไปกัน โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 3 ประเทศแถบเทือกเขา Caucasus คือ Azerbaijan, Georgia, Armenia จึงตั้งต้นด้วยการหาสายการบินที่มีไฟลท์บินไปลงที่ Baku เมืองหลวงของประเทศอาเซอร์ไบจาน และไฟลท์ขากลับเมืองไทยจาก Yerevan เมืองหลวงของประเทศอาร์เมเนีย หรือ Tbilisi เมืองหลวงของประเทศจอร์เจีย

photo credit: www.freeworldmaps.net
photo credit: www.freeworldmaps.net

หลังจากลอง search หาไฟลท์จากกรุงเทพฯ ไป-กลับสนามบินต้นทาง-ปลายทางเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหลายครั้งจึงตัดสินใจเลือกสายการบินที่มีไฟลท์บินลงตัวกับแผนมากที่สุด นั่นก็คือ Air Astana สายการบินของประเทศคาซัคสถาน ซึ่งมีเส้นทางบินขาไปคือ Bangkok – Baku และขากลับคือ Tbilisi – Bangkok (Air Astana ไม่มีไฟลท์จาก Yerevan ตามที่ต้องการ แต่ไม่ได้กระทบแผนที่วางไว้มากนัก) โดยทั้งขาไปและขากลับต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน Almaty ได้แวะเที่ยวคาซัคสถานเพิ่มอีกหนึ่งประเทศด้วย 🙂
(สายการบินอื่นมีไฟลท์ไป Baku แต่ไม่มีไฟลท์ไป Yerevan บ้าง หรือมี Yerevan แต่ไม่มี Baku บางสายเวลาไปถึงที่หมายแย่มากหรือเวลาต่อเครื่องนานข้ามคืน ไม่ว่าจะไป/กลับที่ Baku, Yerevan, Tbilisi และอีกหลายๆ ข้อจำกัด)

ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่เราไปนี้ Air Astana มีไฟลท์ Bangkok – Almaty ทุกวัน แต่มีไฟลท์ต่อคือ Almaty – Baku 3 วันต่อสัปดาห์ คือ พุธ, ศุกร์, อาทิตย์ ส่วนขากลับคือ Tbilisi – Almaty ต่อไฟลท์ Almaty – Bangkok มีไฟลท์ทุกวัน ไม่มีปัญหาอะไร มีบางวันที่มีเวลาไฟลท์ไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่แต่ก็สามารถปรับแผนยืดหยุ่นได้ไม่ยากครับ

สามารถเช็ควันและเวลาเที่ยวบินได้ที่ Air Astana หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ Thai Star Air ตัวแทนจำหน่ายตั๋วของ
สายการบิน โทร. 0 2367 5301, 0 2367 5314-7

2

เนื่องจากไฟลท์ Almaty – Baku มีทุกวันพุธ, ศุกร์, อาทิตย์ ผมจึงเลือกบินจากกรุงเทพฯ ไป Almaty ในวันอาทิตย์ตอน 10.30 น. แวะเที่ยวคาซัคสถานก่อน 2 วัน 3 คืน แล้วค่อยบินต่อไป Baku ตอนเช้าวันพุธ จากนั้นจึงเริ่มเที่ยว 3 ประเทศคอเคซัส คือ Azerbaijan, Georgia, Armenia ตามที่บอกไปตั้งแต่แรกอีก 9 วัน

3 Caucasus map

วีซ่า

ปัจจุบันการขอวีซ่า Azerbaijan นั้นสะดวกและง่ายมากครับ สามารถทำทางออนไลน์ได้เลยโดยเข้า evisa.gov.az เลื่อนลงไปด้านล่าง คลิ๊ก New application แล้วกรอกข้อมูลต่างๆ ทำตามขั้นตอนไปจนถึงขั้นตอนชำระค่าวีซ่า 20 USD + ค่าบริการธนาคาร 1 USD แต่ตอนนี้มีการปรับขึ้นราคาเล็กน้อยครับ สำหรับเอกสารที่ต้องแนบในการขอออนไลน์มีเพียงไฟล์ pdf ของหน้าหนังสือเดินทางเท่านั้น หลังจากทำเรื่องไปไม่ถึง 6 ชั่วโมงก็ได้รับอีเมลอนุมัติวีซ่าเรียบร้อย ให้ปรินท์หน้าวีซ่าพกไปด้วยนะครับ

เริ่มเที่ยวเลยดีกว่า

ตามที่บอกไปว่าเราแวะเที่ยวกรุง Almaty ของคาซัคสถาน 2 วัน 3 คืน ก่อนจะบินไป Azerbaijan รีวิวตอนนี้จึงขอเริ่มต้นที่สนามบิน Xalıqaralıq Almatı Äwejayı (Халықаралық Алматы Әуежайы) หรือ Almaty International Airport นะครับ

วันที่ 4 ของทริป

จากโรงแรม Iris ในเมือง Almaty เราเรียกแท็กซี่มารับไปสนามบินตอน 07.45 น. ตกลงค่ารถไว้ 2,000 KZT ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถึงสนามบิน (ถ้าจะนั่งรถเมล์ซึ่งถูกกว่ามากแต่ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ สามารถกลับไปอ่านวิธีการในรีวิว Kazakhstan ตอนที่แล้วได้นะครับ)

ไฟลท์บิน KC 111 ของสายการบิน Air Astana จะออกเดินทางจาก Almaty ไป Baku ในเวลา 10.05 น. เราไปถึงสนามบินก่อนเวลาพอสมควรจึงไม่ต้องเร่งรีบอะไร

4

หลังผ่านพิธีการต่างๆ ก็เข้าไปนั่งรอเครื่องที่เกทตอน 8 โมงครึ่ง
(เท่าที่สังเกตที่สนามบินไม่มีที่แลกเงินนะครับ แต่เรายังไม่ต้องแลกเงินคาซัคคืนเพราะต้องกลับมารอต่อเครื่องที่นี่อีก 7 ชั่วโมงกว่าตอนขากลับเมืองไทย)

5

ตรงเวลา 10.05 น. เครื่องบินทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าประเทศคาซัคสถาน ไฟลท์นี้มีอาหารเสิร์ฟด้วยนะครับ

6

นั่งเครื่องบินข้ามทวีปเข้าสู่ทวีปยุโรปทั้งสิ้น 3 ชั่วโมง 45 นาที เครื่องก็ค่อยๆ ลดระดับเหนือทะเลสาบแคสเปียนลงสู่ประเทศ Azerbaijan

photo credit: hungrypartier.com
photo credit: hungrypartier.com

8 9

11.50 น. เครื่องก็ร่อนลงจอดที่ Heydər Əliyev Beynəlxalq Hava Limanı หรือสนามบินนานาชาติ Baku Heydar Aliyev ประเทศ Azerbaijan

สนามบิน Heydar Aliyev ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือห่างจากศูนย์กลางกรุง Baku เมืองหลวงของประเทศอาเซอร์ไบจาน ราว 20 กิโลเมตร

photo credit: azerbaijan24.com
photo credit: azerbaijan24.com

เวลาของ Azerbaijan ช้ากว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง และ ช้ากว่าคาซัคสถาน 2 ชั่วโมง

หลังผ่านตม. ที่แทบไม่ได้ถามอะไรสักคำก็ลงบันไดเลื่อนไปรับกระเป๋าเดินทางและเดินออกไปที่โถงกลางของสนามบินสนามบินที่นี่ออกแบบอย่างโมเดิร์น ดูหรูหรา และสะอาดสะอ้านมากๆ ไม่อยากจะเชื่อล่ะสิ เดี๋ยวจะมีเรื่องที่แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองที่อาเซอร์ไบจานอีกเยอะครับ

11 12

อาเซอร์ไบจานเป็นประเทศมุสลิม คนที่นี่จึงมีหน้าตาละม้ายคล้ายคนตุรกี ตระกูลภาษาก็ใกล้เคียงกันมากครับ

สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนเดินทางเข้าตัวเมือง Baku ก็คือแลกเงินครับ เพราะถ้าไม่มีตังค์ก็ทำอย่างอื่นต่อไม่ได้
อาเซอร์ไบจานใช้เงินสกุล Azərbaycan manatı หรือ Azerbaijani manat ตัวย่อคือ AZN อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณคือ 1 AZN = 19.40 บาท, 1 USD = 1.80 AZN, 1 RUB = 0.031 AZN, 1 Euro = 1.94 AZN

เราคำนวณเงินที่จะใช้ในประเทศนี้ 2 วันไว้ประมาณ 135 AZN จึงต้องใช้เงินดอลลาร์สหรัฐ 70 USD แลกเป็นเงิน manat ของอาเซอร์ไบจาน แต่อัตราแลกเปลี่ยนจริงที่สนามบินคือ 1 USD = 1.672 AZN ซึ่งต่ำกว่าที่คิดไว้พอสมควร เราจึงต้องแลกเพิ่มเป็นคนละ 80 USD ได้เงิน manat มาคนละ 133.76 AZN ใกล้เคียงกับเงินที่คำนวณไว้ (เรทแลกเงินในเมืองที่เห็นตอนหลังคือ 1 USD = 1.71 AZN แต่ร้านหายากครับ)

พร้อมเดินทางเข้าตัวเมือง Baku แล้ว เดินออกประตูด้านหน้าสนามบินไปก็เห็นรถบัส Hava Limanı Ekspres (Airport Express) จอดรออยู่แล้ว

13

แต่ก่อนขึ้นรถจะต้องซื้อ BakıKart (BakuCard) ซึ่งเป็นบัตรเติมเงินแบบพลาสติกราคา 2 AZN จากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติที่อยู่ทางซ้ายและขวาของประตูทางออก ผมถ่ายรูปได้แค่หน้าทางเข้าอาคารสนามบินแต่ไม่ได้ถ่ายรูปตู้ขายตั๋วมานะครับเพราะคนขับแท็กซี่แถวนั้นกรูกันเข้ามาตื๊อให้นั่งแท็กซี่เข้าเมือง (จริงๆ ไม่ได้อันตรายอะไรนะครับ แค่รำคาญเพราะได้บอกไปหลายครั้งแล้วว่าจะนั่งรถบัสเข้าเมือง) จึงรีบขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ช่วยกดตู้ซื้อ BakıKart 2 ใบ ราคาใบละ 2 AZN และเติมเงินเข้าบัตรอีกใบละ 4 AZN เพราะทำเองไม่เป็นจริงๆ (เพิ่งมารู้ทีหลังว่าจริงๆ แล้วซื้อ BakıKart แค่ใบเดียวและเติมเงินให้เพียงพอก็สามารถใช้เดินทางพร้อมกันกี่คนก็ได้)

14

BakıKart ซื้อได้ที่สถานีรถไฟใต้ดินและป้ายรถเมล์ในเมืองด้วย ถ่ายรูป BakıKart ตอนนั่งรถไฟใต้ดินมาให้ดูครับ

15

จากนั้นก็เดินไปขึ้นรถบัส Hava Limanı Ekspres (Airport Express) สาย H1 สแกน BakıKart ซึ่งจะตัดเงินค่ารถ 1.30 AZN (ประมาณ 26 บาท) มีรถบัสออกทุก 30 นาที ตั้งแต่ 07.00-23.00 น. ความถี่จะน้อยลงในช่วงกลางคืน แต่มีรถบริการตลอด 24 ชั่วโมง

ถ้าขึ้นรถเมล์ Red Iveco BakuBus (สีแดง) และรถไฟใต้ดินในเมือง จะหักค่ารถจาก BakıKart เที่ยวละ 0.20 AZN

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.bakubus.azmetro.gov.az
เช็คเส้นทางรถเมล์ของ Baku ได้ที่ www.gomap.az คลิ๊ก Avtobuslar

ถ้าเรียกแท็กซี่จากสนามบินเข้าเมืองจะต้องจ่ายค่ารถ 20-30 AZN แพงกว่ารถบัสเกือบยี่สิบเท่าเลยครับ

ตามที่เช็คตารางเวลารถบัส Hava Limanı Ekspres มาจาก azerbaijantraveller.wordpress.com รู้ว่ามีรถบัสเข้าเมืองตอน 12.45 น. แต่ตอนนั้นเที่ยงครึ่งเองรถบัสก็ออกเดินทางเข้าเมือง Baku แล้ว

นั่งรถบัสผ่านเส้นทางช่วงนอกเมืองซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ที่ประเทศแถบอ่าวเปอร์เซียอย่างกาตาร์หรือยูเออี พอรถเริ่มเข้าสู่เขตธุรกิจของเมืองบรรยากาศก็เปลี่ยนไปเหมือนกำลังอยู่ในย่านดาวน์ทาวน์ของนิวยอร์คเลยครับ สองข้างถนนเต็มไปด้วยตึกสูงเสียดฟ้าและอาคารโมเดิร์นมากมาย แต่ถ่ายรูปมาไม่ทันครับ รถบัสขับเร็วมากกก

นั่งรถไม่ถึง 45 นาที ก็ถึงลานกว้างด้านหน้าสถานีรถไฟใต้ดิน 28 May และสถานีรถไฟกลาง Bakı Dәmir Yolu Vağzalı ซึ่งเป็นป้ายสุดทาง (ระหว่างทางรถบัสด่วนจอดแค่ 1 ป้ายคือที่สถานีรถไฟใต้ดิน Koroğlu)

16

เดินไปทางอาคารสไตล์อารบิกและห้าง 28 Mall Ticarət mərkəzi ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าศูนย์กลางเมือง

17

เดินเข้าถนนด้านข้างห้าง 28 Mall Ticarət mərkəzi จนเห็นสวน Heydər Əliyev Parkı เลี้ยวขวาเดินไปจนถึงสี่แยกแรกก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Süleyman Rәhimov küçəsi เดินอีกนิดก็ถึง Diplomat Hotel (ระยะทางจากสถานีรถไฟกลางประมาณ 700 เมตร)

18

เข้าไปเช็คอินและเก็บสัมภาระที่ห้อง ห้องพักของเราคืนนี้ราคา 95 AZN (ประมาณ 1,940 บาท) มีอาหารเช้าให้ สภาพห้องพักถือว่าโอเคนะ แต่อยู่ในทำเลดีคือไม่ไกลจากสถานีรถไฟและรถไฟใต้ดิน สามารถเดินเข้าใจกลางเมืองได้ไม่ไกลมากด้วย

19

บ่ายสองโมง พร้อมเที่ยวชม Baku แล้ว

Baku หรือ Bakı ในภาษา Azerbaijani คือเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ Azerbaijan (Azәrbaycan) ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของคาบสมุทร Absheron ริมทะเลสาบแคสเปียน (Xәzәr dәnizi) ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดในโลก บากูได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ลุ่มต่ำที่สุดในโลกโดยอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 28 เมตร

เมืองหลวงแห่งนี้เป็นศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม และอุตสาหกรรมของประเทศ ภายหลังการค้นพบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 อาเซอร์ไบจานจึงกลายเป็นประเทศที่ร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งทางการและภาคเอกชนจึงได้ผุดโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รอบชายฝั่งมากมายโดยซึ่งใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยในการก่อสร้างและพัฒนากรุงบากูจนกลายเป็นเมืองที่ทันสมัยและหรูหราดูแพงจนแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองจริงๆ สภาพบ้านเมืองของบากูจะเป็นอย่างที่ผมคุยเอาไว้หรือไม่ ตามไปดูกันครับ

photo credit: www.mapsopensource.com
photo credit: www.mapsopensource.com

แต่ก่อนจะเดินเที่ยวชมกรุงบากู เราต้องเดินกลับทางเดิมไปที่สถานีรถไฟกลาง Bakı Dәmir Yolu Vağzalı เพื่อซื้อตั๋วรถไฟไป Ganja เมืองใหญ่อันดับที่ 2 ของอาเซอร์ไบจานซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศ เราจะไปเมือง Ganja เพื่อเดินเที่ยวในเมืองเล็กน้อย ค้าง 1 คืน และเดินทางเข้าประเทศจอร์เจียต่อไป

21

ทางเข้าสถานีรถไฟอย่างซ้ายของรูปนี้
ทางเข้าสถานีรถไฟอยู่ทางซ้ายของรูปนี้

ตามที่ search จาก biletonline.ady.az พบว่ามีรถไฟ Express 608 ออกจาก Baku ตอน 9 โมงเช้า และน่าจะถึง Ganja ประมาณบ่ายสามครึ่ง ตั๋วรถไฟด่วนราคาราว 11 AZN  เว็บการรถไฟของ Azerbaijan ไม่ดีเลยครับ ข้อมูลไม่ค่อยชัดเจน ซื้อตั๋วออนไลน์ก็ไม่ได้ เราจึงต้องเสียเวลามาซื้อตั๋วหน้างานแบบนี้

นอกจากรถไฟแล้วยังสามารถใช้รถบัสของบริษัท M-Trans ซึ่งจะออกจากสถานีรถบัสกลาง Bakı Beynəlxalq Avtovağzalı (Avtovağzal) ไป Ganja ทุก 30 นาที ตั้งแต่ 07.00-19.20 น. ได้ด้วย โดยจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 6-8 ชั่วโมง (ระยะทาง 348 กิโลเมตร) ค่ารถประมาณ 5.65 AZN + ค่ากระเป๋าเดินทางอีก 1.2 AZN การซื้อตั๋วรถบัสให้สังเกตป้าย Kassalar ในอาคารสถานีรถบัส

เช็คข้อมูลได้ที่ bbak.az

การเดินทางไปสถานีรถบัสกลาง Bakı Beynəlxalq Avtovağzalı (Baku International Bus Terminal) มี 2 วิธี ได้แก่

  • นั่งรถไฟใต้ดินสาย M1 (สีแดง) ไปที่สถานี Memar Әcәmi (Memar Ajami) แล้วต่อสายสีม่วงอีก 1 สถานีไปที่สถานี Avtovağzal
photo credit: www.urbanrail.net
photo credit: www.urbanrail.net
  • นั่งรถเมล์ Red Iveco BakuBus สาย 2, 90 จากศูนย์กลางเมือง (ป้ายที่ถนน Füzuli Küçəsi เยื้องกับสวน Heydər Əliyev Parkı ก็ได้) ไปลงสุดทาง (วิธีการนี้ใช้เวลานานและหาทางเข้าอาคารสถานีรถบัสค่อนข้างยาก)

ค่าตั๋วรถไฟใต้ดินและรถเมล์ราคาเที่ยวละ 0.20 AZN ต้องใช้ BakıKart (BakuCard)

24

กลับเข้าเรื่องมาที่สถานีรถไฟกลาง Bakı Dәmir Yolu Vağzalı อีกครั้ง เราเข้าไปซื้อตั๋วรถไฟไปเมือง Ganja (Gəncə) โดยบอกพนักงานขายว่าจะเดินทางพรุ่งนี้ตอน 9 โมงเช้า เธอก้มหน้าเช็คข้อมูลในคอมแล้วแจ้งกลับว่าพรุ่งนี้ไม่มีรถไฟขบวนเช้า รถไฟขบวนที่เราต้องการเดินทางจะออกวันเว้นวัน พรุ่งนี้มีแต่ขบวนกลางคืนไป Tbilisi เมืองหลวงของประเทศจอร์เจียเลย เราจึงขอถอยออกมาตั้งหลักคิดหาทางแก้สักครู่

ถ้าไปโดยรถบัสก็จะต้องออกจากโรงแรมเช้ามากเพื่อไปสถานีรถบัสซึ่งอยู่ไกลออกนอกเมืองเกินครึ่งชั่วโมงให้เร็วที่สุดเพราะรถบัสไป Ganja ใช้เวลาเดินทาง 6-8 ชั่วโมงแล้วแต่ว่าจะจอดรับผู้โดยสารเยอะขนาดไหน และไม่รู้เวลารถออกที่แน่นอนด้วย วิธีการนี้จึงไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่

อีกทางหนึ่งคือตัดใจไม่ไป Ganja เลย แล้วไปยกเลิกโรงแรมที่จองไว้ซึ่งสามารถยกเลิกได้ฟรีภายในวันนี้ และเปลี่ยนแผนเป็นอยู่เที่ยว Baku พรุ่งนี้อีกทั้งวันจนถึงค่ำก็ไปสถานีรถไฟขึ้น night train ไปถึง Tbilisi ตอนเช้าของวันมะรืนเลย (แผนเดิมคือจะถึง Tbilisi วันมะรืนเหมือนกัน แต่เป็นตอนบ่ายๆ)

สุดท้ายเราเลือกใช้ night train ไป Tbilisi เลยครับ ไม่ไป Ganja ก็ได้

ผมเลยอดเขียนรีวิวเมือง Ganja ให้อ่านเลย แต่ถ้าใครอยากรู้ข้อมูลที่เที่ยวใน Ganja ก็ถามมาได้นะครับ สำหรับวิธีการเดินทางจาก Ganja เข้าประเทศจอร์เจียไปกรุง Tbilisi นั้นค่อนข้างลำบากแต่เจ๋งมากๆ เลยขอเขียนบอกหน่อยเพราะไหนๆ ก็หาข้อมูลเตรียมตัวอย่างดีแล้ว เผื่อใครอยากใช้วิธีมันๆ แบบนี้

วิธีการเดินทางที่ว่านั้นคือนั่ง marshrutka (minibus) คล้ายรถตู้จากสถานีรถบัส Avtobus Qaraji (Avtobus dayanacağı) ไปที่เมือง Qazax (Gazakh) ค่ารถประมาณ 2 AZN แล้วต่อ marshrutka อีกคันไปยัง Qırmızı Körpü (Red Bridge) ค่ารถประมาณ 2 AZN ใช้เวลารวม 3-4 ชั่วโมง ถ้ามีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่อาจจะไม่สะดวกเพราะรถตู้ไม่น่ามีที่ใส่กระเป๋า แนะนำให้เรียกแท็กซี่จาก Ganja ไปที่ Qırmızı Körpü เลย ระยะทางประมาณ 145 กิโลเมตร ค่าแท็กซี่ประมาณ 30 AZN (ประมาณ 600 บาท)

จากนั้นต้องเดินข้าม Qırmızı Körpü (Red Bridge) หรือ Tsiteli Khidi (წითელი ხიდი) หรือ Krasnyi Most ในภาษารัสเซีย ข้ามแม่น้ำ Khrami (ხრამი) หรือ Anaxatır เข้าเขตแดนประเทศจอร์เจีย (Georgia) ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้วนั่ง marshrutka จากชายแดนเข้า Tbilisi เมืองหลวงของจอร์เจีย ค่ารถประมาณ 2 AZN หรือ 4-5 GEL (lari) รถตู้จะไปส่งที่หน้าสถานีรถไฟกลาง Tbilisi Tsentrali (თბილისი ცენტრალი) ที่ Sadguris Moedani (Station Square) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Vagzlis Moedani ใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 1 ชั่วโมง หรือนั่งแท็กซี่จากชายแดนเข้า Tbilisi ประมาณ 35-45 GEL (13-17 ยูโร) ก็ได้

(ถ้าเรียกแท็กซี่จาก Ganja ไปส่งที่ Tbilisi เลยจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)

ข้อมูลจาก theazlander.blogspot.com

25

ทั้งหมดที่พยายามเล่าให้ฟังก็เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความยากในการวางแผนของทริปนี้ซึ่งเป็นทริปที่วางแผนได้ยากที่สุดตั้งแต่ผมเคยทำมาเกือบ 20 ทริปเลยทีเดียว แต่ผมได้กลั่นกรองข้อมูลจากร้อยๆ แหล่งมาเขียนเป็นภาษาไทยให้ผู้สนใจเที่ยวเส้นทางแปลกประหลาดไม่เหมือนใครอ่านแบบสามารถทำตามหรือนำข้อมูลไปประยุกต์ใช้วางแผนเที่ยวของตัวเองต่อได้อีกด้วย

กลับไปซื้อตั๋ว night train ไป Tbilisi ตามแผนใหม่ที่แก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้ากันสดๆ (ต้องใช้พาสปอร์ตตอนซื้อด้วยนะครับ)

รถไฟ Baku – Tbilisi (Tiflis) จะออกเดินทางในเวลา 21.10 น. และจะถึง Tbilisi ตอน 10.25 น. ของวันรุ่งขึ้น
ใช้เวลาประมาณ 13 ชั่วโมง 15 นาที รวมเวลาตรวจคนเข้า-ออกเมือง 2 ด่าน ประมาณ 2 ชั่วโมง

เราซื้อตั๋ว 1st class ‘spalny vagon’ (SV) 2-bed sleepers ไปเลยครับ จะได้นอนในห้องสำหรับ 2 คน ไม่ต้องนอนปนกับคนอื่น ตั๋วรถไฟ night train ชั้น 1 ราคา 83.20 AZN รูดบัตรเครดิตจ่ายได้ แต่เราเลือกจ่ายเป็นเงินสดเลยเพราะเหลือเงินเยอะจากการตัดใจไม่ไป Ganja ส่วนตั๋วรถไฟ 2nd class ‘kupé’ (KP) 4-berth sleepers ราคาประมาณ 30 AZN

อีกวิธีในการเดินทางไป Tbilisi คือ นั่งรถบัสของบริษัท M-Trans ซึ่งจะออกจากสถานีรถบัสกลาง Bakı Beynəlxalq Avtovağzalı (Avtovağzal) ทุกวันในเวลา 21.00, 23.00, 00.45 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 ชั่วโมง ค่ารถบัสประมาณ 13 AZN + ค่ากระเป๋าเดินทางอีก 1.2 AZN

photo credit: www.pillartopost.org
photo credit: www.pillartopost.org

เอาล่ะ! มีตั๋วไปถึง Tbilisi ชัวร์ๆ ก็สบายใจแล้ว

เราต้องปรับแผนเที่ยวใน Baku เล็กน้อยเพราะมีเวลาเที่ยวมากขึ้นกว่าเดิม 1 วันเต็ม โดยวันแรกนี้มีเวลาเหลืออีกประมาณ 3 ชั่วโมงเศษก่อนที่พระอาทิตย์จะตก เลยจะไปเดินเล่นริมทะเลสาบแคสเปียนซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของตัวเมืองและเดินเลียบริมทะเลสาบไปขึ้นจุดชมวิวเมืองบากูบนเนินเขาทางตะวันตกของเมืองเพื่อถ่ายรูปวิวพาโนรามาของบากูตอนโพล้เพล้ แล้วพรุ่งนี้ค่อยเที่ยวบากูแบบเต็มๆ โดยมีสถานที่สำคัญคือบริเวณเมืองเก่าซึ่งจริงๆ ก็อยู่ไม่ไกลจากจุดชมวิวเท่าไหร่

ออกจากสถานีรถไฟ เดินผ่านข้างห้าง 28 Mall Ticarət mərkəzi ทางเดินกลับโรงแรมไปที่สวน Heydər Əliyev Parkı

27

เดินผ่านหน้ารูปปั้น Heydər Əliyev อดีตผู้นำของอาเซอร์ไบจานในยุคโซเวียตและประธานาธิบดีคนแรกของประเทศ เดินตามถนน Rəşid Behbudov küçəsi (Rəshid Behbudov) จนถึงแยกที่ 5 ก็เลี้ยวขวาเข้าถนน Nizami küçəsi นิดเดียวก็ถึง Axundov adına Azərbaycan Dövlət Akademik Opera və Balet Teatrı (Akhundov Azerbaijan State Academic Opera and Ballet Theater) หรือ Azərbaycan Dövlət Opera Və Balet Teatrı ที่เดิมรู้จักกันในชื่อ Mailov Theatre คือโรงโอเปร่าประจำเมืองที่สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1911 (ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร)

28

เดินตาม Nizami küçəsi ซึ่งเป็นถนนคนเดินและถนนช้อปปิ้งสายสำคัญของเมืองที่มีวัยรุ่นหนุ่มสาวมาเดินเล่นและพบปะพูดคุยกันตลอดทั้งวัน

29 30

ตอนแรกกะว่าจะเดินไปอาคารสวยงามอลังการที่เรียกว่า Hökumət Evi (Government House of Baku) แต่ต้องเดินตามถนน Nizami küçəsi ย้อนกลับไปที่โรงโอเปร่าแล้วเลี้ยวขวาที่สี่แยกเข้าถนน Rəşid Behbudov küçəsi อีกครั้ง ตรงผ่านสวนน้ำพุ Sahil Bağı ถึงสี่แยกเลี้ยวซ้ายเดินตามถนน Üzeyir Hacıbəyov (Uzeyir Hajibeyov) อีกไม่ไกล (ระยะทางราว 900 เมตร) เราจึงเปลี่ยนใจเอาไว้ค่อยไปพรุ่งนี้เช้าก็ได้

31

จุดต่อไปที่เราจะเดินไปคือ Dənizkənarı Milli Park (Baku Boulevard) ทางเดินสาธารณะริมทะเลสาบแคสเปียนที่สร้างเมื่อปีค.ศ. 1909

จากสถานีรถไฟใต้ดินที่ถนน Nizami küçəsi ที่เรายืนอยู่นี้ เลี้ยวซ้ายเดินไปทางทิศใต้ของเมืองไม่ไกลก็ถึง Muzey Mərkəzi (Museum Center) พิพิธภัณฑ์กลางของกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของอาเซอร์ไบจานที่สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1960

32

เดินหาที่ข้ามถนนใหญ่ชื่อ Neftçilər Prospekti (Neftchiler Avenue) ซึ่งเป็นถนนสายหลักของเมืองที่ทอดยาวขนานกับแนวทะเลสาบแคสเปียน รถจึงขับกันเร็วสุดๆ ครับ

33

ข้ามถนนไปยังสวน Dənizkənarı Milli Park เดินเล่นริมทะเลสาบแคสเปียนไปทางตึกหน้าตาประหลาดบนเนินเขา

34 35

เดินผ่านเสาธงชาติอาเซอร์ไบจานที่ Azneft Meydanı (Azneft Square) และ Xalça Muzeyi (Azerbaijan Carpet Museum) ไปไม่ไกลก็เห็นสถานีรถรางไฟฟ้าขึ้นเขา Bakı funikulyoru (funikulyor แปลว่า funicular)

36 37 38

ลอดอุโมงค์ไปที่สถานี Bakı funikulyoru แต่ไม่ขึ้นรถรางไฟฟ้าขึ้นเขาซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00-22.00 น. เพราะต้องเสียเงินโดยสามารถตัดเงินจาก BakıKart ได้ แต่ไม่รู้ว่ากี่ manat นะครับเพราะว่าไม่ได้ขึ้น

39

ขึ้นบันไดไปหลายร้อยขั้นกว่าจะถึง Dağüstü park ซึ่งเป็นจุดชมวิวกรุงบากูจากมุมสูงที่จะมองเห็นบ้านเมืองริมทะเลสาบแคสเปียนและโค้งอ่าวบากู (Bakı körfəzi) จุดนี้ถือเป็นไฮไลต์ของเมืองเลยครับ (ถ้ารู้ว่ามันสูงขนาดนี้มาก่อนคงยอมเสียตังค์ขึ้นรถรางไฟฟ้าไปแล้วครับ ถถถ)

40 41

มองไปทางขวาก็เห็นเสาธงชาติอาเซอร์ไบจานยักษ์สูง 162 เมตรซึ่งเป็นเสาธงที่สูงที่สุดในโลกขณะนี้โบกไสวอยู่ที่ Dövlət Bayrağı Meydanı (National Flag Square) ซึ่งเราจะนั่งรถเมล์ไปที่นั่นวันพรุ่งนี้

42

อีกด้านหนึ่งคือ Alov Qüllələri (Flame Towers) ตึก skyscraper ที่สูงที่สุดของบากูมีความสูง 190 เมตร สร้างแล้วเสร็จเมื่อปีค.ศ. 2012 ที่ผ่านมา ภายในตึกเป็นอพาร์ตเมนท์ โรงแรม และออฟฟิศหรูหราไฮโซ

พอเริ่มมืดก็จะมีการแสดงไฟบนตึกเป็นภาพเคลื่อนไหวต่างๆ เหมือนการแปรอักษร แลดูเว่อร์ๆ ดีครับ

43 44

เก็บภาพบ้านเมืองกรุงบากูก่อนท้องฟ้าจะมืดสนิทซึ่งเปิดไฟสว่างไสวรอบๆ ทะเลสาบแคสเปียนแล้ว

45

ทุ่มครึ่ง เดินลงเขากลับไปที่สถานีรถรางไฟฟ้า Bakı funikulyoru ลอดอุโมงค์ใต้ถนนไปแล้วเลี้ยวขวาเดินตามถนนใหญ่ไม่ไกลไปรอรถเมล์ที่ป้าย Azәrbaycan Xalça Muzeyi

46

ขึ้นรถเมล์สาย 5 สแกน BakıKart ตัดเงิน 0.20 AZN นั่งผ่านสวน Heydər Əliyev Parkı เลยไปลงที่สถานีรถไฟใต้ดิน 28 May และสถานีรถไฟกลาง Bakı Dәmir Yolu Vağzalı เพื่อหาร้านอาหารรับประทานมื้อเย็น (รถเมล์สาย 88 จะจอดที่สวน Heydər Əliyev Parkı และเดินกลับโรงแรมได้ ส่วนสาย 6 จะไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน İçərişəhər (Old City) แล้วต้องนั่งรถไฟใต้ดินสาย M1 (สีแดง) ผ่านสถานี Sahil กลับไปที่สถานี 28 May)

เช็คเส้นทางรถเมล์ของ Baku ได้ที่ www.gomap.az คลิ๊ก Avtobuslar

แต่แถวสถานีรถไฟมีแต่ร้านอาหารง่ายเป็นร้านพิซซ่าและเคบับแบบตุรกี เราจึงต้องลงเอยที่ KFC เพราะอยากกินไก่ไม่มีกระดูกพอดี 555 เข้าไปสั่งชุด Basket Duet ราคา 12 AZN มากิน 2 คน + โค้กแก้วละ 1.60 AZN คนละแก้ว มื้อนี้จ่ายไปคนละประมาณ 150 บาทครับ

อิ่มแล้วก็เดินกลับโรงแรมไปพักผ่อนให้เต็มที่เพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทนเดินไกลพอสมควรเลย

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเข้าสู่เช้าวันที่ 5 ของทริป วันนี้เราจะเที่ยว Baku ให้ทั่วอีกทั้งวันเลย

หลังรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เช็คเอาท์ และฝากกระเป๋าเดินทางไว้เสร็จ 10 โมงเช้าก็ออกจากโรงแรม เดินไปที่ลานกว้างด้านหน้าสถานีรถไฟกลาง Bakı Dәmir Yolu Vağzalı อีกครั้ง

16

เดินไปที่ป้าย 28 May st. (28 May m/s) ฝั่งตรงข้ามกับสถานีรถไฟ ขึ้นรถเมล์สาย 5 (หรือ 88 ก็ได้) สแกน BakıKart (BakuCard) ตัดเงิน 0.20 AZN ไปลงที่ป้าย Hilton Baku Hotel

เช็คเส้นทางรถเมล์ของ Baku ได้ที่ www.gomap.az คลิ๊ก Avtobuslar

48 49

มองไปทางซ้ายก็เห็นอาคารยิ่งใหญ่อลังการที่มีชื่อว่า Hökumət Evi (Government House of Baku) ซึ่งเราเปลี่ยนแผนไม่เดินจากถนน Nizami küçəsi มาตั้งแต่เมื่อวาน

Hökumət Evi หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า House of Government อาคารที่ทำการรัฐบาลกรุงบากูตั้งตระหง่านอยู่ที่ Neftçilər Prospekti (Neftchiler Avenue) อาคารสถาปัตยกรรมแบบบาโรคผลงานของ Lev Rudnev ที่สร้างขึ้นระหว่างปี 1936-1952 ในสมัยยังเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณ Azadliq Square หรือ Freedom Square ใจกลางเมือง โดยภายในใช้เป็นสถานที่ทำงานของกระทรวงต่างๆ รวมทั้งหน่วยงานของรัฐ อาคารดังกล่าวเป็นสถานที่สำคัญของเมืองเพราะเป็นเหมือนสัญลักษณ์แห่งอิสระด้านการบริหารประเทศอาเซอร์ไบจาน

เราเดินไปถ่ายรูปได้แค่ที่ด้านหลังและด้านข้างของอาคารเพราะตอนนี้ด้านหน้า (ด้านใกล้ทะเลสาบแคสเปียน) ถูกแคมป์ก่อสร้างอะไรก็ไม่รู้ปิดบังจนถ่ายรูปไม่ได้เลย

50 51

ไปเดินเล่นริมทะเลสาบแคสเปียนดีกว่า เดินไปที่อาคารรูปไข่ซึ่งเห็นอยู่ไม่ไกล นั่นคือ Park Bulvar (Park Boulevard) เป็นศูนย์การค้าหรูอยู่ที่ Dənizkənarı Milli Park (Baku Boulevard)

52

เดินตามทางเดินริมทะเลสาบผ่านอาคาร Bakı Biznes Mərkəzi (Baku Business Centre) หรือ BBM

53 54

มองไปทางขวาก็เห็น Muzey Mərkəzi (Museum Center) ที่เมื่อวานเรามาถึงริมทะเลสาบตรงนี้ (ระยะทางจาก Hökumət Evi (House of Government) ถึง Muzey Mərkəzi (Museum Center) ประมาณ 1.2 กิโลเมตร)

55

ข้ามถนนไปยังฝั่ง Muzey Mərkəzi แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Zərifə Əliyeva ไม่ถึง 300 เมตรก็ถึง Milli Azərbaycan Tarixi Muzeyi (National Museum of History of Azerbaijan) พิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1920 ที่ถนน Haji Zeynalabdin Taghiyev แต่เราเดินผ่านไปแบบไม่ได้สังเกตเลยครับ ซะงั้น 555

เดินตรงลูกเดียวไม่ไกลก็ไปโผล่ที่ลานน้ำพุที่เรียกว่า Ağ zanbaqları Fəvvarələr (Фонтан “Белые лилии”) ซึ่งมีความหมายว่าน้ำพุดอกลิลลี่ขาว

56

มองข้ามถนนใหญ่ Neftçilər Prospekti (Neftchiler Avenue) ไปก็เห็น Azərbaycan Dövlət Kukla Teatrı หรือ Baku Puppet Theatre โรงละครที่สร้างในสไตล์เฟรนช์เรอเนสซองส์ในปีค.ศ. 1910

57

เดินตามถนนใหญ่ Neftçilər Prospekti (Neftchiler Avenue) ไปอีกนิดก็ถึง Qız qalası (Maiden Tower) หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า Giz Galasi หอคอยที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 เป็นส่วนหนึ่งของแนวกำแพงเมืองโบราณที่ล้อมรอบ İçərişəhər (Old City) หรือบริเวณเมืองเก่าของบากู

58

จะเข้าไปในเมืองเก่าจากทางนี้ก็ได้แต่เรายังไม่เข้าครับ ขอเดินอ้อมรอบนอกแนวกำแพงเมืองเก่าไปที่จัตุรัสกลางเมืองซึ่งอยู่ไม่ไกลก่อน

จากหอคอย Qız qalası เดินย้อนทางเดิมไปที่ลานน้ำพุดอกลิลลี่ขาวแล้วเลี้ยวซ้ายเดินตามถนน Əziz Əliyev küçəsi

59

ตรงไปราว 400 เมตร อาคารที่หัวมุมถนนคือ Nizami Gəncəvi adına Milli Azərbaycan ədəbiyyatı muzeyi (National museum of Azerbaijan literature named after Nizami Ganjavi) พิพิธภัณฑ์วรรณกรรมและวัฒนธรรมที่สำคัญของอาเซอร์ไบจานก่อตั้งมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1939

60

ตรงผ่านด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ไปนิดเดียวก็ถึง Fəvvarələr meydanı (Fountains Square) หรือแต่เดิมเรียกว่า Parapet

61

เท่าที่เดินชมเมืองมาประมาณ 50% ของบริเวณศูนย์กลางเมือง ผมรู้สึกว่าบากูเป็นเมืองที่ปลอดภัยมากๆ เพราะแทบทุกพื้นที่โดยเฉพาะจุดท่องเที่ยวหลักๆ จะมีตำรวจหลายนายเดินรักษาความปลอดภัยอยู่ทั่วไปหมด นอกจากนี้บากูถือเป็นเมืองที่มีพื้นที่สาธารณะให้ชาวเมืองได้เดินเล่นและนั่งพักผ่อนอย่างสบายใจเยอะมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ของเมือง เรียกว่าเป็นเมืองแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีจริงๆ ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เจอภาพเหล่านี้ที่นี่เลยครับ

เดินต่อไปทางขวาก็คือจุดถ่ายรูปยอดฮิตของเมืองในบริเวณ Fəvvarələr meydanı

62

เดินกลับไปที่พิพิธภัณฑ์ Nizami Gəncəvi adına Milli Azərbaycan ədəbiyyatı เลี้ยวซ้ายไปที่ด้านหลังของพิพิธภัณฑ์ที่ Nizami Parkı

63 64

เลี้ยวขวาเดินตามถนน İstiqlaliyyət อ้อมรอบกำแพงเมืองเก่าและป้อมปราการโบราณซึ่งมีประตูทางเข้าไปยัง İçərişəhər (Old City) เป็นระยะๆ

65

66

ตรงไปราว 400 เมตร ถ้าเลี้ยวขวาเข้าถนน Murtuza Muxtarov ไปหน่อยก็จะถึง Səadət Sarayı (Palace of Happiness) หรือ Palace of Marriage Registrations ซึ่งเดิมทีถูกเรียกว่า Mukhtarov Palace อาคารสวยงามนี้สร้างโดย Murtuza Mukhtarov พ่อค้าน้ำมันผู้มั่งคั่งเพื่อมอบแด่ Liza-Khanum Taganova ผู้เป็นภรรยา โดยว่าจ้าง Józef Plośko สถาปนิกชาวโปแลนด์ซึ่งเป็นผู้ออกแบบอาคารหลายแห่งของบากูในช่วงศตวรรษที่ 20 แต่เราไม่ได้เดินเข้าไปนะครับ ขอยืมรูปมาให้ชมแทนละกัน

photo credit: yasamal.cls.az
photo credit: yasamal.cls.az

เราเดินอ้อมรอบเมืองเก่าต่อไปจนถึง İçərişəhər Metro Stansiyası (Icherisheher) หรือสถานีรถไฟใต้ดิน İçərişəhər

68

เดินเข้าประตูทางเข้าหลักทางทิศตะวันตกของเมืองเก่าไปในบริเวณ İçərişəhər (Old City) หรือ Icheri Sheher ซึ่งก็คือเขตเมืองเก่าของบากูซึ่งเป็นสถานที่แรกของประเทศอาเซอร์ไบจานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก

69

พอเข้าไปก็เจอลานโล่งหน้า Yay Gallery ซึ่งมองไปเห็นยอดมัสยิดของ Şirvanşahlar Sarayı (Shirvanshahs Palace) หรือในภาษาเปอร์เซียคือ کاخ شروان‌شاهان

70

พระราชวังที่สร้างโดย Şirvanşah (Shirvanshah) ผู้ปกครอง Şirvan ในภูมิภาคคอเคซัสตะวันออกเมื่อศตวรรษที่ 15 แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO และถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในไข่มุกทางสถาปัตยกรรมแห่งอาเซอร์ไบจาน

ภายในอาณาบริเวณคอมเพล็กซ์ของพระราชวังประกอบด้วยมัสยิดประจำพระราชวัง (Saray məscidi) หลุมฝังศพของ Seyid Yahya Bakuvi (Seyid Yəhya Bakuvi türbəsi) โรงอาบน้ำโบราณ (Saray hamamı) สามารถเข้าชมได้ทุกวัน 10.00-18.00 น. ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่และชาวต่างชาติราคา 2 AZN

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ visit Shirvanshahs Palace

photo credit: azerbaijan24.com
photo credit: azerbaijan24.com

เราเดินผ่านสถานทูตเซอร์เบียลัดเลาะตามซอกซอยแคบๆ เข้าไปยังบริเวณ Şirvanşahlar Sarayı ระหว่างทางเป็นบ้านที่มีคนอาศัยอยู่จริงนะครับ

72 73 74

เดินลัดซอยต่างๆ จนไปออกที่โล่งก็เห็นร้านอาหารหน้าตาดูดีมีดีไซน์ชื่อว่า ART Garden ตอนนั้นจะบ่ายโมงแล้วแต่ขอเดินเที่ยวในเมืองเก่าให้ทั่วก่อนเพราะยังไม่ได้เดินไปถ่ายรูปตรงจุดที่เห็นภาพเอกลักษณ์ของบากูเลย

75

ใกล้กันคือ Cümə Məscidi (Juma Mosque) มัสยิดสำคัญอีกแห่งในเขตเมืองเก่า

76

เดินตามป้ายบอกทางผ่านหน้าร้าน ART Garden ไปยัง Qız qalası (Maiden Tower) หอคอยทางทิศตะวันออกของเมืองเก่าซึ่งเรายังไม่เดินเข้าทางประตูนี้เมื่อตอนสายๆ เพื่อถ่ายรูปมุมเอกลักษณ์ของบากูซึ่งจะพลาดไม่ได้

77 78

ภาพนี้สะท้อนความเก่าแก่ของเมืองที่ผสมผสานกับความทันสมัยจากการกลายเป็นแหล่งพลังงานใหม่ที่สำคัญของโลกของประเทศอาเซอร์ไบจานได้เป็นอย่างดีเลยครับ

79

ถึงเวลาอาหารกลางวัน มื้อนี้เราเลือกเข้าร้าน ART Garden ที่เล็งไว้ตั้งแต่แรกนั่นเอง

80

อาหารอาเซอร์ไบจานก็คล้ายๆ อาหารตุรกี ผมสั่ง Tika kebab เป็นเคบับเนื้อวัวจานละ 8 AZN (ประมาณ 160 บาท) และเครื่องดื่มเย็นๆ มื้อนี้หารกันจ่ายไปคนละ 11 AZN อาหารที่บากูถือว่าราคาค่อนข้างสูงครับ ถ้ากินร้านอาหารดีๆ เมนูนึงเฉลี่ยแล้ว 10 AZN หรือประมาณ 200 บาท แต่ก็ยังถือว่าถูกกว่าหลายประเทศที่ใช้เงินยูโรนะครับ

81

เดินออกจากเมืองเก่ากลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน İçərişəhər ตอนนี้เราอยู่ตรงนี้ของบากูครับ

82

เลี้ยวซ้ายเดินตามแนวกำแพงเมืองเก่าและป้อมโบราณไปทางทิศใต้ของเมืองราว 300 เมตรก็เห็น Müslüm Maqomayev adına Azərbaycan Dövlət Filarmoniyası (Müslüm Magomayev Azerbaijan State Philharmonic Hall) อาคารสวยงามสีเหลืองอ่อนแห่งนี้คือคอนเสิร์ตฮอลล์หลักของกรุงบากูที่สร้างมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1912

83 84

โค้งซ้ายตามเส้นทางลงเนินผ่านอาคาร Azərbaycan Milli İncəsənət Muzeyi (National Art Museum of Azerbaijan) พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1936 เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ 10.00-18.00 น. ค่าเข้าชมสำหรับชาวต่างชาติ 10 AZN

85

ตรงต่อไปอีกไม่ไกลก็ถึงจัตุรัสขนาดใหญ่ชื่อ Azneft Meydanı (Azneft Square) ซึ่งมีเสาธงชาติอาเซอร์ไบจานโบกสะบัดอยู่ ลงอุโมงค์ลอดใต้ถนนใหญ่ไปที่จัตุรัส

86 87

เดินไปทางขวาตามถนนใหญ่ไม่ไกลก็เห็นสถานีรถรางไฟฟ้า Bakı funikulyoru วันนี้เราไม่เดินขึ้นเขาไปจุดชมวิวที่ Dağüstü park แล้ว

88

ลอดอุโมงค์ไปยังฝั่งสถานีรถรางไฟฟ้าแล้วเลี้ยวซ้ายเดินตามถนนใหญ่ราว 300 เมตรไปที่ป้ายรถเมล์ Әl Oyunları Sarayı เพื่อขึ้นรถเมล์สาย 5, 6, 88 ไปลงที่ป้าย Park Bayi แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Agil Guliyev ตรงไปทางทะเลสาบราว 300 เมตรไปยังเสาธงชาติอาเซอร์ไบจานยักษ์ที่ Dövlət Bayrağı Meydanı แต่ไม่มีป้ายรถเมล์เหมือนที่โชว์ใน google map ลองเดินเลยต่อไปจนผ่านชิงช้าสวรรค์ยักษ์ Baku Eye สักพักถึงมีป้ายรถเมล์อยู่ก่อนถึงทางขึ้นเนินเขา น่าจะเดินมาเกือบกิโลได้

89

เดินมาไกลถึงตรงนี้แล้วคงไม่ต้องนั่งรถเมล์ไปที่จัตุรัสเสาธงชาติแล้ว ลงอุโมงค์ลอดใต้ถนนไปที่ทางเดินริมทะเลสาบแคสเปียนแล้วถ่ายรูปไปยัง Dövlət Bayrağı Meydanı (National Flag Square) แค่นั้นพอ

เสาธงชาติอาเซอร์ไบจานนี้มีความสูงถึง 162 เมตร นับเป็นเสาธงชาติที่สูงที่สุดในโลกในขณะนี้

90

ลอดอุโมงค์กลับไปที่ป้ายรถเมล์ ขึ้นรถเมล์สาย 88 (สาย 5, 6 ก็ได้) สแกน BakıKart ตัดเงิน 0.20 AZN แล้วยืนไปลงสุดทางที่ป้าย 20. Sahә

91

ขึ้นรถเมล์สาย 197 (สาย 195 ก็ได้) อีกประมาณ 5 นาทีก็ถึง Bibiheybət məscidi (Bibi-Heybat Mosque) รถเมล์แน่นมาก ไม่รู้จะสแกน BakıKart ที่ไหน เราเลยลงจากรถซะเลย แต่คนขับบีบแตรเรียกให้กลับมาจ่ายเงินค่ารถคนละ 1 AZN จ่ายไปแบบงงๆ จริงๆ มันไม่น่าแพงเท่านี้นะ รถเมล์เล็กสีขาวนี้ใช้ระบบตัดเงินจาก BakıKart ไม่ได้ (เพิ่งรู้ทีหลังด้วยว่าสามารถขึ้นรถเมล์สาย 125 จากป้ายที่เราขึ้นสาย 88 ไปถึงมัสยิดได้เลยโดยไม่ต้องมาต่อสาย 195 หรือ 197 และใช้ BakıKart ได้โดยจะตัดเงินในบัตรแค่ 0.20 AZN เอง)

92

วิธีการเดินทางไปอื่นคือนั่งรถไฟใต้ดินสายสีเขียวไปที่สถานี İnşaatçılar ต่อรถเมล์สาย 205 อีกประมาณ 45 นาที

เช็คเส้นทางรถเมล์ของ Baku ได้ที่ www.gomap.az คลิ๊ก Avtobuslar

Bibiheybət məscidi (Bibi-Heybat Mosque) คือมัสยิดขนาดใหญ่ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปีค.ศ. 1997 ตั้งอยู่ริมทะเลสาบแคสเปียนทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ห่างจากสถานีรถไฟกลางราว 11 กิโลเมตร

เรามาที่นี่เพราะมีเวลาเหลือเฟือ จริงๆ ก็ไม่มีอะไรโดดเด่นมาก ไม่จำเป็นต้องมาก็ได้ครับ

93

ขากลับเข้าเมือง นั่งรถเมล์สาย 125 โดยใช้ BakıKart (ตัดเงินอีก 0.20 AZN) ผ่านจัตุรัสเสาธงชาติยักษ์ สถานีรถรางไฟฟ้า Bakı funikulyoru และจัตุรัส Azneft Meydanı กลับไปลงที่สถานีรถไฟกลาง Bakı Dәmir Yolu Vağzalı

ถ้าไม่ได้ไปมัสยิด Bibi-Heybat แต่ไปถึง Dövlət Bayrağı Meydanı (National Flag Square) ก็สามารถขึ้นรถเมล์สาย 5, 6, 88, 125 กลับเข้าเมืองได้

ยังมีเวลาเหลืออีก 2 ชั่วโมงเศษก่อนจะต้องกลับโรงแรมไปเตรียมตัวนอนในรถไฟไปจอร์เจียคืนวันนี้ เลยนั่งรถเมล์สาย 5 จากป้ายหน้าสถานีรถไฟ ตัดเงินใน BakıKart อีก 0.20 AZN ไปลงที่ด้านข้างของอาคาร Bakı Konqres Mәrkәzi (Baku Congress Centre) ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง

94

เดินลัดผ่านไปยัง Heydər Əliyev Mərkəzi (Heydar Aliyev Center) อาคารสถาปัตยกรรมล้ำยุคนี้คือผลงานการออกแบบของ Zaha Hadid สถาปนิกลูกครึ่งอิรัก-อังกฤษที่ต้องการสร้างอาคารที่มีความโค้งเว้าและดูพลิ้วไหว โดยสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์เมื่อช่วงกลางปีค.ศ. 2012 ที่ผ่านมา อาคารหอประชุมขนาด 619,000 ตารางฟุตนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาพื้นที่เขตเมืองใหม่ให้ทันสมัยและเป็นเลิศด้านการออกแบบ โดยชื่อของอาคารตั้งตาม Heydar Aliyev อดีตผู้นำของอาเซอร์ไบจานในยุคโซเวียตและประธานาธิบดีคนแรกของประเทศ ด้านในอาคารมีทั้งส่วนที่ใช้จัดการประชุม จัดงานอีเวนต์ และพิพิธภัณฑ์

95

ถ่ายรูปกับป้ายเก๋ๆ เป็นที่ระลึกหน่อย

96

เดินขึ้นไปยังตัวอาคาร Heydər Əliyev Mərkəzi ที่เรียกได้ว่ามีดีไซน์เท่สุดๆ

97 98

สถานที่นี้เป็นที่เที่ยวสุดท้ายในบากู เดินกลับไปที่ป้ายรถเมล์ ขึ้นรถเมล์สาย 5 (ตัดเงินใน BakıKart อีก 0.20 AZN) กลับไปที่สถานีรถไฟกลาง Bakı Dәmir Yolu Vağzalı

6 โมงเย็นแล้ว ก่อนทุ่มนึงควรเดินกลับโรงแรม เราจึงต้องกิน KFC ที่เดิมเป็นมื้อเย็น (แต่จริงๆ ก็อยากกินอีกทีแหละ 55)

เสร็จแล้วก็เดินกลับโรงแรมไปเอากระเป๋าเดินทางที่ฝากไว้และย้ายไปที่ล็อบบี้ด้านหลัง จัดข้าวของที่ต้องใช้บนรถไฟใส่กระเป๋าสะพาย แปรงฟัน เช็ดเนื้อเช็ดตัวเพราะอาบน้ำไม่ได้ คืนนี้ซักแห้งครับ 555 เปลี่ยนเสื้อผ้าและรองเท้าให้พร้อมนอนบนรถไฟได้สบาย

สองทุ่มก็เดินลากกระเป๋าไปสถานีรถไฟ เข้าไปในสถานีขึ้นบันไดเลื่อนไปยังทางเข้าชานชาลาซึ่งมีเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์อยู่ ให้เช็คหมายเลขชานชาลาตรงนี้ ก่อนขึ้นรถไฟขอซื้ออาหารและน้ำตุนไปกินตอนเช้าเพราะบนรถไฟไม่มีอาหารขาย ในสถานีรถไฟมีร้านอาหารง่ายๆ เลยซื้อพิซซ่า 3 ชิ้น 7 AZN เป็นการกำจัดแบงค์ย่อยไปในตัวด้วย

21.10 น. รถไฟกลางคืนขบวน sürət qatarı 38 ออกเดินทางจาก Baku (ควรไปถึงสถานีรถไฟก่อนเวลาออกไม่ต่ำกว่า 30 นาที) เราซื้อตั๋วรถไฟชั้น 1 มาตั้งแต่เมื่อวานจึงขึ้นขบวนใกล้ที่สุดเลย

99

ทางเดินในรถไฟค่อนข้างแคบ ส่วนห้องชั้น 1 สำหรับ 2 คนนั้นก็ไม่ได้กว้างและสะดวกเท่าไหร่ ไม่อยากนึกภาพรถไฟชั้น 2 ที่เป็นห้อง 4 คนว่ามันจะแออัดขนาดไหนเลย ดูสภาพห้องนอนของเราในคืนนี้ครับ

100 101

คืนนี้ไม่มีอะไรทำ WiFi ก็ไม่มี นอนเร็วเลยดีกว่า

หลับสนิทยาวข้ามคืนมาสะดุ้งตื่นอีกทีตอนรถไฟจอดที่ชายแดนตอน 7 โมงนิดหน่อย ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและ
เจ้าหน้าที่ศุลกากรของอาเซอร์ไบจานขึ้นรถไฟมาตรวจพาสปอร์ตและขอเปิดกระเป๋าทุกใบตรวจ รถไฟหยุดจอดที่ด่าน Böyük-Kəsik Stansiyası ฝั่งอาเซอร์ไบจานนานประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที

102

จากนั้นรถไฟก็เคลื่อนข้ามพรมแดนเข้าสู่เขตประเทศจอร์เจีย (Georgia) และจอดที่ด่าน Gardabani (გარდაბანი) ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่ศุลกากรของจอร์เจียขึ้นรถไฟมาตรวจพาสปอร์ตและกระเป๋าทุกใบอีกที เสียเวลาที่นี่อีก 45 นาทีครับ

คนไทยสามารถเดินทางเข้าประเทศจอร์เจียได้โดยไม่ต้องมีวีซ่าและอยู่ได้นานถึง 365 วัน

นั่งรถไฟอีกชั่วโมงนิดหน่อย 10.25 น. รถไฟก็เข้าจอดสุดทางที่สถานีรถไฟกลาง Tbilisi Tsentrali (თბილისი ცენტრალი) ที่ Tbilisi (თბილისი) เมืองหลวงของ Georgia (საქართველო)

รวมใช้เวลาทั้งสิ้น 13 ชั่วโมง 15 นาที กับระยะทาง 551 กิโลเมตร

103

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต