โดดเดี่ยว..เที่ยวเอง “กรี๊ด กรีซ GREECE” ตอนที่ 1 “Athens” นครต้นกำเนิดอารยธรรมโบราณ

เที่ยวเอง รีวิว เอเธนส์ กรีซ Athens Greece

เที่ยวเอง กรี๊ด กรีซ Greece

Capture Athens 2
Ελλάδα
 หรือ Greece คือดินแดนในฝันของหลายๆ คนครับ ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวผมเองที่หลงรักความงดงามของ
บ้านเมืองและวิวทิวทัศน์บนเกาะซานโตรินีตั้งแต่เห็นภาพครั้งแรก เรียกได้ว่า “รักแรกพบ” เลยแหละ 555 ฉะนั้น
นักเที่ยว (ยุโรป) ตัวจริงอย่างผมจึงต้องไปเยี่ยมเยือนให้ได้สักครั้งก่อนตายครับ เมื่อความอยากเข้าครอบงำ ความคิดที่จะวางทริปจึงเกิดขึ้น

ทริปนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายนปี 2010 โดยพี่สาวซึ่งเรียนดร. อยู่ที่เนเธอร์แลนด์กับน้องสาวนัดกันไปเที่ยวกรีซ 2 คน โดยน้องสาวจะบินไปเจอพี่สาวที่เนเธอร์แลนด์แล้วบินไปกรุงเอเธนส์พร้อมกัน ส่วนผมอยากไปด้วยแต่เพิ่งเปลี่ยนงานใหม่ได้แค่ 6 เดือน จะลายาวหลายวันก็เกรงใจเจ้านายครับ พนักงานประจำมักเจอปัญหาแบบนี้แหละ แต่เหมือนโชค
เข้าข้าง ที่ทำงานเกิดปัญหาทางการเมืองเรื่องของสีเสื้อทำให้ต้องปิดและย้ายออฟฟิศชั่วคราว ผมเลยมีโอกาสลาได้แบบฟลุ๊คๆ

จากนั้นก็รีบวางแผนเที่ยว หาตั๋วเครื่องบินให้ไปถึงเอเธนส์ในวันเดียวกับพี่สาวและน้องสาว แถมเวลาต้องใกล้เคียงกันด้วย เตรียมเอกสารหลักฐานขอวีซ่า เพราะมีเวลาเหลือไม่มากแล้ว ในที่สุดผมก็จัดการทุกเรื่องสำเร็จจนเกิดเป็นทริป “กรีซ 6 วัน” ขึ้น โดยจะไปเที่ยว Athens, Piraeus, Santoríni กันครับ

1

แต่ในความโชคดีก็มีความโชคร้าย เมื่อใกล้วันเดินทางเกิดเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ที่ประเทศไอซ์แลนด์ ทำให้ท้องฟ้าของเกือบทุกประเทศในยุโรปถูกปกคลุมด้วยเถ้าถ่าน ยกเว้นกรีซ สายการบินต่างๆ ไม่สามารถทำการบินได้
น้องสาวจึงต้องยกเลิกไฟลท์บินไปเนเธอร์แลนด์  ส่วนพี่สาวก็บินจากเนเธอร์แลนด์ไปกรีซไม่ได้  ผมจึงต้องไป
เที่ยวเองคนเดียวอีกแล้วครับ ไปหาคนถ่ายรูปเอาหน้างานละกัน 🙁

เข้าเรื่องเลยละกันครับ เกริ่นที่มาที่ไปมานานแล้ว
วันแรก  จากกทม. ผมเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อขึ้นเครื่องบินของสายการบิน Qatar Airways ซึ่งจะออกจากเมืองไทยในเวลา 09.15 น.  นั่งหลับบ้างตื่นบ้างด้วยความง่วงจากการตื่นเช้าประมาณ 6 ชั่วโมงครึ่ง  เครื่องบินก็ร่อนลงจอดที่สนามบินนานาชาติกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ในเวลาเที่ยง (เวลาของกาตาร์ช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง)

เดินเข้าอาคารผู้โดยสารรอต่อเที่ยวบิน QR 476 ไปกรุงเอเธนส์ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

2

13.45 น.  เครื่องบินออกจากสนามบินกรุงโดฮามุ่งหน้ากรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ  นั่งเล่นเกม  งีบหลับ  กินอาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องอีก 4 ชั่วโมง 15 นาที  ก็ถึงจุดหมายปลายทางที่ Elefthérios Venizélos (Ελευθέριος Βενιζέλος)  หรือสนามบินนานาชาติกรุงเอเธนส์ ในเวลา 6 โมงเย็น เร็วกว่ากำหนดเวลาจริงครึ่งชั่วโมง (เวลาของกรีซช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมงเช่นกัน)
สนามบินนานาชาติเอเธนส์ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ห่างจากศูนย์กลางกรุงเอเธนส์ประมาณ 35 กิโลเมตร และห่างจากท่าเรือ Piraeus ราว 44 กิโลเมตร

3

ตั้งหลักเล็กน้อยแล้วเดินออกไปด้านหน้าสนามบินก็เห็นป้ายรถบัสสำหรับเดินทางเข้าตัวเมือง

ผมจองโรงแรมไว้ที่เมือง Piraeus 2 คืนเพื่อให้ใกล้ท่าเรือไปเกาะซานโตรินีซึ่งวางแผนจะไปเรือรอบเช้าตรู่ครับ ผมจึงต้องขึ้นรถเมล์ Airport Express สาย X96 ที่ป้ายหน้ารถเขียนว่า “Peiraias” แทนที่จะเลือก Airport Express สาย X95 หรือรถไฟใต้ดินสาย 3 Aghia Marina – Athens International Airport เข้ากรุงเอเธนส์ ก่อนขึ้นรถต้องซื้อตั๋วที่ช่องขายตั๋วใกล้ป้ายรถนั่นแหละ ค่ารถ 3.20 ยูโร
ปัจจุบันตั๋วรถเมล์ Airport Express ราคา 5 ยูโร ส่วนตั๋วรถไฟใต้ดินราคา 8 ยูโร
อัพเดทค่ารถได้ที่ Athens transportation fare

photo credit: athens2015.cochrane.org
photo credit: athens2015.cochrane.org

ขึ้นรถเมล์ไปแล้วนั่งยาวประมาณ 1 ชั่วโมง ประมาณ 2 ทุ่มก็ถึงหน้าสถานีรถไฟ Piraeus เห็นสะพานลอยข้ามถนน Pedestrian Bridge หน้าตาแบบนี้ก็ลงจากรถเลย

ตอนนั้นฟ้าเริ่มมืดแล้วต้องรีบหาทางไปโรงแรม แต่พอลงจากรถก็เห็นว่าเอเจนซี่ขายตั๋วเรือไปเกาะต่างๆ ยังเปิดอยู่เต็มไปหมด ผมตัดสินใจแวะเข้าไปซื้อตั๋วเรือไปเกาะซานโตรินีไว้ก่อนเลยเพราะแพลนไว้ว่าจะเดินทางไปตอนเช้าตรู่ของวันมะรืนแต่ยังไม่มีตั๋วเลย

ขอแนะนำว่าถ้าจะไปเกาะชื่อดังต่างๆ ของกรีซ เช่น ซานโตรินี มิโคนอส ในฤดู high season ช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ก็ควรจองตั๋วเรือไปล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ของบริษัทเรือ เช่น ANEK Lines, Blue Star Ferries ครับ เพราะเรือมีโอกาสจะเต็ม แต่ผมไปช่วงปลายเดือนเมษายังไม่เข้าฤดูร้อนจึงไปซื้อเอาที่นู่นได้ครับ ไม่มีปัญหาเรื่องเรือเต็ม

เข้าร้านไปเจอลุงแก่ๆ มารับต้อนรับ ผมบอกลุงไปว่าผมจะซื้อตั๋วไปซานโตรินีวันมะรืน (วันจันทร์) แต่ผมก็ต้องตกใจและอึ้งไปชั่วขณะเพราะลุงตอบว่า STRIKE! วันจันทร์มีประท้วงหยุดงาน เท่าที่หาข้อมูลมารู้ว่ามีเรือไปซานโตรินีอยู่ 2 บริษัท และมีเวลาออกเดินทางที่เหมาะสมเพียงเวลาเดียวคือของบริษัท Blue Star Ferries

ผมค่อยๆ คิดหาทางแก้เพื่อให้แพลนดำเนินต่อไปได้ตามที่วางไว้ตั้งแต่แรก เลยลองให้ลุงช่วยหาทางเลือกอื่นดู ลุงตอบมาเป็นชุดด้วยสำเนียงกรีกว่ามีเรือออกอีกหลายเวลา ผมจับใจความได้คร่าวๆ จึงขอให้ลุงเขียนทีละวัน ทีละเวลา สุดท้ายก็เลือกเรือของอีกบริษัทคือ ANEK Lines แต่ต้องออกเดินทางตอนสี่ทุ่มของพรุ่งนี้ ค้างคืนบนเรือและไปถึงซานโตรินีประมาณตีห้าครึ่งของวันจันทร์ซึ่งเร็วกว่าแพลนเดิมที่วางไว้ว่าจะถึงซานโตรินีบ่ายสามโมง ทำให้ไม่ต้องยกเลิกโรงแรมที่เมืองฟีร่าบนเกาะซึ่งจองไว้ล่วงหน้าและคิดเงินไปแล้ว แต่ต้องเจรจาขอยกเลิกโรงแรมที่พีเรอุสคืนที่ 2 ที่จองไว้ ซึ่งถ้ายกเลิกตอนนี้จะต้องถูกชาร์จค่าห้องพักเต็ม 100% เรื่องจะยกเลิกโดยไม่ถูกชาร์จเอาไว้ถึงโรงแรมก่อนค่อยว่ากัน ควักกระเป๋าจ่ายเงินค่าตั๋วเรือไป-กลับชั้นประหยัด (Deck) 31+31 ยูโร

ถ้าผมขี้เกียจขอเข้าโรงแรมพักผ่อนหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไกล ไม่ยอมเสียเวลาหาซื้อตั๋วเรือก่อนล่ะก็   แพลนทั้งหมดคงล่มไปเพราะเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ขอเตือนไว้นะครับว่าอย่าหวังน้ำบ่อหน้าครับ เห็นอะไรทำได้ให้ทำให้เสร็จไปเลยจะได้สบายใจครับ

มีตั๋วไปซานโตรินีชัวร์แล้ว ประมาณสองทุ่มครึ่งก็เดินลากกระเป๋าหาโรงแรม Piraeus Dream City Hotel เป็นโรงแรมระดับ 3 ดาวอยู่แถวถนน Akti Miaouli เลียบริมท่าเรือไปเรื่อยๆ เส้นทางดูเหมือนจะง่ายแต่แผนที่กลับพาให้หลงทางเดินวนไปมาอยู่พักใหญ่กว่าจะหาโรงแรมเจอ

สามทุ่มเศษก็เข้าเช็คอินที่โรงแรมและแจ้งเจ้าหน้าที่ไปว่าเนื่องจากการประท้วงหยุดงานของบริษัทเรือทำให้ผมต้องเปลี่ยนแผนไปซานโตรินีเป็นออกเดินทางพรุ่งนี้กลางคืน เพราะฉะนั้นจะพักที่นี่แค่คืนนี้คืนเดียว ส่วนคืนวันพรุ่งนี้ที่จองไว้จะขอยกเลิกโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เจ้าหน้าที่ก็น่ารักมากบอกให้ผมแจ้งเรื่องนี้กับเจ้าหน้าที่อีกคนตอนเช้าวันรุ่งขึ้นโดยเธอเขียนโน้ตบอกไว้ให้ รูดบัตรเครดิตชำระค่าห้องพักสำหรับ 1 คน แค่คืนเดียว 40 ยูโร แถมมีอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ให้อีกด้วย เสร็จแล้วก็รีบเข้าเว็บ www.booking.com ไปยกเลิกห้องพักคืนที่ 2 โดยชี้แจงเหตุผลการยกเลิกให้ทราบ และให้ทางเว็บเคลียร์ค่าใช้จ่ายกับทางโรงแรมเอง
กว่าจะได้นอนเกือบเที่ยงคืน เตรียมพร้อมตื่นเช้าออกเที่ยววันรุ่งขึ้นครับ

6

วันแรกเสียเวลากับการเดินทางไปทั้งวันเลย เริ่มเรื่องเที่ยวแบบจริงจังในวันที่ 2 ของทริปเลยครับ
โปรแกรมวันนี้จะขอเที่ยวเมือง Piraeus (Πειραιάς) ในช่วงเช้านิดหน่อย และก่อนเที่ยงค่อยเข้ากรุงเอเธนส์ (Αθήνα) เที่ยวเมืองหลวงของกรีซช่วงบ่ายจนถึงเย็น แล้วกลับพีเรอุสเพื่อขึ้นเรือไปเกาะซานโตรินีตอนประมาณสามทุ่ม

photo credit: www.sapphotravel.com
photo credit: www.sapphotravel.com

6 โมงเช้า ไอโฟนส่งเสียงดังปลุกผมให้ต้องงัวเงียตื่นลุกขึ้นจากเตียง ยังไม่ 8 โมงก็ออกจากโรงแรมเดินไปที่ถนนใหญ่ซึ่งมีจุดสังเกตโดดเด่นคือโบสถ์ใหญ่อลังการที่มีชื่อว่า Aghios Spiridon (Saint Spiridon) ตั้งอยู่ตรงหัวมุมสี่แยก

8

เลี้ยวซ้ายเดินไปตามถนน Akti Miaouli เลียบริมท่าเรือไป ผ่าน Plateia Karaiskaki หรือจัตุรัส Karaiskaki ไม่นานก็เห็นสะพานลอย Pedestrian Bridge ข้ามสะพานไปก็ถึงสถานีรถไฟ Piraeus

9

วันนี้ต้องใช้บริการรถสาธารณะหลายครั้ง เลยเลือกซื้อตั๋ววันราคา 3 ยูโร จะได้สะดวกและประหยัดกว่าการซื้อตั๋วรถทีละเที่ยวซึ่งมีราคาเที่ยวละ 0.80 ยูโร ปัจจุบันตั๋ววันราคา 4 ยูโร ตั๋วเที่ยวเดียวราคา 1.20 ยูโร
อัพเดทค่ารถได้ที่ Athens transportation fare

แสตมป์ตั๋วก่อนขึ้นรถไฟ  แล้วนั่งรถไฟไป 1 สถานี  ลงที่สถานี Neo Faliro  ก็ถึงด้านหน้าของสนามฟุตบอลของสโมสรโอลิมเปียกอส (Olympiacos Piraeus) ทีมฟุตบอลชื่อดังของกรีซที่มีชื่อว่า Georgios Karaiskakis Stadium เดินข้ามสะพานลอยไปอีกฝั่งถนน เดินต่อไป Stadio Eirinis kai Filias (Peace & Friendship Stadium) สนามกีฬาที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองพีเรอุส

10

11

ถ่ายรูปบ้านเรือนบนภูเขาของเมืองพีเรอุสจากบนสะพานลอยมาฝากครับ

12

จากนั้นก็นั่งรถไฟกลับสถานี Piraeus และเดินกลับโรงแรมเก็บกระเป๋าให้เรียบร้อยพร้อมเช็คเอาท์และรับประทานอาหารเช้า  เกือบ 11 โมง จัดการเช็คเอาท์และฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมก่อนออกไปเที่ยวกรุงเอเธนส์ ก้มดูนาฬิกาแล้วยังพอมีเวลาเหลืออีกหน่อย เลยลองเดินไปท่าเรือที่บริเวณอ่าว Pasalimani แต่แผนที่ได้หลอกผมอีกครั้ง เดินวนไปวนมาหาทางไปไม่เจอ โผล่มาอีกทีผมยืนอยู่หน้าสถานีรถไฟ Piraeus อีกแล้ว 555

เกือบเที่ยงแล้ว นั่งรถไฟเข้าเอเธนส์ดีกว่า คราวนี้ไม่ต้องแสตมป์ตั๋วแล้ว ขึ้นรถได้เลยครับ

13

รถไฟแล่นไปถึงสถานี Neo Faliro ที่เดิมเหมือนเมื่อเช้า ปรากฏว่าคนลงจากรถกันหมด งงสิครับว่ารถมันสุดทางแค่สถานีนี้หรอ เพราะตามแผนที่รถไฟใต้ดินมันมีเส้นทางต่อเข้าเอเธนส์ได้เลยนะ

photo credit: www.mappery.com
photo credit: www.mappery.com

ผมเลยลงเหมือนคนอื่นเค้า แล้วถามเจ้าหน้าที่แถวนั้น เธอบอกว่าให้เดินไปที่ป้ายรถเมล์แล้วขึ้นรถสาย X13 แล้วต่อรถไฟใต้ดินอีกครั้ง ผมจึงเดินตามฝูงชนไปที่ป้ายรถเมล์อย่างไม่แน่ใจว่าถูกทางหรือไม่ พอถึงป้ายรถก็ถามคนขับว่าไป Thissio (จุดเริ่มต้นเที่ยวกรุงเอเธนส์ตามแพลนที่วางไว้) มั้ย? คนขับกวักมือให้ขึ้นรถเลยพร้อมพูดภาษากรีกอะไรก็ฟังไม่รู้เรื่อง ผมเลยขึ้นรถไปก่อนเพราะมั่นใจว่าไม่ผิดทางแน่นอน

พอรถเมล์จอดป้ายก็ลงจากรถแล้วเดินตามผู้คนมากมายที่ลงจากรถเหมือนกันไปเพราะเข้าใจได้ว่าทุกคนใช้วิธีนี้เดินทางเข้าเอเธนส์ เดินประมาณ 2 นาที ก็ถึงสถานีรถไฟใต้ดิน Kallithea จากสถานีนี้สามารถต่อรถไฟใต้ดินเข้าเอเธนส์ได้แล้ว (รางรถคงอยู่ระหว่างการซ่อมแซมจึงปิดชั่วคราวครับ)

เที่ยงวัน รถไฟเข้าจอดที่สถานี Thissio ทางทิศตะวันตกของเมือง

photo credit: agreekisland.com
photo credit: agreekisland.com

จากจุดนี้เดินไปทางขวามือตามถนน Apostolou Pavlou ต่อด้วยถนน Dionysiou Areopagitou อ้อมรอบ Acropolis ประมาณ 20 นาทีก็ถึงทางขึ้นที่มีป้ายบอกทางไปโรงละครกลางแจ้งที่เรียกว่า Odeon of Herodes Atticus (Ωδείο Ηρώδου του Αττικού) หรือ Theatre of Herodes Atticus เดินตามทางไปเรื่อยๆ ไปยังจุดที่สามารถมองเห็นโรงละครโบราณแห่งนี้ทั่วทั้งหมดจากมุมสูง

15

ไม่ไกลจากตรงนี้เป็นจุดขายตั๋วเข้าชม Acropolis (Ακροπόλις) สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของกรีซ ในสมัยโบราณนครกรีกโบราณนิยมสร้างเมืองบนพื้นที่สูง จึงสร้างอโครโปลิส พร็อพพีเลีย (The Propylaia) ขึ้นในศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์ศักราช เพื่อใช้เป็นป้อมปราการ พระราชวังและที่อยู่ของข้าราชบริพาร ตลอดจนวิหารสักการะบูชาเทพเจ้า “เทพี Athena” นครโบราณแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง 61 เมตรใจกลางกรุงเอเธนส์

จ่ายเงินซื้อตั๋วเข้าชมภายในบริเวณเมืองโบราณอโครโปลิส 12 ยูโร (ทุกวันอาทิตย์แรกตั้งแต่ 1 พ.ย.-31 มี.ค. เข้าชมฟรี) ตั๋วใบนี้เป็นตั๋วที่สามารถใช้เข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวอื่นของเอเธนส์ได้อีกด้วย ได้แก่ แหล่งโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์ Ancient Agora, โรงละครกลางแจ้ง Theatre of Dionyssos, บริเวณ Roman Agora, Kerameikos, วิหาร Temple of Olympian Zeus และ Library of Hadrian
อโครโปลิสเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 08.00-20.00 น. ต้องเข้าชมก่อนเวลาปิด 30 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ visit Acropolis

photo credit: plato-dialogues.org
photo credit: plato-dialogues.org

ผ่านประตูทางเข้าอโครโปลิสไป สิ่งแรกที่พบคือวิหาร Athena Nike จากตรงนี้สามารถมองเห็นผู้คนยืนชมวิวกรุงเอเธนส์จากมุมสูงที่จุดชมวิวบริเวณภูหิน Areopagus แต่ผมไม่ได้เดินไปที่จุดชมวิวเพราะคำนวณด้วยสายตาแล้วท่าจะไกลพอควรเลยทีเดียว

18

เดินขึ้นไปบนวิหาร Athena Nike ทะลุผ่านไปอีกด้านหนึ่งก็เห็นสิ่งก่อสร้างที่สำคัญที่สุดของอโครโปลิส นั่นคือ วิหาร Parthenon (Παρθενών) วิหารที่สร้างด้วยหินอ่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใช้เวลาสร้างนานกว่า 8 ปี ตั้งแต่ปี 447-432 ก่อนคริสตกาล เพื่อเป็นที่บูชาเทพีเอเธน่า ธิดาของเทพเจ้าซุส ซึ่งชื่อของกรุงเอเธนส์นี้ก็ได้มาจากชื่อเทพีเอเธน่าผู้นี้นี่เอง

19

ความโดดเด่นของวิหารแห่งนี้อยู่ที่เสาแบบดอริก ด้านหน้า 8 ต้น และด้านข้าง 18 ต้น รองรับมุมจั่วต่างๆ ได้อย่างกลมกลืน เป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามและสมบูรณ์ที่สุดในยุค 2,500 กว่าปีก่อน นอกจากนี้วิหารยังถูกดัดแปลงเป็นโบสถ์คริสต์ศาสนานิกายกรีกออร์โธด็อกซ์ในคริสต์ศตวรรษที่ 6 และยังถูกดัดแปลงเป็นสุเหร่าเมื่อครั้งกรีกตกเป็นเมืองขึ้นของอิสลาม งานประติมากรรมที่หน้าจั่วของวิหารเป็นเรื่องราวของเทพีเอเธน่าและเทพเจ้าโพไซดอนผู้สร้างกรุงเอเธนส์

20

ใกล้ๆ กับวิหารพาร์เธนอนคือวิหาร Erechtheum (Ἐρέχθειον) หรือ Temple of Erechtheion หรือ Porch of Cyryatids ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสาวรีย์แห่งอีเรคธีอุมในสงครามเพลอปปอนเนเซียตามเทพนิยายกรีก มีรูปแกะสลักหญิงสาวหรือพระผู้หญิง 6 คน ถูกลงโทษให้กลายเป็นเสาหินค้ำยันวิหาร

21

มองเลยไปอีกจะเห็นจุดชมวิวบริเวณเสาธงชาติกรีกซึ่งมีนักท่องเที่ยวยืนชมวิวกรุงเอเธนส์อยู่เต็มไปหมดครับ

22

ตรงนี้สามารถมองเห็นยอดเขาสูงของเอเธนส์คือ Lykavittos (Λυκαβηττός) หรือ Lycabettus Hill ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมาก สามารถมองเห็นกรุงเอเธนส์ได้ 360 องศา ถ้าอยากขึ้นเขา Lykavittos ก็ต้องไปที่สถานี Lykavittos teleferik (funicular) ที่ถนน Aristippou ค่ารถเคเบิ้ลขึ้นเขา round trip ราคา 5 ยูโร มีรถไฟฟ้าบริการทุก 30 นาที

23

ชมวิวกรุงเอเธนส์เต็มอิ่มแล้วก็เดินลงเขาไปยังโรงละครกลางแจ้งอีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า Theatre of Dionysus Eleuthereus โรงละครแห่งนี้ดูไม่สวยงามสมบูรณ์เท่ากับโรงละคร Theatre of Herodes Atticus แต่ก็ยิ่งใหญ่อลังการไม่แพ้กันครับ

24

บ่ายโมงครึ่ง ออกจากเขตอโครโปลิสเดินมาถึงด้านหน้า Mouseio Akropolis (Μουσείο Ακρόπολης) หรือ Acropolis Museum แถวนี้คึกคักไปด้วยผู้คน ร้านขายของที่ระลึก และมีสถานีรถไฟใต้ดิน Acropolis อยู่ใกล้ๆ

25

26

ตั้งหลักกางแผนที่ดูเสียหน่อยว่าจะเดินไปทางไหนต่อดี ที่หมายต่อไปคือประตูเฮเดรียน หรือ Hadrian’s Arch ซึ่งอยู่ใกล้ๆ วิหารเทพเจ้าซุส (Temple of Olympian Zeus) เดินตรงตามถนน Dionysiou Areopagitou ไปทางทิศตะวันออกแค่ 5 นาทีก็ถึงแล้ว

27

เดินไปที่ประตูทางเข้า อ่านป้ายด้านหน้าเห็นว่าต้องเสียค่าผ่านประตู เลยไม่เข้าไปในบริเวณเพราะมองจากด้านนอกก็เห็นแล้ว (เพิ่งมารู้ทีหลังว่าตั๋ว 12 ยูโร ที่ซื้อตอนจะเข้าอโครโปลิสนั้นเป็นตั๋วรวมค่าเข้าสถานที่ต่างๆ รวมถึงวิหารเทพเจ้าซุสนี้ด้วย) 555 เสียค่าโง่นิดหน่อยครับ

28

ไปเที่ยวที่อื่นกันต่อ เดินอ้อมรั้วไปตามถนน Leoforos Vasilissis Olgas ประมาณ 700 เมตร เลี้ยวซ้ายก็ถึง Panathinaiko Stadium (Παναθηναϊκό στάδιο) หรือ Panathenaic Stadium หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า Kallimármaro (Καλλιμάρμαρο) สนามกีฬาแพนเอเธียเนียนเป็นสนามหินอ่อนรูปเกือกม้าสร้างโดยจักรพรรดิเฮรอด อัตติคุส เมื่อค.ศ. 143 และปฏิสังขรณ์ใหม่หมดในค.ศ. 1896 สนามกีฬาแห่งนี้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคสมัยใหม่ครั้งแรกอีกด้วย

29

จากสนามกีฬาโอลิมปิคข้ามถนนไปแล้วเลี้ยวขวาเข้าถนน Attikoy/Irodou Attikou เข้าประตู National Gardens หรือสวน Zappio เดินชมความร่มรื่นของสวนสาธารณะใจกลางกรุงเอเธนส์ไปเรื่อยๆ จนถึงประตูทางออกที่ถนน Leoforos Vasilissis Sofias เลี้ยวซ้ายเดินอีกนิดก็ถึงด้านข้างของ Voulí (Βουλή) หรืออาคารรัฐสภา สถานที่นี้ยังเป็นทำเนียบประธานาธิบดีของประเทศกรีซอีกด้วย

บริเวณด้านหน้ารัฐสภามีสุสานทหารนิรนาม (The Tomb of the Unknown Soldier) ซึ่งปกปักรักษาโดยทหารกรีกในชุดทหารโบราณที่เรียกกันว่า Evzone กวีแฮมมิงเวย์เรียกขานทหารเหล่านี้ว่า “นักรบใส่กระโปรงบัลเล่ต์”

30

บ่ายสามโมงพอดี ได้เวลาเดินสวนสนามหรือแปรขบวนของทหารอะไรก็แล้วแต่จะเรียกครับ ตรงจุดนี้จะมีนักท่องเที่ยวมายืนชมการเดินสวนสนามและถ่ายรูปคู่กับเหล่าทหารเป็นจำนวนมาก ริมถนนเต็มไปด้วยรถทัวร์จอดเรียงกันเพียบ

31

ตรงข้ามกับรัฐสภาคือ Plateia Syntagmatos (Πλατεία Συντάγματος) หรือ Syntagma Square หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Constitution Square จัตุรัสสำคัญใจกลางกรุงเอเธนส์เป็นศูนย์กลางการคมนาคมของเมืองหลวงแห่งนี้เลย

จากที่นี่ขอแวะช้อปปิ้งที่  Odos Voukourestiou (Οδός Βουκουρεστίου)  ทางทิศเหนือของจัตุรัสซินแท็กมา  ถนนวูคูเรสติอูคือถนนสายไฮเอนด์ที่มีร้านบูติกแบรนด์เนมชื่อดังจากทั่วโลกตั้งอยู่มากมาย อาทิ Hermès, Louis Vuitton, Paul Smith และแบรนด์ระดับกลางๆ อย่าง Polo by Ralph Lauren (จำได้เท่าที่เห็นนะ จริงๆ มีเยอะกว่านี้) แต่ปรากฏว่าร้านปิดหมดทุกร้านเพราะวันนี้เป็นวันอาทิตย์ มาเสียเที่ยวเลยอ่ะ

33

ไม่เป็นไร เที่ยวต่อก็ได้ เดินกลับไปที่ถนน Stadiou เลี้ยวขวาเดินผ่าน Ethnikó Istorikó Mouseío (Εθνικό Ιστορικό Μουσείο) หรือ National Historical Museum พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมศิลปะและวัตถุโบราณหายากสมัยโบราณของกรีซไว้มากมาย ตั้งอยู่ในอาคาร Paleá Voulí (Παλαιά Βουλή) หรือ Old Parliament House

34

เลี้ยวขวาเข้าถนน Omirou เลี้ยวซ้ายเดินผ่านด้านหน้าของ Bank of Greece (Τράπεζα της Ελλάδος) หรือธนาคารแห่งชาติกรีซไปยังสถานที่สำคัญของกรุงเอเธนส์ 3 แห่งที่ตั้งอยู่เรียงกัน คือ Akadimía Athinón (Ακαδημία Αθηνών) หรือ Academy of Athens, National and Kapodistrian University of Athens (Εθνικόν και Καποδιστριακόν Πανεπιστήμιον Αθηνών) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า University of Athens และ Ethnikí Vivliothíki tis Elládos (Εθνική Βιβλιοθήκη της Ελλάδος) หรือ National Library of Greece

35

36

จากนั้นก็นั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 (สีแดง) 1 สถานีจากสถานี Panepistimio ไปที่สถานี Omonia นาทีเดียวก็ถึง Plateía Omonoías (Πλατεία Ομονοίας) หรือ Omonoia Square (Concord Square) จัตุรัสโอโมเนียคือย่านธุรกิจสำคัญของเอเธนส์ ตอนกลางวันย่านนี้ดูไม่อันตราย แต่มักจะมีคนแปลกๆ หรือพวกติดยามานั่งตามถนนต่างๆ ใกล้ๆ กับจัตุรัสในตอนค่ำมืด นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังตัวให้มากหน่อยนะครับ

37

สี่โมงนิดๆ พักหาอะไรกินแถวนี้ซะหน่อย ก่อนเดินไปทางทิศใต้ตามถนน Athinas ซึ่งเป็นถนนเส้นตรงจากจัตุรัส
โอโมเนียไปยังย่าน Monastiraki ระหว่างทางจะผ่านที่ว่าการเมืองซึ่งอยู่คนละฝั่งถนนกับจัตุรัส Kotzia

38

เดินไม่ถึง 10 นาทีก็ถึง Monastiraki (Μοναστηράκι) ซึ่งมีความหมายว่าสำนักบวชเล็กๆ ย่านนี้เป็นแหล่งขาย
ของที่ระลึกซึ่งมีราคาไม่แพงนัก มัสยิด Tzistarakis (Τζαμί Τζισταράκη) เป็นสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นที่สุด ที่นี่เป็นตลาด flea market ขายผลไม้และของสดต่างๆ ร้านอาหารมากมายก็พลุกพล่านไปด้วยผู้คน

39

เดินตามทางริมเขตโบราณสถานที่เรียกว่า Ancient Agora ไปเรื่อยๆ ก็วกกลับมาที่เดิมซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นเที่ยวเอเธนส์เมื่อเช้านี้นั่นก็คือ Thissio ที่นี่เหมือนเป็นตลาดนัดย่อยๆ ครับ ตามเส้นทางของถนนหินขรุขระเต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้า บ้างก็แบกะดิน บ้างก็เดินขายของหลากหลายชนิด ทั้งเครื่องประดับต่างๆ ภาพวาด ของเล่น ขนมและของกินเล่นมากมาย

Ancient Agora (Αρχαία Αγορά) คือแหล่งชุมชนโบราณที่มีผู้คนมาพูดคุยเกี่ยวกับการเมือง แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และทำการค้าขาย ภายในบริเวณเป็นที่ตั้งของวิหาร Hephaisteion (Ηφαιστείον) หรือ Temple of Hephaestus (Ναός του Ηφαίστου και της Αθηνάς Εργάνης) และ Agora Museum ซึ่งตั้งอยู่ใน Stoa of Attalos

ผมมองผ่านรั้วเข้าไปแต่ไม่ได้เดินเข้าไปข้างในหรอกเพราะมันก็เหมือนซากอาคารโบราณทั่วๆ ไป ไม่มีอะไรโดดเด่นนัก

40

เสร็จสิ้นการท่องเที่ยวกรุงเอเธนส์สำหรับวันนี้แล้ว เดินตากแดดแทบทั้งวัน หน้าร้อนไปหมดแล้ว ต้องขอตัวกลับพีเรอุสเพื่อขึ้นเรือไปเกาะซานโตรินีก่อนครับ

ขากลับ นั่งรถไฟใต้ดินสาย 1 (สีเขียว) ไปที่สถานี Kallithea แล้วต่อรถเมล์สาย X13 ไปที่สถานีรถไฟ Neo Faliro แล้วต่อรถไฟอีก 1 สถานีก็ถึงสถานี Piraeus
เดินกลับถึงโรงแรมก็สองทุ่มแล้ว ยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลย แต่ก็ยังไม่หิวเท่าไหร่ รอขึ้นเรือก่อนแล้วค่อยหาอะไรกินก็ได้
เอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่โรงแรมและเดินผ่านสถานีรถไฟ Piraeus เข้าไปยังท่าเรือ Piraeus Main Port (Kentrikó limáni) Gate E3 (Kondilis Coast) ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟประมาณ 700 เมตร

photo credit: www.ferries.gr
photo credit: www.ferries.gr

ผมได้เดินไปดูตอนเช้าแล้วว่า Gate E3 ของท่าเรืออยู่ไกลขนาดไหนจึงกะเวลาเดินจากโรงแรมได้ครับ เรื่องแบบนี้ต้องรอบคอบกันหน่อย

42

ขึ้นเรือไปเก็บสัมภาระก่อนเวลาเรือออก 1 ชั่วโมง (เรือ ANEK Lines จะออกตอน 22.00 น.) หาอะไรกินที่ห้องอาหารบนเรือ ไปอาบน้ำ บนเรือมีห้องอาบน้ำแค่ห้องเดียวและค่อนข้างแคบมาก ไม่มีอุปกรณ์อาบน้ำใดๆ ให้ โชคดีที่ผมเตรียมสบู่ แชมพู ผ้าเช็ดตัว มาพร้อม เลยอาบน้ำสระผมอย่างสบายใจ

บรรยายสภาพห้องนอนสำหรับตั๋วแบบประหยัดหรือ Deck ซะหน่อย เนื่องจากเป็นตั๋วราคาถูกที่สุด ห้องนอนก็ต้องมีสภาพดีน้อยที่สุดด้วย แต่ก็ไม่ได้แย่ขนาดนอนไม่ได้เลยครับ ห้องคลาสนี้เป็นห้องรวมทุกเพศ เป็นเก้าอี้เอนเล็กน้อยพอให้นอนไม่เมื่อยหลังเรียงเป็นแถวหน้ากระดานเหมือนเก้าอี้โรงหนัง ไม่มีล็อคเกอร์ให้เก็บของ มีแค่ช่องขนาดใหญ่สำหรับไว้กระเป๋าเดินทาง ส่วนกระเป๋าถือต้องระวังกันเอาเองครับ

แต่จริงๆ แล้วจะไม่นอนในห้องรวมก็ได้ ผมเห็นบางคนเอาฟูกไปปูนอนบนพื้นที่ว่างใต้บันไดหรือนอนบนโซฟาในห้องบาร์เลยก็มี

ขอเตือนนักท่องเที่ยวรุ่นหลังนิดนึงครับว่าแอร์ในเรือหนาวมากไม่มีการปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม ส่วนไฟก็ไม่มีการปิด เปิดจ้าตลอดเวลา เพราะฉะนั้นจึงควรเตรียมเสื้อกันหนาว กางเกงขายาว และผ้าปิดตาไปด้วย ผ้าปิดจมูกด้วยก็ดีเพราะดีไม่ดีอาจมีฝรั่งถอดรองเท้าส่งกลิ่นโชยมาเข้าจมูกเราก็เป็นได้ อาจพาให้นอนไม่หลับกันทั้งคืน 555)

ใส่เสื้อกันหนาวรูดซิบปิดมิดคอแล้วนั่งหลับข้ามคืนข้ามทะเลไปเช้าที่เกาะซานโตรินี

ขอแว้บไปเที่ยวซานโตรินี่ 3 วันนะครับ สามารถข้ามไปอ่านรีวิวตอน “Santoríni” กันได้ครับ
โดดเดี่ยว..เที่ยวเอง “กรี๊ด กรีซ GREECE” ตอนที่ 2 “Santoríni” เมืองมนุษย์ หรือ สวรรค์ (บนดิน)

ข้ามกลับมาเที่ยวเอเธนส์ต่อในวันสุดท้ายของทริปก่อนเลยครับ
หลังจากตระเวนเที่ยวกรีซมาแล้ว 5 วัน วันนี้ยังมีเวลาเหลือให้เที่ยวชมกรุงเอเธนส์อีกเกือบครึ่งวันก่อนจะต้องกลับเมืองไทย นักเที่ยวยอดอึดอย่างผมคงต้องใช้เวลาเที่ยวให้คุ้มค่าที่สุด

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นตอน 7 โมงครึ่ง หลังจากเมื่อคืนซึ่งเพิ่งกลับถึงเอเธนส์ได้นอนไปแค่ 5 ชั่วโมงเท่านั้น รีบจัดการธุระส่วนตัวยามเช้าและรับประทานอาหารเช้าให้เรียบร้อย ก่อนออกเดินเที่ยวในเขตเมืองเก่าหรือ Pláka (Πλάκα) ซึ่งยังไม่ได้เที่ยวในวันแรก เพราะโรงแรม Omiros ที่ผมค้างเมื่อคืนอยู่ในเขตเมืองเก่าอยู่แล้ว ผมจึงวางแผนไว้ค่อยมาเดินเล่นตอนเช้าวันสุดท้ายก็ได้

photo credit: www.athens-greece.us
photo credit: www.athens-greece.us

9 โมงครึ่งพร้อม ผมเดินตามถนน Apollonos ไปทางทิศตะวันตกเข้าถนน Adrianou ในเขต Pláka ย่านเมืองเก่าของเอเธนส์ที่บ้านเรือนเก่าแก่มุงหลังคาสีแดงๆ ที่ย่านนี้มีร้านขายของที่ระลึกประเภทงานหัตถกรรมและงานประติมากรรมที่เกี่ยวกับเทพเจ้าของกรีกมากมายแถมราคายังถูกกว่าที่ย่านอื่นด้วย
จากจุดนี้สามารถมองเห็นวิหาร Parthenon บนอโครโปลิสได้อย่างชัดเจน

44

เดินต่อไปที่แหล่งโบราณสถาน Roman Agora ซึ่งมีสิ่งก่อสร้างสำคัญ เช่น ห้องสมุดสมัยโบราณ “Library of Hadrian” หอนาฬิกาหินอ่อน “Horologion of Andronikos Kyrrhestes” หรือ Tower of the Winds แต่ไม่ได้เข้าไปภายในบริเวณหรอกเพราะต้องเสียเงิน มองจากด้านนอกผ่านรั้วเข้าไปก็เห็นแล้วครับ

แถวๆ นี้เป็นเขตเมืองเก่าที่มีแหล่งโบราณสถานและซากสิ่งก่อสร้างปรักหักพังมากมาย สำหรับคนที่ชอบเรียนรู้ประวัติศาสตร์โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ของกรีกโบราณคงจะอยู่ที่นี่ได้เป็นวันๆ เลย

45

46

เดินเล่นชมบ้านเมืองและหาซื้อของที่ระลึกแถว Pláka เพลินๆ ถ้าเดินเลยไปอีกนิดก็จะถึง Monastiraki ที่วันแรกที่มาเที่ยวเอเธนส์ได้มาเดินเล่นแล้วก่อนกลับพีเรอุส

47

ได้เวลาอันสมควรแล้ว 10 โมงครึ่งเดินกลับโรงแรมเช็คเอาท์และเดินลากกระเป๋าไปอีกทางหนึ่งเพื่อไปยังจัตุรัส Syntagma ถ่ายรูปกับอาคารรัฐสภาอีกครั้ง แล้วเดินไปที่ท่ารถเมล์ Airport Express สาย X95 ที่ด้านข้างของจัตุรัสเพื่อเดินทางไปสนามบิน

48

จ่ายค่าตั๋วรถไป 3.20 ยูโร แล้วขึ้นรถเมล์รอเวลารถออกตอน 11.20 น. นั่งชมวิวกรุงเอเธนส์ไปประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงสนามบิน Elefthérios Venizélos
เข้าเช็คอินที่เคาน์เตอร์สายการบิน Qatar Airways ที่แทบจะไม่มีคนต่อคิว แล้วก็ไปเดินไปที่เกท รอเวลาเครื่องบินออกตอน 13.45 น.

6 โมงเย็นเครื่องบินก็เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ รอต่อเที่ยวบิน QR612 อีกเกือบ 3 ชั่วโมง

49

20.45 น. เครื่องบินออกจากสนามบินโดฮามุ่งหน้ากรุงเทพมหานคร นอนหลับให้เต็มอิ่มเพราะพรุ่งนี้ต้องไปทำงานต่อเลย ลาหยุดอีกไม่ได้แล้วครับ!

07.45 น. ของวันรุ่งขึ้น ผมก็กลับถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ รวมแล้วจากเอเธนส์ถึงกรุงเทพฯ ใช้เวลา 14 ชั่วโมง

รีบกลับบ้านเก็บของ แล้วไปทำงานต่อทันทีเลย อึดมั๊ยล่ะ? ชีวิตหนุ่มออฟฟิศก็แบบนี้แหละคร้าบ ทำไงได้ 55

Accommodation: Piraeus Dream City HotelOmiros Hotel

Transportation: Qatar AirwaysANEK Lines Ferry

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต