มาทำความรู้จักประเทศ ‘ยูเครน’ กันให้มากขึ้น – Things to know about ‘Ukraine’

เชื่อได้เลยว่า “Ukraine” (ยูเครน) เป็นประเทศนอกสายตาของชาวไทยมาโดยตลอด อาจเพราะความยากของการเข้าประเทศที่ต้องทำวีซ่าเฉพาะเจาะจง ไม่เหมือนประเทศยุโรปอื่นๆ ที่ทำวีซ่าเชงเก้นครั้งเดียวก็สามารถไปได้หลายประเทศแล้ว รวมถึงการอยู่ใต้ร่มเงาอดีตประเทศแม่อย่างรัสเซียซึ่งได้ชื่อว่ามีบรรยากาศคล้ายคลึงกันแถมคนไทยไม่ต้องขอวีซ่าอีกด้วย

แต่เท่าที่เราได้ไปสัมผัสประเทศนี้มาแบบวนรอบ (ยกเว้นฝั่งตะวันออกที่ยังมีปัญหาเรื่องความมั่นคงอยู่) รู้สึกได้ว่ายูเครนเป็นอีกประเทศในยุโรปที่น่าสนใจมาก ไม่ว่าจะเป็นในแง่วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม รวมถึงสถานที่แปลกใหม่ต่างๆ ที่คนส่วนมากยังไม่รู้จัก

ดังนั้น ลองมาทำความรู้จักประเทศยูเครนกันให้มากขึ้นผ่าน “ข้อน่ารู้ต่างๆ” กันดูนะครับ ไม่แน่ว่าอาจทำให้เปลี่ยนความคิดหันมาสนใจประเทศนี้มากขึ้นก็ได้

ข้อมูลทั่วไป

Ukraine (Україна) คือประเทศอิสระที่แยกตัวออกจากสหภาพโซเวียตเมื่อปี 1991 พร้อมๆ กับหลายประเทศในเครือรัฐเอกราช CIS (Commonwealth of Independent States) ภายหลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย ยูเครนมีพื้นที่ 603,628 ตารางกิโลเมตร นับเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรป (หากไม่นับรัสเซียที่มีดินแดนคาบเกี่ยวทั้งทวีปยุโรปและเอเซีย)

photo credit: www.thewarinukraine.info
วีซ่า

คนไทยจะไปเที่ยวยูเครนต้องขอวีซ่าของยูเครนโดยเฉพาะ ไม่สามารถใช้วีซ่าเชงเก้นหรือวีซ่าอื่นๆ แทนได้ โดยสามารถยื่นผ่านสถานทูตยูเครนประจำประเทศไทยหรือยื่นออนไลน์ก็ได้เช่นกัน ขอแนะนำให้ยื่นออนไลน์เพราะสะดวก เตรียมเอกสารง่ายกว่า และอาจใช้เวลาพิจารณาน้อยกว่าด้วย โดยเอกสารที่ต้องเตรียมในรูปแบบไฟล์ jpeg ได้แก่ รูปถ่ายขนาดเท่าวีซ่าเชงเก้น หน้าพาสปอร์ต หน้าประกันเดินทางทุนประกัน 30,000 ยูโร (เท่ากับวีซ่าเชงเก้น) หนังสือรับรองเงินฝากจากธนาคาร และหลักฐานการจองที่พักทุกคืนรวมเป็นไฟล์เดียว ถ้ามีเอกสารการจองจากทางโรงแรมโดยตรงจะดีกว่าการจองผ่านเว็บไซต์จองที่พักต่างๆ ที่สามารถยกเลิกการจองได้ ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า single entry 30 วัน ราคา 65 USD ผ่านบัตรเครดิต ใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 9 วันทำการ

ดูรายละเอียดและยื่นออนไลน์ได้ที่ mfa.gov.ua/en/consular-affairs/entering-ukraine/e-visa

ประกันเดินทาง – อย่างที่เห็นว่าการขอวีซ่าออนไลน์ต้องมีประกันเดินทางด้วย ทริปนี้เราใช้ของ “ซันเดย์” ที่ความคุ้มครองครอบคลุมประเทศยูเครนด้วย

เลือกแบบ “เที่ยวทั่วโลก” ประเภทแผนประกันคุ้มครองครบ เพราะให้ทุนประกัน 30,000 ยูโร หรือ 1.5 ล้านบาทตามเงื่อนไขที่กำหนด และยังคุ้มครองกรณีฉุกเฉินต่างๆ ครบเลย ไม่ว่าจะเป็น ค่ารักษาพยาบาล การยกเลิกการเดินทาง ความล่าช้าของกระเป๋าหรือเที่ยวบิน ความเสียหายต่อทรัพย์สิน รวมทั้งความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก เป็นต้น และที่สำคัญคือราคาเริ่มต้นถูกมากๆ เพียง 76 บาท

เช็คเบี้ยประกันได้ที่ http://bit.ly/A100_Sunday-Ins หรือว่างๆ เข้าไปอ่านเคล็ดลับการเดินทางดีๆ จากซันเดย์ได้ที่ http://bit.ly/A104_Sunday-Ins

การเดินทาง

จากไทยสามารถบินไปยูเครนได้หลายสายการบิน แต่ไฟลท์บินตรงมีสายการบินเดียวคือ Ukraine International Airlines (UIA) หรือ Міжнародні Авіалінії України (МАУ) ซึ่งมีไฟลท์บิน Bangkok – Kiev ทุกวันจันทร์ พฤหัสบดี และอาทิตย์ และ Kiev – Bangkok ทุกวันพุธ เสาร์ และอาทิตย์ ในช่วงฤดูร้อนจะมีการเพิ่มไฟลท์บินมากขึ้น UIA ใช้เครื่องบินใหม่ บริการดีมาก และอาหารอร่อยเกินคาด

เช็คตารางเวลาบินและซื้อตั๋วเครื่องบินได้ที่ www.flyuia.com

ค่าเงิน

ยูเครนใช้หน่วยเงิน Ukrainian hryvnia (українська гривня) หรือ hryvnia (гривня) ตัวย่อคือ UAH หรือ ₴ อัตราแลกเปลี่ยนทั่วไปคือ 1 EUR = 30.67 UAH, 1 USD = 26.30 UAH, 1 UAH = 1.25 บาท แนะนำให้แลกที่สนามบินนิดเดียวพอเพราะได้เรทต่ำมาก ควรแลกตามร้านต่างๆ ใจกลางกรุง Kiev หรือเมืองอื่นๆ ก็ได้ เพราะได้เรทดีกว่า อาจสูงถึง 1 EUR = 31.60 UAH เลย

สภาพอากาศ

ช่วงที่ไม่น่าไปเที่ยวคือฤดูหนาว (พ.ย.-เม.ย.) เพราะสภาพอากาศหนาวจัด มีหิมะถล่ม เว้นแต่จะไปเล่นสกีแถบเทือกเขา Carpathians ช่วงเดือนที่เหมาะไปเที่ยวคือฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง (พ.ค.-มิ.ย. และ ก.ย.-ต.ค.) ซึ่งอากาศไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป ส่วนช่วง high season คือฤดูร้อน (ก.ค.-ส.ค.) ที่ท้องฟ้าเปิด แดดจัด แต่ไม่ถือว่าร้อนมากเมื่อเทียบกับยุโรปประเทศอื่นๆ ในช่วงเดือนเดียวกัน

เมืองน่าเที่ยว

เมืองน่าเที่ยวของยูเครนมีหลายเมืองกระจายไปทั่วประเทศ ในช่วงที่ฝั่งตะวันออกยังไม่มีความไม่มั่นคงจากเหตุสงคราม และทางใต้ตรงคาบสมุทรไครเมียก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียไปแล้ว จึงแนะนำให้ไปเที่ยวเมืองหลักๆ อย่างกรุง Kiev เมืองหลวง ซึ่งอาจซื้อ local tour ไปเที่ยวโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลได้ เมือง Odessa เมืองท่าทางใต้ริมฝั่งทะเลดำ เมือง Chernivtsi ที่สวยกว่าที่คิดไว้มากและยังสามารถไปเที่ยวปราสาท Kamianets-Podilskyi และ Khotyn ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเมือง Lviv ซึ่งอยู่ใกล้กับโปแลนด์ที่ให้บรรยากาศต่างออกไป

photo credit: www.annamap.com
การเดินทางภายในประเทศ

เนื่องจากดินแดนของยูเครนนั้นกว้างใหญ่มาก การเดินทางทางบกระหว่างเมืองใหญ่จึงใช้เวลาค่อนข้างนาน (7-10 ชั่วโมง) ดังนั้นการเลือกใช้ไฟลท์บินจึงเป็นทางเลือกที่ประหยัดเวลาได้ดี โดยสามารถใช้สายการบิน UIA บินเชื่อมต่อระหว่างเมืองใหญ่ในประเทศได้ทั้งหมด แต่ถ้าไม่อยากบินก็สามารถเลือกใช้รถไฟและรถบัสได้เช่นกัน

ค้นหาและซื้อล่วงหน้าได้ที่ Ukraine train และ Ukraine bus ตามลำดับ

ค่าครองชีพ

ยูเครนถือเป็นประเทศยุโรปที่มีค่าครองชีพถูกมาก ราคาสินค้าและบริการต่างๆ ไม่แตกต่างจากไทยเรา บางอย่างอาจถูกกว่าด้วย เช่น น้ำดื่มต่างๆ ราคาอาหารทั่วไปอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 100 UAH แต่ถ้าร้านอาหารชั้นหรูจะอยู่ที่ 250-400 UAH แต่ portion อาหารทั่วไปค่อนข้างน้อย พอๆ กับเมืองไทย ส่วนค่าเดินทางก็ถูกมาก รถไฟใต้ดินหรือรถเมล์ราคาเที่ยวละแค่ 3-8 UAH สำหรับราคาที่พักนั้นก็ค่อนข้างถูก โรงแรม 3 ดาวอยู่ที่คืนละ 800-1,300 UAH ยกเว้นค่าแท็กซี่ซึ่งถ้าเรียกเองจะถูกโก่งราคาแพงกว่าปกติ 2-3 เท่า

ภาษา

ในประเทศยูเครนสื่อสารกันด้วยภาษา Ukrainian ที่ใช้ตัวอักษรคล้ายกับภาษารัสเซียเป็นหลัก แต่ป้ายต่างๆ ส่วนมากก็มีภาษาอังกฤษกำกับ ส่วนคนทั่วไปนั้นแทบไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้เลย แม้แต่เจ้าหน้าที่โรงแรมที่พูดได้บ้างเล็กน้อย ดังนั้นจึงต้องใช้การพูดเป็นคำๆ และภาษามือเป็นหลัก หรือไม่ก็เตรียมชื่อสถานที่เป็นภาษายูเครนมาก่อนแล้วโชว์ให้ดูเลย

photo credit: www.ukraine-travel-secrets.com
อินเตอร์เน็ต

ไม่ต่างจากประเทศอื่นๆ ที่ไปซื้อ local sim สำหรับแพ็คเกจโทรและอินเตอร์เน็ตได้ แต่ค่อนข้างไม่สะดวกเพราะไม่น่าจะสื่อสารกันรู้เรื่อง แนะนำให้ใช้เป็น Pocket WiFi ที่พกไปจากเมืองไทย เท่าที่เห็นว่าใช้ที่ยูเครนได้ก็มีของ Sanook WiFi ซึ่งได้ลองใช้จริง สัญญาณดีเลย บางช่วงที่อยู่ในรถไฟยังสามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ด้วย แถมแบตทนด้วยเพราะเปิดไว้เกือบทั้งวันยังไม่หมดเลย ใช้ร่วมกัน 2 คน วันละ 500 MB ได้สบายๆ

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.sanookwifi.com

ความปลอดภัย

คิดว่าหลายคนคงกังวัลว่ายูเครนเป็นประเทศที่ปลอดภัยหรือไม่? เพราะภาพลักษณ์อาจดูน่ากลัว แต่เท่าที่ไปสัมผัสมาแล้วคอนเฟิร์มว่า “ปลอดภัยไร้กังวล” ยิ่งเป็นเมืองอื่นที่ไม่ใช่เมืองหลวงยิ่งสบายหายห่วง สามารถเดินเล่นได้แบบไม่ต้องระแวงอะไร เมืองยอดนิยมในยุโรปตะวันตกบางเมืองยังต้องระมัดระวังตัวมากกว่าด้วยซ้ำ แต่อย่างว่าถ้าอยู่ในสถานการณ์เบียดเสียดกับฝูงชนหรือที่เปลี่ยวตอนกลางคืน ยังไงก็อาจเกิดเหตุการณ์ไม่ดีขึ้นได้เช่นกัน