10 ข้อควรรู้ก่อนไป “เที่ยวเอง” ที่เปรู

ไม่ว่าจะเป็นนักเดินทางผู้หลงใหลประวัติศาสตร์หรือเป็นสายผจญภัยเดินเขาหรือไม่ เชื่อว่าเมื่อพูดถึง “เปรู” แล้ว ประเทศนี้คงเป็นจุดหมายในฝันของแทบทุกคนแน่นอน เพราะด้วยเสน่ห์อันน่าค้นหาของอารยธรรมอินคาโบราณ หรือป่าเขาอันอุดมสมบูรณ์และสวยงาม ทำให้หลายคนต้องดั้นด้นเดินทางไกลมาให้เห็นด้วยสายตาตัวเองสักครั้งในชีวิต

แต่อย่างที่รู้กันดีว่า “เปรู” อยู่ในทวีปอเมริกาใต้ซึ่งอยู่ห่างจากประเทศไทยครึ่งค่อนโลก การเดินทางไปจึงต้องใช้เวลาบินนานเป็นวัน อีกทั้งค่าใช้จ่ายแค่ค่าตั๋วเครื่องบินก็แพงมากแล้ว ทำให้ผู้ที่อยากมาเยือนต้องเตรียมพร้อมในหลายๆ ด้าน ดังนั้น “เที่ยวเอง” จึงขอรวบรวมข้อมูลพื้นฐานที่ควรรู้และเตรียมพร้อมก่อนมาเที่ยวเองที่เปรูให้ได้ลองอ่านกันครับ

วีซ่า – ผู้ถือพาสปอร์ตไทยสามารถเข้าเปรูได้เลย ไม่ต้องขอวีซ่า โดยอยู่ได้ไม่เกิน 90 วัน ต้องอย่าลืมว่าพาสปอร์ตที่ใช้ต้องมีอายุเหลือเกิน 6 เดือน รวมทั้งควรมีหลักฐานตั๋วเครื่องบินขากลับติดตัวไปด้วยในกรณีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองขอดู

 

การเดินทาง – ไฟลท์บินไปเปรูสามารถเลือกได้หลายทาง ทั้งบินจากสหรัฐฯ อเมริกา และยุโรป เพราะกรุง Lima เมืองหลวงของเปรูถือเป็นศูนย์กลางการบินสำคัญแห่งหนึ่งของทวีปอเมริกาใต้ แต่วิธีการที่น่าจะใช้เวลาน้อยที่สุดและอาจมีราคาถูกที่สุดด้วย คือ หาตั๋วเครื่องบินไป Incheon หรือ Tokyo แล้วใช้สายการบิน Aeroméxico ไปเปลี่ยนเครื่องที่กรุง Mexico City

ค่าเงิน – ประเทศเปรูใช้เงิน Peruvian sol ตัวย่อคือ S โดยอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 1 sol = 0.30 USD / 1 USD = 3.20 sol / 1 sol = 10 บาท สามารถนำเงิน USD มาแลกได้ที่สนามบิน Jorge Chávez กรุง Lima ได้เลย หรือเข้ามาแลกในเขตเมืองใหม่ Miraflores ที่ได้เรทดีและมีร้านให้เลือกมากมาย

สภาพอากาศ – ในประเทศเปรูแบ่งช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวได้ 3 ช่วง คือ 1) ช่วง Low Season (ธันวาคม – กุมภาพันธ์) ซึ่งเป็นฤดูฝน ในเขตภูเขาสูงทางตอนในรวมถึงเส้นทาง Inca Trail ปิดไม่ให้เข้า โดยในเขตอเมซอนมีฝนตกหนักมาก 2) ช่วง Shoulder (กันยายน – พฤศจิกายน และ มีนาคม – พฤษภาคม) ซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงตามลำดับ ทั้งสองช่วงนี้จะมีฝนตกน้อยลงและนักท่องเที่ยวยังไม่มาก 3) ช่วง High Season (มิถุนายน – สิงหาคม) ซึ่งเป็นฤดูแห้ง ช่วงนี้อากาศดีที่สุด แต่นักท่องเที่ยวก็เยอะที่สุดเช่นกัน

การเดินทางภายในประเทศ – เนื่องจากเปรูเป็นประเทศที่มีดินแดนค่อนข้างกว้างใหญ่ อีกทั้งพื้นที่ส่วนมากอยู่บนแนวเทือกเขาแอนดีส ทำให้การเดินทางระหว่างเมืองทางบกค่อนข้างลำบากและใช้เวลานานมาก ดังนั้นวิธีการเดินทางในประเทศที่สะดวกที่สุดก็คือการใช้ไฟลท์บินภายใน โดยเฉพาะระหว่างเมืองหลักอย่าง Lima กับ Cusco ที่มีหลายสายการบินให้บริการ อาทิ Peruvian Airlines, JetBlue Airways, Avianca, Viva Air Peru, LC Perú รวมถึง Star Perú

ค่าครองชีพ – ถือว่าค่าครองชีพทั่วไปในเปรูไม่สูงมาก จะมีแค่ค่าเดินทางไปยังจุดหมายท่องเที่ยวหลัก เช่น มาชูปิกชู ที่ถือว่าแพงพอสมควร ค่าอาหารทั่วไปอยู่ที่มื้อละ 10-15 sol แต่ถ้าในเมืองท่องเที่ยวหลักอย่าง Cusco หรือ  Aguas Calientes (เมืองต้นทางสู่มาชูปิกชู) จะราคาประมาณมื้อละ 20-30 sol ส่วนค่ารถเมล์ใน Lima อยู่ที่ 1.5 sol เท่านั้น

ภาษา – เปรูอยู่ภายใต้การปกครองของสเปนมากกว่า 300 ปี ดังนั้นภาษาราชการที่ใช้กันทั่วไปคือภาษาสเปน โดยทั่วไปชาวเปรูสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่คนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น เจ้าหน้าที่โรงแรม ร้านอาหาร บริษัททัวร์ท้องถิ่น สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดี ถ้าจำภาษาสเปนบางคำที่จำเป็นต้องใช้บ่อยๆ มาด้วยก็จะช่วยได้เยอะ

ความปลอดภัย – เสียงลือเสียงเล่าว่าประเทศในทวีปอเมริกาใต้หลายประเทศนั้นอันตรายซึ่งเราก็คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามีส่วนที่เป็นจริง แต่ถึงอย่างนั้น จากที่ได้สัมผัสมา เปรูถือเป็นประเทศที่ปลอดภัยในระดับหนึ่งเลย จะมีแค่ในเขตเมืองเก่าของกรุง Lima ที่ต้องระมัดระวังตัวหน่อย แต่ก็มีตำรวจคอยดูแลตลอดเวลา ส่วนเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ นั้นสบายมาก ต้อนรับนักท่องเที่ยวสุดๆ ถ้าพักใน Lima ให้เลือกย่าน Miraflores ที่เป็นเขตเมืองใหม่ ทันสมัย และปลอดภัย

นอกจากนี้ ในแง่ของสุขภาพร่างกาย ถ้าจะไปเขตภูเขาสูงอย่าง Cusco ที่อยู่บนที่สูงราว 3,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล ก็ควรเตรียมยา Diamox ที่ช่วยป้องกันอาการจากการแพ้ที่สูง หรือ high altitude sickness ได้ โดยควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาสั่งยาให้ตามความเหมาะสม รวมทั้ง ชาร้อนๆ จากใบโคคาหรือเคี้ยวใบโคคาสดก็ช่วยลดอาการได้เช่นกัน โดยปกติตามโรงแรมหรือโฮสเทลจะมีให้ดื่มฟรี

การแต่งตัว – ถ้าอยู่ในเมืองหลวงก็แต่งตัวได้ตามปกติ แต่ควรมีแจ็คเก็ตกันลมติดตัวไว้ด้วยเพราะอากาศเฉลี่ยจะไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป แต่ถ้าไปเที่ยวเขตภูเขาสูง เดินป่า ปีนเขา ก็จำเป็นต้องเตรียมชุดและอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมและเหมาะสม ส่วนตัวเราใช้ของ The North Face ที่ใช้ดีใช้ทน ทำให้สามารถรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวนได้ดีมาก ถ้าไม่รู้ว่าควรเลือกซื้อแบบไหนดีก็สามารถปรึกษาพนักงานขายที่ร้านได้

การใช้คอมพิวเตอร์ – ถ้า notebook ที่ใช้เป็นแบบ spinning disk (ทั่วไปเป็นแบบนี้เกือบหมด) แนะนำว่าไม่ควรใช้ในเมืองหรือสถานที่ซึ่งอยู่สูงเกินกว่า 3,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลเพราะความกดอากาศจะทำให้ hard disk ทำงานหนักจนอาจเกิดความเสียหายกับ hard disk ได้ นอกจากนี้ยังรวมถึงพวก External Harddisk, iPods และเครื่องเล่น mp3 ด้วย

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต