ข้อควรรู้สำหรับไปเที่ยว “เคนยา” – Things to know for travelling in Kenya

เมื่อพูดถึงการไปเที่ยวเพื่อชมสัตว์ป่าตามธรรมชาติในทุ่งหญ้าสะวันนา เชื่อว่าดินแดนที่ต้องนึกถึงคงเป็นแถบตะวันออกของทวีปแอฟริกาอย่าง “เคนยา” แน่นอน เพราะประเทศนี้มีชื่อเสียงในแง่ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์ป่าและธรรมชาติจนกลายเป็นสัญลักษณ์คู่กันมาเนิ่นนาน

แต่ด้วยข้อจำกัดด้านการคมนาคม โครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งความปลอดภัยในแง่ต่างๆ ส่วนมากแล้วคนที่จะไปเที่ยวซาฟารีในเคนยา รวมทั้งประเทศอื่นๆ แถบนี้จึงเลือกซื้อแพ็คเกจทัวร์ไป แต่สำหรับคนที่ต้องการ “เที่ยวเอง” ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถทำได้เลย เพียงแค่อาจไม่ได้เป็นการ “เที่ยวเอง” ได้แบบ 100% เท่านั้น

สำหรับใครที่อยากไปเที่ยว “เคนยา” แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง มีเรื่องไหนที่ควรรู้ เรารวบรวมมาให้แล้วตามนี้ครับ

การเดินทางจากไทย

แน่นอนว่ามาเที่ยวเคนยา สายการบินที่สะดวกที่สุดก็ต้องเป็น Kenya Airways เพราะมีไฟลท์บินตรงไปยังกรุง Nairobi ทุกวัน ไฟลท์ออกจากกรุงเทพฯ ตอนกลางคืน บินยาว 9 ชั่วโมงถึงเมืองหลวงของเคนยาช่วงเช้าตรู่ตามเวลาท้องถิ่น เริ่มทริปต่อได้ทันที ไม่เสียเวลา เรานั่ง Business Class ที่ถือว่าคุณภาพดีมาก เบาะเอนนอนยาวได้ 180 องศา ชอบตรงผ้าห่มนุ่มและอุ่นมาก ส่วนอาหารก็อร่อยเลยทีเดียว

วีซ่า

การเดินทางเข้าเคนยาต้องมีวีซ่าซึ่งสามารถขอวีซ่าได้ 3 วิธี

  1. ยื่นผ่านสถานเอกอัครราชทูตเคนยาประจำประเทศไทย เลขที่ 62/1 ถ. สุขุมวิท ซอย 55 (ทองหล่อซอย 5 กับ 17) ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 10.00-13.00 น. และ 14.00-16.00 น. และวันศุกร์ 09.30-12.30 น. โทร. 0 2712 5721, 0 2391 0906 Email: [email protected] ใช้เวลาพิจารณา 3 วันทำการ ไม่นับวันที่ยื่นขอ

เอกสารและหลักฐานประกอบการยื่นขอวีซ่า

  • แบบฟอร์ม 22 สำหรับขอวีซ่า ดาวน์โหลดได้ที่ http://kenyaembassy.or.th/consular-services
  • หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และมีหน้าเหลือไม่น้อยกว่า 2 หน้า พร้อมสำเนาที่เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  • รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว (ขนาดเดียวกับวีซ่าเชงเก้นหรือสหรัฐฯ ก็ได้) ฉากหลังขาว จำนวน 2 รูป
  • หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบิน
  • หลักฐานการจองโรงแรมที่พัก
  • แผนการเดินทางคร่าวๆ
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า 1,700 บาท เตรียมเงินให้พอดี
  1. ขอวีซ่าออนไลน์ทาง http://evisa.go.ke/evisa.html
  2. ขอแบบ on arrival เมื่อเดินทางถึงสนามบินนานาชาติ Jomo Kenyatta กรุงไนโรบี

แนะนำให้ขอวีซ่าตั้งแต่ก่อนออกเดินทางเลย ไม่ว่าจะไปยื่นที่สถานทูตหรือยื่นทางออนไลน์ เพราะสะดวก ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก และไม่เป็นการเสียเวลาที่สนามบินอีกด้วย

สุขภาพ

เนื่องจาก “เคนยา” เป็นอีกประเทศในกลุ่มที่ทางการไทยประกาศว่าเป็นพื้นที่ระบาดของไข้เหลือง ก่อนเดินทางเข้าเคนยาจึงต้องฉีดวัคซีนไข้เหลืองให้เรียบร้อย โดยสามารถไปฉีดได้ที่คลินิกเวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทาง (คลินิกนักท่องเที่ยว) มหาวิทยาลัยมหิดล, คลินิกเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและอายุรศาสตร์การท่องเที่ยว สภากาชาดไทย และสถาบันบำราศนราดูร กระทรวงสาธารณสุข ต้องฉีดก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 10 วัน และต้องพกสมุดเล่มเหลืองที่ได้รับการยืนยันว่าฉีดวัคซีนแล้วติดตัวไปด้วย ถึงแม้ว่าตม.เคนยาอาจจะไม่ตรวจก็ตาม นอกจากนี้ยังอาจต้องพิจารณาว่าควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น รวมทั้งรับประทานยาป้องกันโรคมาลาเรียก่อนไปหรือไม่อีกด้วย โดยควรปรึกษาแพทย์ว่าเราไปในพื้นที่เสี่ยงหรือไม่

ฤดูกาล

ความจริงการเที่ยวเคนยาโดยเฉพาะสำหรับการมาเที่ยวซาฟารีสามารถมาได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่คนนิยมมาเที่ยวมากที่สุดคือเดือนกรกฎาคม-กันยายน (ช่วงที่อากาศเย็นที่สุด) เพราะเป็นฤดูอพยพใหญ่ของฝูงสัตว์ป่า (Big Migration) ทำให้มีโอกาสเห็นฝูงสัตว์ป่าจำนวนมากได้ ช่วงนี้ถือเป็นช่วง high season ที่ราคาทุกอย่างจะพุ่งสูงมาก ทั้งค่าที่พัก ค่าเดินทาง และค่าบริการต่างๆ ส่วนช่วงที่จะได้เห็นฝูง wilderbeest นับล้านอพยพข้ามแม่น้ำ Mara กลับไปยังอุทยานแห่งชาติ Serengeti ของประเทศแทนซาเนียได้ดีเยี่ยมแต่มีค่าใช้จ่ายถูกลงคือเดือนตุลาคม อาจเลยไปถึงเดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคมก็เที่ยวซาฟารีได้แต่ไม่มีอะไรโดดเด่น

ช่วงที่อากาศร้อนและแห้งที่สุดคือเดือนมกราคม-มีนาคม แต่ก็สามารถท่องซาฟารีได้ยอดเยี่ยมเช่นกัน ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม-มิถุนายนเป็นฤดูมรสุมทำให้มีฝนตกบ่อย แต่กลับเป็นช่วงเวลาที่น่าเที่ยวซาฟารีเพราะนักท่องเที่ยวน้อย พืชพรรณต่างๆ งอกงามและสัตว์ให้กำเนิดลูกน้อย

ค่าเงิน

ประเทศเคนยาใช้สกุลเงิน Kenya shilling อัตราแลกเปลี่ยนคือประมาณ 100 shilling = 1 USD หรือ 1 shilling = 0.33 บาท แต่โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องเอาเงิน USD ไปแลกก็ได้ เพราะส่วนมากร้านค้า ร้านอาหาร และโรงแรมต่างๆ ที่ไม่ใช่แบบท้องถิ่นจริงๆ มักรับเงิน USD และบัตรเครดิตอยู่แล้ว แต่ถ้าใช้บัตรเครดิตอาจถูกชาร์จเพิ่มประมาณ 5%

วิธีการเที่ยว

อย่างที่เกริ่นว่าการ “เที่ยวเอง” ในเคนยาทำได้ แต่อาจไม่ได้ 100% นั่นเป็นเพราะข้อจำกัดในด้านต่างๆ ดังนั้นวิธีการเที่ยวที่เหมาะสม สะดวกสบาย และปลอดภัยที่สุดจึงควรใช้บริการบริษัทนำเที่ยวท้องถิ่นหรือ DMC ที่สามารถให้คำปรึกษาและจัดการเรื่องต่างๆ ทั้งหมดตามแผนที่เราต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องที่พัก (มักรวม Game Package ชมซาฟารีไว้แล้ว) การเดินทางภายในประเทศ รถรับส่งในเมือง รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ โดยควรเลือกใช้บริการของบริษัทที่มีชื่อเสียง มีหลักแหล่งน่าเชื่อถือ เราใช้บริการของบริษัท Cheli & Peacock ที่จัดว่าบริการดีเยี่ยม เป็นมืออาชีพมากๆ ทำให้ทุกอย่างง่ายและราบรื่น

ค่าใช้จ่าย

จริงๆ ค่าครองชีพทั่วไปในเคนยาไม่แพง แต่เนื่องจากการเที่ยวค่อนข้างจำเป็นต้องใช้บริการของบริษัทนำเที่ยวท้องถิ่นจัดการให้ ทำให้ค่าใช้จ่ายต่างๆ ถือว่าแพงมาก ทั้งค่าที่พักที่ควรซื้อแบบเหมาเป็น Game Package รวมอาหารทุกมื้อไปเลยซึ่งอยู่ที่คืนละ 10,000 บาทขึ้นไป ค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ (Nairobi-Masai Mara) เที่ยวละประมาณ 5,500-6,300 บาท รวมทั้งค่าบริการรถรับส่งภายในที่เหมาทั้งวันก็ราคาหลายพัน ดังนั้นการเตรียมตัวเตรียมใจว่าราคาจะค่อนข้างสูงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าตั้งใจจะมาทั้งทีก็ควรจัดเต็มครับ

อินเตอร์เน็ต

ใช้ได้ทั้ง Pocket WiFi ที่เช่ามาจากเมืองไทย หรือมาซื้อ local sim ก็ได้ แต่เราไม่ได้ใช้เลย ใช้อินเตอร์เน็ตแค่ของที่พักเท่านั้น เพราะส่วนมากเข้าป่าก็ไม่มีสัญญาณอยู่แล้ว ส่วนที่สนามบินนานาชาติ Jomo Kenyatta มี Free WiFi ให้ใช้ แต่ไม่แรงเท่าไหร่ ติดบ้างดับบ้าง

ความปลอดภัย

บรรยากาศทั่วไปของเมืองใหญ่ในทวีปแอฟริกามักดูน่ากลัวอยู่แล้ว ในกรุงไนโรบีคนเยอะมากและรถติดเกือบตลอดเวลา บรรยากาศรวมๆ ค่อนข้างน่ากลัว ถ้าอยากเที่ยวแนะนำให้ใช้ DMC ท้องถิ่นจะสะดวกและปลอดภัยมากกว่า ส่วนในเขตอุทยานแห่งชาตินั้นถือว่าปลอดภัยเพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวอยู่แล้ว คนท้องถิ่นส่วนมากอยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สำหรับความปลอดภัยในการเที่ยวซาฟารี เราควรให้ ranger ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญพาเราเข้าไปเพราะพวกเขาจะรู้ทิศทาง พฤติกรรมสัตว์ป่า และคอยดูแลความปลอดภัยให้เราได้เป็นอย่างดี เรื่องนี้จึงไม่ต้องกังวล

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต