เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับคาซัคสถาน – Things to know about Kazakhstan

แม้เมื่อถามถึงจุดหมายปลายทางในฝัน เชื่อว่าชื่อของ “คาซัคสถาน” อาจไม่ได้อยู่ในความคิดของใครหลายคน เพราะประเทศนี้ไม่ได้มีสถานที่ท่องเที่ยวโดดเด่นเป็นแลนด์มาร์คเหมือนกับประเทศชื่อดังอื่นๆ เช่นเดียวกับตัวผมที่ก่อนหน้านี้ก็มีความรู้เรื่องท่องเที่ยวประเทศนี้น้อยมาก รู้แค่ว่าเป็นประเทศขนาดใหญ่ในเอเชียกลางที่แยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียต

แต่พอได้ลองศึกษาข้อมูลและเดินทางไปเยือนด้วยตัวเองมา 2 ครั้งก็พบว่าประเทศนี้ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกมาก แม้มันอาจไม่ได้สวยงามเลิศเลอเพอร์เฟ็ค แต่มันก็ช่วยให้เราได้เห็นอีกมุมหนึ่งที่ต่างออกไป ทำให้ได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม ถ้าสนใจอยากลองไปประเทศนี้ มาดูเรื่องน่ารู้กันได้เลยครับ

1. เริ่มต้นจากวิธีการเดินทาง แน่นอนสะดวกที่สุดคือ Air Astana สายการบินของคาซัคสถานที่มีเส้นทางบินตรงจากกรุงเทพฯ มาถึงเมือง Almaty และ Astana เมืองหลวงใหม่ แต่ต้องเช็คไฟลท์ดูว่ามีวันไหนบ้างเพราะแต่ละช่วงเดือนมีไฟลท์ในวันและเวลาไม่ตรงกัน ส่วนมากแล้วจะออกช่วงสายๆ แล้วไปถึงช่วงเย็นๆ ตามเวลาท้องถิ่น

2. การเดินทางไปเที่ยวประเทศคาซัคสถานต้องใช้วีซ่าซึ่งสามารถทำได้ 2 แบบ คือ Tourist Visa กับ Transit Visa ผมตั้งใจทำแบบ Transit Visa เพราะขั้นตอนน้อยกว่าแบบ Tourist Visa ที่ต้องมี LOI (Letter of Invitation) หรือจดหมายเชิญจากบริษัททัวร์ในประเทศคาซัคสถานที่ได้รับอนุญาตจากทางการ แต่การทำ Transit Visa ก็ต้องมีตั๋วเครื่องบินไปยังอีกจุดหมาย (Third Country) ถ้าประเทศปลายทางต้องใช้วีซ่าเพื่อเข้าประเทศก็ต้องทำวีซ่าประเทศนั้นให้พร้อมก่อนยื่นขอวีซ่าคาซัคสถานเช่นกัน โดย Transit Visa นี้ใช้อยู่ในคาซัคสถานได้ไม่เกิน 5 วัน ค่าธรรมเนียมแบบ Single entry ราคา 20 USD และแบบ Multiple entry ราคา 90 USD ใช้เวลาดำเนินการ 5-7 วันทำการ
ถ้าสงสัยอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถปรึกษา Thai Star Air ตัวแทนจำหน่ายตั๋วของสายการบินได้โดยตรง

3. คาซัคสถานใช้เงินสกุล Kazakhstani tenge หรือ KZT (1 KZT = 0.10 บาท) สามารถนำเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือยูโร ไปแลกได้ตั้งแต่ตอนถึงสนามบิน อัตราแลกเปลี่ยนที่สนามบินต่ำกว่าในเมืองเล็กน้อย

4. การเดินทางภายในเมือง Almaty สามารถใช้รถสาธารณะทั้งรถเมล์และรถไฟใต้ดินได้อย่างสะดวก ส่วนมากรถไม่ค่อยติด และระบบรถเมล์ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของเมือง ส่วนเมืองหลวงอย่างกรุง Astana ก็สามารถใช้รถเมล์ได้สะดวกเช่นกัน รถไม่ติด เดินทางสบาย ค่ารถเมล์ราคาเท่าๆ กับเมืองไทย

5. ในเมือง Almaty ใครๆ ก็เป็นแท็กซี่ได้ พูดง่ายๆ คือสามารถโบกรถยนต์ส่วนบุคคลที่ผ่านไปมาบนท้องถนนได้เลย ไม่ผิดกฎหมาย ถ้าตกลงราคากันได้ก็ไปได้ทันที แต่แท็กซี่ที่ติดป้าย TAXI ก็มีเช่นกัน ซึ่งราคาค่าบริการแบบไม่มีมิเตอร์ก็จะแพงกว่าแท็กซี่บุคคลธรรมดาที่ชาวเมืองนิยมโบกกันริมถนน โดยค่าแท็กซี่คำนวณจากระยะทางก็พอๆ กับเมืองไทย

6. ช่วงเดือนที่เหมาะในการไปเที่ยว Almaty คือตั้งแต่กลางเมษายนถึงกลางพฤษภาคม เพราะอากาศไม่หนาวเหน็บเหมือนช่วงปลายและต้นปี แต่ก็ไม่ร้อนเกินไปเหมือนช่วงกลางปี น้ำแข็งใน Big Almaty Lake เริ่มละลาย แถมยังไปสกีรีสอร์ทชื่อดังอย่าง Shymbulak ที่อยู่นอกเมืองอัลมาตี้แค่ 30 นาทีได้อีกด้วย ต้องบอกว่าสกีรีสอร์ทแห่งนี้ราคาถูกมากเมื่อเทียบกับที่อื่นในโลก ค่ากระเช้าขึ้นไปยังชั้นสูงสุดราคาเพียง 3,500 KZT หรือ 350 บาท เท่านั้น วิวด้านบนยังจัดได้ว่าสวยงามไม่แพ้สวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย แต่ถ้าไป Astana จะยังหนาวมากอยู่ ควรไปหลังกลางเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป

7. เท่าที่เดินเกือบทั้งเมือง ทั้งกลางวันและกลางคืนดึกดื่น จัดได้ว่าบรรยากาศรวมๆ ถือว่าปลอดภัยเลยทีเดียว แม้ตอนกลางคืนจะไม่เปิดไฟสว่างมากมาย แต่ก็ไม่ได้ดูอันตราย โดยตลอดทางจะเห็นคู่รัก เด็กมหาวิทยาลัย คนออกกำลังกาย ผู้สูงอายุ ออกมาใช้ชีวิตกันปกติ

8. ภาพรวมเมือง Almaty คือ ผู้คนไม่หนาแน่น ไม่ดูพลุกพล่านวุ่นวายเหมือนเมืองใหญ่อื่นๆ ของโลก ถนนและทางเท้ากว้างตามสไตล์เมืองโซเวียตเก่า ตึกสูงมีไม่มาก ส่วนมากเป็นย่านธุรกิจนอกศูนย์กลางเมือง โดยเขตเมืองอยู่ใกล้กับเทือกเขาสูงมาก ทำให้เมื่อมองไปทางทิศใต้ก็จะเห็นภูเขาหิมะได้อย่างชัดเจน ส่วน Astana เป็นเมืองสร้างใหม่ ทุกอย่างเนรมิตขึ้นอย่างทันสมัย เหมือนเดินอยู่ในพิพิธภัณฑ์อวกาศกลางแจ้ง

9. ร้านอาหารระดับราคาปานกลาง (1,000-1,500 KZT) หาค่อนข้างยาก ส่วนมากเป็นร้านอาหารดีๆ ไปเลยซึ่งราคาต่อคนอยู่ที่ประมาณมื้อละ 2,500 KZT (ประมาณ 250 บาท) หรือไม่ก็เป็นแบบซุ้มหรือร้านเคบับเล็กๆ ที่ราคาจะถูกหน่อยไม่ถึง 1,000 KZT ส่วนซูเปอร์มาร์เก็ตไม่มีมากนัก ซื้อของจุกจิกได้ตาม kiosk ริมถนน

10. หน้าตาของชาวคาซัคฯ เป็นแนวเอเชียผสมรัสเซีย ไม่ได้ดูคมเข้มเหมือนชาวยุโรป แน่นอนว่าผู้หญิงสวยมาก ฮ่าๆ ดูทั่วไปแล้วเป็นเอเชียมากกว่ายุโรป เพราะส่วนมากสืบเชื้อสายมาจากชาวมองโกล ดังนั้นห้ามทักว่าหน้าตาเหมือนคนจีน เพราะชาวคาซัคฯ จะไม่ค่อยชอบใจนัก

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต