เที่ยวเอง “จอร์เจีย” มีอะไรให้ทำ – things to do in Georgia

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อ “จอร์เจีย” มาบ้างแล้วในฐานะรัฐหนึ่งของสหรัฐ อเมริกา ที่เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกส์เมื่อปี 1996 แต่ถ้าพูดถึง “จอร์เจีย” ในฐานะประเทศหนึ่งบนแนวเทือกเขาคอเคซัสที่แยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียตในช่วงต้นทศวรรษ 1990 คิดว่าหลายคนคงอาจยังไม่รู้จักหรือจิตนาการไม่ออกว่าประเทศนี้มีอะไร ทำไมต้องไป และจะไปทำอะไรดี

ถ้าเบื่อความซ้ำซากจำเจ อยากหาความท้ายทายใหม่ๆ แถมไปเที่ยวได้เลยแบบไม่ต้องขอวีซ่า ประเทศนี้จะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน และนี่คือสิ่งที่ควรทำเมื่อมาเยือนจอร์เจีย

ชมความงามระหว่างทางไป Kazbegi

อย่างที่เกริ่นว่าประเทศจอร์เจียตั้งอยู่บนแนวเทือกเขาคอเคซัส วิวภูเขาสูงและธรรมชาติรอบด้านจึงโดดเด่นไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะในเส้นทางข้ามภูเขาสูงหลายลูกก่อนถึงเมือง Stepantsminda หรือชื่อเดิมที่หลายคนคุ้นเคยคือ Kazbegi ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ ไม่ไกลจากชายแดนรัสเซีย ต้องบอกว่าตลอดเส้นทางนั้นทั้งสวยและเสียวเพราะเป็นถนนแคบๆ ที่ไต่ระดับเลียบหุบเหว บางช่วงมีหมอกหนาที่มองเห็นหิมะหนาทึบแทบจะตลอด ให้อารมณ์เหมือนกำลังเดินทางสู่โลกแห่งจินตนาการ

หยุดเวลาไว้ที่ปราสาทเทพนิยาย Ananuri

ขึ้นไปทางเหนือของกรุง Tbilisi เมืองหลวง ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เหมือนได้ย้อนไปในยุคอัศวินอีกครั้งหนึ่งเพราะจะได้พบกับปราสาทป้อมปราการโบราณริมฝั่งแม่น้ำ Aragvi ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 13 ซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัยของ Dukes of Aragvi ผู้ปกครองดินแดนแถบนี้ในอดีต ยิ่งถ้าวันไหนมีไอหมอกจางๆ เหนือตัวปราสาท ยิ่งได้ฟีลความเป็นเทพนิยายแบบสุดๆ เห็นแล้วได้แต่ยืนตาค้างจริงๆ

ยืนตะลึงความมหัศจรรย์ของ Gergeti Trinity Church

หนึ่งในเหตุผลที่เดินทางมาเที่ยวจอร์เจียคงหนีไม่พ้นสถานที่แห่งนี้ Gergeti Trinity Church หรือ Tsminda Sameba คือโบสถ์ชื่อดังสัญลักษณ์สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศนี้ โบสถ์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 นี้ตั้งอยู่บนภูเขา Kazbegi ที่มีความสูงถึง 2,170 เมตร แม้การเดินทางขึ้นเขาจะค่อนข้างยากลำบากเพราะถ้าเดินเท้าจะต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือถ้าใช้รถต้องใช้รถ 4W ราว 30 นาที แต่บอกเลยว่า “คุ้มค่า” และ “ตกตะลึง” เมื่อเห็นภาพนี้ครั้งแรกอย่างแน่นอน

ดื่มด่ำวิวหลักล้านที่ Gudauri

บนเส้นทางลัดเลาะภูเขาระหว่างกรุง Tbilisi กับ Kazbegi ต้องผ่านเมืองสกีรีสอร์ทชื่อดังอย่าง Gudauri ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาเล่นสกีที่จอร์เจียก็สามารถทำได้ โดยเลยเขตเมืองขึ้นไปหน่อยจะมีจุดชมวิวที่รถแทบทุกคันต้องเลี้ยวเข้าไป เพราะจากจุดนี้จะสามารถมองเห็นวิวภูเขาหิมะที่เป็นหุบเหวลึกได้แบบ 360 องศา สวยงามเหมือนอยู่ในสวรรค์ของจริง แถมยังมีกิจกรรมแอดเวนเจอร์ให้ทำด้วยคือกระโดดร่มร่อนไปตามช่องเขาอีกด้วย ราคาก็ไม่แพงนัก อยู่ที่ 300 Lari หรือประมาณ 3,900 บาท

เพิ่มสีสันยามค่ำคืนใน Tbilisi

ในเมืองหลวงของจอร์เจียอย่าง Tbilisi คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวพอสมควร โดยเฉพาะตามสถานที่ท่องเที่ยวหลัก ร้านค้าร้านอาหารเปิดบริการกันเต็มที่ ถ้าอยากดื่มด่ำไลฟ์สไตล์สีสันยามค่ำคืน ถนนที่ห้ามพลาดคือถนน Jan Shardeni Kucha หรือถนนซาร์เดนี ในบริเวณเมืองเก่าซึ่งเป็นศูนย์รวมทางสังคมและวัฒนธรรมหลังจากการฟื้นฟูในศตวรรษที่ 9 ถนนสายนี้เต็มไปด้วยร้านค้าแฟชั่น ร้านอาหาร และร้านกาแฟเก๋ๆ มากมาย โดยส่วนมากนิยมสั่งชิชามาสูบและ hang out กันอย่างสนุกสนาน

ลองชิมไวน์รสนุ่มแห่ง Signagi

นอกจากวิวเมืองบนภูเขาที่มีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะทอดตัวเป็นแนวยาวแล้ว เมืองทางตะวันออกของประเทศแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงจากการเป็นแหล่งผลิตไวน์คุณภาพชั้นยอดติดอันดับโลก เพราะด้านล่างของเขตเมืองเป็นพื้นที่ปลูกองุ่นยาวสุดลูกหูลูกตานั่นเอง แน่นอนว่ามาเมืองนี้ทั้งทีสิ่งที่ต้องทำคือการสั่งไวน์ขาวมาดื่มคู่กับอาหารจอร์เจียนแท้ๆ ที่มีขายทั่วไปตามร้านอาหารต่างๆ ในเมือง แล้วจะรู้ว่ามันดีแค่ไหน

เดินขึ้นเขาชมวิวมุมสูงของ Tbilisi

ความโดดเด่นของเมืองหลวงของจอร์เจียแห่งนี้อยู่ที่บ้านเรือนสไตล์จอร์เจียนดั้งเดิมในเขตเมืองเก่าที่ตั้งเรียงรายกันบนเนินเขาซึ่งด้านบนสุดเป็นแนวป้อมปราการโบราณ ถ้ามองจากมุมไกลจะให้ความรู้สึกเหมือนเมืองในเทพนิยาย
ดังนั้นเมื่อมาเมืองนี้แล้วจึงต้องไม่พลาดหาเหลี่ยมนี้มาเชยชม โดยแนะนำให้เดินจาก Sulfur Baths ในเมืองเก่า ลัดเลาะตามถนน loseb Grishashvili ขึ้นไปยัง Tabor Monastery of the Transfiguration ใช้เวลาเดินประมาณ 20 นาที ขอบอกว่าวิวจากตรงนี้ฟินมาก

ลิ้มลองรสชาติ Khinkali

หนึ่งในอาหารจอร์เจียที่โด่งดังที่สุดและห้ามพลาด อารมณ์เหมือนมาเมืองไทยต้องโดนต้มยำกุ้งก็คือ “Khinkali” เมนูนี้เป็นเหมือนออร์เดิร์ฟที่มีขายทุกร้าน ลักษณะคล้ายเกี๊ยวน้ำบ้านเรา แต่อันนี้น้ำจะอยู่ข้างในแผ่นแป้ง ความเด็ดอยู่ที่น้ำซุปและเนื้อปรุงรสข้างในเกี๊ยวที่แต่ละท้องถิ่นจะมีสูตรต่างกันไป วิธีการกินคือใช้มือจับที่หัวคินกาลิเพราะไม่ร้อน กัดด้านใดด้านหนึ่งแล้วดูดน้ำซุปด้านในให้หมดก่อน เน้นว่าต้องกินตอนร้อนๆ จะอร่อยถึงใจมากที่สุด

ชมวิวมุมสูงของเมืองหลวงเก่า Mtskheta

ใกล้ๆ กับกรุง Tbilisi มีอีกเมืองที่น่าสนใจและเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก นั่นคือ Mtskheta ซึ่งมีฐานะเป็นอดีตเมืองหลวงของจอร์เจียในยุคอดีต ในเขตเมืองเป็นที่ตั้งของศาสนสถานสำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ Svetitskhoveli Cathedral และ Samtavro monastery แต่วิวทีเด็ดอยู่ที่มุมสูงของเมืองนี้ซึ่งต้องเหมาแท็กซี่ขึ้นไปยังสำนักบวช Jvari บนภูเขาสูงฝั่งตรงข้ามกับเขตเมือง จากสำนักบวชโบราณแห่งนี้สามารถมองลงไปเห็นเมือง Mtskheta ที่ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบกันของแม่น้ำ Mtkvari กับ Aragvi ได้อย่างสวยงาม ถ้าอากาศดีและแสงแดดเป็นใจจะเห็นน้ำในแม่น้ำเป็นสีเขียวอลังการ

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต