ตะลุยกิน…เที่ยวเอง “Wakayama & Mie” ตอนเดียวจบ Spoil Yourself by SarunDont

สวัสดีครับ อันดับแรกขอออกตัวเกี่ยวกับประสบการณ์เที่ยวในประเทศญี่ปุ่นให้เพื่อนๆเข้าใจว่า .. ทำไม? เราถึงอยากจะ
เเนะนำเส้นทางใหม่และอยากให้เพื่อนๆได้ไปกัน  โดยปกติแล้วหลายๆคน มักจะเริ่มต้นเที่ยวญี่ปุ่นที่กรุงโตเกียว หรือเลือกเส้นทาง Osaka, Kyoto, Nara ตัวผมเองก็เหมือนกันครับ

ผมจึงอยากชวนเพื่อนๆ ไป “เที่ยวเอง” ที่เมืองใหม่ๆ กันบ้าง ซึ่งน่าจะเหมาะกับคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นมามากกว่า 1 ครั้งแล้ว การไปครั้งที่ 2 หรือ 3 ก็ควรลองเส้นทางอันซีนๆ ดูบ้าง

รีวิวนี้จะพาไปเที่ยวจังหวัดที่มีความน่ารักและอาหารทะเลที่สดมากๆ ติด 1 ใน 3 ของประเทศญี่ปุ่นคือ Wakayama และ Mie ซึ่ง 2 เมืองนี้เหมาะกับการไปเที่ยวกินกับเพื่อนๆ เพราะเน้นเรื่องกินเยอะมาก แต่ก็อาจจะไม่เหมาะกับผู้ใหญ่ที่รักษาสุขภาพนะครับ 🙂

งั้นเรามาเริ่มกันเลย!

goodwp.com
goodwp.com

วันที่ 1  กรุงเทพฯ – โอซาก้า
โดยสายการบินไทย ไฟลท์ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ 10.40 น. และเดินทางถึงสนามบินคันไซ (Kansai) ในเวลา 18.10 น.

Kansai Airport – Wakayama Station

พอถึงสนามบินคันไซ ผมนั่งรถไฟตรงไปยัง สถานีรถไฟ Wakayama ใช้ระยะเวลาเดินทาง 30 นาที ส่วนตัวคิดว่าดีกว่าเข้า Osaka เพราะเป็นเมืองที่เงียบ คนไม่เยอะ มีร้านอาหารทะเลให้เลือกหลากหลาย เราก็สามารถหาอาหารเย็นกินเล่นต่อได้

โรงแรมที่ผมพักอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ Wakayama มากๆ เดินออกมาอยู่ขวามือเจอเลย ชื่อ Hotel Granvia Wakayama ค่าห้องคืนละ 2,500-3,000 บาท ถือว่าราคาไม่แพงและสะดวกสำหรับเที่ยวในเมืองครับ

อาหารเย็นมื้อแรกหลัง Check in ร้านที่ผมและเพื่อนเลือกคือ ミツボシ หรือ MITSUBOSHI YAKITORI DINING (หาใน Google maps ได้เลย)

ร้านนี้อยู่บริเวณสถานีรถไฟเปิดดึกมาก มีเมนูปลากะพงแดงสำหรับชาบูและซูชิอาบูริ (แบบย่าง) ถ้าใครสนใจอยากกินก็แวะมาลองกันได้เลยครับ

Screen Shot 2559-01-02 at 10.55.50 PM

2015-03-17 22.12.46


2015-03-17 22.13.54
2015-03-17 20.06.37

2015-03-17 21.56.15

วันที่ 2  Wakayama: Marina City, Toretore Market (ตลาดปลา) – Tama Station – Osaka in town

ผมและเพื่อนๆ Check out และฝากกระเป๋าเดินทางไว้ที่โรงแรม จากนั้นก็ไป Marina City เมืองริมทะเลที่มีชื่อเสียงเรื่องสวนสนุกและตลาดปลา Toretore
วิธีการเดินทางไปที่ Marina City คือเดินกลับมาที่สถานีรถไฟ Wakayama ขึ้นรถบัสเบอร์ 2 นั่งจนเกือบสุดสายแล้วลงที่ป้าย Marina City ใช้เวลา 20-25 นาที

Screen Shot 2559-01-02 at 10.57.24 PM2015-03-18 10.01.59
2015-03-18 10.12.02
สมาชิกผู้ร่วมเดินทาง ส้ม และ เชฟ

ซ้ายและขวาคือร้านค้าให้เราเลือกอาหารสดๆ เพื่อเอาไปทำ BBQ ริมทะเล ค่าบริการ BBQ ไม่มีค่าใช้จ่ายนะครับ
2015-03-18 10.54.49
ตลาดปลามีตาราง Tuna Filleting Event (โชว์แล่ปลาทูน่า) 11 โมง, เที่ยงครึ่ง, บ่ายสามโมง  แนะนำให้ไปช่วงเวลานั้นเพื่อดูโชว์ ถึงเราจะฟังไม่ออกแต่ก็สนุกกับการสาธิตการแล่ปลาครับ
2015-03-18 11.01.47
ได้เวลากินอาหารทะเลที่เลือกมาจากตลาด มีหอย ปลาดิบ และอีกมากมาย (ราคาถูกกว่าประเทศไทยมากตกชิ้นละไม่ถึง 100 บาทครับ)
2015-03-18 10.11.46

2015-03-18 09.49.03

พวกเราตื่นเต้นกับอาหารสดๆ เลยใช้เวลากับการทำอาหารและกินอย่างมากจนเกือบจะเย็น พออิ่มท้องก็นั่งรถเมล์เบอร์ 2 เหมือนเดิมกลับเข้าเมืองไปลงที่สถานีรถไฟ Wakayama

จากนั้นก็ไปกันต่ออีกที่สำหรับคนรักแมว เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะรู้จักคุณแมวทามะ รถไฟแมวอันโด่งดังกันอยู่แล้ว

วิธีการเดินทาง จากสถานีรถไฟ Wakayama – สถานี Idakiso ขึ้นที่ Platform 9 เลือกรถไฟได้ทั้งหมด 3 แบบ คือ Ichigo (Strawberry), Omoden (Toy), Tamaden (Cat) ชอบคันไหนก็เลือกได้เลย

พวกเราเลือกรถไฟแมวจะได้บรรยกาศของนายสถานีจริงๆ และมีการ์ตูนโดเรมอนให้อ่านระหว่างทางด้วย (ได้เเต่เอามาถ่ายรูปเพราะเป็นภาษาญี่ปุ่น ฮ่าๆๆ)

Screen Shot 2559-01-02 at 10.58.30 PM

พอถึงสถานที่ก็มีชุดนายสถานีให้เราใส่ถ่ายรูปเล่นกันอย่างจุใจ จริงๆ ในสถานีก็มีข้อมูลความเป็นมาของคุณแมวทามะให้เราดู และมีของน่ารักๆ ขายเป็นที่ระลึกอีกที ถ้าไม่ได้เป็นแฟนคลับอย่างผมก็คงไม่ได้ซื้ออะไรเท่าไหร่ เเต่สุดท้ายด้วยความน่ารักก็เลยได้เสื้อมาตัวนึงครับ ฮ่าๆๆ
2015-03-18 13.50.49

หลังจากถ่ายรูปเล่นกันสักพักเราก็นั่งรถไฟกลับ Wakayama และเดินไปเอากระเป๋าที่โรงแรม จากนั้นก็นั่งรถไฟ JR เข้า Osaka

วันรุ่งขึ้นเราจะไปเที่ยว Universal Studio กัน เราจองโรงแรม Keihan Universal Tower เป็นโรงแรมที่อยู่หน้า Universal Studio เลยครับ ราคาห้องพักอยู่ที่ 6,200 บาท หารสามตกคนละ 2,000 นิดๆ ถือว่าโอเค ราคานี้ไม่ได้อาหารเช้านะ อาหารเย็นมื้อนี้เลยกินอะไรง่ายๆ หน้าโรงแรม
จบวันที่สอง

Screen Shot 2559-01-02 at 10.59.48 PM

วันที่ 3  Universal Studio

ฝนตก! ขอไม่บอกรายละเอียดอะไรมากนะครับ เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยไปกันมาเเล้ว หรือรีวิวอื่นอาจจะเจาะลึกดีกว่าผม เพราะเราเน้นของกินเป็นหลัก ฮ่าๆ แต่โดยรวมสนุกและถ่ายรูปเยอะอยู่ดีแม้ฝนจะตกทั้งวัน ขอลงรูปความเศร้าสำหรับวันฝนตกไว้หน่อยนะครับ แต่ดึกๆ ฝนเริ่มหยุดเราก็กลับมาเที่ยวใหม่บรรยกาศดีนะครับ ถ้าใครนอนโรงแรมเเถว Universal แนะนำว่ามาช่วงดึกๆ ไม่ต้องต่อคิวนาน อย่าง Harry Potter เราใช้เวลาต่อคิวประมาณ 15 นาที เเต่ช่วงเช้าที่เห็นประมาณ 3-4 ชั่วโมงได้ ยอมแพ้ กลับมาตอนดึกดีกว่า

2015-03-19 09.23.02
2015-03-20 08.41.21
2015-03-19 18.46.46
2015-03-19 19.23.27

วันที่ 4  Iga Town (หมู่บ้านนินจา) + Hinotani Onsen Misugi Resort

หลังจากหมดแรงสุดๆ กับ Universal Studio ได้เวลาช่วงเช้าเราได้ทานอาหารที่โรงแรม อร่อยมากและดีมากๆ

จากนั้นก็เดินทางจาก Universal Studio Stations – Tsuruhashi Stations – igakambe station (Kintetsu Limited Express) – Ninja Train

Screen Shot 2559-01-02 at 11.05.59 PM2015-03-21 12.05.03
2015-03-21 13.48.05-1

เมืองนี้ก็น่ารัก ทุกอย่างทำเป็นนินจาหมดจริงๆ ตั้งแต่ขึ้นรถไฟ หรือเดินในเมืองตามจุดต่างๆ ที่สำคัญเราได้เข้าไปดู Ninja Museum มีของเจ๋งๆ โชว์มากมายเเต่เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปไว้ ต้องขออภัยครับ

หลังจากเดินเล่นในเมือง Ninja สักพักก็ออกเดินทางไปโรงแรมที่เราจองไว้ตอนเย็นเพราะโรงแรมนี้มีสิ่งที่น่าสนใจมากมายคือเนื้อ Matsusaka A5 และ Onsen ที่น้ำแร่ดีสุดๆ อีกแห่งรอเราอยู่

Ninja Train to Uenoshi Stations
วิธีการเข้าโรงแรม จะมีรถ Shuttle Bus มารับต้องติดต่อล่วงหน้า

ชื่อโรงแรม Hinotani Onsen Misugi Resort (เรียวกัง)
ราคา ¥69,000 สำหรับ 3 คน (ราคานี้รวมอาหารเย็นและอาหารเช้า)

Screen Shot 2559-01-02 at 11.08.23 PM
2015-03-21 18.05.53
2015-03-21 18.10.00

2015-03-21 18.10.45
2015-03-21 18.15.19

 บอกเลยว่า… ฟิน น้ำตาไหลจ้าาาา

ก่อนหน้าที่ผมจองโรงแรมนี้ก็มีปัญหาเรื่องการเดินทางมาโรงแรมนิดนึง เพราะจะต้องนัดกับทางโรงแรมเพื่อมารับเราจากสถานีรถไฟ แต่พวกเราก็ถึงโรงแรมอย่างไม่มีปัญหาเพราะเจ้าหน้าที่ชื่อ Mika คอยติดตามและดูแลเป็นอย่างดีครับ
ขอบคุณมากๆ

2015-03-21 21.29.46

วันที่ 5  Ise Jingū Shrine + Ama Village

วันนี้ผมขอให้เพื่อนๆ จำชื่อ Ama Village ไว้ให้ดีนะครับเพราะเป็นไฮไลต์ของรีวิวทริปครั้งนี้เลยก็ว่าได้ เหมาะสำหรับคนที่ชอบอาหารทะเล อันดับแรกผมออกจากโรงแรมที่นี่ก่อนและกลับไปขึ้นรถไฟที่สถานีด้านล่าง

จาก Sakakibara-Onsenguchai Station – Iseshi Station

สถานที่แรกของวันนี้คือ Ise Jingū Shrine ภายในจะมีตลาด (ใหญ่มาก) เดินยังไงคงไม่พอในหนึ่งวัน และมีศาลเจ้าให้สักการะบูชา ขายของฝากเยอะมากนะครับ ลองมาดูได้ถ้ามาถึงเมืองนี้

Screen Shot 2559-01-02 at 11.09.20 PM2015-03-22 10.30.39
2015-03-22 11.22.29
2015-03-22 11.14.312015-03-22 11.14.20

หลังจากเดินเล่นและหาของกินง่ายๆ แล้ว จากนี้จะเริ่มจัดหนักแล้วนะครับเพื่อนๆ เตือนว่าอย่าดูตอนหิว

ขอข้ามไปบอกทางกลับให้ก่อนเลย คือ กลับไปที่สถานีรถไฟ Iseshi เพื่อขึ้นรถบัส

Iseshi Station – Naiku Bus Stop No.1 – Toba Station

สถานที่ต่อไปคือหมู่บ้าน Ama หรือเรียกง่ายๆ ภาษาบ้านเราก็คือหมู่บ้านอาม่า หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ในเขตเมือง Toba ที่
มีชื่อเสียงเรื่องไข่มุกเป็นอย่างมาก โดยในอดีตหมู่บ้าน Ama เองก็มีวิถีชีวิตที่น่าสนใจหลากหลายมาก เช่น การเก็บไข่มุก การทำอาหารให้กับครอบครัว พอมาถึงยุคนี้ Ama ก็เริ่มเอาวิถีชีวิตเรื่องการทำอาหารของตนเองออกมาเผยแพร่ให้กับนักท่องเที่ยวได้ลองกัน ทำให้มีนักท่องเที่ยวมากมายมาลองทานอาหารกับ Ama

วิธีการจอง: [email protected] / [email protected]

Link: Ama Village

Search – 海女小屋「はちまんかまど」, Japan, 〒517-0033 三重県鳥羽市 畔蛸町3-3      

Screen Shot 2559-01-02 at 11.14.48 PM2015-03-22 13.32.47
มากกว่าคำว่าประทับใจที่ Ama ให้การต้อนรับ พร้อมมีธงประเทศไทยต้อนรับพวกเรา!

2015-03-22 13.33.21

ก่อนที่ผมจะมาถึงได้มีการ booking อาหารไว้ล่วงหน้าแล้ว สำหรับมื้อนี้ผมเลือก Deluxe Seafood set ราคา 6,000 เยน ความสดไม่ต้องพูดถึงเพราะก่อนผมมาถึงเขาเพิ่งจับขึ้นมาจากทะเล (ส่วนตัวราคาถูกมากๆ เทียบกับการบริการแบบคนท้องถิ่นและความสดของวัตถุดิบ )
2015-03-22 13.34.25
2015-03-22 13.35.33
2015-03-22 13.40.55
2015-03-22 13.43.23
2015-03-22 13.43.33
2015-03-22 13.47.22
2015-03-22 13.48.41

2015-03-22 13.50.54
2015-03-22 13.49.52

พอมาถึงกุ้ง Lobster ที่จับได้เฉพาะเมือง Toba Ama ก็มาเสิร์ฟ ลงมือแกะกุ้งให้ด้วย ดูแลดีสุดๆ ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนมีแม่มาดูแลตอนกินเลยทีเดียว

2015-03-22 14.06.04

หลังจากกินอาหารทะเลที่สดที่สุดในชีวิตจบไป Ama ก็มีกิจกรรมน่ารักๆ โดยให้พวกเราใส่ชุดยูนิฟอร์มเดียวกับ Ama เพื่อเต้นรำและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก น่ารักสุดๆๆๆๆ

2015-03-22 14.34.58

2015-03-22 14.37.19
2015-03-22 14.46.47ไม่คิดว่าก่อนจะกลับ Ama ขอแลกนามบัตรกับพวกผมด้วย… เดี๋ยวรอบหน้าจะติดต่อมาขอกินอีกนะครับ 😀

2015-03-22 14.55.42

หลังจากสนุกสนานกับ Ama ก็มีคนขับรถมาส่งพวกเราที่สถานีรถไฟ Toba แล้วเราก็ค้างที่โรงแรมใกล้กับสถานีรถไฟ
แต่ระหว่างทางเราเจอจุดจอดรถมากมายให้ถ่ายรูป แล้วเราก็พบกับร้านขายหอย Oyster ข้างทางเลยแวะกินสักหน่อย ตัวละ 100 เยน (30 บาท เท่านั้น) จะรออะไรล่ะครับ

2015-03-22 15.15.27
2015-03-22 15.15.29
2015-03-22 15.23.35 HDR
2015-03-22 15.23.56
2015-03-22 15.29.37-1
2015-03-22 15.29.37
2015-03-22 15.30.05

โรงแรมที่พัก: Kaigetsu Toba (เรียวกัง) ราคา 20,000 เยน (ราคาสำหรับสามคน รวมอาหารเช้า) เหมาะสำหรับขึ้นรถไฟออกไปเมืองอื่นต่อมากครับ

ช่วงเช้าพอตื่นมาเราก็ต้องรีบลงมากินอาหารเช้าเพราะทางโรงแรมจะให้บริการเป็นเวลา ไม่ได้ให้เป็นช่วงเวลามา เราเลยต้องลงมาพร้อมกันทั้งโรงแรมเวลาเดียวกันคือ 8 โมงเช้า

หน้าตาอาหารเช้านี้ดูธรรมดา แต่ถ้าเป็นญี่ปุ่นต้องมีอะไรพิเศษอยู่เเล้ว สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกพิเศษคือเจ้าของโรงแรมมาให้บริการเองด้วยตัวเอง ทำให้รู้สึกเกรงใจแบบบอกไม่ถูกเลยทีเดียว

2015-03-23 08.07.34
2015-03-23 08.08.05

จบอาหารเช้าไปไม่รอช้าเพราะความพิเศษของทริปนี้ยังมีต่อกับเมืองสุดท้าย คือ Matsusaka Town แค่ชื่อเมืองหลายๆ คนก็รู้ว่าพวกเรามาทำอะไรกัน กินเนื้อสิครัช ที่พิเศษคือเราไปกินที่ฟาร์มเลยชื่อ bell farm

วิธีการเดินทาง Toba Station – Matsusaka Station โดยนั่งรถไฟ JR Line ตรงมาเลยครับ

พอถึงสถานีรถไฟ Matsusaka ก็นั่งแท็กซี่ต่อไปที่ Bell farm ระยะเวลาประมาณ 15 นาทีไม่ไกลมากเท่าไหร่ครับ Link: bell farm

Screen Shot 2559-01-02 at 11.17.05 PM2015-03-23 09.45.38

เนื้อ Matsusaka จริงๆ เเล้วเป็นเนื้อที่มีความมันเยอะทำให้เวลารับประทานเนื้อจะละลายเลย ความเว่อร์เหมือนตอนเราดูในรายการทีวีของญี่ปุ่นเลยทีเดียว เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากเพราะเวลาเรารับประทานเนื้อ Matsusaka จาก
ร้านอาหารดังๆ เค้าจะเก็บรักษาไว้อย่างดีเเล้วค่อยนำออกมาให้ลิ้มลอง เเต่ที่ฟาร์มนี้คือเราได้กินเนื้อที่ผ่านการเก็บรักษาน้อยกว่า เนื้อเลยยังมีกลื่นเนื้อและความสดจริงๆ อยู่มากครับ

2015-03-23 11.48.24-1
วันนี้ทานแบบย่างเพื่อรับกลิ่นของเนื้ออย่างเต็มที่พร้อมข้าวสวยร้อนๆ อร่อยสุดเลยครับเพื่อน

2015-03-23 12.00.03
2015-03-23 12.08.39

ต้องขอจบรีวิวทริป Wakayama  และ Mie ก่อนเพียงเท่านี้นะครับเพราะหลังจากนี้เราก็เข้าโตเกียวเที่ยวเองและกินแหลกเหมือนเดิม

Tieweng Review ครั้งหน้าเจอกันที่โตเกียวนะครับ

ติดตามพวกเราได้ที่ เที่ยวเอง

หรือ IG ส่วนตัว: Sarundont นะครับ

Screen Shot 2559-01-02 at 11.27.51 PM