ตะลุยซาฟารีของแท้ Serengeti ที่ราบที่ไม่มีวันสิ้นสุดแห่งแทนซาเนีย

พูดถึงการมาเที่ยวแนวซาฟารีที่แทนซาเนียแล้ว ถ้าไม่ได้มาทำ game drive ตามหา big 5 ในอุทยานแห่งชาติ Serengeti แล้ว ต้องเรียกว่า “มาไม่ถึง” แน่นอน ทริปนี้เราเลยหมายมั่นปั้นมือมาซาฟารีที่นี่แบบเต็มๆ โดยเลือกพักในเขตอุทยานเพื่อสัมผัสประสบการณ์แบบเต็มอิ่ม

จาก Arusha Airport เราขึ้นเครื่องบินเล็กแบบ 12 ที่นั่งมายัง Seronera Airstrip ใช้เวลา 1 – 1 ชั่วโมงครึ่งแล้วแต่สายการบิน เราใช้ Auric Air ราคาตั๋วไปกลับรวมน้ำหนักกระเป๋าทุกใบ คนละ 552 USD จากนั้นรถของที่พักจะมารับไปที่ Elewana Serengeti Pioneer Camp ใช้เวลาอีก 1 – 1 ชั่วโมงครึ่งแล้วแต่สภาพถนนในขณะนั้น

จากนั้นเรนเจอร์ของ Serengeti Pioneer Camp ซึ่งเป็นผู้นำทางของเราตลอดเวลาที่อยู่ใน Serengeti ก็พาไปเข้าที่พัก

ระหว่างทางเข้าที่พักสามารถทำ game drive ได้ทันที สัตว์ชนิดแรกที่เจอคือฮิปโปทั้งฝูง น้องกำลังเล่นน้ำอย่างสนุกสนานในแอ่งน้ำ หลังจากนั้นขับมาอีกไม่ไกลก็เจอยีราฟสูงโย่งโดดเด่น เดินเข้ามาสู้กล้องเลยทีเดียว

กว่าจะเข้ามาถึงที่พักอย่างก็ช่วงบ่ายกว่าๆ แล้ว ได้เวลาพักผ่อนหย่อนใจในบริเวณให้หายเหนื่อย

ที่พักของเราคือ Elewana Serengeti Pioneer Camp ที่พักแบบเต๊นท์แคมป์สุดหรูหราทางตอนใต้ของเขตอุทยานแห่งชาติ Serengeti ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทาง Great Migration ในตำนาน โดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคมที่ตามปกติจะเต็มไปด้วยฝูงวิลเดอบีสต์จำนวนมหาศาล

เต๊นท์แคมป์ที่มีห้องพักทั้งหมด 12 หลังแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงที่มองลงมาเห็นถิ่นที่อยู่อาศัยของแรดสีดำอย่าง Moru Kopjes ทะเลสาบ Magadi และทุ่งหญ้าสะวันนาอันกว้างใหญ่ได้อย่างงดงาม โดยสร้างขึ้นกลมกลืนกับธรรมชาติมากๆ เน้นเรื่อง zero footprint ที่ไม่ทำลายธรรมชาติ พลังงานที่ใช้ทั้งหมดมาจากแสงอาทิตย์

ที่พักของเราเป็นแบบ Safari Tent ที่ตกแต่งทั้งหมดในสไตล์เต๊นท์แคมป์ยุคทศวรรษ 1930 ซึ่งเป็นช่วงบุกเบิกซาฟารีในแอฟริกาของชาติตะวันตก ร่มรื่น สงบ และคลาสสิคมากๆ

ในเรื่องของค่าใช้จ่าย ถ้าเป็นแบบ Game Package ที่รวมอาหารทุกมื้อ ค่า game drive ทุกวัน และรถรับส่งจาก airstrip ที่อยู่ห่างออกไปราว 1 ชั่วโมงครึ่ง ช่วง high season แบบที่เรามา ห้อง Double/Twin คืนละ 1,902 USD แต่ก็สามารถเลือกแบบ Full Board ที่รวมเฉพาะค่าอาหารทุกมื้อและไปซื้อกิจกรรมต่างๆ เพิ่มเอาเองก็ได้เช่นกัน

*ราคานี้ยังไม่รวมค่าเข้าอุทยาน 83 USD /คน/คืน (ราคาช่วง high season16 พ.ค.–14 มี.ค.) และค่าพักค้างคืนในอุทยานอีก 59 USD /คน/คืน (ราคาช่วง low season 1 ต.ค.-30 มิ.ย.)

รายละเอียดเพิ่มเติม: Serengeti Pioneer Camp

ด้านในใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้เรียบหรูดูดี ตกแต่งด้วยของใช้ที่ดูเก่าแก่ ให้ฟีลย้อนยุดแบบสุดๆ เหมือนหลุดเข้าไปในหนังคลาสสิคจริงๆ ส่วนห้องน้ำก็ตกแต่งแนวคลาสสิคเหมือนกัน ทั้งอ่างล้างมือ กระจกเงา ชักโครก ฝักบัว รวมถึงโคมไฟ ล้วนให้ความรู้สึกย้อนยุคดีจริงๆ ที่นี่มีน้ำร้อนให้ใช้ในช่วงกลางคืน ถ้าอยากอาบน้ำช่วงเช้าต้องแจ้งพนักงานก่อนเพื่อให้เตรียมให้

เดินเล่นหน้าเต๊นท์ของตัวเอง มีน้อง Impala ตามธรรมชาติมาเดินเล็มหญ้าเพลินๆ เลย

แม้ช่วงเดือนม.ค.จะอยู่ในช่วงฤดูร้อน แต่อากาศในอุทยาน Serengeti ช่วงเช้าตรู่และกลางคืนก็ถือว่าหนาวไม่เบาเลย ถ้าอยากแช่น้ำเล่นเป็นช่วงบ่ายจะดีกว่า อากาศร้อนกำลังดีแบบลงไปเล่นน้ำได้สบาย สระว่ายน้ำวิวทุ่งหญ้าสะวันนาคือดีสุดๆ

ในส่วนล็อบบี้ของ Serengeti Pioneer Camp นั้นตั้งอยู่บนเนินสูกว่าบริเวณเต๊ท์แคมป์ ด้านในตกแต่งแนวคลาสสิคซาฟารี เน้นวัสดุไม้และโทนสีน้ำตาล ถ่ายรูปสวยมากๆ

วิวจากล็อบบี้มองลงไปเห็นผืนป่าบนที่ราบอันกว้างใหญ่ได้สุดลูกหูลูกตา สามารถชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้เลย บรรยากาศดีมากจริงๆ

พักที่ Serengeti Pioneer Camp จะรวมอาหารทุกมื้ออยู่ในแพคเกจอยู่แล้ว โดยอาหารทุกมื้อทานที่เต๊นท์นี้ทั้งมื้อเช้า กลางวัน และเย็น

อาหารมื้อกลางวันเสิร์ฟเป็นกับข้าวหลายอย่างที่เน้นเมนูอาหารสไตล์แอฟริกันประยุกต์ให้ทานง่ายขึ้น ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่มีกลิ่นเครื่องเทศหอมๆ ผสมด้วย โดยรวมคืออร่อยแทบทุกอย่างเลย ชอบมาก โดยสิ่งที่เราเลือกได้คือชนิดของ starter และ dessert ซึ่งเราเลือกซุปทั้ง 2 วัน รสชาติดีมาก ให้เต็ม 10 เลย

ส่วนอาหารเย็นเสิร์ฟเป็น 3 คอร์สปกติ มี starter, main และ dessert มีช้อยส์ให้เลือกแต่ละอย่างได้

อาหารเช้าก็ทานที่นี่ เลือกจานหลักอาหารตะวันที่เป็นเมนูไข่ ไส้กรอก เบคอน แฮมได้ ส่วนขนมปังและผลไม้ต่างๆ ก็มีเสิร์ฟมาจัดเต็ม

อีกไฮไลต์ของ Serengeti Pioneer Camp ก็คือการชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นจากบริเวณล็อบบี้ มุมนี้ให้ฟีลเหมือนในการ์ตูน The Lion King เลย

ช่วงเช้าอีกวันก็ได้เวลาออกสำรวจป่า Serengeti แบบจัดเต็มกันแล้ว!

Serengeti National Park คืออุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่พื้นที่มากถึง 14,763 ตารางกิโลเมตร ทางเหนือของแทนซาเนีย ซึ่งได้รับการขนานนามให้เป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกเพราะอุดมไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิดกว่า 5 ล้านตัว โดย Serengeti มีความหมายในภาษา Swahili ว่า endless plain หรือที่ราบที่ไม่มีวันสิ้นสุดนั่นเอง

แน่นอนว่าที่นี่เป็นที่รู้จักจาก Great Migration หรือวัฏจักรการอพยพย้ายถิ่นฐานของฝูงสัตว์ป่าที่ใหญ่สุดในโลกนับล้านตัวที่เดินทางข้ามพรมแดนไปมาระหว่าง Serengeti National Park ในเขตแทนซาเนีย กับ Masai Mara National Park ของเคนย่า

ช่วงเวลาเหมาะสมที่สุดในการมาเยือนแบ่งเป็นตามโซนต่างๆ ถ้าเป็นทางใต้ของอุทยานคือมกราคม – กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อนที่ฝูงสัตว์ป่ากลับมาจาก Great Migration และอาศัยอยู่แถบนี้หลายเดือน ถ้าเป็นทางเหนือของอุทยานใกล้กับแม่น้ำ Mara พรมแดนธรรมชาติระหว่างแทนซาเนียกับเคนย่า ต้องเป็นช่วงเดือนกรกฎาคม – กันยายน ซึ่งถือเป็นช่วงพีคของการเที่ยวซาฟารีในเขตอุทยานแห่งชาติ Serengeti

ขับรถออกมาได้ไม่ไกลก็เจอกับเจ้าอีแล้ง 2 ตัวประจำการอยู่บนยอดต้นไม้คอยสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของสัตว์นักล่า

ต่อมาก็เจอสิงโตตัวเมีย 3 ตัวกำลังก้มดื่มน้ำในแอ่งเล็กๆ ท่ามกลางสภาพอากาศช่วงสายที่เริ่มร้อนขึ้น เรามาครั้งนี้เห็นแต่สิงโตตัวเมีย แต่เห็นแบบใกล้มาก

เราเลือกมารับประทานอาหารเช้าแบบ bush breakfast กลางแจ้งระหว่างทำ game drive ข้อดีคือได้ฟีลมาก ข้อเสียคือแดดเปรี้ยงเลย 555

ชมฝูงสัตว์ป่าแบบเพลินๆ จากในรถจี๊ปที่เปิดโล่งทั้งหมด

ช่วงที่เรามาเป็นฤดูผสมพันธุ์เลยได้เห็นซีนหาดูยากเช่นนี้ ฝูงช้างป่าทั้งตัวพ่อตัวแม่ตัวลูกวิ่งตามกันมาเป็นพรวน ส่งเสียงร้องดั่งสนั่นป่า

ในอุทยานแห่งชาติ Serengeti อุดมสมบูรณ์มากๆ ทำ game drive ทั้งวันคือได้เห็นสัตว์นานาชนิด เหมือนดูช่องสารคดีแบบเรียลๆ

เวลาล่วงเลยมาถึงตอนเย็น เรนเจอร์ใจดีพามาชมพระอาทิตย์ตก แล้วก็ได้แอคท่าเท่ๆ ถ่ายรูปกับแสงสุดท้ายของวันหลัง game drive มาทั้งวัน

วันรุ่งขึ้นโบกมือลา Serengeti ก่อนไปสนามบิน Seronera แบบโชคดีแจ๊คพ็อตแตกสุดๆ เพราะได้เจอกับ Leopard หรือเสือดาวที่หาตัวได้ยากมาก แถมเห็นในระยะใกล้มากแบบแทบจ้องตากัน ฟินมากๆ พูดเลย

ตลอดเวลา 3 วันที่อยู่ในเขตอุทยานและได้ทำ game drive หลายรอบทั้งเช้า กลางวัน เย็น เราพูดได้เต็มปากว่านี่คือจุดหมายในการทำซาฟารีที่สมบูรณ์แบบ เพราะทุกอย่างยังคงความเป็นธรรมชาติ มีความสมบูรณ์ของฝูงสัตว์ป่า และเป็นป่าซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัวต์ป่าจริงๆ

การทำ game drive ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าตรงนั้นตรงนี้จะเจอกับอะไร ไม่เหมือนบางที่ที่เหมือนเป็นสวนสัตว์เปิดที่รู้ล่วงหน้าว่าขับไปตรงนี้จะเจอกับสัตว์ชนิดใด ถ้าใครที่หลงรักธรรมชาติ ชื่นชอบการส่องสัตว์แล้ว บอกเลยว่าต้องห้ามพลาด Serengeti เด็ดขาด

แถมยังได้ประสบการณ์การมาพักในเต๊นท์แคมป์หรูอย่าง Elewana Serengeti Pioneer Camp ที่ถือว่าคุ้มค่ามากๆ ได้ดื่มด่ำบรรยากาศทุ่งหญ้าสะวันนาที่เต็มไปด้วยฝูงสัตว์ป่าตามธรรมชาติแบบของจริง ได้สัมผัสบริการระดับ 5 ดาวอันน่าประทับใจของ Elewana ในเครือ Minor Hotels ที่เรียกว่าดีเลิศสมราคาอย่างแท้จริง