5 ร้านราเม็งสุดแจ่มที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวโตเกียว

นอกจากความเจริญของบ้านเมือง วัฒนธรรมทรงคุณค่า เทคโนโลยีสุดล้ำ และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของประเทศญี่ปุ่นแล้ว อีกเป้าหมายหลักของคนไปเที่ยวญี่ปุ่นคงหนีไม่พ้นเรื่อง “กิน” เพราะแค่พูดถึงอาหารญี่ปุ่นก็ทำให้หลายคนน้ำลายไหลแล้ว โดยหนึ่งในเมนูที่เรียกได้ว่าใครๆ ก็ต้องรู้จัก ราคาไม่แพง และหารับประทานได้ทั่วไปต้องมีชื่อของ
“ราเม็ง” อย่างแน่นอน

ส่วนตัวแล้ว ไม่ว่าไปญี่ปุ่นครั้งไหนก็จะไม่พลาดลิ้มลองร้านราเม็งใหม่ๆ ตลอดเพราะมันอร่อยฟินเว่อร์ของจริง อย่างครั้งล่าสุดที่ไปเที่ยวโตเกียวก็ตระเวนกินอย่างเมามันทั่วทั้งเมือง บางร้านก็เป็นร้านชื่อดังที่คนไทยน่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว เช่น Ichiran Ramen ที่รู้จักกันดีว่าราเม็งข้อสอบ หรือ Mutekiya Ramen ที่คนไทยเรียกราเม็งสามกระทะ แต่บางร้านก็เป็นร้านที่ไม่ได้โด่งดังในหมู่คนไทยมากนัก แต่ฮิตมากๆ ในญี่ปุ่น

ดังนั้น จากที่ลองไปโดนราเม็งมาแล้วหลายร้านมากในโตเกียว “เที่ยวเอง” จึงขอเสนอร้านราเม็งชื่อไม่ดังมาก แต่อร่อยล้ำสุดๆ จนต้องยกให้เป็นร้านห้ามพลาดเมื่อมาเยือนกรุงโตเกียวกันเลยทีเดียว

AFURI

ร้านราเม็งเล็กๆ ที่เปิดครั้งแรกเมื่อปี 2001 ที่บริเวณเชิงเขา Afuri ในเขตเมือง Atsugi ชานกรุงโตเกียวซึ่งเป็นที่มาของชื่อร้าน ก่อนจะขยายมาเปิดอีกหลายสาขาในเมืองหลวง ความโดดเด่นของร้านนี้อยู่ที่น้ำซุปที่มีส้ม yuzu เป็นส่วนประกอบ ทำให้มีรสชาติเฉพาะตัวไม่เหมือนร้านอื่นคือน้ำซุปจะไม่มันและเลี่ยนจนเกินไปเพราะมีรสเปรี้ยวนิดๆ ตัดกันอย่างลงตัว อีกไฮไลต์เด็ดของร้านนี้คือหมูย่างชาชูที่ย่างกันสดๆ โชยกลิ่นหอมฉุยกันต่อหน้า พอเสิร์ฟชามราเม็งก็จะแปะหมูชาชูไว้ด้านบนให้ได้ฟินกันไป สำหรับใครที่ชอบทาน Tsukemen หรือราเม็งแบบแยกเส้นแยกน้ำ ร้านนี้ก็เด็ดเช่นกัน โดยรสชาติจะออกแนวเผ็ดๆ ได้ใจไปเต็มๆ

พิกัด: หลายสาขาในโตเกียว ได้แก่ Ebisu, Harajuku, Nakameguro, Azabujuban, Roppongi Crossing Gate, Roppongi Hills, Sangenjaya และ Shinjuku

วัน-เวลาเปิด: เปิดทุกวัน แต่ละสาขาเวลาเปิดปิดไม่เท่ากัน เช็คได้ที่ afuri.com

ราคา: เริ่มต้นที่ 880 เยน

Afuri1 Afuri3

Rokurinsha

ร้านราเม็งสไตล์ Tsukemen หรือแบบแยกเส้นแยกน้ำที่มาแรงสุดๆ ในญี่ปุ่น สังเกตได้ง่ายๆ จากคิวยาวเหยียดแทบจะตลอดเวลาจนบางครั้งอาจต้องรอถึง 1 ชั่วโมงนั่นเอง ร้านนี้มีตู้กดเลือกสั่งตามต้องการโดยจะมีพนักงานที่พูดภาษาอังกฤษได้คอยอธิบายหากเรางงๆ ว่าควรสั่งอะไรดี จุดเด่นของร้านคือเส้นที่กรุบกำลังดี พอจุ่มกับน้ำซุปที่ผสมด้วยปลาหมึกกรอบแล้วทานพร้อมกันเป็นอะไรที่เลิศมาก รสชาติอร่อยเผ็ดร้อน อีกอย่างที่เด็ดคือไข่เป็ดที่ข้างนอกรสหวานฉ่ำ ข้างในมีไข่แดงเยิ้มๆ สุกกำลังพอดี

พิกัด: สถานีรถไฟ Tokyo Station

วัน-เวลาเปิด: เปิดทุกวัน เวลา 07.30-10.00 น. และ 11.00-23.30 น.

ราคา: เมนู Tsukemen เริ่มต้นที่ 830 เยน

Rokurinsha Rokurinsha2

Tsuta

ร้านราเม็งที่ได้รับการันตีรางวัลมิชลินสตาร์แห่งแรกของโลกโดยเป็นมิชลินสตาร์ระดับ 1 ดาว พื้นที่ร้านมีขนาดเล็ก การประดับตกแต่งก็เรียบง่ายตามปกติของร้านราเม็งคือเป็นเคาน์เตอร์รูปตัว L แต่ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพชั้นดีจากนานาประเทศบวกกับการสร้างสรรค์เมนูพิเศษเฉพาะตัว ทำให้ผู้คนมากมายถึงขนาดต้องไปต่อคิวตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อรับบัตรคิวมารับประทานช่วงเที่ยง สุดยอดเมนูของร้านคือโชยุราเม็งที่น้ำซุปมีกลิ่นหอมของนํ้ามันทรัฟเฟิลดำ เมื่อรวมกับหมูชาชูที่ตอนเสิร์ฟยังไม่สุกมาก แต่ทานไปทานมาแล้วสุกพอดีก็เป็นอะไรที่แจ่มมาก หรือถ้าใครชอบเมนูซุปเกลืออย่างชิโอะ
ราเม็งที่มีส่วนผสมของนํ้ามันทรัฟเฟิลขาวก็อร่อยถึงใจไม่แพ้กัน

พิกัด: สถานีรถไฟ Sugamo

วัน-เวลาเปิด: วันพฤหัสบดี-จันทร์ เวลา 11.00-16.00 น.

ราคา: เริ่มต้น 850 เยน

Tsuta1 Tsuta3

Michi

ร้านราเม็งเล็กๆ ที่ได้รางวัลอันดับหนึ่งจาก Japan Ramen Award ปี 2016 ร้านนี้คนแน่นมากตามเคยเพราะมีทั้งหมดแค่ 8 ที่นั่ง จึงควรไปรอคิวตั้งแต่ก่อนร้านเปิดคือ 11.30 น. เมนูโด่งดังที่สุดของร้านคือ Tsukemen ที่รสจัดจ้าน เข้มข้น และดุเดือดเผ็ดร้อนสุดๆ เส้นที่ใหญ่หนาคล้ายอูด้งช่วยอุ้มซับน้ำซุปได้ดีมาก ขณะที่เมนูชิโอะที่คนไม่ได้พูดถึงมากนักก็เด็ดเช่นกัน แม้หน้าตาอาจดูธรรมดา แต่บอกได้เลยว่ารสชาติคืออร่อยทุกสัมผัสถึงกับต้องยกซดหมดชาม

พิกัด: สถานีรถไฟ Kameari Station

วัน-เวลาเปิด: วันพุธ-อาทิตย์ เวลา 11.30-19.00 น.

ราคา: เริ่มต้น 800 เยน

Michi1 Michi2

Fuunji

ร้านราเม็งเจ้าเก่าในย่านชินจุกุที่ติดอันดับต้นๆ ของสุดยอดร้านราเม็งในญี่ปุ่นอยู่ตลอด จำได้ว่าเคยไปทานร้านนี้เมื่อ 10 ปีก่อนเลยอยากรู้ว่ายังอร่อยเหมือนเดิมหรือเปล่า ผลคือรสชาติไม่ต่างจากเดิมแล้วคนก็เยอะเหมือนเดิม ราเม็งเจ้านี้มีชื่อเสียงจากเมนู Tsukemen ที่แยกเส้นแยกซุป ความหนึบของเส้นที่ชุ่มด้วยน้ำซุปรสชาติเข้มข้นถึงใจทำให้เป็นเมนูที่ห้ามพลาด แต่ถ้าอยากลองราเม็งปกติก็อร่อยล้ำไม่ต่างกัน น้ำซุปเป็นแบบขุ่นๆ มีรสปลาแห้งหน่อยๆ ไม่เค็มจนเกินไป แถมด้วยหมูชาชูที่นุ่มแทบละลายในปาก

พิกัด: สถานีรถไฟ Shinjuku Station

วัน-เวลาเปิด: วันจันทร์-เสาร์ เวลา 11.00-15.00 น. และ 17.00-21.00 น.

ราคา: เริ่มต้น 750 เยน

Fuunji1 Fuunji2

หากใครอยากลองเปิดประสบการณ์ทานราเม็งรสชาติเยี่ยมบนท้องฟ้าในระดับความสูง 38,000 ฟุต สายการบินออล นิปปอน แอร์เวส์ หรือ เอเอ็นเอ (ANA) ได้ร่วมมือกับ IPPUDO RAMEN ร้านราเม็งชื่อดังที่เป็นต้นตำรับของฮากาตะราเม็งแห่งจังหวัดฟุกุโอกะพัฒนาสูตรราเม็งพิเศษมาเสิร์ฟบนเครื่องบิน

ราเม็ง Ippudo จะเป็นหนึ่งในเมนูอาหารว่างของสายการบิน ANA สำหรับที่นั่งชั้นธุรกิจและชั้นหนึ่งในเที่ยวบินระหว่างประเทศซึ่งจะมีบริการราเม็ง 2 รสชาติ (แล้วแต่เส้นทาง) ได้แก่ ราเม็งมิโสะ “Daichi” และราเม็งซุปกระดูกหมู “SORA-TON” แต่สำหรับเส้นทางไปกลับกรุงเทพฯ-ญี่ปุ่นจะเป็นเมนูราเม็ง “SORA-TON” ที่ว่ากันว่ามีเส้นที่เรียวและนุ่มพร้อมน้ำซุปอร่อยเข้มข้นไม่เหมือนใคร มีกลิ่นหอมของน้ำมันงาและเนื้อหมูสไลด์ 1 ชิ้น บวกกับชามขนาดพอดีจึงรับประทานแล้วไม่อิ่มมากเกินไปและช่วยให้เกิดความเพลิดเพลินระหว่างเดินทางได้เป็นอย่างดี

พิกัด: บนเครื่องสายการบิน ANA

วัน-เวลาเปิด + ราคา: ขึ้นอยู่กับเที่ยวบินและชั้นที่นั่ง

เว็บไซต์: ana.co.jp

IPPUDO_tonkotsu_1 IPPUDORamen_Miso