เหตุผล(ข้ออ้าง)ทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าการเดินทางส่งผลดีต่อสุขภาพ

“ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” พุทธศาสนสุภาษิตเก่าแก่ที่ไม่ว่าจะยุคสมัยใดก็ยังคงใช้ได้เสมอ เพราะถ้าไม่สบาย เจ็บไข้ได้ป่วยบ่อย หรือร่างกายไม่แข็งแรงแล้ว อย่างไรก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่นอน

เริ่มต้นเกริ่นมาแนวสัจธรรมชีวิตกันเลยทีเดียว กลับมาเข้าเรื่อง “การเดินทางท่องเที่ยว” ตามคอนเซ็ปต์ “เที่ยวเอง” กันดีกว่าครับ ตลอดหลายปีมานี้ การเดินทางด้วยตัวเองเป็นที่นิยมอย่างมาก หลายคนจัดสรรแบ่งเวลาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ ขณะที่บางส่วนหมกมุ่นอยู่แต่กับการทำงาน โดยไม่เปิดโอกาสให้ชีวิตได้พบเจอเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงได้

นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ได้ทำการค้นคว้า ศึกษา และวิจัยในประเด็นเกี่ยวกับข้อดีของการท่องเที่ยวที่ส่งผลทางบวกกับสุขภาพ ทั้งร่างกายและจิตใจ ลองมาดูว่า “การเดินทาง” ให้อะไรกับ “สุขภาพ” ของเราบ้าง แล้วคุณอาจอยากเริ่มต้นออกเดินทางท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้นก็เป็นได้

การวางแผนการเดินทางช่วยเพิ่มระดับความสุขในชีวิต

จากผลการวิจัยของ University of Surrey ในอังกฤษ เมื่อปี 2012 ค้นพบว่าในชีวิตคนเราจะมีระดับความสุขสูงสุดในช่วงวางแผนการเดินทางและใกล้ถึงวันเดินทางจริง เมื่อเทียบกับคนที่ไม่มีทริปแล้วจะต่างกันอย่างชัดเจน ในขณะที่ข้อค้นพบของ Cornell University ในปี 2014 ชี้ให้เห็นว่าการมีส่วนร่วมในขั้นตอนการวางแผนเดินทางช่วยให้คนเรารู้สึกมีความสุขได้มากกว่าการไปเดินเลือกซื้อของเสียอีก 

การเดินทางช่วยให้คุณสามารถรับมือกับความเครียดและอารมณ์ไม่ดีได้

บางครั้งคนเราก็ต้องการเพียงการหลีกหนีจากชีวิตเดิมๆ อันแสนน่าเบื่อ เพื่อไปพบเจอสิ่งใหม่ๆ ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องใช่สถานที่ใหม่ๆ ที่ไม่เคยไปมาก่อนก็ได้ โดยผลการวิจัยของ American Psychological Association ในเรื่องความเครียดของชาวอเมริกันระบุว่าการเดินทางเป็นเครื่องมือช่วยลดความเครียดและอารมณ์ด้านลบชั้นยอด เพราะมันช่วยให้เราได้ออกจากสิ่งแวดล้อมเดิมๆ ซึ่งเป็นต้นตอของความเครียดนั่นเอง

การเดินทางช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้า

ในโลกยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความรีบเร่ง ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในงานคือเป้าหมายสูงสุดที่ชีวิตคนเมืองต้องประสบพบเจอ สถานการณ์เช่นนี้หล่อหลอมให้เกิดความเครียดสะสม ซึ่งกลายเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่อาการซึมเศร้าได้ในอนาคต จากผลการศึกษาของ Marshfield Clinic ในรัฐ Wisconsin ชี้ให้เห็นว่าผู้หญิงที่ออกไปเดินทางพักผ่อนน้อยกว่า 1 ครั้งในรอบ 2 ปี มีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้าได้มากกว่าผู้หญิงที่ไปท่องเที่ยวอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง อย่างมีนัยสำคัญ

การเดินทางช่วยเพิ่มพูลประสบการณ์และทำให้เข้าใจความหมายของชีวิตมากยิ่งขึ้น

เชื่อว่าทุกคนต่างรู้ดีว่าการออกเดินทางทำให้เราได้เห็นสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ซึ่งช่วยให้โลกทัศน์ของเรากว้างขึ้น แต่ความสุขของทุกคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจพึงพอใจและมีความสุขกับสิ่งของมีค่าต่างๆ ที่ซื้อเก็บสะสมไว้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร อย่างไรก็ตาม จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัย Cornell ยืนยันว่าการใช้เงินเพื่อแลกกับประสบการณ์จากการเดินทางนำมาซึ่งความสุขในระยะยาวได้มากกว่าจากการซื้อของมีค่า

การเดินทางช่วยลดโอกาสการเป็นโรคหัวใจ

แนวโน้มการเป็นโรคหัวใจของคนเราเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี จากผลการวิจัยของดร. Brooks B. Gump และดร.Karen A. Matthew ในหัวข้อ Are Vacations Good for Your Health?มีข้อสรุปที่น่าสนใจหลายประเด็น อาทิ ผู้ชายวัยทำงานที่ไม่ได้ไปเที่ยวพักผ่อนเลยเป็นเวลาหลายปีมีแนวโน้มเป็นโรคหัวใจสูงมากกว่า 30 เปอร์เซนต์ ขณะที่ผู้ชายที่ท่องเที่ยวบ่อยๆ มีโอกาสเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจราว 21 เปอร์เซนต์ ส่วนผู้หญิงที่ไปเที่ยวเพียงครั้งเดียวในรอบ 6 ปี มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้สูงกว่าคนทั่วไปถึง 8 เท่าเลยทีเดียว สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะอย่างน้อยการออกเดินทางก็ทำให้ร่างกายได้ขยับเขยื่อน เปลี่ยนอิริยาบท และได้ใช้พลังงานมากกว่า อีกทั้งยังช่วยลดความเครียด ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคหัวใจอย่างที่บอกข้างต้นอีกด้วย

แปลและเรียบเรียงจากบทความของ David K. William: lifehack