ข้อดี-ข้อเสียของการไปเที่ยวยุโรปในแต่ละฤดูกาล

ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการวางแผนเดินทางไปท่องเที่ยวยังฝั่งยุโรปก็คือเรื่องของฤดูกาลเพราะถ้าเดินทางไปผิดช่วงเวลาหรือเป็นฤดูที่เราไม่ชอบก็อาจทำให้การเดินทางครั้งนั้นเสียอรรถรสไปได้มากมาย โดยทั่วไปแล้วยุโรปแบ่งเป็น 4 ฤดู ได้แก่ ฤดูหนาว (ประมาณพฤศจิกายน-มีนาคม) ฤดูใบไม้ผลิ (ประมาณเมษายน-พฤษภาคม) ฤดูร้อน (ประมาณมิถุนายน-กลางกันยายน) และฤดูใบไม้ร่วง (ประมาณปลายกันยายน-ตุลาคม)

แต่ละฤดูก็ล้วนมีทั้งข้อดีและข้อเสียในแง่การท่องเที่ยวทั้งสิ้น ดังนั้นการวางแผนไปเที่ยวยุโรปจึงควรประเมินด้วยว่า
ตัวตนของเราเหมาะกับฤดูอะไร รวมทั้งแต่ละประเทศหรือสถานที่ควรไปช่วงใดของปีเพื่อให้การเดินทางเต็มไปด้วยความสนุกสนานและเต็มอิ่มมากที่สุดนั่นเอง

ฤดูร้อน

ข้อดี

  • ช่วงเวลากลางวันยาวนาน ยิ่งเป็นทางตอนบนของทวีปพระอาทิตย์จะตกเกือบถึงเที่ยงคืน ทำให้มีเวลาเที่ยวชมเมืองได้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังสามารถชมปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืนได้ในเขตอาร์คติก
  • เป็นช่วง high season ที่บรรยากาศคึกคักด้วยผู้คนที่ออกมาใช้ชีวิต อาบแดด นั่งปิกนิกกันในสวนสาธารณะ ทำให้ได้ความรู้สึกมีชีวิตชีวา
  • ร้านค้า ร้านอาหาร เปิดให้บริการกันอย่างครบถ้วนและกินเวลายาวนานกว่าปกติ
  • เป็นช่วงฤดูกาลลดราคาสินค้าครั้งใหญ่ประจำปีเหมาะแก่การช้อปปิ้ง โดยแต่ละที่จะมีกำหนดเวลาต่างกัน
  • ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสด อากาศแจ่มใส มีแดดจ้า เหมาะแก่การถ่ายรูป
  • อากาศที่ร้อนจึงไม่ต้องพกอุปกรณ์กันหนาวให้หนักกระเป๋า ใส่เสื้อยืดตัวเดียวได้สบายๆ
  • เป็นช่วงเวลาที่ทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงสดบานสะพรั่งเต็มตัว โดยส่วนมากนิยมไปกันที่แคว้นโพรวองซ์ ทางใต้ของฝรั่งเศส หรือทุ่ง Mayfield ทางใต้ของกรุงลอนดอน

ข้อเสีย 

  • แดดในยุโรปค่อนข้างรุนแรง บางครั้งอาจทำให้ผิวไหม้โดยไม่รู้ตัวหรืออาจร้อนจัดจนหน้ามืดเป็นลมแดดได้ โดยเฉพาะทางใต้ของทวีป
  • เนื่องจากเป็นช่วง high season ทำให้ราคาสินค้าและบริการ รวมทั้งตั๋วต่างๆ พุ่งสูงขึ้นหมด การไปช่วงหน้าร้อนจึงอาจต้องใช้เงินมากกว่าช่วงฤดูอื่น
  • นักท่องเที่ยวหนาแน่น คนพลุกพล่านอึดอัด โดยเฉพาะตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ การเข้าชมด้านในสถานที่จึงต้องต่อคิวยาวเหยียด รวมไปถึงร้านค้า ร้านอาหาร และโรงแรมที่พัก ที่อาจเต็มได้เช่นกัน

Summer

ฤดูใบไม้ร่วง

ข้อดี

  • ทัศนียภาพสวยงามด้วยฉากหลังเป็นใบไม้สีแดงส้มที่หลายคนชื่นชอบ ให้บรรยากาศโรแมนติกและน่าค้นหา
  • อากาศเริ่มเย็น แต่ยังไม่เข้าขั้นหนาว ทำให้เที่ยวได้สะดวกและมีความสุข
  • ผู้คนไม่เยอะมาก ปริมาณนักท่องเที่ยวลดน้อยลงจากหน้าร้อนอย่างชัดเจน จึงไม่รู้สึกอึดอัดเท่าไร
  • ช่วงเวลาของ wine lovers เพราะเป็นช่วงหลังการเก็บเกี่ยวองุ่น จึงมีเทศกาลต่างๆ เกี่ยวกับไวน์มากมาย

ข้อเสีย

  • เป็นช่วงอากาศเปลี่ยนซึ่งอาจทำให้มีฝนตกมากกว่าปกติได้ในบางพื้นที่
  • บรรยากาศในเมืองอาจให้ความรู้สึกเหงาได้เพราะไม่คึกคักด้วยผู้คนเท่าไหร่และท้องฟ้าค่อนข้างมืดครึ้มตลอดเวลา
  • ดวงอาทิตย์เริ่มตกเร็วขึ้นคือประมาณหกโมงเย็น ทำให้มีเวลาเที่ยวได้น้อยลงกว่าหน้าร้อน

Autumn

ฤดูหนาว

ข้อดี

  • เป็นช่วง low season ราคาสินค้าและบริการ รวมทั้งตั๋วเครื่องบินจึงถูกกว่าช่วงอื่นของปี
  • นักท่องเที่ยวน้อย ผู้คนไม่ค่อยออกมาเดินในเมือง จึงไม่ต้องแย่งกันกินแย่งกันเที่ยวเท่าฤดูอื่นๆ
  • ดื่มด่ำบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองใหญ่ประจำปีของชาวคริสต์อย่างเทศกาลคริสต์มาสที่ประดับประดาไฟอย่างงดงาม รวมทั้งเดินเล่นที่ตลาดคริสต์มาสตามจัตุรัสกลางเมือง ยิ่งถ้ามีหิมะตกปรอยๆ จะให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ใน
    ดินแดนเทพนิยาย
  • เหมาะสมสำหรับการทำกิจกรรมเฉพาะ เช่น เล่นสกี เล่น ice skate หรือการออกล่าแสงเหนือในเขตอาร์คติก
  • ตามเมืองใหญ่ต่างๆ มักเป็นช่วงเวลา SALE สินค้าอีกครั้ง

ข้อเสีย

  • อากาศหนาวเย็นยะเยือก ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันความหนาวเย็นมากเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ถ้าป้องกันไม่ดี อาจป่วยไม่สบายได้
  • สภาพอากาศอาจเลวร้ายมากจนกระทบต่อแผนการเดินทาง เช่น หิมะถล่มปิดเส้นทาง หรือการสัญจรต่างๆ ทำได้ลำบากมากยิ่งขึ้น
  • บรรยากาศไม่สดใส ท้องฟ้าเป็นสีเทา ทำให้รู้สึกหดหู่ใจได้
  • ช่วงเวลากลางวันสั้นมาก พระอาทิตย์ขึ้นในช่วงสายและตกในช่วงราว 3-4 โมงเย็น จึงมีเวลาเที่ยวน้อย
  • การเดินทางด้วยรถสาธารณะอาจทำได้ไม่สะดวกเท่าฤดูอื่นๆ เพราะความถี่ของรอบรถ รอบเรือ จะน้อยกว่าปกติ หรืออาจไม่มีวิ่งเลยก็ได้
  • บางสถานที่อาจไม่เปิดให้เข้าชมหรือเปิดให้เข้าชมได้น้อยกว่าช่วงฤดูอื่นๆ ของปี
  • ในแถบชายฝั่งภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนจะมีฝนตกค่อนข้างชุกซึ่งอาจมีผลต่อเส้นทางการเดินเรือ

Winter

ฤดูใบไม้ผลิ

ข้อดี

  • ชื่นฉ่ำด้วยบรรยากาศของดอกไม้บานสะพรั่งที่ให้ความรู้สึกสดชื่นได้เป็นอย่างดี ซึ่งสวนดอกไม้ต่างๆ เริ่มเปิดให้เข้าชม เช่น สวน Keukenhof ในเนเธอร์แลนด์
  • อากาศเย็นกำลังสบาย ไม่ต้องแต่งตัวแบบอัดเต็ม และถ้ามีแดดออกก็อาจใส่เพียงแจ็คเก็ตตัวเดียวได้
  • ช่วงเวลากลางวันมีมากพอสมควรคือประมาณ 10-12 ชั่วโมง ทำให้เที่ยวได้ค่อนข้างมาก
  • บรรยากาศในเมืองต่างๆ เริ่มคึกคักมากขึ้น ไม่เงียบเหงาจนเกินไป เพราะเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวอีกครั้ง
  • ตามยอดเขาต่างๆ ยังคงมีหิมะปกคลุมอยู่ ทำให้ยังคงความสวยงามเช่นเดิม
  • มีช่วงวันหยุดยาวสองช่วงที่ไม่ต้องลางานมากแต่ได้เที่ยวถึงทริปละเกือบครึ่งเดือน

ข้อเสีย

  • อาจตรงกับช่วงเทศกาลอีสเตอร์ซึ่งเป็นช่วงหยุดยาวในหลายประเทศ ทำให้ร้านค้าและรถสาธารณะในบางแห่งหยุดให้บริการ รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งอาจปิดไม่ให้เข้าชมอีกด้วย
  • เป็นช่วงเปลี่ยนฤดูที่อาจมีฝนตกหนักหรือพายุได้

Spring

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต