10 เมืองน่าเที่ยวรอบ Munich แบบไปเช้าเย็นกลับ – one day trip from Munich

เมืองหลวงของรัฐ “Bavaria” (บาวาเรีย) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเยอรมนีอย่าง “Munich” (มิวนิค) นั้นได้ชื่อว่าเป็นอีกเมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เพราะนอกจากเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการคมนาคมทั้งทางบกและทางอากาศของทวีปยุโรปแล้ว ในเขตเมืองยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายแห่งด้วยเช่นกัน

แต่สำหรับผู้ที่มาเที่ยวมิวนิคหลายรอบแล้วหรือมีเวลามากหน่อย อยากไปเที่ยวเมืองใกล้เคียงแต่ไม่อยากเปลี่ยนที่พัก ลองมาดู 10 เมืองรอบมิวนิคที่ควรค่าแก่ไปเยี่ยมเยียนอย่างยิ่งกันเลย มีทั้งที่มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่แล้วและอาจยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก รวมทั้งในเยอรมนีเองและประเทศเพื่อนบ้านซึ่งล้วนเดินทางไปได้โดยรถไฟด้วย

สำหรับการเดินทางมามิวนิคจากประเทศไทยโดยไฟลท์บินตรงนั้นสามารถใช้บริการของ Thai Airways สายการบินแห่งชาติของเราได้ การบินไทยมีไฟลท์บิน Bangkok – Munich ตรงทุกวัน ถ้าชอบบินตรง ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง ก็มีแค่การบินไทยนี่แหละครับเป็นตัวเลือกเดียว

Füssen & Neuschwanstein Castle, Germany

เมืองเล็กๆ ในรัฐ Bavaria ทางตอนใต้ของเยอรมนี ใกล้ชายแดนประเทศ Austria ที่โดดเด่นด้วยบ้านเรือนสีพาสเทลในบรรยากาศสุดชิลล์ท่ามกลางร่มเงาเทือกเขาแอลป์ แน่นอนว่าเมืองนี้เป็นเหมือนประตูสู่สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกอย่าง Neuschwanstein Castle ปราสาทยุคศตวรรษที่ 19 สถาปัตยกรรมสไตล์โรมาเนสก์ประยุกต์ที่สร้างขึ้นโดยพระเจ้า Ludwig ที่ 2 แห่งบาวาเรีย ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นอีกแรงบันดาลใจของปราสาทดิสนีย์

Rothenburg ob der Tauber, Germany

โรเธนบวร์ก อ็อบ เดอร์ เทาเบอร์ คือหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของเยอรมันด้วยสภาพสุดคลาสสิกของ Altstadt หรือเขตเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีทำให้บรรยากาศทั้งหมดของเมืองดูน่ารักย้อนยุคและให้อารมณ์เหมือนอยู่ในโลกแห่งเทพนิยาย ชื่อของเมืองเล็กๆ แห่งนี้มีความหมายว่าปราการสีแดงบนฝั่งลุ่มน้ำเทาเบอร์เนื่องจากตัวเมืองตั้งอยู่บนที่ราบสูงเหนือแม่น้ำและบ้านเรือนมีหลังคาสีแดงนั่นเอง

Salzburg, Austria

เมืองหลวงของรัฐชื่อเดียวกันและเมืองใหญ่อันดับ 4 ของประเทศ Austria เมืองท่องเที่ยวสำคัญที่เป็นบ้านเกิดของ Mozart นักดนตรีคลาสสิกชื่อก้องโลกแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกขององค์การ UNESCO มาตั้งแต่ปี 1996 โดยในเขตเมืองเก่าเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรคที่ได้รับการสงวนรักษาไว้เป็นอย่างดี ด้วยบรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำ Salzach ที่รายล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์บวกกับการเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดัง “The Sound of Music” ทำให้ซาลซ์บวร์กได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่คลาสสิกที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

Würzburg, Germany

เมืองในแคว้น Franconia ตอนเหนือของรัฐ Bavaria และทางตอนกลางของประเทศเยอรมนี ระหว่างเมือง Frankfurt am Main กับ Nuremberg เมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Main แห่งนี้ประกอบไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น โรมาเนสก์ โกธิค เรอเนสซองส์ และบาโรค โดยในเขตเมืองเก่าได้ชื่อว่าเต็มไปด้วยอาคารสวยงามมากมายซึ่งได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ภายหลังได้รับความเสียหายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีอาคารสำคัญคือที่ว่าการเมืองอายุเก่าแก่ซึ่งเป็นที่ตั้งของหอนาฬิกาประจำเมือง

Berchtesgaden, Germany

เมืองเล็กๆ ในหุบเขาแอลป์ทางมุมทิศตะวันออกเฉียงใต้สุดของประเทศเยอรมนีที่งดงามด้วยทัศนียภาพของธรรมชาติรอบด้าน เมืองดังกล่าวเป็นที่รู้จักจากทะเลสาบ Königssee ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบสถ์ St. Bartholomä หรือ St. Bartholomew โบสถ์คริสต์นิกายคาทอลิกที่สร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1134 โดยเจ้าชาย Provostry แห่ง Berchtesgaden โดยส่วนมากนิยมเดินทางมาล่องเรือชมวิวในทะเลสาบ รวมไปถึง Eagle’s Nest อาคารเล็กๆ ลักษณะคล้ายกระท่อมบนยอดเขา Hoher Göll หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่าบ้านของฮิตเลอร์นั่นเอง

Bamberg, Germany

เมืองมรดกโลกในรัฐ Bavaria ของเยอรนีซึ่งเริ่มได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทยมากขึ้นเรื่อยๆ เมืองดังกล่าวโดดเด่นจากบ้านเรือนยุคกลางอันสมบูรณ์แบบ ทำให้ได้ฟีลย้อนยุคเมื่อเดินในเขตเมืองเก่า โดยไฮไลต์สำคัญคงหนีไม่พ้น Altes Rathaus หนึ่งในที่ว่าการเมืองที่งดงามที่สุดในยุโรปซึ่งสร้างขึ้นราวปี 1467 บนเกาะที่สร้างขึ้นกลางแม่น้ำ Regnitz แม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านกลางเมือง

Garmisch-Partenkirchen, Germany

เมืองใต้ร่มเงาของหุบเขาแอลป์ทางตอนใต้สุดของประเทศเยอรมนี ติดพรมแดนประเทศ Austria เมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนีอย่าง Zugspitze แห่งนี้ในอดีตแบ่งเป็น 2 เมือง ได้แก่ Garmisch และ Partenkirchen โดย Garmisch เป็นชุมชนการค้าที่มีคนตั้งรกรากมาตั้งแต่ยุคโรมันซึ่งเป็นเส้นทางการค้าหลักระหว่างเมือง Venice กับ Augsburg ส่วน Partenkirchen เกิดหลังจาก Garmisch ประมาณ 800 ปี ทำให้มีความเจริญด้านต่างๆ น้อยกว่า ทั้งสองเมืองถูกรวมให้เป็นหนึ่งเดียวในปี 1935 เพื่อใช้จัดการแข่งขันโอลิมปิกส์ฤดูหนาวปี 1936 ตามคำสั่งการของจอมเผด็จการ Adolf Hitler

Kufstein, Austria

เมืองใหญ่อันดับ 2 ของรัฐ Tirol ทางตะวันตกของประเทศ Austria เมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Inn ติดชายแดนเยอรมนีแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความคลาสสิกของบ้านเรือนโบราณสีพาสเทลที่เหมือนได้ย้อนไปในยุคกลางอีกครั้ง โดยไฮไลต์อยู่ที่ Festung Kufstein หรือ Kufstein Fortress ป้อมปราการโบราณเหนือเขตเมืองที่ถูกเอ่ยถึงครั้งแรกตั้งแต่ปี 1205 ซึ่งปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมด้านในได้

Regensburg, Germany

เมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเยอรมนีที่มีชื่อเสียงจากสะพาน Steinerne Brücke (Stone Bridge) สะพานหินโบราณยาว 308.7 เมตร ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 เขตเมืองเก่าของเรเกนสบวร์กที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบแห่งนี้เป็นพื้นที่มรดกโลกขององค์การยูเนสโก ทางทิศใต้ของสะพานที่เชื่อมเข้าสู่เขตเมืองเก่ามีสิ่งก่อสร้างสำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ Brückturm (Tower Bridge) หอนาฬิกาโบราณที่ใช้เป็นประตูเมืองตั้งแต่อดีตกาล และ Salzstadel หรืออาคารสำหรับเก็บเกลือที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16-17

Nuremberg (Nürnberg), Germany

เมืองใหญ่ที่สุดของแคว้น Franconia ในรัฐ Bavaria ของเยอรมนีที่ในเขตเมืองเก่าโดดเด่นด้วยบ้านเรือนแบบ half-timbered ยุคกลางที่มีสีสันสดใส เน้นการประดับตกแต่งช่องหน้าต่างด้วยพุ่มดอกไม้หลากชนิด โดยมีถนน Weißgerbergasse เป็นถนนสายหลักที่ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยร้านอาหาร ผับ บาร์ และร้านขายของมากมาย