เมืองน่าเที่ยวในรัฐบาวาเรียแห่งเยอรมนี

เมื่อเอ่ยถึง “รัฐบาวาเรีย” หรือที่หลายคนคุ้นหูว่าแคว้นบาวาเรีย เชื่อว่าชื่อเมืองแรกๆ ที่ต้องนึกถึงคงหนีไม่พ้น “มิวนิค” เพราะเป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของรัฐ รวมทั้งเป็นเหมือนจุดตั้งต้นในการเดินทาง เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติที่มีไฟลท์บินตรงมาจากเมืองไทย รวมไปถึงปราสาทเทพนิยายยอดฮิตอย่าง “นอยชวานสไตน์” แต่ในรัฐทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเยอรมนีแห่งนี้ยังมีอีกหลายจุดหมายที่น่าสนใจและควรค่าแก่การไปเยือนสักครั้งในชีวิต มีที่ไหนบ้าง ลองดูกันเลยครับ

Rothenburg ob der Tauber

ชื่อของเมืองเล็กๆ แห่งนี้มีความหมายว่าปราการสีแดงบนฝั่งลุ่มน้ำเทาเบอร์เนื่องจากตัวเมืองตั้งอยู่บนที่ราบสูงเหนือแม่น้ำและบ้านเรือนมีหลังคาสีแดงนั่นเอง โรเธนบวร์กคือหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของเยอรมันด้วยสภาพสุดคลาสสิกของ Altstadt หรือเขตเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีทำให้บรรยากาศทั้งหมดของเมืองดูน่ารักย้อนยุค และให้อารมณ์เหมือนอยู่ในโลกแห่งเทพนิยาย

Rothenburg ob der Tauber

Regensburg

เมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศที่มีชื่อเสียงจากสะพาน Steinerne Brücke หรือ Stone Bridge สะพานหินโบราณความยาว 308.7 เมตร ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 เขตเมืองเก่าของเมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำดานูบแห่งนี้เป็นเป็นพื้นที่มรดกโลกขององค์การยูเนสโก โดยบริเวณด้านใต้ของสะพานที่เชื่อมเข้าสู่เขตเมืองเก่ามีสิ่งก่อสร้างสำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ หอนาฬิกาโบราณที่ใช้เป็นประตูเมืองตั้งแต่อดีตกาล และ Salzstadel หรืออาคารสำหรับเก็บเกลือที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16-17

Regensburg

Garmisch-Partenkirchen

เมืองใต้ร่มเงาของหุบเขาแอลป์ทางตอนใต้สุดของประเทศ ติดพรมแดนประเทศ Austria เมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนีอย่าง Zugspitze แห่งนี้ในอดีตแบ่งเป็น 2 เมือง ได้แก่ Garmisch และ Partenkirchen โดย Garmisch เป็นชุมชนการค้าที่มีคนตั้งรกรากมาตั้งแต่ยุคโรมันซึ่งเป็นเส้นทางการค้าหลักระหว่างเมือง Venice กับ Augsburg ส่วน Partenkirchen เกิดหลังจาก Garmisch ประมาณ 800 ปี ทำให้มีการความเจริญด้านต่างๆ น้อยกว่า ทั้งสองเมืองถูกรวมให้เป็นหนึ่งเดียวในปี 1935 เพื่อใช้จัดการแข่งขันโอลิมปิกส์ฤดูหนาวปี 1936 ตามคำสั่งการของจอมเผด็จการ Adolf Hitler

Garmisch-Partenkirchen

Bamberg

เมืองมรดกโลกซึ่งเริ่มได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทยมากขึ้นเรื่อยๆ เมืองดังกล่าวโดดเด่นจากบ้านเรือนยุคกลางอันสมบูรณ์แบบ โดยไฮไลต์สำคัญคงหนีไม่พ้น Altes Rathaus หนึ่งในที่ว่าการเมืองที่งดงามที่สุดในยุโรปซึ่งสร้างขึ้นราวปี 1467 บนเกาะที่สร้างขึ้นกลางแม่น้ำ Regnitz แม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่ากลางเมือง

Bamberg

Dinkelsbühl

อดีตเมืองของอาณาจักรโรมันที่ครึกครื้นด้วยบรรยากาศบริเวณ Weinmarkt หรือ Wine Market ตลาดค้าขายไวน์สำคัญกลางเมือง ย่านการค้ากลางเมืองที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานแห่งนี้รายล้อมด้วยอาคารเก่าแก่ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ราวปี 1600 อันงดงามมากมาย อาทิ Gustav-Adolf-Haus อดีตโรงแรม Aldermen ที่เคยต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองมาแล้วมากมาย รวมไปถึง Zur Glocke บ้านแบบเยอรมันแท้ๆ ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในบ้านศิลปะเรอเนสซองส์ตอนปลายที่งดงามที่สุดในยุโรป

Dinkelsbuhl

Berchtesgaden

เมืองเล็กๆ ในหุบเขาแอลป์ทางมุมทิศตะวันออกเฉียงใต้สุดของประเทศที่งดงามด้วยทัศนียภาพของธรรมชาติรอบด้าน เมืองดังกล่าวเป็นที่รู้จักจากทะเลสาบ Königssee ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบสถ์ St. Bartholomä หรือ St. Bartholomew โบสถ์คริสต์นิกายคาทอลิกที่สร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1134 โดยเจ้าชาย Provostry แห่ง Berchtesgaden โดยส่วนมากนิยมเดินทางมาล่องเรือชมวิวในทะเลสาบ รวมไปถึง Eagle’s Nest อาคารเล็กๆ ลักษณะคล้ายกระท่อมบนยอดเขา Hoher Göll หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่าบ้านของฮิตเลอร์นั่นเอง

Berchtesgaden

Nuremberg (Nürnberg)

เมืองใหญ่ที่สุดของแคว้น Franconia ในรัฐ Bavaria ที่ในเขตเมืองเก่าโดดเด่นเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนแบบ half-timbered ยุคกลางที่มีสีสันสดใส เน้นการประดับตกแต่งช่องหน้าต่างด้วยพุ่มดอกไม้หลากชนิด โดยมีถนน Weißgerbergasse เป็นถนนสายหลักที่ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยร้านอาหาร ผับบาร์ และร้านขายของมากมาย

Nuremberg

Miltenberg

เมืองที่เป็นหนึ่งในเส้นทางการค้าสำคัญของเยอรมนีมาตั้งแต่อดีตแห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ราบแคบๆ ระหว่างเชิงเขา Odenwald กับแม่น้ำชื่อเดียวกับเมือง ทำให้ประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี ภายในเขตเมืองขึ้นชื่อเรื่องบ้านเรือนยุคกลางที่ยังคงรักษาไว้อย่างสมบูรณ์ การมายังเมืองดังกล่าวสามารถใช้บริการรถไฟสาย Main Valley ซึ่งเชื่อมระหว่างเมือง Aschaffenburg กับเมือง Wertheim

Miltenberg

Würzburg

เมืองในแคว้น Franconia ตอนเหนือของรัฐ Bavaria และทางตอนกลางของประเทศเยอรมนี ระหว่างเมือง Frankfurt am Main กับ Nuremberg เมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Main แห่งนี้ประกอบไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น โรมาเนสก์ โกธิค เรอเนสซองส์ และบาโรค โดยในเขตเมืองเก่าได้ชื่อว่าเต็มไปด้วยอาคารสวยงามมากมายซึ่งได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ภายหลังได้รับความเสียหายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีอาคารสำคัญคือที่ว่าการเมืองอายุเก่าแก่ซึ่งเป็นที่ตั้งของหอนาฬิกาประจำเมือง

Wurzburg