ขั้นตอนการวางแผน “เที่ยวเอง” ภายในเมืองในยุโรปให้สะดวกที่สุด

หลายคนคงเคยประสบปัญหา “เริ่มต้นไม่ถูก” ว่าจะใช้เวลาเที่ยวในแต่ละเมืองในทวีปยุโรปมากน้อยเพียงใด เริ่มจากตรงไหน และไปสิ้นสุดที่ไหนดี วางแผนอย่างไรให้สามารถเที่ยวได้สะดวกและคุ้มค่ามากที่สุด หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณสามารถเริ่มต้นวางแผนเที่ยวภายในเมือง (ตามแบบฉบับเที่ยวเอง) ได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนมากที่สุด

ดูว่าเดินทางมาถึงเมืองนั้นที่ใด

ขั้นตอนแรกสุดคือต้องดูว่าเรามาถึงเมืองนั้นๆ ด้วยวิธีการใด หากมาถึงทางเครื่องบิน ต้องดูว่ารถที่เข้าเมืองมีวิธีการใดบ้าง และไปสิ้นสุดกลางเมืองที่บริเวณใด แต่หากเดินทางมาถึงเมืองนั้นๆ ที่สถานีรถไฟ รถบัส หรือท่าเรือ ให้ดูว่าสถานที่เหล่านั้นตั้งอยู่บริเวณใดของเมือง ถ้าอยู่กลางเมืองเลยก็จะสะดวกกว่าอยู่นอกเมืองที่ต้องเดินทางต่อเข้ามาในเมืองอีก

ถ้าค้างคืนเมืองนั้น ให้เลือกโรงแรมที่ไปมาได้สะดวก

เมื่อทราบตำแหน่งที่เราเดินทางมาถึงเมืองนั้นๆ แล้ว หลักการง่ายๆ ทั่วไปก็คือเลือกโรงแรมที่พักที่สามารถเดินทางต่อมาจากตำแหน่งที่มาถึงได้อย่างสะดวก (ควรอยู่ในระยะเดินได้ ทั้งจากสถานีรถไฟกลางหรือสถานีรถไฟใต้ดินใดสักแห่ง) โดยสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกอย่างคือตำแหน่งสถานที่ซึ่งเราต้องไปเพื่อเดินทางออกจากเมืองด้วย หากเป็นสถานที่เดียวกับตอนมาถึงก็ค่อนข้างสะดวกสบาย แต่ถ้าเป็นคนละที่กันก็อาจต้องเลือกบริเวณตรงกลางระหว่าง 2 สถานที่ เพื่อความสะดวก

ถ้าไม่ค้างคืน หาที่ฝากกระเป๋า

แต่หากไม่มีแผนค้างคืนเมืองนั้นก็สามารถฝากกระเป๋าสัมภาระไว้ที่สถานีรถไฟกลาง สถานีรถบัส หรือท่าเรือได้ โดยปกติแล้วสถานที่เหล่านี้มักมีตู้ล็อคเกอร์หรือห้องฝากของไว้บริการนักท่องเที่ยว โดยสามารถ search ข้อมูลว่า luggage storage at….. หรือค้นหาข้อมูลตามเว็บ tripadvisor ที่มักมีคนมาโพสต์เรื่องถามเอาไว้ก็ได้เช่นกัน

ค้นหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวเบื้องต้น

เมื่อเรารู้ตำแหน่งตั้งต้นแล้ว (ไม่ว่าจะเป็นจากที่พักหรือที่ฝากกระเป๋า) คราวนี้จึงมาค้นหาว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวใดในเมืองบ้าง โดยสามารถดูข้อมูลเบื้องต้นทั้งหมดได้จาก wikitravel และเว็บไซต์การท่องเที่ยวของเมืองหรือประเทศนั้นๆ ประกอบกัน และว่าอยากไปที่ใดบ้าง

shutterstock_162348371

วางตำแหน่งสถานที่ท่องเที่ยวลงไปในแผนที่

เมื่อรู้แล้วว่าอยากไปที่ใดบ้าง ให้ลอง plot ตำแหน่งของสถานที่นั้นๆ ลงไปในแผนที่เมือง (ง่ายที่สุดคือใช้ googlemap) ว่าอยู่ตำแหน่งใดของเมืองบ้าง คราวนี้เราจะพอทราบแล้วว่าสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองกระจุกตัวอยู่ทางใด หรือกระจายตัวไปมากน้อยเพียงใด

ดูว่าแต่ละสถานที่มีวิธีการไปอย่างไร

พอทราบโครงสร้างคร่าวๆ แล้ว มาดูต่อที่รายละเอียดของแต่ละสถานที่ว่าอยู่ห่างกันแค่ไหน เดินได้หรือไม่ หรือต้องใช้รถสาธารณะอะไร สถานีอะไร แต่ละที่ใช้เวาเดินทางเท่าใด เมื่อหาข้อมูลครบทั้งหมดแล้ว จึงมาจัดเรียงเส้นทาง (routing) โดยอาจเลือกไปสถานที่ไกลสุดก่อน แล้วค่อยวนกลับมาสถานที่ใกล้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่อยากไปถึงสถานที่นั้นๆ ด้วย บางครั้งอาจต้องการไปชมพระอาทิตย์ตกดินที่จุดนี้ ก็อาจะวางแผนวนให้ไปลงตามเวลาก็ได้เช่นกัน เพราะความจริงแล้ว การวางแผนเส้นทางเที่ยวในเมืองสามารถจัดวางได้ตามใจชอบอยู่แล้ว

ตรวจสอบราคาตั๋วชนิดต่างๆ ที่เหมาะสมกับแผนเที่ยว

พอเรารู้แล้วว่าต้องใช้ขนส่งสาธารณะใดบ้าง จำนวนกี่ครั้ง โซนใดบ้าง ลองมาคำนวนราคาเปรียบเทียบระหว่างการซื้อตั๋วแบบเที่ยวต่อเที่ยวกับตั๋วแบบเหมารายวันว่าซื้อแบบใดถึงจะคุ้มกว่า โดยตั๋ววันของบางประเทศจะเริ่มนับ 24 ชั่วโมง หลังจากใช้ครั้งแรก ควรดูเงื่อนไขข้อนี้ให้ดี

คำนวนเวลาที่ควรใช้ในเมืองนั้น

เมื่อจัดการข้อมูลทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว เราก็จะพอคำนวนเวลาที่ควรใช้ในเมืองนั้นๆ ได้ โดยทั่วไปแล้ว เมืองใหญ่ที่ได้ชื่อว่าเป็นมหานครต่างๆ ควรให้เวลาประมาณ 3 วัน ส่วนเมืองขนาดรองลงมาก็แล้วแต่ความชอบส่วนตัว

shutterstock_360007106

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต