ขั้นตอนและวิธีการวางแผนเดินทางระหว่างเมืองในยุโรปให้สะดวกและคุ้มค่าที่สุด

การวางแผนเดินทางเมืองต่อเมืองในยุโรปนับเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่สุดของการวางแผน “เที่ยวเอง”  เพราะการ
เดินทางในแต่ละทริปนั้นจะราบรื่นหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจในขั้นตอนนี้ รวมทั้งยังเป็นตัวแปรสำคัญอย่างหนึ่งในแง่ของงบประมาณในทริปนั้นอีกด้วย ดังนั้นนักเที่ยวเองควรศึกษาข้อมูลเรื่องนี้อย่างละเอียดเพื่อจะได้สามารถวางแผนได้อย่างรอบคอบและคุ้มค่าที่สุด โดยมีขั้นตอนทั่วไปมีดังนี้

1 – ค้นหาข้อมูลเบื้องต้นโดยใช้เว็บ rome2rio

ถ้าไม่รู้ข้อมูลว่าจากเมือง A ไปเมือง B มีวิธีการเดินทางแบบใดได้บ้าง ให้ลองเข้าไปที่ www.rome2rio.com ก่อน แล้วลอง search ว่าจากเมือง A ไปเมือง B สามารถทำได้หรือไม่ และมีวิธีการอะไรบ้าง ใช้เวลาเท่าไหร่ เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้น แต่ถ้าพอรู้อยู่แล้วว่าต้องใช้รถไฟ รถบัส เรือ หรือเครื่องบิน ก็สามารถข้ามข้อนี้ไปได้เลย

2 – ทำแบบนี้ในทุกจุดเชื่อมต่อระหว่างเมืองให้ครบทั้งทริป

ขั้นตอนนี้เป็นส่วนสำคัญในการวางโครงสร้างทั้งหมดของทริป ดังนั้นจึงควรลิสต์รายชื่อเมืองที่อยากไปมาทั้งหมดก่อน แล้วหาวิธีการเดินทางที่เป็นไปได้ในแต่ละจุดเชื่อมต่อ โดยจำเป็นต้องดูเวลาเดินทางว่าเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด
ขั้นตอนนี้จะทำให้เห็นภาพโครงสร้างคร่าวๆ ของทริปทั้งหมด

3 – เข้าเว็บทางการของการรถไฟ รถบัส เรือ หรือสายการบิน ในแต่ละจุดเชื่อมต่อ

เมื่อได้ข้อมูลเบื้องต้นมาแล้ว จำเป็นต้องเข้าไปยังหน้าเว็บทางการของการรถไฟประเทศนั้นๆ เว็บทางการของบริษัท
รถบัสนั้นๆ เว็บทางการของบริษัทเรือนั้นๆ หรือเว็บของสายการบินนั้นๆ อีกครั้ง เพื่อตรวจสอบว่ามีบริการเส้นทางดังกล่าวจริงหรือไม่ เวลาใดบ้าง และราคาเท่าไหร่ โดยสามารถ cross check ข้อมูลได้ด้วยการเข้าเว็บสถานีรถไฟ สถานีรถบัส หรือท่าเรือนั้นๆ อีกครั้งว่ามีข้อมูลตรงกันหรือไม่

Europe train

4 – หาทางเลือกที่ดีสุด

เมื่อได้ข้อมูลวิธีการเดินทางในแต่ละตัวเลือกมาแล้วก็ถึงเวลาตัดตัวเลือกที่คุณสมบัติไม่ถูกใจออกไป โดยพิจารณาจากหลายปัจจัย อาทิ ราคา เวลาที่ออก ความถี่ของรอบรถ ระยะเวลาเดินทาง รวมทั้งตำแหน่งที่ต้องไปขึ้นรถและเดินทางถึงเมืองปลายทาง แต่โดยทั่วไปแล้ว รถไฟเป็นวิธีการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดในยุโรปตะวันตก บางขบวนที่เป็นรถไฟด่วนหรือรถไฟข้ามคืนจำเป็นต้องซื้อล่วงหน้า ขณะที่ยุโรปฝั่งตะวันออกนิยมใช้รถบัสมากกว่าเพราะระบบรถไฟยังไม่พัฒนามากเท่าที่ควร

5 – รวมราคาเปรียบเทียบกับการซื้อ pass

ลองคำนวนราคาว่าการซื้อตั๋วแบบเที่ยวต่อเที่ยว (point to point) กับการเหมาซื้อ pass ประเภทต่างๆ นั้น วิธีการใดมีราคาถูกกว่า โดยต้องอย่าลืมพิจารณาดูเงื่อนไขบางประการของ pass ประเภทนั้น เช่น รถไฟด่วนขึ้นไม่ได้ ต้องจ่ายเงินเพิ่ม รถไฟขึ้นยอดเขาใช้ pass เป็นได้แค่ส่วนลด เป็นต้น ขั้นตอนนี้จะทำให้เราประเมินได้เลยว่าควรซื้อ pass หรือไม่

6 – ถ้าซื้อล่วงหน้าได้ให้ซื้อเลย

เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าควรซื้อตั๋วแบบใดก็ให้ลงมือซื้อล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ (ในกรณีที่สามารถซื้อผ่านเว็บไซต์ได้) เพราะโดยส่วนมากแล้วการซื้อล่วงหน้าจะทำให้ได้ราคาถูกกว่าการซื้อตอนหน้างาน เว้นแต่เป็นการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างเมืองในระยะสั้นๆ ไม่เกิน 3 ชั่วโมง สามารถไปซื้อที่เคาน์เตอร์ในสถานีได้ แต่ก็ควรซื้อล่วงหน้าวันเดินทางจริงประมาณ 1 วันอยู่ดี เพื่อความมั่นใจว่ารถในเวลาที่ต้องการเดินทางจะไม่เต็ม

7 – ตรวจสอบรายละเอียดเพื่อความแน่ใจ

เมื่อซื้อตั๋วล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว ให้ดูรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ อีกครั้ง เช่น สถานีรถไฟ รถบัส ท่าเรือ หรือสนามบินที่ต้องไปขึ้นคือที่ใด อยู่ตรงไหน เพราะบางครั้งในเมืองขนาดใหญ่จะมีสถานีเหล่านี้มากกว่า 1 แห่ง และที่สำคัญคืออย่าลืม print out ใบจองและพกติดตัวไปด้วย โดยบางครั้งต้องนำใบ print out ไปออกเป็นตั๋วฉบับจริงอีกครั้งที่เคาน์เตอร์ในสถานีรถไฟ รวมไปถึง pass ชนิดต่างๆ ที่ต้องทำการ valid ก่อนการเดินทางจริง

Euroline bus

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต