ขอวีซ่า “อเมริกา” ต้องทำยังไง?

เที่ยวเอง วีซ่า สหรัฐ อเมริกา usa visa

เชื่อว่าหลายคนที่คิดจะทำวีซ่า “สหรัฐฯ อเมริกา” จะต้องมีความกังวลว่าจะได้วีซ่ามั้ย? แน่นอน เรื่องนี้เราก็ตอบไม่ได้เหมือนกันครับ 55 แต่สิ่งที่เราตอบได้คือจะยื่นขอวีซ่าต้องทำตามขั้นตอนและเตรียมเอกสารหลักฐานอะไรบ้าง
ถ้าคุณทำถูกต้องทุกสิ่งอย่างและแจ้งข้อมูลที่เป็นความจริง เราเชื่อมั่นว่าคุณจะได้รับวีซ่าสมใจแน่นอนครับ 😀

ขอออกตัวก่อนเลยว่าระเบียบและขั้นตอนในการขอวีซ่าอเมริกาค่อนข้างซับซ้อน ส่วนเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่ต้องใช้ประกอบการขอไม่ได้ระบุชัดเจนแน่นอนเท่าไหร่ ด้วยเหตุนี้เราจึงขอสรุปให้เข้าใจง่ายและชัดเจนเป็นขั้นๆ ดังนี้

ก่อนอื่นเลยขอให้อ่านและทำความเข้าใจขั้นตอนในการยื่นขอวีซ่าสหรัฐฯ ชั่วคราวประเภทต่างๆ จาก
Nonimmigrant U.S. Visa

ถ้าอ่านแล้วงงหรือไม่มั่นใจ เราสรุปให้เคลียร์ๆ ตามนี้ครับ

1. ไปถ่ายรูปก่อนเลย  รูปถ่ายต้องมีขนาด 2×2″ (5 ซม.x5 ซม.) ขอเป็นไฟล์ jpeg มาด้วย
อ่านข้อกำหนดต่างๆ ของรูปถ่ายได้ที่ www.ustraveldocs.com/photoinfo

2. กรอกแบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าชั่วคราวประเภทธุรกิจ/ท่องเที่ยว (B-1/B-2) ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Online Nonimmigrant Visa Application (DS-160) ทาง https://ceac.state.gov/genniv/ โดยเลือก location where you will be applying for this visa คือ THAILAND, BANGKOK กดปุ่ม Test Photo แล้ว upload รูปที่ถ่ายมา ใส่รหัสที่โชว์อยู่ แล้วคลิก START AN APPLICATION ก็จะได้หมายเลขยืนยันแบบฟอร์ม DS-160 หรือ Application ID ที่ขึ้นต้นด้วย AA แล้วตามด้วยตัวเลขและตัวอักษรรวม 8 ตัว

จากนั้นอ่านข้อความภาษาอังกฤษที่แจ้งไว้ให้เข้าใจและเลือก Security Question และตอบคำถามเอง เสร็จแล้วกรอกข้อมูลส่วนตัวและตอบคำถามต่างๆ ไปทีละข้อทีละหน้า

หน้าที่ต้องกรอกข้อมูลยาวๆ เช่น ประวัติการเรียน ประวัติการทำงานสำหรับคนที่เคยทำงานมาหลายแห่ง (กรอกที่ทำงานหลัก 2-3 แห่งก็พอ) ควรร่างไฟล์ word ไว้ก่อนแล้ว copy ไป paste ตามช่องต่างๆ เพื่อความรวดเร็ว เพราะถ้าใช้เวลากรอกเกินเวลา (ไม่รู้กี่นาที) จะต้องกรอกคำถามข้อนี้ใหม่ทั้งหมด

เอาตัวอย่างหัวข้อแต่ละช่องให้ดูสำหรับร่างล่วงหน้านะครับ

– ชื่อมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียน (แค่ชั้นมัธยมก็พอ) เป็นภาษาอังกฤษ
– ที่อยู่และรหัสไปรษณีย์ของมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนภาษาอังกฤษ
– ชื่อคณะที่เรียนภาษาอังกฤษ สำหรับโรงเรียนชั้นมัธยมให้กรอก SECONDARY SCHOOL
– วัน/เดือน/ปีที่เข้าเรียน (โดยประมาณก็ได้ถ้าจำไม่ได้)
– วัน/เดือน/ปีที่เรียนจบ (โดยประมาณก็ได้ถ้าจำไม่ได้)

– ชื่อบริษัทภาษาอังกฤษ
– ที่อยู่และรหัสไปรษณีย์ของบริษัทภาษาอังกฤษ
– เบอร์โทรศัพท์ออฟฟิศ
– ตำแหน่งงานที่ทำเป็นภาษาอังกฤษ
– ชื่อ-นามสกุลหัวหน้างานเป็นภาษาอังกฤษ
– วัน/เดือน/ปีที่เริ่มทำงาน
– วัน/เดือน/ปีที่สิ้นสุดการทำงาน
– ลักษณะงานหรือหน้าที่ที่ทำเป็นภาษาอังกฤษสั้นๆ

ทั้งประวัติการเรียนและประวัติการทำงานกรอกจากล่าสุดไปเก่าที่สุด เอา resume สมัครงานมาช่วยกรอกได้เยอะเลยครับ

เนื่องจากแบบฟอร์มมีหลายหน้า บางหน้าต้องกรอกข้อมูลเยอะมาก ถ้ากรอกไม่เสร็จก็สามารถเซฟและเข้ามากรอกต่อได้โดยเข้า https://ceac.state.gov/genniv/ เหมือนเดิมแล้วคลิกปุ่ม RETRIEVE AN APPLICATION (สีแดง) แล้วกรอก Application ID ที่ขึ้นต้นด้วย AA ตอบคำถามส่วนตัวและ Security Question ซึ่งคุณเป็นผู้เลือกและตอบคำถามนั้นเอง

กรอกจนถึงหน้า Contact Person or Organization in the United States (จำไม่ได้ว่าถึงก่อนหรือหลังหน้าประวัติการเรียนและประวัติการทำงาน) ตรง Contact Person ที่ให้กรอกชื่อ-นามสกุลของคนที่อยู่ในสหรัฐฯ ถ้าไม่มี ให้เลือก Do Not Know แล้วกรอกช่อง Organization Name เป็นชื่อและที่อยู่โรงแรมที่ิคิดว่าจะเข้าพักแทนไปก่อน

เมื่อกรอกข้อมูลและตอบคำถามครบถ้วนแล้ว ให้ทำตามขั้นตอนไปจนถึงขั้นตอนสุดท้าย พอถึงหน้า Confirmation ให้กดปุ่ม Print Confirmation เพื่อนำไปในวันสัมภาษณ์ด้วย

3. เข้า https://cgifederal.secure.force.com ไปสร้างโพรไฟล์ในระบบนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าออนไลน์ หากยังไม่เคยสร้างโพรไฟล์ให้คลิก “ผู้เข้าใช้ใหม่” กรอกชื่อผู้ใช้งานและอีเมล แล้วเลือกการสมัครขอวีซ่าใหม่ / นัดสัมภาษณ์วีซ่า (ทางซ้ายมือ) ดำเนินการตามขั้นตอน เลือกชนิดวีซ่า สถานที่ยื่นคำร้องวีซ่า ประเภทวีซ่า และกรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ

4. ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าเป็นเงินบาทโดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • เมื่อถึงหน้าชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า ให้เลือก “Click Here For All Payment Options” เพื่อดูรายละเอียดวิธีการชำระเงินทั้งหมดซึ่งมี 2 วิธี คือ Cash และ Electronic Funds Transfer (EFT) กด Cash Payment เพื่ออ่านคำแนะนำเกี่ยวกับการชำระเงินทั้ง 2 วิธี

เลือกวิธีชำระเงินที่ต้องการและทำการชำระเงิน ค่าธรรมเนียมวีซ่าจะแสดงเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ผู้สมัครต้องชำระเป็นสกุลเงินบาทเท่านั้น เลือกไปจ่ายที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาง่ายกว่าครับ

  • เก็บเลขที่อ้างอิง Virtual Account ID ไว้เป็นหลักฐานในการทำนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าหลังจากชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าเรียบร้อยแล้ว

อ่านข้อมูลค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่า (MRV) ที่ www.ustraveldocs.com/visafeeinfo

วิธีการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ www.ustraveldocs.com/paymentinfo ดูตรงทางเลือกการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า

5. เมื่อชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าเรียบร้อยแล้วจะได้รับอีเมลแจ้งกลับภายใน 1-2 วันทำงาน ให้ Log in เข้าโพรไฟล์ไปทำการนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าโดยใช้เลขที่อ้างอิง Virtual Account ID เดียวกับตอนชำระค่าธรรมเนียม คลิกปุ่ม “นัดสัมภาษณ์วีซ่า” ที่เมนูด้านซ้ายมือ เลือกดูตารางสัมภาษณ์ที่ว่างอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือนถัดไป และกรอกข้อมูลดังนี้ หมายเลขหนังสือเดินทาง, เลขที่ใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียมวีซ่า, หมายเลขบาร์โค้ด 10 หลักที่ระบุไว้บนหน้ายืนยันแบบฟอร์ม DS-160 เสร็จแล้วพิมพ์ใบยืนยันนัดสัมภาษณ์ด้วย

6. ไปสถานทูตที่ถ. วิทยุ ตามวันและเวลานัดสัมภาษณ์ที่เลือกเอง

เอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ในการยื่นขอวีซ่าชั่วคราวประเภทธุรกิจ/ท่องเที่ยว (B-1/B-2) ในวันนัดสัมภาษณ์

  • ใบยืนยันแบบฟอร์ม DS-160 (Online Nonimmigrant Visa Application) ซึ่งก็คือแบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าชั่วคราวในระบบอิเล็กทรอนิกส์ (DS-160) ที่กรอกข้อมูลสมบูรณ์แล้ว

อ่านข้อมูลทั่วไปและวิธีการกรอกแบบฟอร์มได้ที่ www.ustraveldocs.com/ds160info

  • หนังสือเดินทางที่มีอายุคงเหลือมากกว่าระยะเวลาที่ตั้งใจจะอยู่ในสหรัฐอเมริกาอย่างน้อย 6 เดือน และหนังสือเดินทางเล่มเก่าทั้งหมดที่มี
  • รูปถ่ายขนาด 2×2″ (5 ซม.x5 ซม.) ที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน 1 รูป
  • ใบเสร็จชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าในสกุลเงินท้องถิ่นที่เทียบเท่าจำนวน 160 ดอลลาร์สหรัฐ (5,600 บาท) ฉบับจริง
  • ใบยืนยันนัดสัมภาษณ์
  • เอกสารประกอบอื่นๆ ที่เชื่อว่าจะเป็นข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้เจ้าหน้าที่กงสุลเชื่อว่าผู้ขอวีซ่าไม่มีเจตนาจะอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาอย่างถาวร คุณต้องพิสูจน์เพื่อหักล้างข้อสันนิษฐานให้เป็นที่มั่นใจ เช่น หลักฐานแสดงรายได้ การชำระภาษี เอกสารครอบครองทรัพย์สินหรือธุรกิจ รายละเอียดการเดินทางและ/หรือคำอธิบายอื่นๆ เกี่ยวกับการเดินทางของท่าน หนังสือรับรองการทำงานที่แสดงรายละเอียดตำแหน่ง เงินเดือน ระยะเวลาการว่าจ้าง และการอนุมัติวันหยุดหรือวัตถุประสงค์ทางธุรกิจในการเดินทางไปสหรัฐฯ และสลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน

เราเตรียมเอกสารประกอบเพิ่มเติมเผื่อเจ้าหน้าที่ขอดูทั้ง Statement เงินฝาก, หนังสือรับรองเงินฝากของธนาคารต่างๆ, หนังสือรับรองการทำงาน, สลิปเงินเดือน, โฉนดที่ดิน, ทะเบียนบ้านตัวจริง แต่ไม่ได้เตรียมหลักฐานการจองตั๋วเครื่องบิน หลักฐานการจองโรงแรมที่พัก แผนการเดินทาง ประกันการเดินทาง เหมือนการขอวีซ่าเชงเก้น

แต่เจ้าหน้าที่ถามแค่ 4 คำถาม และไม่ได้ขอดูเอกสารเพิ่มเติมเลย เก็บพาสปอร์ตไว้ (แปลว่าได้วีซ่า) และบอกว่า
Have fun in America 😀

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่าธุรกิจ/ท่องเที่ยวที่ www.ustraveldocs.com/typeb1b2
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่าชั่วคราวประเภทต่างๆ ที่ https://th.usembassy.gov/nonimmigrant-visas-classification

จริงๆ ถ้าขอวีซ่าท่องเที่ยว ไม่ต้องอ่านอะไรเยอะแยะครับ เวียนหัวเปล่าๆ 555 เพราะเที่ยวเองคัดกรองและสรุปย่อมาให้ในบทความนี้หมดแล้ว

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต