Guide to Brazil – ไป “เที่ยวเอง” บราซิล มีอะไรควรรู้บ้าง

ดินแดนแซมบ้า “บราซิล” คือประเทศขนาดใหญ่ที่มีความหลากหลายแบบสุดขั้วในแทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นในแง่สภาพภูมิประเทศ ความหลากหลายทางธรรมชาติ สถานะทางสังคม รวมทั้งสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ดังนั้น แค่เอ่ยชื่อ “บราซิล” เชื่อว่าแต่ละคนคงมีภาพจำหรือความคิดเกี่ยวกับประเทศนี้ต่างๆ นานาแน่นอน

เริ่มตั้งแต่สีสันและความคึกคักของเทศกาลคาร์นิวัล สุดยอดชายหาดที่มีพระอาทิตย์ตกสวยที่สุด รูปปั้นพระเยซูสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ป่าดงดิบแม่น้ำอเมซอนอันน่าค้นหา หรือจะเป็นนักฟุตบอลที่เก่งระดับเทพ ตรงกันข้าม บางคนอาจมองในแง่ลบ เช่น ชุมชนแออัด ปัญหายาเสพติด หรือการฉกชิงวิ่งราว ได้เช่นกัน 

ดังนั้น การวางแผนมาเที่ยวเองในบราซิล นอกจากจะต้องเตรียมตัวเรื่องข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวและวิธีการเดินทางแล้ว ยังมีข้อน่ารู้อีกหลายอย่างที่เราควรรู้และเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินทางเพื่อให้ทริปราบรื่นและปลอดภัยมากที่สุด

การเดินทางจากไทย

ด้วยที่ตั้งที่อยู่ไกลถึงทวีปอเมริกาใต้ ทำให้ไม่มีสายการบินที่บินตรงจากเมืองไทย โดยจะต้องเปลี่ยนเครื่องอย่างน้อย 1 ครั้ง สายการบินส่วนใหญ่มีไฟลท์ไปถึงแค่เมืองธุรกิจหลักอย่าง São Paulo เท่านั้น ถ้าอยากเดินทางไปถึง Rio de Janeiro เมืองท่องเที่ยวสำคัญแบบเปลี่ยนเครื่องแค่ครั้งเดียวมีแค่ 2 สายการบินเท่านั้น คือ Air France และ KLM (ในช่วงเวลาที่เราเดินทาง) โดยต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่กรุง Paris และ Amsterdam ตามลำดับ นับเป็นสายการบินที่ใช้เวลาบินรวมถึง Rio de Janeiro น้อยที่สุดแล้ว แถมคุณภาพเครื่องรวมทั้งงานบริการก็ได้มาตรฐาน ทำให้ระยะเวลายาวนานบนเครื่องนั้นไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด

เช็คตารางเวลา ราคา และซื้อตั๋วเครื่องบินได้ที่ www.airfrance.com

วีซ่า

บราซิลเป็นหนึ่งในประเทศที่ผู้ถือพาสปอร์ตไทยสามารถเดินทางเข้าไปเที่ยวได้เลยโดยไม่ต้องทำวีซ่าก่อน โดยอยู่ได้นานถึง 90 วัน ดังนั้นแค่พกพาสปอร์ตที่มีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือนไปก็พอแล้ว แต่เนื่องจากบางส่วนของบราซิลจัดอยู่ในเขตพื้นที่ระบาดของไข้เหลือง ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงควรฉีดวัคซีนไข้เหลืองกันไว้ก่อน โดยสามารถไปฉีดได้ที่คลินิกเวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทาง (คลินิกนักท่องเที่ยว) มหาวิทยาลัยมหิดล, คลินิกเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและอายุรศาสตร์การท่องเที่ยว สภากาชาดไทย และสถาบันบำราศนราดูร กระทรวงสาธารณสุข ฉีดก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 10 วัน และพกสมุดเล่มเหลืองที่ได้รับการยืนยันว่าฉีดวัคซีนแล้วติดตัวไปด้วยเผื่อเจ้าหน้าที่ขอดู

ช่วงเวลาน่าไป

ด้วยความที่บราซิลเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่โตมาก สภาพอากาศในแต่ละพื้นที่จึงแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปตามเมืองท่องเที่ยวชื่อดังริมชายฝั่งจะมีอากาศร้อนเกือบทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 30 องศาเซลเซียส

รวมๆ แล้วบราซิลมี 2 ฤดู คือ ฤดูแห้งระหว่างเดือนมีนาคม-พฤศจิกายน ช่วงที่อากาศค่อนข้างเย็นคือช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน และฤดูเปียกคือเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนของซีกโลกใต้ ส่วนช่วงที่อากาศกำลังดี ไม่ร้อนไม่ชื้นจนเกินไป น่าเที่ยวที่สุดคือช่วงเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม

ส่วนน้ำตก Iguaçu ช่วงเดือนธันวาคม-มีนาคม อุณหภูมิสูงที่สุด อากาศร้อนทำให้น้ำในแม่น้ำระเหยมากจนกลายเป็นฝน ช่วงนี้มีปริมาณน้ำมาก ส่วนเดือนมิถุนายน-สิงหาคมอากาศจะเย็นลง ปริมาณน้ำไม่มากเท่า แต่ท้องฟ้ามีโอกาสใสมากกว่า

เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ และวันหยุดอีสเตอร์ คือ high season นักท่องเที่ยวจะเยอะมากและที่พักมักจะเต็ม

สรุปแล้วเดือนรองอย่าง มีนาคม เมษายน และกันยายน จึงเป็นช่วงเวลาที่น่ามาเที่ยวน้ำตกอีกวาซูเพราะนักท่องเที่ยวจะน้อยหน่อยแม้ปริมาณน้ำจะไม่สูงสุดก็ตาม

ค่าเงิน

บราซิลใช้เงิน real brasileiro หรือ Brazilian real (BRL / R$) โดย 1 real (เฮอัล) มีค่าเทียบเท่าประมาณ 8.60-8.70 บาท สามารถนำเงินสกุลหลัก เช่น USD, GBP (Pound) และ Euro ไปแลกได้ โดย 1 USD แลกได้ประมาณ 3.50 BRL

ถ้าบินมาถึงสนามบิน Galeão (GIG) นคร Rio de Janeiro ควรแลกเงินส่วนหนึ่งเท่าที่พอใช้ตั้งแต่ก่อนรับกระเป๋าและผ่านศุลกากรออกไปที่ Arrival Hall เลย มีร้านแลกเงินอยู่ 2 เจ้าซึ่งไม่แสดงอัตราแลกเปลี่ยน ต้องใช้การสอบถามพนักงานขาย โดยเรทจะแตกต่างกันไปตามจำนวนเงินที่ต้องการแลก ที่เหลือสามารถเข้าไปแลกในตัวเมืองได้ เช่น ในเขตชุมชนของย่าน Copacabana และ Ipanema ซึ่งค่อนข้างปลอดภัย รวมถึงแลกตามโรงแรมดีๆ ซึ่งจะได้เรทดีกว่าที่สนามบินพอสมควร

การเดินทางภายในประเทศ

เนื่องจากขนาดของประเทศบราซิลนั้นกว้างใหญ่มาก การเดินทางเชื่อมต่อระหว่างเมืองต่างๆ จึงควรใช้การบินภายในเพื่อความสะดวก ปลอดภัย และประหยัดเวลา แต่ก็อาจต้องจ่ายแพงกว่าการเลือกใช้รถบัสเป็นธรรมดา โดยสายการบินที่คนทั่วไปนิยมใช้กันมีอยู่ 2 สาย ได้แก่ GOL Linhas Aéreas Inteligentes (Gol Intelligent Airlines) และ LATAM ซึ่งส่วนมากมีเส้นทางระหว่างเมืองหลักหลายไฟลท์ต่อวัน ยิ่งซื้อล่วงหน้านานราว 3 เดือน ยิ่งได้ราคาที่ถูกกว่าซื้อใกล้วันเดินทางค่อนข้างมาก

ค่าครองชีพ

แน่นอนว่าบราซิลเป็นประเทศท่องเที่ยวชื่อดัง ค่าครองชีพทั่วไปตามเมืองท่องเที่ยวหลักอย่าง Rio de Janeiro และ Foz do Iguaçu จึงถือว่าสูงพอสมควรเลย เช่น ค่าอาหาร 1 มื้อ (รวมน้ำ) ตามร้านอาหารระดับกลางทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ 40-50 BRL (ราว 340-430 บาท) โดยมีค่า service charge อีก 10% รวมมาในบิลเลย ถ้าเป็นอาหารประเภทกริลล์ราคาประมาณ 100 BRL

ส่วนค่าแท็กซี่เริ่มต้น 5.50 BRL ขึ้นครั้งละ 0.25  BRL โดยขึ้นทุกๆ ประมาณ 30 วินาที ถ้านั่งระยะไกลใช้วิธีการเหมาไปเลยดีกว่า สำหรับค่าที่พักมีให้เลือกหลายระดับ แถว Copacabana ถ้าอยู่ริมทะเลราคาเฉลี่ยคืนละ 3,000-4,000 บาท

ความปลอดภัย

ชื่อเสียงเรื่องความอันตรายของบราซิลในแง่การจี้ปล้นและฉกชิงวิ่งราวทำให้นักท่องเที่ยวที่อยากมาเที่ยวต้องหวาดหวั่นใจเป็นธรรมดา แต่จากที่เราได้ไปเยือนมาแล้วและใช้วิธีการเที่ยวในตัวเมืองด้วยระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก ต้องบอกว่าถ้าเราระมัดระวังตัวอยู่ตลอด คอยสังเกตคนที่อยู่รอบข้าง แต่งกายง่ายๆ ไม่พกของมีค่าให้ดูโดดเด่นล่อตาล่อใจ เก็บโทรศัพท์มือถือและกล้องถ่ายรูปทันทีที่ใช้เสร็จ พกเงินเท่าที่จะใช้ ไม่ไปย่านศูนย์กลางธุรกิจของเมือง (Centro) ในช่วงก่อนเข้างานและหลังเลิกงานที่คนทำงานน้อยและห้างปิด ไม่ไปในย่านชุมชนแออัดด้วยตัวเอง โอกาสเกิดอันตรายก็น้อยลง ส่วนตามสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังถือว่าปลอดภัยเพราะมีตำรวจประจำการอยู่

อีกสิ่งที่ควรเตรียมไปคือกระเป๋าสะพายที่ช่วยป้องกันการโจรกรรมได้ เราแนะนำของ pacsafe ที่ออกแบบมาเพื่อการป้องกันโดยเฉพาะ สามารถหาซื้อได้ที่ร้าน URBAN AKTIVE ชั้น 2 อัมรินทร์ พลาซ่า, ร้าน pacsafe สาขาเซ็นทรัลพระราม 3, บางนา, ลาดพร้าว และเซ็นทรัลเวิลด์

ภาษา

ประเทศในทวีปอเมริกาใต้เกือบทั้งหมดสื่อสารกันด้วยภาษาสเปน แต่บราซิลที่ใช้ภาษาโปรตุกีสเพราะเป็นอาณานิคมของโปรตุเกสมายาวนาน ส่วนภาษาอังกฤษนั้นแทบไม่กระดิก (ยกเว้น Guyana) เว้นแต่คนที่ทำงานในธุรกิจท่องเที่ยวที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษรู้เรื่อง ดังนั้นการเตรียมคำภาษาโปรตุกีสพื้นฐานที่ใช้บ่อยๆ มาก่อนก็ช่วยให้เราเที่ยวได้ง่ายและสะดวกขึ้นบ้าง

อินเตอร์เน็ต

คล้ายๆ กับประเทศอื่นๆ รอบโลกที่สามารถไปซื้อ local sim สำหรับใช้แพ็คเกจโทรและอินเตอร์เน็ตได้ แต่ค่อนข้างไม่สะดวกเพราะอาจสื่อสารกับคนขายไม่รู้เรื่อง ขอแนะนำให้ใช้เป็น Pocket WiFi ที่พกไปจากเมืองไทย เท่าที่เห็นว่าใช้ในบราซิลและอีกหลายประเทศในอเมริกาใต้ได้คือของ Sanook WiFi ซึ่งโดยรวมถือว่าสัญญาณดีเลย แถมแบตทนด้วยเพราะเปิดไว้เกือบทั้งวันยังไม่หมดเลย ใช้ร่วมกัน 2 คน วันละ 500 MB ได้สบายๆ
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.sanookwifi.com

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต