ดั่งต้องมนต์…9 เมืองเทพนิยายแห่งยุโรป

เชื่อว่าหลายคนเคยใฝ่ฝันจะได้เดินทางไปยังเมืองที่เต็มเปี่ยมด้วยบรรยากาศของเทพนิยาย ซึ่งให้อารมณ์ความรู้สึกแบบย้อนยุคราวกับได้ย้อนกลับไปอยู่ในช่วงยุคกลางอีกครั้งหนึ่ง บางคนจินตนาการว่าในอดีตคงมีพระราชา พระราชินี เจ้าชาย เจ้าหญิง และกลุ่มองครักษ์ผู้จงรักภักดี ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน

และนี่คือเมืองในฝันที่ยังคงรักษาสภาพบ้านเรือนและเขตเมืองเก่าได้เป็นอย่างดี จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งเทพนิยายที่ไม่ว่าคุณจะช่างเพ้อฝันจินตนาการหรือไม่ ก็ควรเดินทางไปเยือนทั้งสิ้น

Rothenburg ob der Tauber, Germany

Rothenburg ob der Tauber  เมืองเล็กๆ ในแคว้นบาวาเรียทางตอนใต้ของเยอรมัน ชื่อเมืองมีความหมายว่า
ปราการสีแดงบนฝั่งลุ่มน้ำเทาเบอร์เนื่องจากตัวเมืองตั้งอยู่บนที่ราบสูงเหนือแม่น้ำและบ้านเรือนมีหลังคาสีแดงนั่นเอง โรเธนบวร์กเป็นเมืองมรดกโลกและเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของเยอรมันด้วยสภาพสุดคลาสสิกของ Altstadt หรือเขตเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี โดยหนึ่งในไฮไลท์ของเมือง ได้แก่ บริเวณ Plönlein
ที่มีความหมายในภาษาเยอรมันว่า “จัตุรัสเล็ก” เพราะด้วยความลงตัวของทัศนียภาพและสถาปัตยกรรมยุคกลางอัน
โดดเด่นนั่นเอง

วิธีการเดินทางมา: ส่วนหนึ่งของเส้นทางสายโรแมนติกของบาวาเรียที่นิยมขับรถเที่ยวชม แต่ถ้าจะเดินทางด้วยรถไฟก็สามารถทำได้ โดยสามารถเดินทางมาได้จากเมืองใหญ่ต่างๆ ในรัฐบาวาเรีย อาทิ Munich หรือ Nuremburg แต่ใช้เวลานานกว่าขับรถเที่ยว เพราะต้องเปลี่ยนรถไฟท้องถิ่นหลายรอบ

Rothenburg ob der Tauber

Prague, Czech Republic

แน่นอนว่ากรุง Prague หรือ Praha เมืองหลวงของประเทศสาธารณเช็ก ต้องติดอยู่ในรายชื่อเมืองเทพนิยาย
เพราะทุกย่างก้าวที่เดินอยู่ในเขตเมืองเก่านั้นให้ความรู้สึกเหมือนย้อนยุคกลับยุคกลางยังไงยังงั้น เมืองที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนไทยที่สุดแห่งหนึ่งนี้มหัศจรรย์ด้วยสะพานข้ามแม่น้ำ Vltava ยอดแหลมของมหาวิหารสไตล์โกธิค ความเก่าขลังของปราสาทโบราณ รวมทั้งอาคารบ้านเรือนอันวิจิตร ซึ่งนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างเคยต้องมนต์เสน่ห์ของปรากจนต้องกลับมาเยือนอีกหลายครั้ง

การเดินทางมา: เดินทางมาได้อย่างสะดวกทุกวิธีการ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องบิน รถไฟ และรถบัส โดยเชื่อมต่อทางบกกับเมืองใหญ่มากมาย ทั้งในและระหว่างประเทศ เช่น Český Krumlov, Vienna, Nuremburg, Warsaw เป็นต้น

Prague

Tallinn, Estonia

กรุง Tallinn เมืองหลวงของประเทศ Estonia ประเทศที่อดีตเคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของหลายประเทศ ได้แก่ เดนมาร์ก สวีเดน และสหภาพโซเวียต เอสโตเนียเพิ่งประกาศแยกตัวเป็นอิสระจากการปกครองของสหภาพโซเวียตเมื่อปี  1991 ที่ผ่านมานี้เอง ตรงกลางของภาพคือ Raekoja plats (Town Hall Square) จัตุรัสกลางเมืองซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์กลางการค้าของเมือง จัตุรัสเมืองเก่านี้ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกจากองค์การ UNESCO เมื่อปี 1997 บริเวณจัตุรัสเต็มไปด้วยอาคารเก่าสไตล์อาร์ตนูโวและโกธิค มีอาคารที่เห็นหอคอยสูงเด่นคือ Tallinna raekoda (Tallinn Town Hall) หรือศาลาว่าการเมืองที่สร้างในสไตล์โกธิคมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ในอดีตจัตุรัสแห่งนี้เคยใช้เป็นลานประหารชีวิตนักโทษอีกด้วยด้วย

การเดินทางมา: เดินทางมาได้ทั้งทางเครื่องบิน รถบัส และเรือ โดยนิยมที่สุด คือ ข้ามเรือมาจากกรุง Helsinki
เมืองหลงของประเทศฟินแลนด์ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

Tallinn

 

Mostar, Bosnia & Herzegovina

Mostar เมืองสำคัญในเขต Herzegovina ส่วนหนึ่งของประเทศ Bosnia & Herzegovina ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เมืองที่เป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมแห่งนี้นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่สุดของบอสเนีย เพราะด้วยทัศนียภาพของเมืองเก่าแบบออตโตมันที่ยังคงรักษาไว้อย่างสมบูรณ์และมีแม่น้ำ Neretva ไหลผ่านกลางเมือง โดยไฮไลท์สำคัญของเมืองดังกล่าวอยู่ที่สะพานเมืองเก่า หรือ Stari Most ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ในยุคออตโตมัน ซึ่งในช่วงหน้าร้อนมักมีผู้คนนิยมมากระโดดลงไปในแม่น้ำเพื่อท้าทายความกล้า

การเดินทางมา: ส่วนมากนิยมเดินทางด้วยรถไฟและรถบัส รถไฟจากกรุง Sarajevo เมืองหลวงของประเทศบอสเนียฯ
ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง โดยได้ชื่อว่าเป็นเส้นทางรถไฟชมวิวสายสำคัญในแถบบอลข่าน ส่วนรถบัสมีบริการเชื่อมต่อเมืองต่างๆ ในละแวกใกล้เคียงทั้งหมด จากเมือง Dubrovnik ใช้เวลาเดินทางราว 4 ชั่วโมง และจากกรุง Sarajevo ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงครึ่ง

Mostar

San Marino

Repubblica di San Marino ประเทศเล็กๆ บนเทือกเขา Apennine ในดินแดนตอนกลางของอิตาลี ที่มีพื้นที่เพียง 61 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรน้อยที่สุดในสมาชิกสหภาพยุโรป คือ ประมาณ 30,000 คนเท่านั้น แต่ด้วยทัศนียภาพอันสวยงาม ซึ่งเป็นป้อมปราการเก่าอยู่บนที่สูง สามารถมองเห็นเมือง Rimini ของอิตาลีได้อย่างดี บวกกับความเก่าแก่ของสถาปัตยกรรมยุคโรมัน ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวนับเป็นรายได้หลักของประเทศ ส่งผลให้ซาน มาริโน ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก เมื่อเปรียบเทียบ GDP ต่อประชากร รวมทั้งยังมีอัตราการว่างงานที่ต่ำสุดในยุโรป และยังไม่มีหนี้สาธารณะอีกด้วย

การเดินทางมา: เมืองที่อยู่ใกล้ที่สุด คือ Rimini ซึ่งสามารถมาได้ทางรถไฟจากหลายเมืองใหญ่ในอิตาลี จาก Rimini ต้องใช้รถบัสขึ้นเขาไปอีกประมาณ 50 นาที

San Marino

Mont Saint-Michel, France

Mont Saint-Michel เกาะเล็กๆ ริมชายฝั่งแคว้นนอร์มังดี ทางตะวันตกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส เกาะนี้อยู่ห่างจากชายฝั่งแค่ประมาณ 1 กิโลเมตร มีสะพานรถข้ามถึงตัวเกาะ อีกทั้งในช่วงน้ำลง ยังสามารถเดินเท้าข้ามไปได้อีกด้วย ทำให้การคมนาคมสะดวกอย่างมาก ในอดีตเกาะนี้เป็นจุดสำคัญทางยุทธศาสตร์ในการป้องกันประเทศฝรั่งเศส ส่งผลให้ปัจจุบันจะพบป้อมปราการตั้งตระหง่านโดดเด่น รวมถึงยอดแหลมของโบสถ์ที่มองเห็นได้จากระยะไกล

การเดินทางมา: แน่นอนว่าวิธีการที่สะดวกที่สุดคือการเช่ารถขับ แต่ถ้าจะไปโดยรถสาธารณะสามารถใช้รถไฟจากสถานี Montparnasse ในกรุงปารีส ไปที่เมือง Rennes ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที แล้วต่อรถบัสของบริษัท Keolis Emeraude ไปอีกราว 90 นาที

Mont Saint-Michel

Conques, France

Conques ชุมชนเล็กๆ ในจังหวัด Aveyron เขตแคว้น Midi-Pyrénées ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส หมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนเนินเขาแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้รอบด้าน รวมทั้งทรัพยากรน้ำ เนื่องจากตั้งอยู่บนพื้นที่ซึ่งแม่น้ำ Dourdou และ Ouche ไหลมาบรรจบกัน โดยเสน่ห์ของชุมชนดังกล่าวอยู่ในเขตเมืองเก่าซึ่งรายล้อมไปด้วยอาคารแบบฝรั่งเศสใต้ที่สร้างขึ้นระหว่างปี 1800-1950 รวมไปถึงถนนคนเดินตั้งแต่ยุคกลางที่ลัดเลาะไปมาตามเนินเขา ภายในเมืองยังมีมรดกโลกอย่างมหาวิหาร Saint-Foy ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นจุดพักสำคัญของผู้แสวงบุญที่ต้องการเดินทางไปยังมหาวิหารแห่ง Santiago de Compostela ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสเปน

การเดินทางมา: วิธีการท่องเที่ยวในแถบตอนใต้ของฝรั่งเศสที่สะดวกที่สุดคงหนีไม่พ้นการขับบรถ เพราะการเดินทางด้วยรถสาธารณะไปยังหมู่บ้านเล็กๆ ทำได้ค่อนข้างลำบาก เพราะต้องเปลี่ยนรถไฟหลายรอบ รวมทั้งอาจต้องใช้แท็กซี่ในระยะทางไกลซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง โดยเมืองใหญ่ที่อยู่ใกล้ที่สุด คือ Toulouse

Conques

Sibiu, Romania

ทิวทัศน์บ้านเรือนและขุนเขารอบทิศของเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมยุโรปเมื่อปี 2007 อย่าง Sibiu อดีตเมืองหลวงของแคว้น Transylvania ทางตอนกลางของประเทศ Romania ด้วยความที่เขตเมืองเก่าของซีบิวซึ่งเป็นชุมชนของชาวเยอรมันเป็นส่วนใหญ่เต็มไปด้วยบ้านเรือนตามตรอกซอกซอยในศิลปะแบบบาโรคและโกธิคที่ตั้งขนาบแม่น้ำ Cibin ส่งผลให้เมืองเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 นี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองมรดกสำคัญทางวัฒนธรรมของโรมาเนีย รวมทั้งทวีปยุโรป และยังได้รับตำแหน่งสถานที่ที่มีความงดงาม เรียบง่าย และมีเสน่ห์ในแบบชนบทอันดับที่ 8 จากการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes อีกด้วย

การเดินทางมา: สามารถมาได้ทั้งทางเครื่องบิน รถบัส และรถไฟ โดยรถบัสจะใช้เวลาน้อยกว่ารถไฟ แต่แพงกว่า จากกรุง Bucharest เมืองหลวงของโรมาเนีย รถบัสตรงใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง และจากเมือง Brașov อีกเมืองท่องเที่ยวสำคัญของโรมาเนีย ใช้เวลาเดินทางโดยรถบัสใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงครึ่ง ส่วนรถไฟใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที

Sibiu

Riquewihr, France

อีกหนึ่งหมู่บ้านสุดงดงามในแคว้น Alsace ทางตะวันออกของประเทศฝรั่งเศสนามว่า Riquewihr ในเขตจังหวัด Haut-Rhin หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ห่างจากเมือง Colmar เมืองท่องเที่ยวชื่อดัง ไปทางเหนือประมาณ 11 กิโลเมตรแห่งนี้เป็นหนึ่งในสมาชิกของ Les Plus Beaux Villages de France หรือหมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส โดยในเขตเมืองเก่าโดดเด่นด้วยอาคารสถาปัตยกรรมแบบเฉพาะแคว้นอัลซาซซึ่งไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมทั้งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของแคว้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หนึ่งในไฮไลท์ของที่นี่คือหอนาฬิกาชื่อว่า Dolder Tour หอคอยโบราณที่ตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้าน

การเดินทางมา: จำเป็นต้องมาที่เมือง Colmar ก่อน ไม่ว่ามาจากเมืองใดก็ตาม แล้วค่อยต่อรถบัสสาย 106 ใช้เวลา
เดินทางราว 30 นาที

Riquewihr

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต