กฎหมายพิเศษเกี่ยวกับการขับรถเที่ยวในประเทศต่างๆ ของยุโรปที่ควรรู้ไว้

“การเช่ารถขับ” นับเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ผู้คนนิยมเลือกใช้เดินทางเชื่อมต่อระหว่างเมืองแทนการใช้รถสาธารณะประเภทต่างๆ เนื่องจากสะดวก มีความเป็นส่วนตัว อยากแวะจอดที่ไหนก็สามารถทำได้ (เว้นแต่ทางหลวงและในเขตชุมชนบางแห่งที่ห้ามจอด) บางครั้งถ้าไปกันหลายคนอาจประหยัดกว่าการเดินทางวิธีอื่น รวมทั้งสามารถเข้าถึงเมืองหรือหมู่บ้านขนาดเล็กที่ขนส่งสาธารณะเข้าไม่ถึงได้เป็นอย่างดี แม้อาจต้องเหนื่อยกว่าปกติเพราะต้องใช้สมาธิขับรถเองก็ตาม

อย่างไรก็ดี การเช่ารถขับเที่ยวเองจำเป็นต้องรู้กฎเกณฑ์บางอย่างที่เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว เช่น ต้องมีใบขับขี่สากล แทบทุกประเทศยกเว้นอังกฤษขับพวงมาลัยซ้าย ทางหลวงหลักมีการจำกัดความเร็ว บางเมืองห้ามขับรถเข้าเขตชุมชน ต้องหยุดรถให้คนข้ามถนนตรงทางม้าลายทุกครั้ง เป็นต้น แต่ในบางประเทศก็มีกฎหมายเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนที่อาจแตกต่างจากประเทศอื่นไปบ้าง มาดูกันเลยครับว่าประเทศไหนมีกฎหมายพิเศษอย่างไรกันบ้าง

ฝรั่งเศส – ห้ามเปิดใช้ระบบนำทางด้วยดาวเทียมหรือ Satellite Navigation System (Sat Nav) ในบริเวณที่มีกล้องตรวจจับความเร็วเปิดใช้งานอยู่ มิเช่นนั้นอาจถูกปรับเงินสูงถึง 1,200 ยูโร (ราว 50,000 บาท) ได้ รวมทั้ง กฎหมายจราจรยังระบุว่าผู้ขับขี่ทุกคนต้องมีเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์จากลมหายใจติดอยู่ในรถ

ประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวีย – รถทุกคันจำเป็นต้องมีไฟหน้าและเปิดใช้งาน แม้จะเป็นช่วงตอนกลางวันก็ตาม

สเปน – ถ้าสวมใส่แว่นตาขณะขับรถ คุณจำเป็นต้องมีแว่นอีกอันสำรองติดตัวไว้ ห้ามใช้แฮนด์ฟรีแบบ DIY ขณะขับรถ รวมทั้งห้ามขับรถยนต์โดยสวมรองเท้าแตะ นอกจากนี้ในบางเมืองยังต้องจอดรถคนละด้านกับทางที่รถวิ่ง ขึ้นอยู่กับว่าเป็นวันใดในสัปดาห์

เยอรมนี – รถยนต์ที่ไม่เปลี่ยนเป็นล้อสำหรับช่วงฤดูหนาวแล้วออกมาตามถนนเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และห้ามจอดรถบนทางหลวงด่วนพิเศษ หรือ Autobahn

ลักเซมเบอร์ก – บังคับให้รถยนต์ทุกคันต้องมีที่ปัดน้ำฝนที่กระจกหน้ารถ

เบลารุส – การขับรถยนต์ที่สกปรกเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

เซอร์เบีย – อุปกรณ์ที่บังคับให้มีอยู่ในรถคือเชือกความยาว 3 เมตร และอุปกรณ์การลากจูงรถ

รัสเซีย – ห้ามจอดรับผู้โบกรถข้างทางขึ้นรถไปด้วย

driving-in-the-city

ที่มา: telegraph.co.uk