เที่ยว (ประเทศ) (จำนวนวันและคืน) ด้วยงบ (ตัวเลข) ทำได้จริงหรือ??

ต้องยอมรับว่ากระแสการรีวิวกระทู้ท่องเที่ยวด้วยการจั่วหัวเรื่องตัวเลขเงินที่ใช้ขึ้นมาเป็นจุดขายนับเป็นสิ่งที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน และดูจะได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะทำให้ผู้สนใจสามารถประเมินความเป็นไปได้ว่าตัวเองจะไปได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม เมื่ออ่านจบแล้ว สิ่งหนึ่งที่ควรทำ คือ การย้อนกลับมาพิจารณาถึงข้อจำกัดต่างๆ ของตัวเอง โดยอาศัยเงื่อนไขหรือปัจจัยที่ส่งผลต่องบประมาณโดยตรง และเปรียบเทียบว่าตนเองสามารถทำได้กี่ข้อเพื่อเป็นตัวช่วยในการประเมินอีกแรงหนึ่ง ดังนี้

1. ตั๋วเครื่องบิน – การจะได้ตั๋วเครื่องบินถูก ควรจะจองล่วงหน้าเป็นระยะเวลาอย่างต่ำ 3 เดือนก่อนเดินทาง หรือเลือกจองในช่วงที่มีโปรโมชั่นพิเศษ เช่น Air Asia หรือสายการบิน full service ชื่อดังบางสายการบินก็มีบ่อยๆ หรือจองตั๋วแบบจุดหมายปลายทางที่ไปและกลับคนละเส้นทางกันก็เป็นอีกวิธีเช่นกัน โดยตั๋วเครื่องบินเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะทำให้ทริปนั้นๆ ถูกหรือแพง เพราะโดยเฉลี่ยแล้ว คิดเป็นเกือบครึ่งของค่าใช้จ่ายทั้งหมด

2. โรงแรมหรือที่พัก – หากมีที่พักฟรี เช่น บ้านญาติ หอพักเพื่อน หรือ web community ในโลกออนไลน์ที่ให้บ้านพักฟรีสำหรับสมาชิก รวมทั้งการเลือกนอน hostel ห้องพักรวม ห้องน้ำรวม ก็จะช่วยประหยัดงบไปได้เยอะแต่ก็ขึ้นอยู่กับความชอบและความพึงพอใจของแต่ละคนด้วย

3. วิธีการเดินทางระหว่างเมือง  หากเลือกค้างคืนในรถสาธารณะ เช่น รถบัส รถไฟ จะสามารถประหยัดเงินได้พอสมควร แต่อาจไม่เหมาะสมกับข้อจำกัดของแต่ละคน หรือข้อจำกัดของแต่ละประเทศซึ่งอาจมีความปลอดภัยต่ำ หรือถ้าเลือกรถช้าแบบหวานเย็น จอดทุกเมืองก็จะได้ราคาที่ต่ำกว่ารถแบบ high speed อย่างแน่นอน

4. จำนวนเมืองและจำนวนวันที่ไปในทริปนั้น – เน้นว่าไม่ใช่จำนวนประเทศ เพราะยิ่งจำนวนเมืองมากเท่าไร ยิ่งส่งผลต่อค่าเดินทางระหว่างเมืองเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น ค่ารถไฟ รถบัส เรือ เครื่องบิน หรือแม้แต่ค่าน้ำมัน (กรณีเช่ารถขับ) รวมทั้งจำนวนวันที่ไป ยิ่งมากยิ่งเพิ่มค่าใช้จ่ายมากมายแน่นอน ทั้งค่าที่พักและค่ากินอยู่

5. อาหารการกิน – หากกินอาหารดีๆ ตลอดทริป งบประมาณก็พุ่งสูงแน่นอน แต่ถ้าเอาอาหารสำเร็จรูปไปจากเมืองไทย กินฟาสต์ฟู้ด อาหารจีน หรือซื้อของลดราคาในซุปเปอร์มาร์เกตบ้าง ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายเรื่องนี้ได้พอสมควร แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมและความพึงพอใจส่วนบุคคลอีกเช่นกัน

6. ฤดูกาลที่ไป  ในทวีปยุโรป ถ้าเป็นหน้าหนาว (พ.ย.-มี.ค.) จะเป็นช่วง low season ราคาสินค้าและบริการบางอย่างก็จะถูกกว่าช่วงหน้าร้อน (มิ.ย.-ส.ค.) ซึ่งเป็นช่วง high season ไม่ว่าจะเป็น ค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา หรือค่าโดยสารรถสาธารณะ (ในบางประเทศ)

7. อาชีพของคนที่จะไปเที่ยว  ถ้าเป็นคนทำงานประจำก็อาจจะวางแผนการเดินทางล่วงหน้านานๆ ได้ยากกว่าคนที่ไม่ได้ทำงานประจำ ส่งผลให้ไม่อาจจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม รถไฟ รถบัส ล่วงหน้าเป็นปีได้ ซึ่งการจองล่วงหน้านานๆ จะทำให้ราคาต่ำกว่าราคามาตรฐานมาก รวมทั้งปัจจัยข้อนี้ยังมีผลต่อราคาตั๋วเครื่องบิน เพราะถ้าทำงานอิสระ ไม่มีข้อจำกัดเรื่องวันทำงานหรือวันลา ทำให้สามารถเลือกตั๋วเครื่องบินไป-กลับในวันที่ราคาถูกสุดได้

8. จำนวนผู้ร่วมทริป  ยิ่งถ้ามีจำนวนผู้ร่วมเดินทางมากเท่าไร ยิ่งถูกลงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าที่พัก อาหาร ค่ารถโดยสาร (บางทีใช้เป็นตั๋วกรุ๊ปได้) ถ้าไปคนเดียวรับเต็มแน่นอน แต่ถ้ามากกว่า 6 คนก็อาจทำให้ขาดความคล่องตัวได้

9. Connection  การมีคนรู้จักคนอยู่ในประเทศนั้นๆ ก็อาจสามารถช่วยได้ เช่น ช่วย (ขับรถ) พาไปเที่ยวนอกเขตเมือง ทำให้ประหยัดค่าเดินทางได้ส่วนหนึ่ง

10. อัตราแลกเปลี่ยนเงิน  ถ้าแลกเงินไปในช่วงที่อัตราถูกก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มาก เพราะฉะนั้นการไปประเทศเดียวกันเมื่อหลายปีก่อนไม่สามารถเทียบกับงบประมาณที่จะไปในปัจจุบันได้ โดยอาจแพงกว่าหรือถูกกว่าได้ เพราะค่าเงินขึ้นลงได้ตลอด

ยิ่งมีปัจจัยข้างบนมากข้อเท่าไร ยิ่งทำให้ราคาถูกลงเท่านั้น ดังนั้นเมื่ออ่านกระทู้ริวิวหรือหนังสือท่องเที่ยวที่เน้นหัวเรื่องด้าน “งบประมาณในทริปนั้น” จึงจำเป็นต้องใช้วิจารณญาณและประเมินเปรียบเทียบถึงความเป็นไปได้ของตนเองด้วย เพื่อให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยไม่เหนื่อยหรือลำบากจนเกินไป รวมทั้งไม่ควรขาดอรรถรสและสุนทรียะแห่งการท่องเที่ยวด้วยตัวเองไป

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต