เมืองในยุโรปที่โดดเด่นด้วยบ้านเรือนสไตล์ half-timbered สุดน่ารัก

เสน่ห์สำคัญอย่างหนึ่งของทวีปยุโรปคือเขตเมืองเก่าที่ไม่ว่าจะเป็นเมืองเล็กเมืองใหญ่ก็จะได้ฟีลลิ่งบรรยากาศย้อนยุคเสมอ เขตเมืองเก่าส่วนมากรายล้อมด้วยบ้านเรือนโบราณอายุหลายร้อยปีที่สงวนรักษาไว้เป็นอย่างดี โดยหนึ่งในศิลปะที่โดดเด่นและมีความน่ารักเฉพาะตัวที่ช่วยเพิ่มแรงดึงดูดให้กับเมืองได้ดีมากก็คือ “Half-Timbered” ซึ่งเป็นบ้านเรือนยุคกลางที่ก่อสร้างด้วยปูนแล้วโชว์โครงสร้างไม้ไว้ด้านนอก โดยมากมักตกแต่งด้วยพุ่มดอกไม้ พร้อมกับทาสีบ้านด้วยสีสันสดใสน่ารัก

ศิลปะดังกล่าวพบเห็นได้ทั่วไปในยุโรปตะวันตกและสแกนดิเนเวียบางส่วน โดยเฉพาะในฝรั่งเศสและเยอรมนี ถ้าชอบศิลปะแนวนี้ “เที่ยวเอง” ได้คัดเลือกเมืองขนาดเล็กถึงกลางที่สามารถเดินเล่นชิลล์ๆ ในเมืองได้แบบสบายมาให้เป็นทางเลือกกันครับ

Bamberg, Germany

เมืองมรดกโลกในรัฐ Bavaria ทางภาคกลางตอนล่างของประเทศ Germany ซึ่งเริ่มได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทยมากขึ้นเรื่อยๆ เมืองดังกล่าวโดดเด่นจากบ้านเรือนยุคกลางอันสมบูรณ์แบบ โดยไฮไลต์สำคัญคงหนีไม่พ้น Altes Rathaus หนึ่งในที่ว่าการเมืองที่งดงามที่สุดในยุโรปซึ่งสร้างขึ้นราวปี 1467 บนเกาะที่สร้างขึ้นกลางแม่น้ำ Regnitz แม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่ากลางเมือง อาคารที่สร้างขึ้นเกือบทั้งหมดได้รับอิทธิพลจากศิลปะแบบโกธิค โดยต่อมาได้ผสมผสานกับศิลปะสไตล์บาโรคกับร็อคโคโคซึ่งเป็นผลงานของ Johann Jakob Michael Küchel เมื่อปี 1756

Colmar, France

เมืองทางตะวันออกของฝรั่งเศสใกล้กับพรมแดนเยอรมนีที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งไวน์ของแคว้นอัลซาซนี้เต็มเปี่ยมด้วยความโรแมนติกสุดๆ ด้วยบรรยากาศชิลล์ๆ จิบไวน์ชั้นเยี่ยมที่หาได้ทุกซอกมุมในเมืองผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมฝรั่งเศสผสมเยอรมันที่ลงตัว อีกทั้งสถาปัตยกรรมโบราณสไตล์เรอเนสซองส์ที่รักษาไว้อย่างดีในโทนสีชมพู เหลือง และน้ำตาลอ่อน แทบทั้งเมืองก็ช่วยเพิ่มเสน่ห์และความน่ารักของเมืองนี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้คลองเล็กคลองน้อยก็เป็นทิวทัศน์ที่ชวนมองอย่างยิ่ง จนได้ชื่อว่าเป็น “เวนิซแห่งฝรั่งเศส” เลยทีเดียว

Monschau, Germany

เสน่ห์ของบ้านเรือนสไตล์ half-timbered เรียงรายอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Rur ใจกลางเขตเมือง Monschau เมืองในเขตการปกครอง Aachen ในรัฐ North Rhine-Westphalia ทางตะวันตกของประเทศ Germany ติดพรมแดนประเทศ Belgium เมืองที่มีชื่อในภาษาฝรั่งเศสว่า “Montjoie” แห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา North Eifel ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ Hohes Venn – Eifel เมืองดังกล่าวเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองท่องเที่ยวพักผ่อน โดยมีเสน่ห์จากบรรยากาศของบ้านเรือนเก่าแก่ที่มีกลิ่นอายผสมผสานระหว่างเยอรมันกับฝรั่งเศสอายุมากกว่า 300 ปี ซึ่งยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ บวกกับถนนหินแคบๆ ที่ลัดเลาะไปตามเนินเขา รวมทั้งเทศกาลดนตรีคลาสสิกกลางแจ้งที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

Rothenburg ob der Tauber, Germany

เมืองเล็กๆ ในแคว้นบาวาเรียทางตอนใต้ของ Germany หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศด้วยสภาพสุดคลาสสิกของ Altstadt หรือเขตเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ชื่อเมืองมีความหมายว่าปราการสีแดงบนฝั่งลุ่มน้ำเทาเบอร์เนื่องจากตัวเมืองตั้งอยู่บนที่ราบสูงเหนือแม่น้ำและบ้านเรือนมีหลังคาสีแดงนั่นเอง เมืองนี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายโรแมนติกของบาวาเรียที่นิยมขับรถเที่ยวชมหรือถ้าจะเดินทางมาด้วยรถไฟก็สามารถทำได้เช่นกัน

Riquewihr, France

อีกหมู่บ้านสุดงดงามในแคว้น Alsace ทางตะวันออกของประเทศฝรั่งเศส ในเขตจังหวัด Haut-Rhin หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ห่างจากเมือง Colmar เมืองท่องเที่ยวชื่อดังไปทางเหนือประมาณ 11 กิโลเมตรแห่งนี้เป็นหนึ่งในสมาชิกของ Les Plus Beaux Villages de France หรือหมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส โดยในเขตเมืองเก่าโดดเด่นด้วยอาคารสถาปัตยกรรมแบบเฉพาะแคว้นอัลซาซซึ่งไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมทั้งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของแคว้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่วนหอนาฬิกาที่เห็นในภาพมีชื่อว่า Dolder Tour เป็นหอคอยโบราณที่ตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้าน

Wernigerode, Germany

เมืองในเขตการปกครอง Harz แห่งรัฐ Saxony-Anhalt ทางตอนกลางของประเทศ Germany เมืองที่อยู่ไม่ไกลจากถนนสาย German Timber-Frame แห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของภูเขา Harz ในระดับความสูง 250 เมตร โดยด้านล่างมีแม่น้ำ Holtemme ไหลผ่านซึ่งเป็นทัศนียภาพที่งดงามแห่งหนึ่งของเมือง ในเขตเมืองเก่าโดดเด่นด้วยอาคารสถาปัตยกรรมแบบโกธิคมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อาคารที่ว่าการเมืองที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1498 Gerhart Hauptmann Gymnasium โรงเรียนสอนวรรณกรรมโบราณที่เปิดถึงปี 1825 และ Schloß Wernigerode ปราสาทเหนือเขตเมืองที่สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 1893

Quedlinburg, Germany

เมืองเล็กๆ ในรัฐ Saxony-Anhalt ทางตอนกลางของประเทศ Germany บริเวณเมืองเก่าที่ตั้งอยู่บนเทือกเขา Harz นี้ขึ้นชื่อเรื่องความคลาสสิกของอาคารบ้านเรือนยุคกลางซึ่งได้รับการรักษาไว้เป็นอย่างดี โดยไม่ได้รับความเสียหายใดๆ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกเมื่อปี 1994 ความโดดเด่นของอาคารสไตล์โรมาเนสก์เหล่านี้คือการผสมผสานระหว่างศิลปะในแต่ละยุคสมัยอย่างน้อย 5 ศตวรรษ (ศตวรรษที่ 14 ถึง 19) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ได้เป็นส่วนหนึ่งของจุดหมายปลายทางในเส้นทางสายโรแมนติกของเยอรมนี

Eguisheim, France

เมืองเล็กๆ ในแคว้น Alsace ทางตะวันออกของประเทศฝรั่งเศสที่ใช้ภาษาเยอรมันเป็นภาษาหลักแห่งนี้เจริญเติบโตเป็นเมืองโดยสมบูรณ์ภายหลังอาณาจักรโรมันยึดครองพื้นที่รอบๆ บริเวณดังกล่าว โดยมีชื่อเสียงจากการเป็นเมืองผลิตไวน์คุณภาพเยี่ยมที่ได้รับการถ่ายทอดมาตั้งแต่สมัยโรมัน รวมทั้งเป็นหนึ่งในเส้นทางการชิมไวน์ตามเมืองต่างๆ ทางตะวันออกของประเทศ นอกจากนี้เมืองที่มีบ้านเรือนเป็นศิลปะสไตล์ท้องถิ่นตามแบบฉบับแคว้นอัลซาซแห่งนี้ยังได้รับการบันทึกชื่อให้เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่งดงามที่สุดของฝรั่งเศสอีกด้วย

Rennes, France

เมืองหลวงของแคว้น Brittany ทางตะวันตกของประเทศฝรั่งเศส เมืองแห่งนี้โดดเด่นจากอาคารบ้านเรือนแบบ half-timbered ยุคกลางในสไตล์เรอเนสซองส์ที่ Place du Champ Jacquet จัตุรัสกลางเมืองรูปสามเหลี่ยมที่สวยงามคลาสสิกตามแบบฉบับของฝรั่งเศส บริเวณดังกล่าวกลายเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวในการมานั่งพักผ่อนหย่อนใจ อีกทั้งอาคารส่วนมากมักถูกดัดแปลงมาเป็นโรงแรม ยิ่งช่วยเพิ่มความคึกคักให้กับเขตเมืองเก่าแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

Göttingen, Germany

เมืองมหาวิทยาลัยในเขตการปกครองชื่อเดียวกันแห่งรัฐ Lower Saxony ทางตอนกลางของประเทศ Germany เมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Leine แห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความมั่งคั่งมากที่สุดแห่งหนึ่งในช่วงยุคกลาง ทำให้มีการสร้างอาคารบ้านเรือนในเขตเมืองเก่าอย่างงดงาม เมืองดังกล่าวมีชื่อเสียงจากการการเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาของประเทศ โดยเป็นที่ตั้งของ Georg-August-Universität Göttingen หรือ University of Göttingen มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1737 นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนสอนกฎหมายและคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในยุโรปเช่นกัน

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต