4 ปัญหาใหญ่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ประกันเดินทางสามารถช่วยได้

ขึ้นชื่อว่า “ปัญหา” ย่อมเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น ยิ่งเกิดขึ้นในขณะที่เรากำลังเดินทางท่องเที่ยวซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ควรมีความสุขมากที่สุด ยิ่งนับเป็นสิ่งที่นักเดินทางไม่อยากพบเจออย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าในระหว่างการท่องเที่ยว ปัญหาต่างๆ ล้วนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาซึ่งมีทั้งที่เกิดจากความประมาท เลินเล่อ หรือความผิดพลาดของตัวเราเอง และปัญหาที่เกิดจากปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้จริงๆ

ถ้าปัญหานั้นๆ ไม่รุนแรงมากนักก็อาจนับเป็นประสบการณ์และสีสันในทริปได้ แต่หากเป็นปัญหาระดับ “ฝันร้าย” แล้ว
คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแม้แต่ครั้งเดียวเป็นแน่

เที่ยวบินดีเลย์

ปัญหาแรกสุดตั้งแต่ก่อนออกเดินทางที่เชื่อว่าคนที่เดินทางเป็นประจำต้องเคยมีประสบการณ์อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุมาจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย การทำงานผิดพลาดของอุปกรณ์การบิน การนัดหยุดงานประท้วงของลูกจ้างสายการบิน ซึ่งนับเป็นปัจจัยภายนอกที่เราไม่สามารถควบคุมได้และไม่อาจรู้ได้เลยว่าจะเกิดขึ้นกับเราหรือไม่

สิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดปัญหา: ถ้าเป็นกรณีเที่ยวบินล่าช้าเกิน 8 ชั่วโมงขึ้นไปสามารถทำเรื่องเพื่อขอเงินค่าชดเชยจากประกันเดินทางที่เราทำไว้ได้โดยจะได้รับเงิน 20% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และต่อเนื่องทุกๆ 8 ชั่วโมง แต่สิ่งสำคัญคืออย่าลืมขอจดหมายแจ้งระบุถึงการล่าช้าจากผู้ที่มีอำนาจรับผิดชอบต่อเที่ยวบินนั้นๆ รวมทั้งเก็บ boarding pass ของไฟลท์นั้นๆ ไว้ด้วย

การเตรียมตัวล่วงหน้า: ควรวางแผนเที่ยวให้ยืดหยุ่นมากที่สุดเพราะถ้าเกิดเหตุเครื่องบินล่าช้าก็อาจส่งผลกระทบต่อแผนเที่ยวเป็นลูกโซ่ได้ แผนเที่ยววันแรกควรเผื่อเวลาพอสมควรโดยไม่ควรวางแผนให้เดินทางต่อไปเมืองอื่นในทันทีที่ถึงจุดหมายปลายทาง การวางแผนแบบนี้ยังเป็นการช่วยให้เราได้พักเหนื่อยที่เมืองแรกก่อน ช่วยให้เราปรับเวลาตาม time zone ได้ดีขึ้นด้วย

ต่อเครื่องบินไม่ทัน

ต่อเนื่องจากปัญหาข้อแรก ถ้าเกิดไฟลท์ต้นทางเกิดการดีเลย์ขึ้นแล้วอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เราไปต่อเครื่องไม่ทัน
(ถ้าเป็น connecting flight) ซึ่งส่วนมากปัญหาดังกล่าวจะเกิดจากสาเหตุนี้เป็นหลัก แต่ก็มีอีกบางเคสที่เกิดจากความประมาทเลินเล่อของผู้โดยสารเอง เช่น เผื่อเวลาต่อเครื่องน้อยเกินไป

สิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดปัญหา: หากเป็นเคสที่มีสาเหตุมาจากไฟลท์บินต้นทางล่าช้าจนทำให้เราต่อเครื่องไม่ทันและไม่มีเที่ยวบินอื่นที่สามารถเดินทางทดแทนได้ภายในระยะเวลา 8 ชั่วโมงนับจากเวลาที่เครื่องบินที่เดินทางล่าช้ามาถึง สามารถเคลมค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่มที่จำเป็นตามจริงได้ แต่ไม่เกินที่ระบุไว้ในแผนประกันที่ซื้อ โดยอย่าลืมเก็บ boarding pass และขอหนังสือยืนยันการพลาดการต่อเที่ยวบินที่ออกโดยสายการบิน รวมทั้งใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ใช้จริงเพื่อเป็นหลักฐานสำหรับเบิกค่าชดเชย

การเตรียมตัวล่วงหน้า: ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกซื้อตั๋วเครื่องบินให้มีเวลาเปลี่ยนเครื่องอย่างน้อย 2 ชั่วโมงขึ้นไปเผื่อกรณีเที่ยวบินต้นทางล่าช้าเล็กน้อยก็ยังสามารถต่อเครื่องได้ทัน อีกทั้งระยะเวลาการรอต่อเครื่องเท่านี้จะทำให้เราไม่ต้องรีบร้อนมากจนเกินไป รวมถึงมีเวลาพักผ่อนอีกเล็กน้อยก่อนขึ้นเครื่องอีกครั้ง

shutterstock_283192577

กระเป๋าสัมภาระหายหรือล่าช้า

ปัญหาข้อนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคนซึ่งอาจขึ้นอยู่กับโชคชะตาของแต่ละคน โดยจะเป็นปัญหาอย่างมากหากกระเป๋าเดินทางที่โหลดใต้เครื่องบินหายหรือล่าช้าตั้งแต่ตอนเพิ่งเริ่มต้นการเดินทางเพราะจะทำให้คุณไม่มีสัมภาระติดตัวไปเที่ยวเลย

สิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดปัญหา: ติดต่อส่วน Baggage Claim ในสนามบินทันที ถ้าเป็นแค่การล่าช้า ทางสายการบินจะส่งกระเป๋าตามมาที่โรงแรมราว 2-3 วันให้หลัง (ถ้าไม่อยู่เมืองนั้นแล้วก็ต้องเจรจาต่อรองอีกครั้ง) แต่ถ้าโชคร้ายกระเป๋าหาย ทางสายการบินต้องรับผิดชอบทั้งหมด

การเตรียมตัวล่วงหน้า: ควรแกะแถบกระดาษของไฟลท์ก่อนหน้าที่ติดอยู่ที่กระเป๋าออกให้หมดเพื่อป้องกันการสับสน และควรแยกของใช้จำเป็นอื่นๆ ใส่กระเป๋าที่เอาขึ้นเครื่องเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งยังควรทำสัญลักษณ์ที่กระเป๋าให้โดดเด่นชัดเจนเพื่อให้สามารถระบุลักษณะของกระเป๋าเราได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้การทำประกันเดินทางก็สามารถช่วยในกรณีนี้ได้อีกด้วย

ป่วยหรือได้รับบาดเจ็บ

การต้องไปโรงพยาบาลในประเทศที่มีวัฒนธรรมแตกต่างออกไปเป็นสิ่งที่น่าปวดหัวอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในประเทศที่ผู้คนใช้ภาษาอังกฤษได้ไม่ดีเพราะนอกจากเราจะไม่รู้ขั้นตอนการเข้ารักษาแล้ว เรายังไม่สามารถอธิบายอาการให้ทราบได้อีกด้วย อีกทั้งการซื้อยาบางชนิดเองในร้านขายยาในบางประเทศยังต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น

สิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดปัญหา: ถ้าเจ็บป่วยไม่ร้ายแรงและสามารถซื้อยาเองได้ก็ควรรักษาด้วยตัวเองก่อน แต่ถ้าไปในประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษก็อาจซื้อยาเองค่อนข้างลำบาก จึงควรใช้ตัวช่วยอย่าง google translate เพื่อสื่อถึงความต้องการของเรา ถ้ากรณีที่ไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยขอคำแนะนำจากคนท้องถิ่น

การเตรียมตัวล่วงหน้า: ต้องเตรียมยาพื้นฐานทั่วไปให้พร้อมเสมอโดยต้องมีฉลากยากำกับอย่างถูกต้อง เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้นำมาใช้ได้ทันที รวมทั้งควรทำประกันเดินทางเพราะประกันเดินทางจะมีบริการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงระหว่างเดินทางในต่างประเทศ และถ้ามีอาการเจ็บป่วยที่ไม่ใช่โรคเรื้อรังหรือโรคยกเว้นก็สามารถเคลมค่ารักษาพยาบาลกับบริษัทประกันได้หลังจากที่เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว

Gosau6

แน่นอนว่าปัญหาใหญ่ระหว่างการเดินทางหลายปัญหาสามารถแก้ไขได้ด้วยการทำประกันเดินทางล่วงหน้า ดังนั้นเราจึงควรทำประกันเดินทางทุกครั้งที่ไปเที่ยวต่างประเทศถึงแม้ประเทศที่ไปอาจไม่ได้บังคับให้ทำเพื่อใช้ขอวีซ่าก็ตามเพราะนอกจากจะอุ่นใจตลอดการเดินทางแล้ว ถ้าเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นมาก็อาจช่วยเหลือผ่อนหนักให้เป็นเบาได้

สำหรับการเลือกซื้อประกันเดินทางควรดูจากแผนความคุ้มครองว่าแบบไหนตรงกับความต้องการของเรามากที่สุด อย่างของเอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย ก็มีหลายประเภทให้เลือก รวมทั้งมีบริการ MSIG Assist ซึ่งเป็นบริการช่วยเหลือฉุกเฉินเวลาเดินทางต่างประเทศให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังสามารถซื้อง่ายๆ ผ่านทางออนไลน์ได้ทันทีอีกด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.msig-thai.com