สถานที่น่าอัศจรรย์รอบโลกที่นักท่องเที่ยวอาจยังไม่รู้จัก

ในโลกของเราเต็มไปด้วยสถานที่สุดมหัศจรรย์มากมายที่รอให้ผู้คนได้เปิดโลกกว้างไปสัมผัส บางสถานที่ก็เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวล้นหลามไปแล้ว แต่บางสถานที่กลับยังไม่มีชื่อเสียงมากนักทั้งที่ความจริงมีศักยภาพในการเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชั้นยอดของโลก โดยอาจเป็นเพราะสถานที่เหล่านั้นเข้าถึงได้ยาก รวมทั้งอยู่ในประเทศที่การท่องเที่ยวยังไม่เฟื่องฟูมากนัก

ลองมาดูสถานที่อันน่าอัศจรรย์เหล่านี้กันเลยครับ

Blagaj, Bosnia and Herzegovina

ท่ามกลางธรรมชาติรอบทิศเลียบแม่น้ำ Buna ที่สอดแทรกด้วยสิ่งก่อสร้างหลายแห่งซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีความแนบเนียนและกลมกลืนกับธรรมชาติมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกที่เรียกโดยรวมว่า Vrelo Bune บริเวณดังกล่าวเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างมากมายที่สร้างแทรกเข้าไปตามชะง่อนผาหรือผนังถ้ำ สถานที่สำคัญที่สุด คือ Blagaj Tekke (Sufi monastery) ที่ประกอบด้วย musafirhana หรือเกสต์เฮ้าส์ กับ türbe หรือสุสานซึ่งสร้างแนบชิดกับแนวหน้าผาริมแม่น้ำแห่งเมือง Blagaj ในรัฐ Herzegovina-Neretva ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ Bosnia & Herzegovina สิ่งก่อสร้างนี้สร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรออตโตมันประมาณปี 1520 โดยได้บูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี 1851 และสงวนรักษาเป็นมรดกชิ้นสำคัญของประเทศมาจนทุกวันนี้

Huacachina, Peru

หมู่บ้านในเขตการปกครอง จังหวัด และแคว้น Ica ใกล้กับชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ Peru หมู่บ้านที่ปรากฏอยู่บนธนบัตรฉบับ 50 Nuevo Sol แห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ทะเลทรายของเปรูที่ทอดยาวริมชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก โดยโดดเด่นจากโอเอซิสสำคัญของหมู่บ้านซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติ หมู่บ้านดังกล่าวกลายเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศสำคัญในเขตแคว้น โดยนักท่องเที่ยวส่วนมากนิยมมาเล่นสกีทรายตามแนวระดับของเนินทรายความสูงหลายร้อยฟุต อย่างไรก็ตามหลังจากเจ้าของที่ดินใกล้กับหมู่บ้านได้ทำการขุดแหล่งน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำในโอเอซิสลดลงอย่างชัดเจน ในอนาคตจึงอาจมีโครงการสร้างปั๊มน้ำขนาดใหญ่ขึ้นมาในหมู่บ้านทดแทนการขาดหายไปของโอเอซิส

Sahara el Beyda, Egypt

ทะเลทรายสีขาวสุดมหัศจรรย์ White Desert ในเขต National Park of Egypt แห่งเขตการปกครอง New Valley ทางตอนกลางของประเทศ Egypt ห่างจากเมือง Farafra ไปทางเหนือประมาณ 45 กิโลเมตร ทะเลทรายสีขาวที่เป็นสถานที่ตั้งแคมป์ยอดนิยมแห่งนี้เกิดจากการกระทำของพายุทะเลทรายที่กัดกร่อนหินชอล์คสีขาวซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของพื้นที่บริเวณนี้ จึงทำให้เกิดเป็นพื้นที่ทรายสีขาวอันกว้างใหญ่ บริเวณทะเลทรายดังกล่าวมีแท่งหินปูนรูปทรงประหลาดมากมายที่เกิดจากแรงปะทะของลมซึ่งเกิดขึ้นตลอดเวลา

Marble Caves, Chile

ถ้ำหินอ่อนในเขตพื้นที่ของทะเลสาบ General Carrera ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของทวีปอเมริกาใต้ในเขตปาตาโกเนียทางตอนใต้ของประเทศ Chile  ภาพเอกลักษณ์ของที่นี่คือแสงสะท้อนจากท้องฟ้ากระทบผิวน้ำและสีเขียวของน้ำทะเลที่ตัดกับสีผนังถ้ำ ดูเหมือนโลกแฟนตาซีที่เกิดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำเป็นระยะเวลานับล้านปีจนภูเขาหินอ่อนเกิดเป็นโครงข่ายถ้ำอันงดงามไม่เหมือนถ้ำแห่งใดในโลก

The Silfra Fissure, Iceland

ช่องน้ำลักษณะเป็นบ่อน้ำธรรมชาติส่วนหนึ่งของทะเลสาบ Þingvallavatn ในเขตอุทยานแห่งชาติ Þingvellir แห่งเขตการปกครอง Bláskógabyggð ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ Iceland บ่อน้ำที่เป็นอีกจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นผลกระทบส่วนหนึ่งของการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก North American กับ Eurasian โดยทุกๆ ปีจะเคลื่อนออกจากกันประมาณ 2 เซนติเมตร ส่งผลให้เกิดเป็นโพรงถ้ำใต้น้ำซึ่งสามารถดำน้ำลงไปชมความงดงามด้านล่างได้ โดยจุดที่ลึกที่สุดคือ 63 เมตร บ่อน้ำดังกล่าวได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 50 สถานที่ดำน้ำที่สำคัญของโลกจาก CNN Travel เมื่อปี 2012

Lençóis Maranhenses National Park, Brazil

สภาพภูมิประเทศอันแปลกประหลาดในเขต Parque Nacional dos Lençóis Maranhenses หรือ Lençóis Maranhenses National Park อุทยานแห่งชาติทางตะวันออกของอ่าว Baía de São José ในเขตรัฐ Maranhão ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ Brazil อุทยานแห่งชาติที่มีแม่น้ำ Preguiças ไหลผ่านแห่งนี้เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำขนาดใหญ่ที่ส่วนมากจะถูกน้ำท่วมเป็นประจำ โดยโดดเด่นด้วยเนินทรายขนาดใหญ่พื้นที่กว่า 1,500 ตารางกิโลเมตรซึ่งมีลักษณะเฉพาะตัวคล้ายทะเลทราย แต่เต็มไปด้วยบ่อน้ำคล้ายลากูน พื้นที่ดังกล่าวมักมีฝนตกชุกมากในช่วงหน้าฝน แต่ไม่สามารถปลูกพืชหรือทำการเกษตรใดๆ ได้เลย

Setenil de las Bodegas, Spain

เมืองมหัศจรรย์แห่งหน้าผาในจังหวัด Cádiz แคว้น Andalucia ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสเปน เมืองเล็กๆ ที่มีประชากรเพียง 3,000 คนแห่งนี้โดดเด่นจากการที่ชาวเมืองสร้างบ้านเรือนอยู่ภายใต้หินผาแทรกไปตามหุบเขาที่ขนาบไปกับแม่น้ำ Trejo ลักษณะทางภูมิศาสตร์แบบนี้เกิดจากการที่กระแสน้ำกัดเซาะแนวหินสองข้างทางเป็นระยะเวลานานหลายล้านปีจนเกิดเป็นโพรงลึกยาวไปตามโค้งน้ำ ลักษณะของชะโงกผาธรรมชาตินี้ นอกจากจะแข็งแรงแล้วยังมีความเย็นจากหินผา ทำให้ห้องหรือบ้านเย็นสบายโดยเฉพาะการทำห้องเก็บของใต้หิน ทำให้เก็บผลิตผลทางการเกษตรไว้ได้นานเพราะมีความเย็นเหมือนตู้เย็น เมืองนี้เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 1,000 ปี แต่สถาปัตยกรรมที่เป็นอยู่ส่วนมากในปัจจุบันมีรูปแบบที่เรียกว่า Andalucian design ที่เป็นอาคารในยุคหลังและทาสีขาวทั้งหมดเพื่อระบายความร้อน

Las Lajas Sanctuary, Colombia

Santuario de Las Lajas หรือ Las Lajas Sanctuary คือโบสถ์ใหญ่สไตล์โกธิคยุคใหม่ประจำเมือง Ipiales ในเขตจังหวัด Nariño ทางใต้ของประเทศ Colombia ใกล้กับพรมแดนประเทศ Ecuador ความพิเศษของโบสถ์ที่ใช้เวลาสร้างยาวนานถึง 33 ปี ตั้งแต่ปี 1916-1949 แห่งนี้คือการสร้างขึ้นในหุบเหวลึกของเทือกเขาแอนดีสที่มีแม่น้ำ Guáitara ไหลผ่านอยู่เบื้องล่าง นั่นแสดงให้เห็นถึงความศรัทธาอันแรงกล้าของชาวเมืองที่มีต่อศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่พยายามสร้างโบสถ์จนสำเร็จอย่างงดงามและยิ่งใหญ่อลังการอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ผู้ที่มาประกอบศาสนกิจนอกจากจะได้ประพฤติตนเป็นคริสตศาสนิกชนที่ดีแล้ว ยังได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติที่ห้อมล้อมสถานที่แห่งนี้ไว้อย่างกลมกลืนอีกด้วย

Verdon Gorge, France

Verdon Gorges หรือ Gorges du Verdon แกรนด์แคนยอนที่มีชื่อเสียงและงดงามที่สุดในยุโรป ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีทัศนียภาพงดงามจากความคดเคี้ยวของแม่น้ำสีมรกตด้านล่างที่ในอดีตเป็นพื้นที่มหาสมุทรและธารน้ำแข็ง ทำให้ได้รับการขนานนามว่าเป็นดั่ง “เพชรเม็ดงามแห่งโพรวองซ์” เลยทีเดียว

Great Wall of India, Kumbhalgarh, India

แนวกำแพงขนาดใหญ่ส่วนหนึ่งของป้อม Kumbhalgarh ในรัฐ Rajasthan ทางตะวันตกของประเทศอินเดีย ซึ่งมีความยิ่งใหญ่ไม่แพ้กำแพงเมืองจีนเลยทีเดียว แนวกำแพงที่เริ่มสร้างโดย Rana Kumbha กษัตริย์ชาวฮินดูของเผ่า Mewar แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1443 เพื่อเป็นมาตรการคุ้มกันป้อมของผู้นำท้องถิ่น โดยมีความยาวทั้งสิ้น 36 กิโลเมตร บางช่วงมีความหนา 4.5 เมตร และมีป้อมปราการ 7 แห่งกระจายอยู่ครอบคลุมตลอดความยาวของแนวกำแพง ทั้งนี้ป้อมดังกล่าวยยังเคยผ่านการสู้รบกับกษัตริย์อิสลาม พระเจ้าอัคบาร์มหาราชแห่งราชวงศ์โมกุลมาแล้วอีกด้วย