10 เมืองทางเลือกของสเปนที่หลายคนอาจยังไม่รู้จัก

ดินแดนกระทิงดุ “สเปน” ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศแห่งสีสัน ความรื่นเริง และความเร่าร้อน หลายคนที่ไปเที่ยวประเทศนี้ส่วนมากนิยมจิ้มไปที่เมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยวดังอย่างมาดริด บาร์เซโลน่า เซบีย่า คอร์โดบา กรานาดา โตเลโด เซโกเบีย รวมถึงบาเลนเซีย แต่ในประเทศนี้ยังมีอีกหลายเมืองทางเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กันซึ่งอาจเหมาะกับผู้ที่ชอบอะไรแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร หรือมาเที่ยวสเปนเป็นครั้งที่สองที่สามแล้ว มีที่ไหนให้เลือกกันบ้าง มาชมกันครับ

Albarracín

เมืองเล็กๆ บนแนวเขา Sierra de Albarracín Comarca ในเขตจังหวัด Teruel แคว้น Aragon ทางตะวันออกของประเทศ เมืองที่มีบรรยากาศชนบทแบบภาคกลางสเปนแห่งนี้โดดเด่นด้วยวิวทิวทัศน์ที่มีบ้านอิฐสีแดงลัดเลาะไปตามเนินเขาสลับกับทางเดินแคบๆ ซึ่งมีฉากหลังเป็นแนวกำแพงเมืองโบราณ ในปี 1961 เมืองดังกล่าวได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในอนุสรณ์แห่งชาติจากทางการแดนกระทิงดุ จากเขตเมืองสามารถมองลงไปเห็นวิวของแม่น้ำ Guadalivar ที่ไหลผ่านด้านล่างได้อย่างงดงาม ซึ่งนับเป็นไฮไลต์อีกอย่างของเมืองที่ผสมผสานวัฒนธรรมของชาวมัวร์กับสแปนิชได้อย่างลงตัว

Setenil de las Bodegas

เมืองมหัศจรรย์แห่งหน้าผาในจังหวัด Cádiz ในแคว้น Andalucía ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เมืองเล็กๆ ที่มีประชากรเพียง 3,000 คนแห่งนี้ โดดเด่นจากการที่ชาวเมืองสร้างบ้านเรือนอยู่ภายใต้หินผาแทรกไปตามหุบเขาที่ขนาบไปกับแม่น้ำ Trejo ซึ่งลักษณะทางภูมิศาสตร์แบบนี้เกิดจากกระแสน้ำกัดเซาะแนวหินสองข้างทางเป็นระยะเวลานานหลายล้านปีจนเกิดเป็นโพรงลึกยาวไปตามโค้งน้ำ ลักษณะของชะโงกผาธรรมชาตินี้นอกจากจะแข็งแรงแล้วยังมีความเย็นจากหินผา ทำให้ห้องหรือบ้านเย็นสบายโดยเฉพาะการทำห้องเก็บของใต้หิน ทำให้เก็บผลิตผลทางการเกษตรไว้ได้นานเพราะมีความเย็นเหมือนตู้เย็น เมืองนี้เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 1,000 ปี แต่สถาปัตยกรรมที่เป็นอยู่ส่วนมากในปัจจุบันมีรูปแบบที่เรียกว่า Andalucian design ที่เป็นอาคารในยุคหลังและทาสีขาวทั้งหมดเพื่อระบายความร้อน

Cudillero

หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ริมชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกซึ่งมีสถานะเป็นเทศบาลในเขตแคว้น Asturias ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ หมู่บ้านที่มีตำนานเล่าว่าค้นพบโดยชาวไวกิ้งแห่งนี้รายล้อมด้วยอาคารสีสันมากมายที่ตั้งเรียงกันขึ้นไปบนแนวเขาเหนือเขตท่าเรือ ปัจจุบันหมู่บ้านดังกล่าวมีรายได้หลักจากการท่องเที่ยวซึ่งเข้ามาแทนที่การทำประมงที่นับวันจะเริ่มลดน้อยลงทุกที โดยเป็นผลมาจากการตั้งหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเข้มข้นของหมู่บ้านเมื่อปี 1996

Júzcar

เมืองสีฟ้าบนเนินเขาสุดน่ารักในเขตจังหวัด Málaga แคว้น Andalucía ทางใต้ของประเทศ ห่างจากเมืองหลวงของจังหวัดอย่าง Málaga ไป 113 กิโลเมตร ในอดีตเมืองดังกล่าวเป็นหนึ่งในเมืองสีขาวแห่งแคว้นอันดาลูเชีย แต่เมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิของปี 2011 ที่ผ่าน Sony Picture ได้ผุดโปรเจ็คโปรโมทภาพยนตร์เรื่อง “The Smurf 3D” ด้วยการเปลี่ยนสีอาคารบ้านเรือนภายในเมืองทั้งหมดกว่า 220 หลังคาเรือนซึ่งรวมถึงโบสถ์ต่างๆ ด้วย ให้กลายเป็นสีฟ้าแบบตัวการ์ตูนสเมิร์ฟ โดยใช้สีทั้งหมดถึง 4,000 ลิตร ผลปรากฏว่าได้ผลเกินคาดเพราะนักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างแห่แหนมายังเมืองเล็กๆ ที่ในอดีตมีนักท่องเที่ยวเฉลี่ยเพียงปีละ 300 คนเท่านั้น จนเมืองนี้ได้ชื่อใหม่ว่า “The Smurf Town” เลยทีเดียว

Orbaneja del Castillo

เมืองน้ำตกสุดงดงามแห่งจังหวัด Burgos เขตการปกครอง Castilla y León ทางตอนบนของประเทศ เมืองที่ตั้งอยู่ห่างจากจังหวัด Sedano เมืองหลวงของจังหวัดบูร์โกส 25 กิโลเมตรแห่งนี้มีชื่อเสียงจากความกลมกลืนกันระหว่างธรรมชาติกับความเป็นเมือง โดยในเมืองมีลักษณะเป็นทางเดินหินแคบๆ ที่ลัดเลาะไปมาระหว่างแนวน้ำตกที่ไหลผ่านกลางเมืองก่อนจะไปสิ้นสุดที่แม่น้ำ Ebro ในอดีตเมืองดังกล่าวเคยถูกปกครองโดยชาวมัวร์ทำให้สามารถพบเห็นมัสยิดต่างๆ ในเขตเมือง

Consuegra

แนวกังหันลมแบบฉบับชนบทสแปนิช เอกลักษณ์สำคัญของเมืองในจังหวัด Toledo เขตแคว้น Castile-La Mancha ทางตอนกลางของประเทศ ห่างจากเมือง Toledo ราว 60 กิโลเมตร เมืองชนบทที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเกษตรกรรมแห่งนี้เป็นที่รู้จักจากแนวกังหันลมที่ตั้งอยู่บนเนินเขานอกเขตตัวเมืองทั้งหมด 13 หลัง กังหันลมเหล่านี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 โดย Caballeros Sanjuanistas เจ้าของโรงโม่ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตธัญพืช แนวคิดการใช้พลังงานลมให้เกิดประโยชน์สูงสุดนี้ช่วยเพิ่มผลผลิตได้เป็นอย่างดีจนขยายไปสู่อุตสาหกรรมสิ่งทอในเวลาต่อมา ปัจจุบันกังหันที่ภายในแบ่งเป็นสองชั้นหลักเหล่านี้ยังอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์แต่ก็ได้หยุดการใช้งานจริงทั้งหมดไปตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1980

Melilla

เมืองในปกครองของสเปนบนดินแดนทวีปแอฟริกา เมืองที่มีพื้นที่ 12.3 ตารางกิโลเมตรแห่งนี้ตั้งอยู่เชิงเขา Gurugú ทางตะวันออกของคาบสมุทร Tres Forcas บริเวณปากแม่น้ำ Oro ริมชายฝั่งทะเล Alboran ทางตอนเหนือของประเทศ Morocco โดยอยู่ภายใต้การปกครองของสเปนมาตั้งแต่ปี 1926 ในช่วงปฏิวัติสเปน นายพล Francisco Franco อดีตผู้นำจอมเผด็จการแห่งดินแดนกระทิงดุได้ใช้เมืองดังกล่าวเป็นฐานที่มั่นสำคัญ ทำให้ปัจจุบันยังคงหลงเหลืออนุสาวรีย์ของฟรังโกอยู่ในเขตเมืองซึ่งนับเป็นแห่งเดียวในสเปน ทุกวันนี้เมืองดังกล่าวกลายเป็นเมืองท่าสำคัญที่เชื่อมสเปนกับแอฟริกา โดยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนในบรรยากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนแท้ๆ ประชากรในเมืองใช้ภาษาสแปนิชเป็นหลักและส่วนมากยังคงแสดงเจตจำนงค์ที่จะอยู่ใต้การปกครองของสเปนต่อไป

Casares

บ้านเรือนสีขาวบนเนินเขาคือเอกลักษณ์สำคัญของเมือง Casares ในเขตจังหวัด Málaga แคว้น Andalucía ทางตอนใต้ของประเทศ เมืองที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยโรมันแห่งนี้เจริญรุ่งเรืองอย่างเต็มที่ในสมัยที่ปกครองโดยชาวมัวร์เมื่อช่วงศตวรรษที่ 12 ทำให้บ้านเรือนเกือบทั้งหมดเป็นสถาปัตยกรรมแบบชาวมัวร์ซึ่งนิยมตั้งบ้านเรือนยื่นออกมาจากหน้าผามาจนทุกวันนี้ จุดสูงสุดของเมืองเป็นปราสาทโบราณสไตล์อาหรับที่สร้างขึ้นโดยชาวมัวร์เมื่อศตวรรษที่ 12 เช่นกัน ซึ่งผู้มาเยือนส่วนมากนิยมเดินขึ้นไปยังปราสาทเพื่อชมวิวเมืองจากมุมสูง

Alcalá del Júcar

ชุมชนเล็กๆ ในจังหวัด Albacete ในเขตการปกครองตนเอง Castilla-La Mancha ทางตะวันออกของประเทศ ห่างจากเมืองหลวงของจังหวัดอย่าง Albacete ประมาณ 64 กิโลเมตร ชุมชนที่ประกอบด้วย 5 หมู่บ้านหลักแห่งนี้สร้างขึ้นขนาบแนบกับแนวหน้าผาด้านหลังได้อย่างกลมกลืน โดยด้านในเป็นที่ตั้งของสถานที่ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกของประเทศ อาทิ โบสถ์เก่าแก่ บ้านที่เจาะเข้าไปในผนังถ้ำ และศูนย์กลางชุมชนรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ในแต่ละช่วงของปีจะมีการจัดเทศกาลเฉลิมฉลองทางศาสนาซึ่งดึงดูดผู้คนจากละแวกใกล้เคียงให้เดินทางมาเยือน

Cadaqués

เมืองรีสอร์ทที่ตั้งอยู่บริเวณตรงกลางอ่าวของคาบสมุทร Cap de Creus ในเขตจังหวัด Girona แคว้น Catalonia ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ โดยสามารถขับรถจากเมือง Barcelona ได้ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง เมืองที่มีรายได้หลักจากการประมงและการท่องเที่ยวแห่งนี้มีชื่อเสียงจากการเป็นสถานที่พักผ่อนในช่วงฤดูร้อนสำหรับผู้ที่ต้องการบรรยากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนซึ่งนักท่องเที่ยวไม่เยอะจนเกินไป นอกจากนี้เมืองดังกล่าวยังเป็นแหล่งรวมศิลปินชาวกาตาลันมากมายที่นิยมเดินทางมาวาดภาพวิวอันงดงามของท่าเรือประจำเมือง

อย่างที่รู้กันว่าผู้ที่อยากไปเที่ยวสเปนหรือประเทศอื่นๆ ในกลุ่มเชงเก้นจะต้องทำการขอวีซ่าเชงเก้นเสียก่อน โดยหนึ่งในหลักฐานที่จำเป็นก็คือ “ประกันเดินทาง” ที่ทางสถานทูตรับรองในวงเงินประกันอย่างน้อย 30,000 ยูโร หรือประมาณ 1,500,000 บาทขึ้นไป

บริษัท MSIG ประกันภัยเป็นหนึ่งในบริษัทที่ให้ความคุ้มครองประกันการเดินทางต่างประเทศซึ่งสามารถซื้อประกันก่อนเดินทางได้ 2 ชั่วโมง และล่วงหน้าได้ถึง 6 เดือน ถ้าหากยื่นวีซ่าไม่ผ่านการันตีคืนเงิน 100% แถมยังมีศูนย์บริการ MSIG Assist ให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินระหว่างเดินทางต่างประเทศ 24 ชั่วโมงทั่วโลกอีกด้วย

อยากแจ้งข่าวว่าตอนนี้ทาง MSIG ประกันภัย มีบริการใหม่ให้ลูกค้านอกเหนือจากความคุ้มครองของแผนประกันที่เลือกซื้อ โดยให้บริการเพิ่มเรื่องการโทรกลับไทยเพื่อปรึกษาเรื่องอาการเจ็บป่วยกับ MSIG Assist และถ้าเจ็บป่วยก็สามารถนอนโรงพยาบาลต่างประเทศในเครือโดยไม่ต้องสำรองจ่าย อีกทั้งยังได้รับชดเชยค่าเดินทาง 1,000 บาทต่อระยะเวลาการเดินทางแต่ละครั้งในกรณีเจ็บป่วยแล้วไปพบแพทย์ในต่างประเทศแต่ไม่ได้นอนโรงพยาบาล

นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ซื้อประกันการเดินทางรายเที่ยวเบี้ยประกัน 500 บาทขึ้นไป รับบัตรกำนัลสตาร์บัคส์ 100 บาท และเบี้ยประกัน 1,000 บาทขึ้นไป รับบัตรกำนัลสตาร์บัคส์ 200 บาท สำหรับลูกค้าเก่าที่เคยซื้อประกันของ MSIG เมื่อปีที่แล้วถึงวันที่ 30 เมษายน 61 ถ้าเบี้ยเกิน 1,000 บาทขึ้นไป รับเพิ่มอีก 100 บาท รวมถึงการซื้อประกันเดินทางรายปีทุกแผน รับบัตรกำนัลสตาร์บัคส์ 500 บาท และลูกค้าเก่าที่เคยซื้อของ MSIG เมื่อปีที่แล้วถึงวันที่ 30 เมษายน 61 รับเพิ่มอีก 200 บาทอีกด้วย โดยโปรฯ นี้มียาวไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้นะครับ

รายละเอียดเกี่ยวกับความคุ้มครองและโปรโมชั่นเพิ่มเติมที่ https://goo.gl/7VRi8h