3 วันก็เที่ยวได้..เดินทางไม่ไกลไป “ฮาลองเบย์”

เริ่มเข้าสู่หน้าหนาวกันแล้ว! สำหรับคนที่ไม่ชอบอากาศหนาวจัดแบบยุโรป อเมริกา จีน ญี่ปุ่น เกาหลี แต่อยากเที่ยวจัด 55 ขอแนะนำว่าใกล้ๆ บ้านเราก็มีเดสทิเนชั่นที่น่าไปเที่ยวในช่วงปลายปีแบบนี้ 🙂

เดสทิเนชั่นที่ว่านั้นก็คือ “เวียดนาม” ซึ่งเป็นจุดหมายที่น่าสนใจและเหมาะจะเที่ยวในช่วงฤดูหนาวไม่แพ้ที่อื่นๆ เพราะนอกจากจะใช้เวลาบินไม่กี่ชั่วโมง ใช้วันเที่ยวไม่กี่วันแล้ว อากาศยังเย็นสบายอีกต่างหาก แตกต่างจากในช่วงฤดูอื่นที่มีอุณหภูมิสูงสูสีกับเมืองไทยเราเลยครับ

สถานที่ที่เรียกได้ว่าเป็นไฮไลต์สุดๆ ของเวียดนามคงเป็นที่ไหนไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ H Long Bay หรืออ่าวฮาลองที่คนไทยรู้จักกันดี

1

เมื่อก่อนการเดินทางไปฮาลองเบย์จากเมืองไทยจะต้องบินไปลงที่สนามบินกรุงฮานอย (Hanoi) เมืองหลวงของเวียดนาม ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติที่ใกล้ที่สุด แล้วเดินทางต่อโดยรถบัสอีกราว 4 ชั่วโมง (ประมาณ 165 กิโลเมตร) แต่เดี๋ยวนี้นักท่องเที่ยวไม่ต้องเดินทางไกลหลายชั่วโมงอีกแล้วเพราะล่าสุด VietJet สายการบินต้นทุนต่ำในประเทศเวียดนามเป็นสายการบินแรกและสายการบินเดียวที่เปิดเส้นทางบินใหม่เที่ยวบินปฐมฤกษ์ กรุงเทพฯ สู่ เมืองไฮฟอง (Haiphong) เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2559 ที่ผ่านมา โดยเส้นทางบินใหม่นี้นับเป็นวิธีการเดินทางไปฮาลองเบย์ที่ใกล้และสะดวกที่สุดในตอนนี้ครับ

2

ไฟลท์กรุงเทพฯ – ไฮฟอง และ ไฮฟอง – กรุงเทพฯ ของสายการบินเวียตเจ็ทให้บริการในวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และอาทิตย์ ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง 50 นาที โดยออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิในเวลา 15.20 น. และเดินทางถึงสนามบินเมืองไฮฟอง 17.10 น. ส่วนเที่ยวบินกลับออกจากไฮฟองเวลา 17.40 น. และถึงสนามบินสุวรรณภูมิ 19.30 น.

ราคาตั๋วมีให้เลือก 3 ระดับ คือ Promo ซึ่งเป็นราคาที่ถูกที่สุด ราคาที่สูงขึ้นมาเล็กน้อยคือ Eco ส่วนราคาสูงที่สุดคือ Skyboss โดยแต่ละระดับราคาจะมีเงื่อนไขเรื่องน้ำหนักกระเป๋าที่โหลดใต้เครื่องได้ อาหารบนเครื่อง การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ไม่เหมือนกัน ควรอ่านเงื่อนไขให้เรียบร้อยก่อนทำการจองนะครับ

ทริปเวียดนามนี้ผมได้รับเชิญจากสายการบินเวียตเจ็ทให้ร่วมเดินทางไปสัมผัสความงดงามตามธรรมชาติของเกาะแก่งน้อยใหญ่ในอ่าวฮาลองซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศเวียดนามอีกแห่งหนึ่งที่ผมอยากไปมานานแล้วครับ

ผมไม่ค่อยได้เดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านเท่าไหร่จึงไม่ค่อยคุ้นเคยกับอาหารท้องถิ่นของประเทศแถบนี้ซึ่งอาจจะไม่ลงรอยกับท้องไส้ของผมก็เป็นได้ ก่อนเดินทางจึงต้องเตรียมความพร้อมให้ร่างกายที่อาจต้องเจอกับอาหารแปลกๆ กินอาหารจัดเต็มเกินไปหรือกินไม่ตรงเวลาซึ่งจะทำให้ท้องอืดแน่นท้อง ผมพกขมิ้นชันอัวยอันโอสถแบบแคปซูลติดตัวไว้เลย เมื่อมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อหรืออาหารไม่ย่อยผมหยิบขึ้นมาทานได้ทันที

img_5272

เริ่มต้นทริปที่สนามบินสุวรรณภูมิ วันนี้เราได้รับสิทธิพิเศษเข้าใช้บริการ Louis’ Tavern CIP Lounge เนื่องจากตั๋วเครื่องบินของเราคือแบบ Skyboss ครับ

3

15.20 น. เที่ยวบินปฐมฤกษ์ กรุงเทพฯ – ไฮฟอง ที่ VZ 920 ออกเดินทาง

4 5 6

ตั๋วแบบ Skyboss นี้จะได้รับอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องด้วยครับ

7 8

นั่งบนที่นั่งกว้างไปไม่ถึง 2 ชั่วโมง เครื่องบินก็ร่อนลงจอดที่ Cng hàng không quc tế Cát Bi หรือสนามบินนานาชาติ Cat Bi เมืองไฮฟอง (Hải Phòng) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

พนักงานสายการบิน VietJet มาต้อนรับถึงรันเวย์เลยครับ

9 10

หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองซึ่งคนไทยสามารถพำนักอยู่ในประเทศเวียดนามได้ 30 วันโดยไม่ต้องมีวีซ่าครับ เราเดินทางผ่านตัวเมืองไฮฟองไปยังเมืองฮาลองหรือฮะล็อง (Hạ Long) เมืองหลวงของจังหวัดกว่างนิงห์ (Quảng Ninh) ซึ่งอยู่ห่างไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 70 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเศษๆ เองครับ

photo credit: discoverhalong.com
photo credit: discoverhalong.com

คืนนี้พักค้างคืนที่โรงแรม Halong Plaza ก่อนแล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยล่องเรือชมอ่าวฮาลองกันครับ

12 13

ซินจ่าว! สวัสดียามเช้าวันที่ 2 ของทริปครับ

วันนี้เรามีโปรแกรมเที่ยวตามนี้ครับ ตอนเช้าจะล่องเรือจากเมือง Hạ Long ชมเกาะแก่งมากมายและถ้ำบนเกาะในฮาลองเบย์ ส่วนช่วงบ่ายจะนั่งเรือไปเกาะ Cát Bà เกาะใหญ่ที่สุดในอ่าวฮาลองซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดในบริเวณนี้ พักค้างคืนบนเกาะกั๊ตบา 1 คืน

มาทำความรู้จักฮาลองเบย์ให้มากขึ้นอีกนิดนะครับ

Vịnh H Long (Hạ Long Bay) คือสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังแห่งหนึ่งของเวียดนาม ในอ่าวฮาลองหรือฮะล็องมีเกาะหินปูนน้อยใหญ่หลากหลายรูปทรงผุดขึ้นจากน้ำทะเลมากถึง 1,969 เกาะ กระจายอยู่ทั่วบริเวณที่มีพื้นที่กว่า 1,500 ตารางกิโลเมตร และมีถ้ำประมาณ 300 ถ้ำ โดยมี 10 ถ้ำที่เข้าสามารถชมได้

เกาะแก่งความสูงลดหลั่นกันจำนวนมากมายนี้ทำให้ฮาลองเบย์มีทัศนียภาพงดงามน่าตื่นตาและมีความพิเศษไม่เหมือนสถานที่ใดในโลกจนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นแหล่งมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปีค.ศ. 1994 ถือเป็นมรดกโลกแห่งแรกๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยทีเดียว

ในปีค.ศ. 2000 ฮาลองเบย์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกครั้งที่ 2 เพราะเข้าข่ายหลักเกณฑ์การพิจารณาข้อที่ 7 นั่นคือ “ถือเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นซึ่งแสดงให้เห็นถึงขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของประวัติศาสตร์ดาวเคราะห์โลกซึ่งมีทั้งร่องรอยบันทึกของสิ่งมีชีวิต กระบวนการทางธรณีวิทยาที่ยังคงดำเนินอยู่ในการเกิดธรณีสัณฐาน หรือมีลักษณะทางธรณีสัณฐานหรือภูมิศาสตร์กายภาพที่มีความสำคัญ”

ฮาลองเบย์ได้รับการยกย่องในคุณค่าจากยูเนสโกเนื่องจาก “เป็นสุดยอดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหรือพื้นที่ที่มีความงดงามทางธรรมชาติและคุณสมบัติด้านสุนทรียศาสตร์ที่ดีเลิศ”

14

ไปล่องเรือชมอ่าวฮาลองกัน

9 โมงเช้า เรือออกจาก Bến phà Tun Châu หรือท่าเรือ Tuan Chau บนเกาะตวนเจา

15 16

ค่าล่องเรือและเข้าชมถ้ำ ชายหาด หรือเกาะ 1 แห่ง ราคา 170,000 đồng (VND) หรือประมาณ 270 บาท ครับ

17

วันนี้ฝนตกเป็นระยะๆ และมีหมอกลงบางๆ ครับ ท้องฟ้าไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่ ลมแรงและอากาศเย็นด้วย จึงขอนั่งชมวิวจากในเรือแทนการขึ้นไปนั่งที่ดาดฟ้าเรือละกันครับ

ที่แรกในอ่าวฮาลองที่เราจะไปชมก็คือ Động Thiên Cung หรือถ้ำเทียนกุง ถ้ำนี้อยู่บน Đầu Gỗ หรือเกาะเด่าโกซึ่งอยู่ใกล้ฝั่งมากที่สุดและเป็นถ้ำที่สวยงามที่สุดด้วยครับ

photo credit: www.luxurycruises.vn
photo credit: www.luxurycruises.vn

นั่งเรือประมาณ 40 นาทีก็ถึงทางขึ้นถ้ำเทียนกุง

19 20

ถ้ำเทียนกุงมีความหมายว่าถ้ำวังแห่งสวรรค์ ถ้ำนี้ถือเป็นถ้ำที่สวยงามที่สุดของอ่าวแห่งนี้ ถ้ำที่มีเนื้อที่ 10,000 ตารางเมตรนี้มีโครงสร้างภายในที่ซับซ้อนหลายชั้นและมีเพดานถ้ำสูง ในถ้ำเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยอายุนับล้านปีรูปร่างหน้าตาสวยงามแปลกตากว่าถ้ำอื่นๆ ซึ่งสามารถจินตนาการเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ได้มากมายครับ

21 23

เดินชมหินงอกหินย้อยประมาณ 30 นาทีไปออกอีกทางหนึ่ง และเดินไปที่จุดชมวิวก่อนเดินกลับไปที่ท่าเรือ

24 25

ล่องเรือลัดเลาะชมเกาะแก่งต่างๆ ในอ่าวฮาลองระหว่างทางกลับท่าเรือ Tuan Chau

26 27

เกาะที่เป็นสัญลักษณ์ของฮาลองเบย์คือเกาะไก่ชนครับ

28

รับประทานอาหารกลางวันบนเรือซึ่งจัดซีฟู้ดและของทอดมาชุดใหญ่เลยครับ

29 30

ประมาณเที่ยงก็กลับถึงท่าเรือที่เกาะตวนเจา

ต่อไปเราจะนั่งเรือไป Đảo Cát Bà ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมือง Hạ Long ประมาณ 35 กิโลเมตร

photo credit: www.catbavietnam.com
photo credit: www.catbavietnam.com

ตอนนี้ฝนหยุดตกและอากาศเริ่มอุ่นขึ้น จึงขึ้นดาดฟ้าเรือไปนั่งชมวิวเพลินๆ ได้แล้ว

32

33-1

34

นั่งชิลล์ๆ รู้สึกว่าแป๊บเดียวเองก็ถึง Bến phà Gia Lun หรือท่าเรือญาลวนที่เกาะกั๊ตบา ค่าเรือช่วงนี้ 70,000 đồng หรือประมาณ 110 บาทครับ

35

Đảo Cát Bà หรือเกาะกั๊ตบาคือเกาะที่ใหญ่ที่สุดในจำนวน 367 เกาะในกลุ่มเกาะกั๊ตบา มีพื้นที่ 260 ตารางกิโลเมตร พื้นที่เกือบครึ่งของเกาะเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เกาะแห่งนี้เป็นเกาะเดียวในอ่าวฮาลองที่มีประชากรตั้งรกรากอยู่ราว 13,000 คน และอีกมากกว่า 4,000 คนอาศัยในหมู่บ้านชาวประมงในรูปแบบเรือนแพ

เกาะกั๊ตบาอยู่ในอาณาเขตของเมืองไฮฟอง ห่างไปทางทิศตะวันออกประมาณ 40 กิโลเมตร

photo credit: www.paksecafe.com
photo credit: www.paksecafe.com

คำว่า Cát หมายถึงหาดทราย และ Bà  หมายถึงสตรี ชื่อเกาะกั๊ตบาจึงหมายถึงเกาะของสตรี โดยมีตำนานเล่าขานกันมานานหลายศตวรรษว่ามีสตรี 3 คนในราชวงศ์ตรานถูกสังหารและร่างได้ถูกพัดลอยมาเกยชายหาดที่เกาะแห่งนี้คนละแห่ง ศพทั้งหมดถูกพบโดยชาวประมง

เกาะนี้ได้รับผลกระทบอย่างมากจากสงครามระหว่างฝรั่งเศสและสหรัฐฯ โดยถูกใช้เป็นจุดสังเกตการณ์ทางยุทธศาสตร์และจุดทิ้งระเบิดที่สำคัญในสงคราม ซึ่งทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะต้องอพยพไปอาศัยอยู่ตามถ้ำซึ่งมีอยู่มากมาย ปัจจุบันสิ่งเตือนใจถึงสงครามทั้งสองครั้งได้ถูกเปลี่ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น ถ้ำโรงพยาบาล (Hospital Cave) อดีตโรงพยาบาลลับที่ป้องกันแรงระเบิดได้ในช่วงสงครามกับสหรัฐฯ และเป็นที่หลบภัยของผู้นำเวียดกงซึ่งถูกใช้งานมาจนถึงปีค.ศ. 1975

จากท่าเรือ Gia Luận นั่งรถบัสเล็กประมาณ 40 นาทีไปยังอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ที่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของเกาะ นั่นคือ Pháo đài Thn công (Cannon Fort) ป้อมปืนใหญ่ที่สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1942 บนภูเขาสูง 177 เมตร ป้อมแห่งนี้ถูกใช้ในการป้องกันการรุกรานเมืองไฮฟองทางทะเลในช่วงสงครามเวียดนาม

เมื่อไปถึงก็เห็นปืนใหญ่หมายเลข 2 ก่อนเลยครับ

37

เดินตามแนวบังเกอร์เก่าไปยังจุดชมวิวจุดแรกซึ่งมองไปข้างล่างก็เห็นฐานจอดเฮลิคอปเตอร์เดิม อ่าว Lan Hạ และเกาะ Cát Dửa หรือเกาะลิง ซึ่งเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามของภูมิประเทศแบบหินปูนบริเวณชายฝั่งของเกาะกั๊ตบา

38 39 40

เดินตามเส้นทางป่าผ่าน Phòng Truyền Thống (Historical Objects Showroom) ไปยังจุดชมวิวที่ 2 ซึ่งจะมองเห็น Đảo Cát Ông (Cat Ong Island), Cảng Cá (The Fish Port) และ Núi Voi Phục (Voi Phuc Mountain)

41 42

เดินผ่านปืนใหญ่หมายเลข 1 ไปที่จุดชมวิว Mc Pháo Binh (Artillery Marker) ก็เห็นวิวเจ๋งๆ ตามรูปครับ จุดนี้เหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้ามากๆ เลยครับ

43

44-1

45

เดินกลับไปที่จุดชมวิวแรกและปืนใหญ่หมายเลข 2 อีกครั้ง นั่งรถบัสลงเขาไปต่อรถพลังงานไฟฟ้าแบบนี้ไป Bãi tm Cát Cò 1 หรือหาดกั๊ตกอ 1 ซึ่งอยู่ทางใต้สุดของเกาะ

46

หาด Cát Cò 1 คือสถานที่พักผ่อนที่ดีเยี่ยมบนเกาะกั๊ตบาอยู่ห่างจากตัวเมือง Cát Bà ไปทางใต้ราว 1 กิโลเมตร หาดทรายไม่ยาวเท่าไหร่ คนไม่เยอะมาก และคลื่นลมก็ไม่แรงมาก เหมาะที่จะลงเล่นน้ำทะเลจริงๆ

47 48

จากที่นี่สามารถเดินตามเส้นทางข้ามเนินเขาเล็กๆ ที่คั่นระหว่างสองชายหาดประมาณ 20 นาทีไปยัง Bãi tm Cát Cò 2 หรือหาดกั๊ตกอ 2 ได้ ชายหาดนี้ดูเงียบสงบกว่าหาดแรกและเหมาะสำหรับคู่รักที่ต้องการความเป็นส่วนตัว รวมถึงการพักผ่อนและตั้งแคมป์กับเพื่อนฝูงครับ

49

โปรแกรมวันนี้สิ้นสุดที่หาดกั๊ตกอ 2 ครับ ต่อไปเราจะเข้าเช็คอินที่ Catba Island Resort and Spa ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหาดกั๊ตกอ 1 ก่อนไปรับประทานมื้อเย็นที่ Panorama Bar ชั้นดาดฟ้าของโรงแรม Princes ที่มาเต็มด้วยอาหารทะเลสดๆ เช่นเดิม

50 51 52

กินจัดเต็มทุกมื้อเลยครับทริปนี้ แต่ไม่ค่อยมีผักเท่าไหร่ แถมดื่มน้ำอัดลมเยอะกว่าปกติด้วย กลับถึงโรงแรมก็ท้องอืดแน่นท้องนิดหน่อยจึงกินขมิ้นชันอ้วยอันโอสถไป 2 แคปซูล อีกแป๊บเดียวก็หายสนิทเลยครับ
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ www.ouayun.com

มาถึงวันที่ 3 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของทริปครับ

หลังจากรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมเรียบร้อยก็เดินทางไป Bến tàu Cát Bà หรือท่าเรือ Cát Bà ซึ่งอยู่ห่างไปราว 800 เมตร

photo credit: catbaislandresort-spa.com
photo credit: catbaislandresort-spa.com

54

ท่าเรือนี้เป็นท่าเรือ speed boat สำหรับเดินทางเข้าเมืองไฮฟองโดยใช้เวลาประมาณ 50 นาที ค่าตั๋วเรือราคา 180,000 đồng หรือประมาณ 290 บาท ครับ
(ถ้านั่งเรือจากท่าเรือญาลวนทางเหนือของเกาะไปไฮฟองจะใช้เวลา 70 นาที)

55 56

10 โมงเช้า เรือแล่นผ่านอ่าว Lan Hạ มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกตรงไปยังท่าเรือเมืองไฮฟอง

ยังไม่ 11 โมงเรือก็จอดเทียบท่าที่ Bến tàu khách Bến Bính ริมฝั่ง Sông Cấm หรือแม่น้ำ Cấm

57 58

Hi Phòng (Haiphong) หรือไฮฟอง (สำเนียงเวียดนามออกเสียงว่า ไห่ฟอง) คือเมืองท่าสำคัญทางตอนเหนือและเป็นเมืองใหญ่อันดับที่ 3 ของประเทศเวียดนาม ไฮฟองตั้งอยู่ห่างจากเมืองหลวงคือกรุงฮานอยไปทางตะวันออกราว 120 กิโลเมตร

photo credit: www.asiatraveltips.com
photo credit: www.asiatraveltips.com

คำว่า “ไฮ” แปลว่ามหาสมุทร และ “ฟอง” แปลว่าการปกป้อง ชื่อไฮฟองจึงเป็นการเรียกขานมหาสมุทรที่ทำหน้าที่ปกป้องผู้รุกรานที่จะมาโค่นล้มอำนาจของเวียดนาม

ไฮฟองไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวชื่อดังแต่เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ การค้า วัฒนธรรม และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศ สถานที่ท่องเที่ยวจึงไม่มีอะไรมากครับ แวะเที่ยวครึ่งวันก็เพียงพอแล้วครับ

สถานที่เที่ยวของเมืองไฮฟองส่วนมากเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ได้แก่

Nhà hát ln Hi Phòng คือโรงอุปราการแห่งไฮฟอง (Haiphong Opera House) สิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมที่มีกลิ่นอายแห่งอดีตอันงดงามแห่งนี้เป็นโรงโอเปร่าแห่งแรกของเมืองที่สร้างโดยคณะละครเร่ใน Hotel des Colonies เมื่อปีค.ศ. 1888 ต่อมาในช่วงปีค.ศ. 1895-1897 คณะอุปรากรฝรั่งเศสที่ตระเวนจัดการแสดงในอินโดจีนซึ่งนำแสดงโดยอเล็กซานดรา เดวิด-นีล ได้มาเปิดการแสดงที่เมืองนี้ในเรื่อง La Traviata และ Carmen และยังมีหนึ่งคณะที่มาเปิดการแสดงในช่วงรอเวลาการจัดงานเอ็กซ์โปในฮานอยเมื่อปีค.ศ. 1902 นั่นคือคณะ Blanche Arral

60

จากนั้นในช่วงปีค.ศ. 1904-1912 ผู้ปกครองอาณานิคมชาวฝรั่งเศสได้รื้อตลาดเก่าในจัตุรัสเพื่อสร้างโรงอุปราการนี้ โดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสได้คัดลอกแบบและวัสดุมาจากโรงอุปราการ Palais Garnier ในกรุงปารีส

โรงโอเปร่าเปิดใช้งานโดยมีคณะนักร้องเร่มาเปิดการแสดงสลับกับการแสดงที่โรงอุปราการฮานอยในวันที่ 23 ส.ค. 1945 ต่อมาสถานที่นี้ได้กลายเป็นที่ชุมนุมสาธารณะแห่งแรกของกองทัพประชาชนเวียดมินห์ในเมืองไฮฟอง ซึ่งตามมาด้วยการเดินขบวนและการยึดครองอาคารสำคัญหลายแห่งที่ไม่มีชาวญี่ปุ่นอารักขา อีกทั้งยังเป็นสถานที่ต่อสู้แห่งแรกๆ ในสงครามอินโดจีนครั้งที่ 1 ด้วย

หลังจากเวียดนามตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส โรงโอเปร่าแห่งนี้จึงถูกใช้สำหรับประชาชนของชาวอาณานิคมเป็นอันดับแรก เมื่อชาวอาณานิคมฝรั่งเศสจากไป ที่นี่จึงถูกใช้เพื่อจัดแสดงละครท้องถิ่นมากขึ้น ตลอดจนใช้เป็นโรงละครของนักสังคมนิยมและละครเพลงทั่วไป รวมทั้งใช้แสดงคอนเสิร์ตของศิลปินเวียดนามทั้งแนวคลาสสิกและร่วมสมัยแบบตะวันตก ละครพื้นบ้าน และเพลงยอดนิยมอื่นๆ

61 62

Đền Nghè หรือวัดเดนแงตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงอุปราการ Nhà hát lớn Hải Phòng วัดแห่งนี้มิใช่เป็นเพียงสถานที่สำคัญทางศาสนา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยเป็นสถานที่เพื่อการรำลึกถึงสตรีสามัญนามว่า เล ฉาน ผู้ก่อตั้งเมืองไฮฟองซึ่งเป็นสตรีที่ต่อสู้กับชาวจีนร่วมกับวีรสตรีคนอื่นๆ ในนามกลุ่ม Trung Sisters เมื่อปีค.ศ. 43 นางเป็นผู้ร่วมพลิกฟื้นดินแดนตะวันตกให้กลายเป็นแหล่งเพาะปลูกและทำให้เมืองไฮฟองเจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างมาก

63

ในช่วงแรกวัดแห่งนี้ใช้เป็นศาลบูชาและต่อมาได้รับการสร้างขึ้นใหม่และขยายพื้นที่จนกระทั่งกลายเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาอันเป็นที่สักการะของคนท้องถิ่น จุดเด่นของวัดอยู่ที่งานประติมากรรมหินอันสวยงาม ได้แก่ ฆ้องหิน และ เตียงหิน โดยฆ้องหินแกะสลักจากหินก้อนเดียวจนเป็นฆ้องหินที่ใหญ่ถึง 1.6 เมตร สูง 1 เมตร ด้านหน้าของฆ้องแกะเป็นรูปมังกร 2 ตัว รายล้อมด้วยพระจันทร์และมวลเมฆ ด้านหลังเป็นมวลเมฆม้วนตัวอย่างงดงาม

64 65

ภายในวัดมีอาคารหลัก 2 หลังคือโถงบูชาด้านหน้าและโบสถ์ด้านหลัง โดยบนหลังคาของโถงบูชาด้านหน้ามีตัวอักษรฮั่น “ศาลโบราณ อาน เบียน” ระหว่างโถงบูชาและโบสถ์มีหอเถียนฮวง 2 ชั้นซึ่งมีหลังคาโค้งทรงใบมีด มีรูปปั้นของ เล ฉาน ตั้งอยู่ในโบสถ์ ซึ่งทั้งสองด้านของรูปปั้นจัดเป็นศาลบูชาบิดามารดาของ เล ฉาน

66 67

จากนั้นก็เดินทางไปสนามบินนานาชาติ Cát Bi เตรียมตัวบินกลับเมืองไทยในเวลา 17.40 น. โดยเครื่องบินกลับถึง
สนามบินสุวรรณภูมิ 19.30 น.

ปิดท้ายด้วยข่าวดีครับ สายการบิน VietJet ฉลองเปิดเส้นทางบินใหม่จัดโปรโมชั่นพิเศษ “ราคาตั๋วเริ่มต้นที่ 0 บาท” เฉพาะเส้นทางกรุงเทพฯ – ไฮฟอง และ กรุงเทพฯ – โฮจิมินห์ โดยจัดเป็น 2 โปร คือ

  • โปรโมชั่นเฉพาะเดินทางเดือนพฤศจิกายนนี้ จองตั๋วโดยสารได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 พ.ย. 2559 ตลอด 24 ชั่วโมง
  • โปรโมชั่นสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางระหว่างวันที่ 1 ธ.ค. 2559 ถึง 31 มี.ค. 2560 (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) จองตั๋วโดยสารได้เฉพาะช่วงเวลา 00-14.00 น. ตั้งแต่วันนี้ถึง 13 พ.ย. 2559โปรดีจริงครับ ลองดูที่ www.vietjetair.com