10 เมืองเก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังสามารถไปเยือนได้

ถ้าอยากให้การเดินทางท่องเที่ยวได้อรรถรสมากขึ้น แน่นอนว่าความรู้ในสถานที่นั้นๆ ย่อมสำคัญเป็นอย่างมาก ยิ่งเป็นผู้ที่ชื่นชอบเรื่องราวประวัติศาสตร์แล้ว เมื่อไปถึงสถานที่จริงจะรู้สึกอินและมีความสุขในการดื่มด่ำมากเป็นพิเศษ ไม่แน่ว่าบางครั้งสถานที่ซึ่งหลงเหลือเพียงซากปรักหักพังอาจทำให้รู้สึกฟินได้มากกว่าเมืองสวยงามทันสมัยก็เป็นได้

ในโลกของเราเต็มไปด้วยเมืองโบราณเก่าแก่อายุหลายร้อยหลายพันปี แต่จะมีเมืองไหนบ้างที่ได้รับการพิสูจน์จากนักโบราณคดีแล้วว่าเก่าแก่ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยพิจารณาจากระยะเวลาในการตั้งถิ่นฐานอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันและยังคงหลงเหลือมรดกให้ชาวโลกได้ไปชื่นชมอยู่บ้าง มาดูกันเลยครับ

Lisbon, Portugal: 1,200 ปีก่อนคริสตกาล

ในหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศโปรตุเกส ลิสบอนเป็นเมืองหลวงและเมืองท่าสำคัญมาตั้งแต่ก่อร่างสร้างเมือง โดยเริ่มมีบทบาทในช่วงศตวรรษที่ 16 ในฐานะจุดริมขอบโลกตามความเชื่อของคริสตจักรยุคกลาง แม้เขตเมืองบางส่วนได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อศตวรรษที่ 18 แต่ก็มีการบูรณะจนกลับมาสวยงามตามเดิมอีกครั้ง ปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาเยือนเพื่อชื่นชมเขตเมืองเก่าตามเนินเขาอย่างย่าน Baixa หรือชมความยิ่งใหญ่ของโบสถ์ Jerónimos รวมถึงหอคอย Belém

Varanasi, India: 1,700 ปีก่อนคริสตกาล

เมืองโบราณทางตอนเหนือของรัฐอุตตรประเทศที่มีชื่อเดิมว่า Banaras แห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งจิตวิญญาณ” ของอินเดียมาอย่างยาวนาน เพราะถือเป็นเมืองอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งในศาสนาพุทธและฮินดู โดยเขตเมืองพาราณสีตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำคงคา แม้ปัจจุบันสถาปัตยกรรมโบราณถูกทำลายจนเกือบหมดแล้ว แต่ก็ยังคงเหลือ JyotirLingaVisvanatha หรือ the Golden Temple ศาสนสถานอันทรงคุณค่าที่บูรณะขึ้นใหม่เมื่อศตวรรษที่ 16

Luoyang, China: 1,900 ปีก่อนคริสตกาล

เมืองประวัติศาสตร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลเหอหนาน ตอนกลางของประเทศจีน ลั่วหยางได้รับการกล่าวขานว่าเป็นจุดเริ่มต้นของอารยธรรมจีนโบราณเพราะเป็นเมืองหลวงแห่งแรกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดของประเทศจีนซึ่งเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในสมัยราชวงศ์สุยและถัง เมืองนี้มีโบราณสถานที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก อาทิ ซากเมืองหลวงโบราณ 5 แห่งของราชวงศ์เซี่ย ชาง โจว ฮั่น เว่ย สุย ถัง ที่ตั้งเรียงกันตามแม่น้ำลั่วเหอ รวมไปถึงถ้ำหินหลงเหมิน วัดไป๋หม่า พิพิธภัณฑ์สุสานโบราณ สวนโบตั๋นราชธานี และจัตุรัสราชธานี

Luxor, Egypt: 3,200 ปีก่อนคริสตกาล

เมืองโบราณอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไนล์แห่งนี้เคยเป็นเมืองหลวงของอียิปต์โบราณเมื่อช่วงศตวรรษที่ 12 ภายใต้ชื่อว่า Thebes โดยชื่อลักซอร์มีความหมายว่าพระราชวัง ทุกวันนี้ยังคงหลงเหลือร่องรอยอารยธรรมอียิปต์โบราณให้ชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วิหาร Kanak สุสานกษัตริย์ Valley of the Kings และวิหาร Djeser-Djeseru Hatshepsut’s Temple

Plovdiv, Bulgaria: 4,000 ปีก่อนคริสตกาล

เมืองโบราณบริเวณเชิงเขาสามลูกทางตอนใต้ของประเทศบัลกาเรียแห่งนี้นับเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ แรกเริ่มก่อตั้งโดยชาวเทรเชียนโบราณ ต่อมาได้กลายเป็นเมืองสำคัญของชาวโรมัน หลังจากนั้นจึงตกอยู่ภายใต้การครอบครองอาณาจักรไบแซนไทน์และออตโตมัน ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญที่เป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมเนื่องจากยังหลงเหลือโบราณสถานให้ชมมากมาย อาทิ อัฒจันทร์และรางน้ำสมัยโรมัน ตลอดจนโรงอาบน้ำของจักรวรรดิออตโตมัน เป็นต้น

Shush, Iran: 4,500 ปีก่อนคริสตกาล

เมืองในเขตจังหวัด Khuzestan ทางตะวันตกของประเทศอิหร่านที่รู้จักกันทั่วไปอีกชื่อว่า Susa แห่งนี้เคยเป็นเมืองหลวงของเอลามหรือจักรวรรดิเอลาไมท์ ก่อนที่จะถูกจักรวรรดิอัสซีเรียเข้ายึดครอง ต่อมาเมืองซูซาได้ถูกจักรวรรดิเปอร์เชียอคีเมนียะห์ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิไซรัสมหาราชเข้ารุกรานและได้กลายเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิดังกล่าวในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังเป็นต้นกำเนิดของละครเรื่อง “The Persians” ที่ได้ชื่อว่าเป็นละครเก่าแก่ที่สุดที่ยังคงถูกนำมาแสดงอยู่จนถึงทุกวันนี้

Argos, Greece: 5,000 ปีก่อนคริสตกาล

เมืองโบราณบนเนินเขาสองลูกแห่งคาบสมุทร Pelopónnisos ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศกรีซ ซึ่งชื่อเมืองมาจาก Argus ที่เป็นลูกของเทพเจ้า Zeus กับ Niobe ตามหน้าประวัติศาสตร์แล้วเมืองดังกล่าวเคยเป็นสถานที่จัดมหกรรมกีฬา Panhellenic Games เมื่อ 400 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของมหกรรมกีฬาของมวลมนุษยชาติอย่างโอลิมปิคเกมส์นั่นเอง ปัจจุบันยังคงหลงเหลือซากสถาปัตยกรรมโบราณ เช่น โรงละครโรมัน วิหารเทพวีนัส และป้อมปราการต่างๆ

Byblos, Lebanon: 5,000 ปีก่อนคริสตกาล

แหล่งที่อยู่อาศัยเก่าแก่ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเลบานอนแห่งนี้เดิมทีมีชื่อว่า Gebal ซึ่งตั้งโดยชาวฟินิเชีย แต่หลังจากชาวกรีกเข้ายึดครองจึงได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็นบิบลอสดังเช่นทุกวันนี้ เมืองนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับตั้งแต่ยุคหินใหม่ทำให้มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วัดของชาวฟินิเชีย ปราสาทบิบลอส โบสถ์โบราณที่สร้างตั้งแต่ยุคสงครามครูเสด และกำแพงเมืองในยุคกลาง เป็นต้น

Çatalhöyük, Turkey: 7,500 ก่อนคริสตกาล

ถิ่นที่อยู่อาศัยที่เก่าแก่อันดับต้นๆ ของโลกทางตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรอนาโตเลียบนฝั่งเอเชียของประเทศตุรกีแห่งนี้นับเป็นแหล่งอารยธรรมยุคเริ่มแรกที่ยังเหลืออยู่ไม่กี่แห่งในโลก โดยจากหลักฐานที่ค้นพบสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีมนุษย์ตั้งรกรากอยู่อาศัยมาตั้งแต่ยุคหินใหม่ที่ต้องย้อนหลังไปกว่า 7,500 ปีก่อนคริสตกาล ปัจจุบันสามารถขับรถจากกรุง Ankara เมืองหลวงของตุรกีมาได้ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งจากซากบ้านเรือนที่หลงเหลืออยู่บ้าง ทำให้อาจสัมผัสความเป็นอยู่ของมนุษย์ยุคโบราณได้เป็นอย่างดี

Jericho, West Bank: 8,000 ก่อนคริสตกาล

เมืองในเขต West Bank ใกล้กับแม่น้ำจอร์แดนแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นพื้นที่ซึ่งมีคนอยู่อาศัยต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลกจากหลักฐานทางโบราณคดีที่ขุดค้นพบมากกว่า 20 แห่ง ซึ่งสามารถบ่งบอกว่ามีการตั้งถิ่นฐานอย่างต่อเนื่องโดยโบราณสถานเก่าแก่ที่สุดมีอายุมากถึง 8,000 ปีก่อนคริสตกาล ปัจจุบันเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของประชากรราว 20,000 คนซึ่งยังคงเหลือสำนักบวชโบราณในหุบเหวลึกให้ได้ชื่นชม

ที่มา: www.cntraveler.com