10 รถไฟที่ทำความเร็วได้สูงที่สุดในโลก

ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นทุกวันทำให้การเดินทางสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยหนึ่งในวิธีการเดินทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคงต้องเป็น “รถไฟ” ที่นับวันจะยิ่งพัฒนาจนทำความเร็วได้สูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อบวกกับความสะดวกสบายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้ในอนาคตรถไฟจะเป็นวิธีการเดินทางหลักที่นักท่องเที่ยวสามารถใช้เชื่อมต่อเมืองต่อเมืองทั้งในและระหว่างประเทศได้ทั่วถึงอย่างแน่นอน ดังนั้นลองมาดูว่าประสิทธิภาพของรถไฟปัจจุบันกันเลยว่าพัฒนาไปได้แค่ไหนกันแล้ว

อันดับ 1 – Shanghai Maglev, China: 267 ไมล์ต่อชั่วโมง

รถไฟที่สามารถทำความเร็วได้สูงที่สุดในโลกซึ่งเปิดตัวครั้งแรกแรกเมื่อปี 2004 สายนี้ใช้เชื่อมต่อระหว่างสนามบินนานาชาติ Shanghai Pudong กับสถานีรถไฟใต้ดิน Longyang เขตชานเมืองเซี่ยงไฮ้ รวมระยะทาง 19 ไมล์ ซึ่งแน่นอนว่าด้วยความเร็วขนาดนี้รถไฟที่ใช้เทคโนโลยีแม่เหล็กเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพดังกล่าวจึงใช้เวลาเดินทางแค่ 7 นาที

Shanghai Maglev2

อันดับ 2 – Harmony CRH380A, China: 236 ไมล์ต่อชั่วโมง

เซี่ยงไฮ้ส่งเข้าประกวดอีกเช่นเคย รถไฟสายที่เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 2010 สายนี้นับเป็นรถไฟที่ทำความเร็วได้สูงที่สุดในโลกหากไม่นับรถไฟที่ใช้เทคโนโลยีแม่เหล็ก โดยใช้เดินทางระหว่างเมืองเซี่ยงไฮ้กับนานกิง และกำลังขยายเส้นทางระหว่างเซี่ยวไฮ้กับหางโจว รวมทั้งอู่ฮั่นกับกวางโจวอีกด้วย

Harmony CRH380A

อันดับ 3 – Trenitalia Frecciarossa 1000, Italy: 220 ไมล์ต่อชั่วโมง

รถไฟสายใหม่ของอิตาลีที่เพิ่งเปิดตัวครั้งแรกเมื่อช่วงงาน World Expo 2015 ที่ผ่านมานี้ได้ชื่อว่าเป็นรถไฟที่ทำความเร็วได้สูงสุดในยุโรป โดยสามารถเชื่อมต่อเมืองมิลาน ฟลอเรนซ์ สู่กรุงโรม ได้ภายในระยะเวลาเพียง 3 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังเป็นรถไฟที่สร้างขึ้นใหม่เกือบทั้งหมดด้วยวัสดุแห่งอนาคตอีกด้วย

Trenitalia Frecciarossa 1000

อันดับ 4 – Renfe AVE, Spain: 217 ไมล์ต่อชั่วโมง

ระบบรถไฟความเร็วสูงของประเทศสเปนที่ร่วมกันพัฒนาโดยบริษัท Siemens Velaro เครือข่ายรถไฟกระจายครอบคลุมทั่วทุกประเทศ โดยใช้เชื่อมต่อระหว่างเมืองใหญ่ต่างๆ ของประเทศ นอกจากนี้ยังมีการขยับขยายเส้นทางระหว่างประเทศด้วยเช่นกัน โดยสามารถเดินทางจากบาร์เซโลน่าไปยังกรุงปารีสได้ภายในระยะเวลาเพียง 6 ชั่วโมง

Renfe AVE

อันดับ 5 – Deutsche Bahn ICE, Germany: 205 ไมล์ต่อชั่วโมง

ระบบรถไฟความเร็วสูงของประเทศเยอรมนีที่ขึ้นชื่อเรื่องมาตรฐานระดับสูง รถไฟ ICE ย่อมาจาก Inter-City Express ซึ่งใช้เดินทางระหว่างเมืองใหญ่ต่างๆ ครอบคลุมทั่วประเทศเยอรมนี รวมทั้งเลยไปยังประเทศข้างเคียง โดยคล้ายกับรถไฟของสเปนที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาโดยบริษัท Siemens Velaro เช่นกัน

Deutsche Bahn ICE

อันดับ 6 – Eurostar e320 และ TGV, France-England: 200 ไมล์ต่อชั่วโมง

รถไฟ Eurostar เวอร์ชั่นใหม่ที่พัฒนามาจากซีรี่ส์เดิม e300 นี้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่าเดิม 20 ไมล์ต่อชั่วโมง ทำให้สามารถช่วยย่นระยะเวลาเดินทางระหว่างปารีส-ลอนดอน และปารีส-บรัสเซลส์ ได้อีกประมาณ 15 นาที เพราะฉะนั้นด้วยระยะเวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมง ทำให้คงไม่มีใครเลือกใช้วิธีการบินระหว่าง 3 เมืองหลักของยุโรปเหล่านี้แน่นอน

Eurostar e320

อันดับ 7 – Hayabusa Shinkansen E5, Japan: 200 ไมล์ต่อชั่วโมง

ญี่ปุ่นเพิ่งเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีรถไฟความเร็วสูงสายแรกของประเทศไปเมื่อไม่กี่ปีก่อนซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเชื่อมระหว่างกรุงโตเกียวกับเมืองโอซาก้า โดยรถไฟชินคันเซ็น Hayabusa E5 นี้เป็นสายใหม่ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เดินทางระหว่างกรุงโตเกียวกับเมืองอาโอโมริ ทางตอนบนสุดของเกาะฮอนชู พร้อมทั้งขยายเส้นทางไปถึงเมืองฮาโกะดาเตะบนเกาะฮอกไกโดอีกด้วย

Hayabusa Shinkansen E5

อันดับ 8 – Thalys, Netherlands, Belgium, France & Germany: 186 ไมล์ต่อชั่วโมง

หนึ่งในรถไฟความเร็วสูงของยุโรปที่ได้รับความนิยมสูงสุดเนื่องจากใช้เป็นเส้นทางระหว่างเมืองหลักต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น อัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ บรัสเซลส์ของเบลเยียม ปารีสของฝรั่งเศส รวมทั้งโคโลญน์ของเยอรมนี ทำให้ถูกใช้ประโยชน์ทั้งในแง่การท่องเที่ยวและธุรกิจ

Thalys

อันดับ 9 – Hokuriku Shinkansen E7, Japan: 161 ไมล์ต่อชั่วโมง

รถไฟชินคันเซ็นที่เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมีนาคมปี 2015 ซึ่งตั๋วรอบแรกสุดขายหมดภายในระยะเวลา 25 วินาที เพราะมันช่วยย่นระยะเวลาระหว่างกรุงโตเกียวกับจังหวัดโตยามะและคานาซาวะซึ่งต้องข้ามภูเขา Japanese Alps จาก 4 ชั่วโมง เหลือเพียง 2 ชั่วโมง ก่อนหน้าที่รถไฟสายนี้จะเปิดใช้ ภูมิภาคส่วนนี้เป็นที่นิยมเฉพาะในหมู่คนญี่ปุ่น แต่หลังจากเปิดใช้แล้วก็เริ่มกลายเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด

Hokuriku Shinkansen E7

อันดับ 10 – Amtrak Acela Express, USA: 150 ไมล์ต่อชั่วโมง

รถไฟความเร็วสูงที่ให้บริการมาตั้งแต่ปี 2000 สายนี้เป็นอีกวิธีการเดินทางหลักในเขตตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ โดยเชื่อมระหว่างเมืองใหญ่ทั้งหมดไล่ตั้งแต่บอสตัน นิวยอร์ค ฟิลาเดลเฟีย บัลติมอร์ และไปสุดสายที่เมืองหลวงคือกรุงวอร์ชิงตัน ดีซี ใช้เวลาเดินทางรวมทั้งสิ้นประมาณ 7 ชั่วโมง และในอนาคต Amtrak กำลังวางแผนสร้างรถไฟเส้นทางระหว่างซานฟรานซิสโกกับลอสแองเจลิสให้ใช้เวลาเหลือเพียง 2 ชั่วโมง 40 นาทีอีกด้วย

Amtrak Acela Express

ที่มา: cntraveler.com