ย้อนยุค 60s เที่ยวเอง CUBA ตอนที่ 1 “Havana” เมืองโคตรศิลป์เสน่ห์แห่งแคริบเบียน

เที่ยวเอง รีวิว ฮาวานา คิวบา tieweng review havana habana cuba
Cuba คือประเทศหนึ่งใน Latin America Trip ซึ่งเป็นทริปใหญ่ของเที่ยวเองในปีนี้

คงไม่มีใครคิดจะวางแผนเที่ยวจากอเมริกาเหนือลงไปทะเลแคริบเบียน ลงต่อไปอเมริกากลาง เลยไปถึงอเมริกาใต้ แล้ววนกลับขึ้นไปอเมริกาเหนืออีกฝั่งแบบเรานะครับ ผมจึงขอเขียนรีวิวเป็นแต่ละประเทศไปและเชื่อมโยงเส้นทางเที่ยวแค่ภายในประเทศนั้นหรือประเทศที่มีพรมแดนติดกันเท่านั้นนะครับ

เราตั้งต้นที่ New York สหรัฐอเมริกา เพราะสะดวกในการเดินทางไปคิวบา (อีกเมืองหนึ่งที่มีไฟลท์บินไปคิวบาได้สะดวกคือ Miami) โดยขอแวะเที่ยวนิวยอร์คก่อน 3 วันครับ

หลังจาก search หาสายการบินเส้นทาง New York – Havana อยู่สักพักก็สรุปเลือกบินด้วยสายการบิน United Airlines ซึ่งมีไฟลท์บินทุกวัน เวลาออกจาก New York ดีเลย ไม่เช้าเกินไป (เราตื่นเช้ามืดไปสนามบินไม่ไหวครับ 55) และราคาโอเคมากคือ 145.40 USD = 4,720 บาท แต่ต้องไปจ่ายค่าน้ำหนักกระเป๋าโหลดใต้เครื่องด้วยบัตรเครดิตตอนเช็คอินที่สนามบินอีก 25 USD (ประมาณ 800 บาท)

เช็คตารางเวลาและราคาตั๋วเครื่องบินได้ที่ United Airlines

ไฟลท์ของ United Airlines จะออกจาก Newark Liberty International Airport หรือสนามบินนานาชาติ New York/Newark (EWR) มลรัฐ New Jersey ไม่ใช่สนามบิน John F. Kennedy (JFK) เหมือนไฟลท์จากเมืองไทยนะครับ

วิธีการไปสนามบิน New York/Newark จากเขต Manhattan กลางเมือง New York คือ นั่งรถไฟใต้ดินสาย 1, 2, 3, A, C, E ไปที่สถานี 34 St Penn Station เดินตามป้ายบอกทางไปสถานีรถไฟ Pennsylvania Station (Penn Station) ก็ถึงชั้นใต้ดินของสถานีรถไฟ ขึ้นบันไดเลื่อนไป 1 ชั้นเพื่อซื้อตั๋วรถไฟ + AirTrain (5.50 USD) ของ NJ TRANSIT ราคารวม 13 USD แล้วนั่งรถไฟ NJ TRANSIT ไปที่สถานี Newark Liberty Airport Station ต่อ AirTrain ไปยัง Terminal ต่างๆ ของสนามบิน

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเดินทางไปสนามบินได้ที่ Public Transportation to/from Newark Airport

photo credit: www.newarkairport.com

ไฟลท์ที่เราจะบินออกตอน 10.15 น. ควรไปถึงสนามบินก่อนเวลาเครื่องออกไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง เราจึงเลือกรถไฟ NJ TRANSIT เวลา 07.07 น. (ขบวนถัดไป 07.14 น.) ใช้เวลา 23 นาทีก็ถึงสถานี Newark Liberty Airport Station ต่อ AirTrain ของสนามบินรอบ 07.40 น. (ขบวนถัดไป 07.50 น.) อีก 2 ป้าย (7 นาที) ไปลงที่ Terminal C

เช็คเวลาและค่าตั๋วรถไฟ NJ TRANSIT ได้ที่ NJ TRANSIT Train

ถ้านั่งรถไฟของ Amtrak จาก Penn Station ใช้เวลา 20-23 นาที แต่ค่าตั๋วรถไฟแพงกว่าคือ 29 USD รถไฟขบวน 153 Northeast Regional ออกเวลา 08.05 น. ถึงสถานี Newark Liberty Airport Station 08.27 น. ต่อ AirTrain อีก 2 ป้าย (7 นาที) ไป Terminal C

เช็คเวลาและค่าตั๋วรถไฟ Amtrak ได้ที่ www.amtrak.com

ถึงสนามบิน New York/Newark แล้วต้องเดินไปซื้อ Visa de Tarjeta del Turista (Cuba Tourist Card) ที่เคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบิน ราคา 50 USD อาจถูกบวกค่า service charge จาก Cuba Travel Services (CTS) อีก 25 USD ต่อคน

ถ้าเดินทางจากสหรัฐฯ เข้าคิวบาจะต้องซื้อ Visa de Tarjeta del Turista (Cuba Tourist Card) เท่านั้น โดยอาจต้องกรอกเอกสารว่าจะเข้าคิวบาไปทำอะไรที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า General License ให้กากบาทข้อ Support for the Cuban people จากเหตุผลในการเดินทางเข้าคิวบาทั้งหมด 13 ข้อ

อ่านข้อควรรู้สำหรับเตรียมตัวไปคิวบา เช่น วีซ่า ค่าเงิน ฤดูกาล ได้ที่ 12 ข้อควรรู้สำหรับเตรียมตัวเที่ยวเอง Cuba

เราเลือกบินโดยสายการบิน United Airlines จึงต้องเดินไปสุดอาคารเพื่อทำเรื่องที่เคาน์เตอร์แทนที่จะเช็คอินจากเครื่องอัตโนมัติของสายการบินเหมือนกับคนที่ไปเดสทิเนชั่นอื่นครับ

สรุปเราเสียค่า Visa de Tarjeta del Turista (Cuba Tourist Card) + ค่า service charge คนละ 75 USD เจ้าหน้าที่สายการบินบอกว่าให้กรอกข้อมูลตอนไหนก็ได้ก่อนผ่านตม.คิวบาครับ

หลังผ่านพิธีการตรวจต่างๆ ก็เข้า United Club คือเลานจ์ของ United Airlines ไปรับประทานมื้อเช้า จิบกาแฟให้ตื่น และนั่งรอเวลาเครื่องบิน boarding

ไฟลท์ UA 1502 ออกเดินทางตอน 10.15 น. ครับ

นั่งกรอกใบ Visa de Tarjeta del Turista (Cuba Tourist Card) บนเครื่อง ง่ายๆ ครับ แต่ใบศุลกากรต้องกรอกละเอียดมากกก

13.50 น. เวลาคิวบา (เท่ากับ summer time ของอเมริกา) เราก็เดินทางมาถึง Aeropuerto Internacional José Martí หรือสนามบินนานาชาติกรุง Havana ประเทศคิวบา ใช้เวลาบิน 3 ชั่วโมง 35 นาที

ไฟลท์บินทุกไฟลท์จากสหรัฐฯ จะลงที่ Termianl 2 ซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียวเก่าๆ ไม่ใหญ่ แออัดด้วยผู้โดยสารจากหลายไฟลท์ที่ลงพร้อมๆ กัน มีสายพานส่งกระเป๋าแค่ 2 สาย ป้ายแสดงว่ากระเป๋าจะออกมาทาง belt ไหนไม่ชัดเจน ออกแนวมั่วๆ ครับ เราต้องคอยดูทั้งสอง belt เลย

หลังได้กระเป๋าแล้วต้องผ่านช่องตรวจของศุลกากร ถ้าเป็นคนคิวบาต้องเข้าช่องสีแดงตรวจข้าวของต่างๆ ที่ต้องขอใช้คำว่า “ขน” เข้าประเทศ แต่ละคนซื้ออะไรมาก็ไม่รู้ เต็มไปหมด คิวตรวจยาวแบบว่าท้ายแถวน่าจะออกจากสนามบินได้อีก 2 ชั่วโมง 55

เราเป็นนักท่องเที่ยวไม่ต้องไปต่อคิวกับเค้านะครับ ให้เดินเข้าช่องเขียวไม่ต้องเคลมของที่นำเข้าประเทศเลย ถ้าโดนเรียกตรวจค่อยว่ากัน (คนคิวบาต่อคิวบังช่องเขียวจนนึกว่าออกไม่ได้เลย)

Aeropuerto Internacional José Martí (José Martí International Airport) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ห่างจากศูนย์กลางกรุง Havana ประมาณ 20 กิโลเมตร

เท่าที่อ่านข้อมูลมาเค้าบอกว่าในสนามบินมีร้านแลกเงินแต่คนจะเยอะมาก อาจใช้เวลาต่อคิวเป็นชั่วโมง (แต่เมื่อไปถึง Terminal 2 จริง รู้สึกว่าจะไม่มีร้านแลกเงินนะครับ) เราจึงตัดสินใจไม่แลกเงินที่สนามบิน ค่อยเข้าเมือง Havana ไปแลกทีหลัง โดยจอง private transfer มารับที่สนามบินตอนบ่าย 3 โมงไปส่งที่ที่พักในเมืองทาง havanaairporttransfers.com จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตล่วงหน้าไปเลยครับ ค่าแท็กซี่สำหรับกลุ่มเล็ก 1-4 คน ราคา 30 ยูโร (เกือบ 1,200 บาท) ถ้าเรียกจากเมืองไปส่งที่สนามบินราคา 20 ยูโร ถือว่าแพงมาก คิดว่าซื้อเวลาละกันครับ 😀

คันนี้แหละครับที่จะพาเราเข้าเมือง #สภาพเหมือนจะไปไม่รอด 555

วิธีการอื่นในการเดินทางเข้า La Habana Centro หรือศูนย์กลางกรุงอาวานาทั้งเมืองเก่าและเมืองใหม่ ได้แก่

  • แท็กซี่ของ Cuba Taxi คันสีเหลือง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที ค่าแท็กซี่ 20-25 CUC (ประมาณ 700-850 บาท) หลัง 20.00 น. แท็กซี่มักจะขึ้นราคาเป็น 40-50 CUC แท็กซี่ที่นี่ไม่ค่อยโกงครับ

เรียกหน้างานหรือจองล่วงหน้าได้ที่ www.cubaccommodation.com

  • รถเมล์ (guagua) Metrobús สาย P12 (Santiago de Las Vegas – Aeropuerto – Parque de la Fraternidad) ไปลงสุดทางใกล้ El Capitolio (Capitol) ใช้เวลาเป็นชั่วโมง ค่าตั๋วรถเมล์ราคา 50 CUP แต่สามารถจ่ายเป็น 0.05 CUC (5 centavo) ถ้าไม่มีเศษก็จ่าย 1 CUC แล้วเดินเข้าเมืองเก่าหรือต่อแท็กซี่อีก 1-10 CUC แล้วแต่ต่อรองกับคนขับรถ ถ้ามีกระเป๋าเดินทางใหญ่อาจถูกคิดเงินเพิ่ม

ส่วนสาย P16 (Santiago de Las Vegas – Vedado – Hospital Ameijeiras) จะไปสุดทางที่ Parque Maceo ที่ถนน Malecón ริมทะเลในเขต El Vedado (Vedado) หรือเมืองใหม่อาวานา

รถเมล์มีถึงเที่ยงคืน แต่ตารางรถไม่แน่นอน บางทีอาจต้องรอเป็นชั่วโมง

ป้ายรถเมล์อยู่นอกเขตสนามบิน ต้องออกจากอาคาร Terminal 2 เลี้ยวซ้ายเดินไปจนถึงถนนใหญ่ชื่อ Avenida Rancho Boyeros ป้ายรถเมล์อยู่ฝั่งตรงข้ามทางขวามือ (ระยะทางประมาณ 500 เมตร) รถเมล์จะแล่นไปทาง Plaza de la Revolución (Revolution Square) หรือจะนั่ง shared taxi (almendrón) รถวินเทจซึ่งวิ่งในเส้นทางเดียวกับรถเมล์ราคา 1 CUC แต่ไม่เหมาะสำหรับกลุ่มที่มีกระเป๋าเดินทางใหญ่หลายใบ

ถ้าเครื่องบินลงที่ Terminal 3 ซึ่งเป็นอาคารใหม่และทันสมัยที่สุด ต้องออกไปนอกอาคาร เลี้ยวขวาเดินตามถนนใหญ่ซึ่งไม่มีทางเท้าประมาณ 1 กิโลเมตร หรือนั่ง shuttle bus ไป Terminal 2 แต่ต้องเสียเวลารอรถพอสมควร

ขอนั่งแท็กซี่วินเทจเข้าเมืองดีกว่า แท็กซี่ไม่มีแอร์ อาศัยลมเย็นจากข้างนอกเอา แต่ก็ต้องกลั้นหายใจเวลาควันไอเสียรถพ่นเข้ามาครับ

คนขับสื่อสารภาษาอังกฤษได้พอใช้ เค้าบอกว่ารถคันนี้อายุ 62 ปีแล้ว 555 แก่คราวพ่อเลยทีเดียว

บ่าย 3 ครึ่ง คนขับไปส่งถึงหน้าที่พักในเมืองเก่าซึ่งเป็นบ้านคนที่เปิดให้เข้าพักได้ เรียกว่า Casa แปลว่าบ้าน ถนนและบ้านในเมืองเก่าหน้าตาคล้ายๆ กันหมดครับ ถ้านั่งรถเมล์มาแล้วเดินหานี่งงชัวร์ๆ และถ้ามีกระเป๋าใหญ่ก็อาจเดินลากลำบากหน่อยเพราะถนนไม่ค่อยเรียบ ฟุตบาธแคบ และคนเดินขวักไขว่

เราเลือกที่พักแบบ Casa ในเมืองเก่า (Habana Vieja) เพื่อให้ได้ฟีลลิ่งแบบคิวบาแท้ๆ โดยจอง Casa Galeria Habana บ้านเลขที่ 162 ที่ถนน Calle Habana ห้อง Deluxe room ห้องน้ำรวม ราคาคืนละ 45 ยูโร + agency fee อีก 2 ยูโร ไม่รวมอาหารเช้า ต้องจ่ายเงินมัดจำผ่านบัตรเครดิตก่อนเลยประมาณ 30% ของค่าห้อง ที่เหลือจ่ายเป็นเงินสดเมื่อเข้าพัก ที่พักแบบนี้มีราคาถูกกว่าโรงแรมค่อนข้างเยอะครับ

สามารถหาและจองที่พักแบบนี้ได้ที่ www.cubaccommodation.com

photo credit: www.whatsinport.com

Casa ส่วนมากจะแคบๆ ครับ เราต้องยกกระเป๋าใหญ่ขึ้นบันไดทั้งแคบทั้งสูงและชัน เล่นเอาลิ้นห้อยเรย

แต่พอขึ้นไปถึงชั้น 2 แล้วก็ต้องร้องว้าว! บ้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์โบราณสวยงามตามแบบฉบับสเปน นึกว่าได้ย้อนไปอยู่ในหนังสเปนยุค 60-70 เลย

ป้าเจ้าของบ้านชื่อ Carmen มาต้อนรับและพาเข้าไปชมห้องนอน รู้สึกเหมือนได้กลับไปอยู่บ้านอาม่าอีกครั้ง 555

ในห้องมีแอร์รุ่นพระเจ้าเหาเครื่องนึงแต่เย็นนะ ห้องน้ำอยู่ข้างนอกแต่เปิดประตูอีกข้างออกไปที่ห้องครัวก็ถึงห้องน้ำแล้ว Casa นี้มีแค่ 2 ห้องพัก คืนนี้มีลูกค้าแค่เราเท่านั้นจึงใช้ห้องน้ำได้ตามสบาย อุปกรณ์ทำครัวถือว่าทันสมัย ตอนแรกนึกว่าต้องจุดเตาถ่านซะแล้ว 555

หลังเก็บของเข้าห้องเรียบร้อย เราก็ขอให้ป้าการ์เมนช่วยโทรหาแท็กซี่พาไป Trinidad เมืองท่องเที่ยวอันดับ 2 ของคิวบาซึ่งอยู่ไกลจาก Havana ประมาณ 5 ชั่วโมง พรุ่งนี้เช้า ค้าง 1 คืน และกลับ Havana ช่วงบ่ายวันถัดไป และให้ช่วยหาที่พักที่นั่นให้ด้วย เราจองห้องเผื่อไว้ 3 คืนก่อนเพราะถ้าหารถไป Trinidad ไม่ได้ก็ยังมีที่นอนครับ

คนคิวบาพูดภาษาสเปนครับ ป้าพูดอังกฤษได้เป็นคำๆ และน่าจะเข้าใจที่เราสื่อสารพอสมควรแต่ตอบกลับมาไม่ค่อยได้ ผมใช้การเขียนอธิบายเอาว่าต้องการอะไร ไปไหน วันไหน กี่โมง

ป้าโทรหาหลายเจ้าอยู่ ในที่สุดก็หารถแท็กซี่ได้โดยเป็นบริษัทที่ไว้ใจได้ เจ้าหน้าที่พูดภาษาอังกฤษได้ดี สรุปค่ารถไป-กลับคนละ 35+35 CUC (อ่านว่า “กุ๊ก”) หรือประมาณ 1,200 บาท แพงกว่าค่าตั๋วรถบัสของ Viazul เที่ยวละ 10 CUC เจ้าหน้าที่แจ้งว่าคนขับขาไปกับขากลับเป็นคนละคนกัน เมื่อไปถึง Trinidad ให้จ่ายค่ารถเลยคนละ 35 CUC และจ่ายค่ามัดจำรถขากลับคนละ 10 CUC เลย ที่เหลืออีกคนละ 25 CUC ค่อยจ่ายตอนกลับถึง Havana

ส่วนที่พักที่ Trinidad เป็น Hostal ชื่อ Yelenis ที่ถนน Calle Luz ป้าจดที่อยู่ให้เราและแจ้งบริษัทแท็กซี่เรียบร้อย
ห้องพักราคาคืนละ 30 CUC (ประมาณ 1,000 บาท) ผมไม่รู้ว่า Hostal อยู่ตรงไหนในเมือง แต่น่าจะไม่ไกลจาก Plaza Mayor จัตุรัสกลางเมืองตามที่บอกป้าไว้มั้ง

รีวิวเที่ยวเมือง Trinidad จะแยกเป็นอีกรีวิวนะครับ ตอนนี้ไปเที่ยว Havana เต็มๆ กันก่อน

เมื่อจัดการเรื่องไป Trinidad สดๆ หน้างานเรียบร้อยแล้ว สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือแลกเงิน โดยต้องเดินไปที่ธนาคาร CADECA (Casa de Cambio) ที่ถนนสายหลักกลางเมืองเก่าชื่อ Obispo ตรงจุดตัดกับถนน Compostela ห่างจาก Casa ประมาณ 450 เมตร

ธนาคารเปิดวันจันทร์-ศุกร์ 08.30-20.00 น. เสาร์-อาทิตย์เปิด 09.00-17.30 น.

คิวบาใช้ 2 สกุลเงิน คือ Peso cubano (Cuban peso) ตัวย่อคือ CUP และ Peso cubano convertible (Cuban convertible peso) ตัวย่อคือ CUC ($) โดยอัตราแลกเปลี่ยนคือ 1 CUC = 24 CUP และ 25 CUP = 1 CUC (1 CUP = 1.20 บาท โดยประมาณ)

เงิน Peso cubano (CUP) จะใช้เฉพาะคนคิวบาเท่านั้น ส่วน Peso cubano convertible (CUC) คือเงินสำหรับชาวต่างชาติ เวลาแลกเงินก็จะได้มาเป็นเงิน CUC ที่คนท้องถิ่นเรียกว่า “กุ๊ก” “ดอลลาร์” หรือ “chavito”

เราแลกเงิน Peso cubano convertible คนละ 200 USD ได้เงินมา 174 CUC
โดย tipo de cambio (exchange rate) คือ 1 USD = 0.87 CUC หรือ 1 CUC แพงกว่า 1 USD นิดๆ
ค่าครองชีพสำหรับนักท่องเที่ยวถือว่าไม่ถูกเลยนะครับ

โดยทั่วไปที่คิวบาใช้บัตรเครดิตไม่ได้นะครับ ต้องเตรียมเงินสดไปแลกเงิน CUC ให้เพียงพอ

ดูเรทไม่รู้เรื่องเลยครับ 555

ที่ถนน Obispo ตรงหัวมุมถนน Calle Habana ใกล้กับธนาคาร CADECA มีออฟฟิศขาย internet card ของ ETECSA แต่ต้องต่อคิวซื้อยาวตลอดเพราะคนคิวบาเองก็ต้องใช้วิธีการนี้ในการใช้อินเตอร์เน็ต ที่นี่ปิดทุ่มนึงครับ

internet card แบบ 1 ชั่วโมง ราคา 2 CUC (เกือบ 70 บาท) แบบ 5 ชั่วโมง 10 CUC ถ้าซื้อจากโรงแรมราคาจะแพงเป็น 3 CUC และ 15 CUC เราซื้อจากคนเดินเร่ขายซึ่งฟลุ้กเจอพอดี ราคาตามปกติเลยครับ แต่ต้องเช็คให้ดีว่ารหัสหลังบัตรยังไม่ถูกขูดออกไป

แต่ใช่ว่ามี internet card แล้วจะเล่นเน็ตที่ไหนก็ได้นะ ต้องเล่นตามที่สาธารณะ เช่น สวนเล็กๆ ถ้าเห็นตรงไหนมีคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวนั่งก้มหน้าก้มตากดมือถือเยอะๆ ตรงนั้นแหละเล่นเน็ตได้ หรือเล่นที่ล็อบบี้ของโรงแรมใหญ่ๆ คืนที่นอน Casa นี่หมดสิทธิ์ครับ

เย็นนี้มีเวลาเดินเที่ยว Havana อีก 2 ชั่วโมงกว่าๆ ครับ

Havana (La Habana) ออกเสียงว่า “อาวาน่า” หรือ “อาบาน่า” (แต่ผมขอเขียนว่า “อาวานา” นะครับ) คือเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศคิวบา อาวานาคือเมืองท่าหลักของประเทศด้วย

คิวบามีอากาศร้อนตลอดทั้งปี ช่วง high season คือ พ.ย.-มี.ค. ซึ่งอากาศจะร้อนน้อยหน่อย และ ก.ค.-ส.ค. ส่วน low season คือ พ.ค.-มิ.ย. และ ก.ย. โดยเดือนก.ย.-ต.ค. ฝนตกบ่อย เราจึงเลือกมาช่วงต้นมีนาครับ ขนาดร้อนน้อยหน่อยยัง 30 กว่าองศา เดินไปปาดเหงื่อไปเลย 555

อาวานามีเขตเมืองหลักๆ 3 เขต คือ Habana Vieja หรือ Old Havana ก่อตั้งโดยนักสำรวจชาวสเปนเมื่อปีค.ศ. 1519 บริเวณเมืองเก่าอาวานานี้ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO ในปีค.ศ. 1982 Centro คือเขตศูนย์กลางเมือง ไชน่าทาวน์ก็อยู่ในเขตนี้ และ El Vedado (Vedado) คือเมืองใหม่ซึ่งเป็นแหล่งธุรกิจสำคัญที่เพิ่งได้รับการพัฒนาเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 โรงแรมหรูหราใหญ่โตริมทะเลแคริบเบียนอยู่ในเขตเมืองใหม่แห่งนี้

photo credit: www.siue.edu

วันแรกนี้เราจะเดินเล่นใน Habana Vieja (Old Havana) หรือเมืองเก่าอาวานา

เริ่มต้นที่ธนาคาร CADECA ที่ Calle Obispo ถนนคนเดินสายหลักกลางเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และคึกคักด้วยนักท่องเที่ยวทั้งฝรั่งและเอเชีย

เดินตามถนน Obispo ไปทางทิศตะวันตกก่อนเพื่อไป Parque Central ที่ถนนใหญ่ระหว่างเขตเมืองเก่ากับ Centro ชื่อว่า Paseo de Martí (ระยะทางประมาณ 550 เมตร)

ถนนในเมืองเก่าตีเป็น grid ทะลุถึงกันได้เกือบหมด

photo credit: www.whatsinport.com

เดินวนไปวนมาถ่ายรูปบ้านโคตรเก่าแต่ดูมีเสน่ห์แบบคิวบาแท้ๆ ที่ยังไม่ถูกกระแสโลกปัจจุบันมาเปลี่ยนแปลง และรถอเมริกันเก่ากึ๊กโคตรคลาสสิกที่พบเห็นได้ทั่วไปในคิวบา

รถยนต์วินเทจเหล่านี้ส่วนมากใช้มาตั้งแต่ทศวรรษ 50 หรือกว่า 60 ปีมาแล้ว เพราะหลังจากการขึ้นครองอำนาจของฟิเดล คาสโตร ตั้งแต่กว่า 60 ปีก่อน คิวบาก็กลายเป็นประเทศปิด ตัดขาดจากโลกภายนอก และมีนโยบายห้ามนำเข้ารถจากต่างประเทศ ทุกวันนี้เลยมีรถเก่ารุ่นพ่อวิ่งกันเต็มถนน

จากสวนกลางเมือง Parque Central นี้จะมองเห็นรูปปั้นของ José Martí ฮีโร่ของชาวคิวบา และ Gran Teatro de La Habana Alicia Alonso (Great Theatre of Havana Alicia Alonso) อาคารคอนเสิร์ตฮอลล์หรือโรงโอเปร่าที่ใหญ่ที่สุดของคิวบา โรงบัลเล่ต์แห่งชาตินี้อยู่ในอาคารที่รู้จักกันในนาม Galician Centre of Havana ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมชาว Galician ที่อพยพจากทางตะวันตกเฉียงเหนือของคาบสมุทรไอบีเรีย (ประเทศสเปน) มายังคิวบา

หันหลังกลับไปก็เห็น Museo Nacional de Bellas Artes de La Habana (National Museum of Fine Arts of Havana) อยู่ที่อาคาร Palacio de Bellas Artes (Palace of Fine Arts) ปัจจุบันคือพิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์ที่เก็บรักษาผลงานศิลปะในสมัยอาณานิคม

เดินผ่านอาคาร Gran Teatro ไปนิดก็ถึง El Capitolio (Capitol) หรือ Capitolio Nacional (National Capitol Building) อาคารสไตล์นีโอคลาสสิกและอาร์ทนูโวที่ออกแบบเลียนแบบอาคารรัฐสภาของสหรัฐฯ สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปีค.ศ. 1929 เป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในอาวานาจนถึงทศวรรษ 1950 ก่อนถูกทำลายสถิติโดยตึกที่พักอาศัยชื่อ FOCSA ซึ่งมีความสูงถึง 121 เมตร

อาคาร Capitol นี้ใช้เป็นสถานที่ราชการของประเทศจนถึงช่วงหลังการปฏิวัติคิวบาเมื่อปีค.ศ. 1959 ปัจจุบันกลายเป็นอาคาร Cuban Academy of Sciences และ Museo Nacional de Historia Natural (National Museum of Natural History) ด้านในมีรูปปั้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของโลกที่มีชื่อว่า La Estatua de la República แต่วันนี้ปิดแล้วเลยไม่ได้เข้าไปด้านในครับ

เยื้องกับ El Capitolio มีบ้านเก่าสีสันสวยสดเรียงหน้ากระดานอยู่ รูปนี้คือรูปที่เห็นบ่อยๆ เวลา search ว่า Havana Cuba ครับ

เดินกลับเข้าไปในเมืองเก่าตามถนน Teniente Rey ตรงข้ามกับ El Capitolio

ตรงไปแป๊บนึงมีอาคารขวางปิดทางอยู่ ต้องเดินอ้อมนิดหน่อยแล้ววนกลับมาเข้าถนน Teniente Rey เดินตรงไปอีกเกือบ 1 กิโลก็ถึง Plaza Vieja (Old Square) จัตุรัสใจกลางเมืองเก่าซึ่งแต่เดิมเรียกว่า Plaza Nueva (New Square) สร้างมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1559 สมัยก่อนใช้เป็นสถานที่สู้วัวกระทิงและจัดงานเฟสติวัล (fiestas) ต่างๆ โดยคนมีฐานะจะชมการแข่งขันและงานจากระเบียงอาคารสไตล์โคโลเนียลสวยๆ รอบๆ จัตุรัส

ตรงต่อตามถนน Teniente Rey อีกนิดไปยัง Basílica Menor de San Francisco de Asís (Basilica and the monastery of San Francisco de Asis) โบสถ์เก่าแก่ที่สร้างระหว่างปีค.ศ. 1580-1591 แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ Plaza San Francisco de Asis

ด้านข้างโบสถ์มีรูปปั้นของ José María López Lledín ที่เรียกว่า El Caballero de Paris (gentleman of Paris) ศพของเค้าถูกฝังอยู่ที่โบสถ์นี้

เดินออกไปที่ท่าเรือแล้วเลี้ยวทางซ้ายเดินเลียบริม Canal de Entrada (ถ้าเลี้ยวขวาเดินอีกราว 400 เมตรก็คือ Terminal de Ferris หรือท่าเรือ Muelle Luz ข้ามคลองจากฝั่งเมืองเก่าไปยังฝั่ง Regla และ Casablanca เรือเฟอร์รีออกทุก 10-15 นาที ค่าเรือสำหรับคนคิวบาราคา 0.20 CUP แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องจ่าย 1 CUC)

ตรงไปทางป้อม Castillo de la Real Fuerza มองข้ามคลองไปก็จะเห็น Cristo de La Habana (Christ of Havana) รูปปั้นพระเยซูคริสต์สูง 20 เมตร คล้ายรูปปั้น Cristo Redentor ที่ริโอ เดอ จาเนโร ของบราซิล อยู่บนเนินเขาฝั่ง Casablanca รูปปั้นนี้เป็นผลงานของศิลปินชาวคิวบาชื่อ Jilma Madera ที่สร้างเสร็จในปีค.ศ. 1953

เลี้ยวซ้ายเข้าถนน O’Reilly ข้างป้อม Castillo de la Real Fuerza ผ่าน Plaza de Armas จัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง เมื่อก่อนที่นี่เป็นสถานที่ออกกำลังกายของทหาร แต่ตอนนี้กลายป็นตลาดขายหนังสือมือสองและภาพวาด หนังสือส่วนใหญ่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของคิวบา การปฏิวัติ และผู้นำการปฏิวัติทั้งสองคือ Fidel Castro และ Ernesto “Che” Guevara ตลาดเปิดทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ เรามาวันอาทิตย์พอดี เงียบเชียบเลย เดี๋ยวกลับจาก Trinidad แล้วค่อยมาที่นี่อีกทีก็ได้

ตรงเข้าถนนแคบๆ ไปไม่ไกลก็ถึง Plaza de la Catedral (Cathedral Square) จัตุรัสหลักกลางเมืองเก่าอาวานาซึ่งเป็นที่ตั้งของ Catedral de la Virgen María de la Concepción Inmaculada de La Habana (Cathedral of the Virgin Mary of the Immaculate Conception) เรียกสั้นๆ ว่า Catedral de La Habana (Havana Cathedral) โบสถ์เก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1748 นี้คือ 1 ใน 11 โบสถ์โรมันคาทอลิกในเกาะคิวบา

ตรงข้ามกับโบสถ์แห่งอาวานาคือ Museo del Arte Colonial (Colonial Art Museum)

ส่วนอาคารเก่าแก่ตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 18 ด้านข้างจัตุรัสเรียกว่า Palacio del Conde Lombillo

หันหน้าเข้าหาโบสถ์ เดินไปทางซ้ายเข้าถนน Empedrado ด้านข้าง Catedral de La Habana ตรงผ่านสวน Parque Cervantes แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนน Habana ตรงผ่าน Casa ที่พักของเราแล้วเลี้ยวซ้ายที่สี่แยก เดินตามถนน Cuarteles อีกนิดก็ถึง Museo de la Revolución (Museum of the Revolution)

Museo de la Revolución (Museum of the Revolution) เดิมคืออาคาร Presidential Palace หรือบ้านพักของประธานาธิบดีแห่งคิวบาทุกท่านตั้งแต่สมัยนาย Mario García Menocal จนถึง Fulgencio Batista ในปีค.ศ. 1959 และได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งการปฏิวัติหลังจากการปฏิวัติคิวบาสำเร็จเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 1959 หลายปี

เดินผ่าน Plaza 13 de Marzo ตรงหน้าพิพิธภัณฑ์ไปยังวงเวียนใหญ่ Parque Martires del 71

เดินไปทางซ้ายอ้อมวงเวียนไปยัง Castillo San Salvador de la Punta (San Salvador de la Punta Fortress) ป้อมปราการขนาดเล็กตรงปากอ่าว Havana

ฝั่งตรงข้าม Canal de Entrada คือ Castillo de los Tres Reyes Magos del Morro (Morro Castle) ป้อมปราการที่แรกเริ่มสร้างขึ้นเพื่อป้องกันโจรสลัดตรงปากอ่าว Havana โดยมีประภาคารเป็นสัญลักษณ์สำคัญ

ถ้าจะข้ามไปฝั่งนู้นต้องนั่งรถเมล์สาย P8, P11 จากป้าย La Punta ที่ถนน Calle Cuba (น่าจะฝั่งสวน) ใกล้วงเวียนใหญ่ Parque Martires del 71 ลอดอุโมงค์ใต้น้ำ 1 ป้าย แล้วลงที่ป้าย Parque Morro-Cabaña ค่าตั๋วรถเมล์ราคา 0.05 CUC (5 centavo) ถ้าไม่มีเศษก็จ่าย 1 CUC ได้ แล้วเดินไปชมวิวทั่ว Habana Vieja (Old Havana) จากป้อม Morro

อีกป้อมปราการหนึ่งริม Canal de Entrada มีชื่อว่า Fortaleza de San Carlos de la Cabaña (Fort of Saint Charles) หรือ La Cabaña ห่างจากป้อม Morro ประมาณ 800 เมตร

ป้อม Cabaña เป็นป้อมปราการที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของทวีปอเมริกา สร้างในศตวรรษที่ 18 ตามคำสั่งของกษัตริย์ Carlos ที่ 3 แห่งสเปน เนื่องจากเมื่อปีค.ศ. 1762 อังกฤษได้บุกเข้ายึดกรุงอาวานาจากสเปน แต่ไม่นานสเปนก็สามารถยึดอาวานาคืนได้สำเร็จ พระองค์จึงมีรับสั่งให้สร้างป้อมนี้เพื่อป้องกันไม่ให้อังกฤษกลับเข้ามารุกรานอีก

ป้อมปราการแห่งนี้มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์คิวบาสมัยใหม่ ที่นี่เป็นคุกขังฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองและการทหารของจอมเผด็จการ Fulgencio Batista และ Gerardo Machado ทั้ง Fidel Castro และ Raúl Castro ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของคิวบาก็เคยถูกขังอยู่ที่ป้อมนี้ ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมโดยต้องเสียค่าเข้า 6 CUC

แต่ตอนนี้เกือบ 2 ทุ่มแล้ว พระอาทิตย์ใกล้จะตก เราเลยไม่ได้ข้ามไป มองจากฝั่งเมืองเก่าไปก็พอแล้ว

จากป้อม Castillo San Salvador de la Punta เดินเลียบริมทะเลไปทางทิศตะวันตกเพื่อชมพระอาทิตย์ตกที่ว่ากันว่าสวยที่สุดของเมืองที่ El Malecón แนวกำแพงป้องกันการกัดเซาะของคลื่นลมริมทะเลแคริบเบียนที่ Avenida de Maceo (Malecón) ถนนเลียบชายฝั่งความยาวประมาณ 8 กิโลเมตร

แต่ค่ำนี้เมฆค่อนข้างเยอะและลอยต่ำลงมาบดบังแสงทองของพระอาทิตย์ที่กำลังคล้อยต่ำลงสู่ผืนน้ำทะเลแคริบเบียน

วันนี้เดินเที่ยวรอบเมืองเก่าจนทั่วเลยครับ เหลือแค่ Plaza de la Revolución (Revolution Square) ในเมืองใหม่ที่ยังไม่ได้ไป เดี๋ยวกลับจาก Trinidad ค่อยไปก็ได้

เดินผ่าน Plaza 13 de Marzo และ Museo de la Revolución (Museum of the Revolution) ตามเส้นทางเดิมกลับเข้าถนน Habana ตรงไปหาร้านอาหารรับประทานมื้อเย็นแถวถนนคนเดิน Obispo

เห็นร้านชื่อ La Lluvia de Oro แนวดีครับ แต่ท่าทางจะแพง ร้านอาหารดีๆ ในอาวานาราคาเฉลี่ยอยู่ที่มื้อละ 20 CUC (เกือบ 700 บาท) เลยนะ ไม่ต่างจากค่าครองชีพในอเมริกาเลย ส่วนร้านอาหารธรรมดาๆ หน่อยหาไม่ง่ายและมื้อนึงก็ตก 10-15 CUC เตรียมเงินค่าอาหารไว้มื้อละ 12 CUC ก็จะหาร้านง่ายหน่อยครับ ราคาน้ำเปล่าก็ไม่เบา ขวด 1.5 ลิตร 2-3 CUC (ประมาณ 70-100 บาท) น้ำอัดลมกระป๋องละ 1-1.50 CUC แพงกว่าไทย 2 เท่ากว่าเลย

คืนแรกในคิวบาค้างที่ Havana

วันที่ 2 เช้า ออกเดินทางไปเมือง Trinidad  ค้าง 1 คืน บ่ายวันที่ 3 ค่อยกลับ Havana มาค้างที่ Casa เดิมอีกคืน
จะเขียนแยกเป็นอีกรีวิวนึงนะครับ

photo credit: www.siue.edu
วันที่ 4 เราอยู่ที่ Havana

โปรแกรมวันนี้คือ ช่วงเช้าไป Plaza de la Revolución จัตุรัสขนาดใหญ่ในเขตเมืองใหม่ Vedado ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของคิวบา แล้วกลับไปเอากระเป๋าที่ Casa ตอนบ่าย เปลี่ยนบรรยากาศไปพักที่โรงแรม 4 ดาว “Hotel Mercure Sevilla Havane” โรงแรมเก่าแก่กลางกรุง Havana และเดินถ่ายรูปบ้านเก่าๆ รถคลาสสิก ดูวิถีชีวิตคนท้องถิ่นในเมืองเก่า ปิดท้ายตอนเย็นด้วยการพักผ่อน ว่ายน้ำเล่น และดินเนอร์หรู ณ ร้านอาหารที่ถูกกล่าวว่าวิวดีที่สุดในเมือง

ตามซอกซอยในเมืองเก่าค่อนข้างหาแท็กซี่ยากครับ เราจึงเดินจาก Casa ไปที่ถนนใหญ่ Paseo de Martí แถว El Capitolio (Capitol)

เรียกแท็กซี่ไป Plaza de la Revolución จากฝั่ง El Capitolio ตอนแรกคนขับบอกว่า 10 CUC แต่คำนวณแล้วระยะทางไม่ถึง 4 กิโล ค่าแท็กซี่ไม่น่าจะเกิน 5 CUC สรุปเราต่อได้เหลือ 8 CUC และบอกว่าให้รอประมาณ 15 นาทีแล้วขับกลับมาส่งที่ Casa ด้วย คนขับขอค่ารถรวม 17 CUC โอเคตามนั้นก็ได้วะ 55

ถ้าไม่อยากจ่ายค่าแท็กซี่แพงก็สามารถนั่งรถบัส Hop on/Hop off สีแดงจาก Parque Central ใกล้ El Capitolio ไปถึงที่เลย ค่ารถน่าจะ 3 CUC หรือนั่งรถเมล์ (guagua) สาย P12 (Santiago de Las Vegas – Aeropuerto – Parque de la Fraternidad) จาก Parque de la Fraternidad ใกล้ El Capitolio ไปลงที่ Terminal de Ómnibus Interprovinciales (ใน google map เขียนว่า Terminal de Ómnibus Nacionales) ใกล้ Plaza de la Revolución ค่าตั๋วรถเมล์ราคา 0.05 CUC (5 centavo) ถ้าไม่มีเศษก็จ่าย 1 CUC ได้

ส่วนขากลับก็นั่งรถบัส Hop on/Hop off เข้าเมืองไปลงที่ Parque Central หรือนั่งรถเมล์ (guagua) สาย P12 ฝั่งสถานีรถบัส Terminal de Ómnibus Nacionales ไปลงที่ Parque de la Fraternidad

Plaza de la Revolución (Revolution Square) จัตุรัสแห่งการปฏิวัติแห่งนี้สร้างขึ้นเป็นเกียรติแก่ José Julián Martí Pérez กวีและนักประพันธ์ผู้เป็นหัวหน้าคณะทำการปลดแอกคิวบาจากการเป็นอาณานิคมของสเปน จัตุรัสมีพื้นที่ถึง 72,000 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้คนได้กว่า 1 ล้านคน ที่นี่คือสถานที่ที่ Fidel Castro และ Ernesto “Che” Guevara สองผู้นำการปฏิวัติรวมมวลชนในการปฏิวัติคิวบา

สิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นที่สุดของจัตุรัสคือ Monumento a José Martí (José Martí Memorial) อนุสรณ์ของ José Martí ฮีโร่ของชาวคิวบาซึ่งมีความสูงถึง 109 เมตร ออกแบบและก่อสร้างโดยทีมสถาปนิกของ Raoul Otero de Galarraga

ส่วนตึกรอบข้างที่มีโครงเหล็กรูปของ Che Guevara และ Camilo Cienfuegos Gorriarán หนึ่งในคณะปฏิวัติร่วมกับ Fidel Castro คือ Ministerio del Interior (Ministry of Interior) และ Museo Postal Numismático de CUBA (Postal Numismatic Museum of CUBA)

หมดเวลา 15 นาทีที่นัดแท็กซี่ไว้แล้ว รีบเดินกลับไปขึ้นรถกลับเข้าเมือง แค่ 10 นาทีก็กลับถึง Casa เข้าห้องไปเอากระเป๋า เช็คเอาท์ และให้ป้าการ์เมนช่วยเรียกแท็กซี่ไปส่งที่ Hotel Mercure Sevilla Havane ซึ่งอยู่ห่างไปราว 500 เมตร แต่เดินลากกระเป๋า 20 กว่าโลไปไม่สะดวก โดนค่าแท็กซี่อีก 5 CUC (ประมาณ 170 บาท)
#ใครบอกว่าค่าครองชีพถูกวะ 555

โรงแรมนี้เป็นตึกเก่าสถาปัตยกรรมแบบอาณานิคมสเปนชั้นสูง แม้อาคารจะมีอายุมากแต่ก็ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี พนักงานสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี และที่ล็อบบี้สามารถใช้ internet card เล่นอินเตอร์เน็ตได้

ห้องพักดีงามตามมาตรฐานระดับ 4 ดาว ไม่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ ราคาห้องพักคืนนี้ 229 USD ไม่รวม credit card fee อีก 3% มีอาหารเช้า แต่เราคงไม่ได้กินเพราะต้องไปสนามบินก่อน 6 โมงเช้า

ผู้จัดการบอกว่าห้องพักของเราที่ชั้น 8 เป็นห้องที่วิวดีงามที่สุด มองออกนอกหน้าต่างไปเห็นยอดโดมของ El Capitolio เลย วิวดีจริงๆ ด้วยยย

ชั้นล่างมีสระว่ายน้ำและห้องฟิตเนส เดี๋ยวเย็นๆ ค่อยมาว่ายน้ำเล่นละกัน

ไฮไลต์ของโรงแรมอยู่ที่ร้านอาหารชื่อ La Torre del Oro ที่ชั้น 9 ซึ่งเป็นชั้นบนสุด เดี๋ยวค่ำนี้จะมาดินเนอร์สุดหรูที่นี่กัน

ได้เวลาออกไปเดินถ่ายรูปแคนดิดกันสนุกในเมืองเก่าแล้ว คราวนี้ขอเดินมั่วๆ อยากเข้าซอยไหนก็เข้าเลย วนไปวนมาทะลุถึงกันได้หมดครับ

ช่วงบ่าย 3 โมงนี่แสงกำลังดีเลย อากาศวันนี้ไม่ร้อนเท่าไหร่แม้ว่าฟ้าใสแดดแรง #กดชัตเตอร์รัวๆๆ

วิวหลักของ Havana ถ่ายจากถนน Aguacate

แถว Plaza del Cristo นี่ใช้ internet card เล่นเน็ตได้ครับ คนนั่งกดมือถือเพียบเลย

เห็นจุดจอดรถคลาสสิกบริการพาเที่ยวทั่ว Havana ถ้าใครอยากนั่งรถวินเทจเปิดประทุนก็ต้องจ่ายหนักหน่อยครับ
ผมไม่ได้ถามราคามานะ ใช้การเทียบราคาจากค่าแท็กซี่ที่นั่งๆ มาเอา 55

เดินตามเส้นทางเหมือนวันแรกผ่านใจกลางเมืองเก่า

ไปยังป้อม Castillo de la Real Fuerza และ Plaza de Armas จัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองที่วันแรกมาแล้วเงียบเหงาเพราะตลาดนัดปิดวันอาทิตย์

เดินตรงตามถนน O’Reilly ไปยัง Plaza de la Catedral (Cathedral Square) อีกครั้ง

จัตุรัสหลักกลางเมืองเก่าแห่งนี้มีสิ่งก่อสร้างสำคัญอยู่รอบๆ คือ Catedral de la Virgen María de la Concepción Inmaculada de La Habana (Cathedral of the Virgin Mary of the Immaculate Conception) หรือ Catedral de La Habana (Havana Cathedral) Museo del Arte Colonial (Colonial Art Museum) และ Palacio del Conde Lombillo

เดินออกจากกลางเมืองเก่าตามเส้นทางเดียวกับวันแรก ระหว่างทางเห็นซอกไหนดิบๆ ก็แวะถ่ายรูปไปเรื่อยๆ เลย

วันนี้เราไม่เดินไปที่ป้อม Castillo San Salvador de la Punta และแนวกำแพง El Malecón ริมทะเลเพื่อชม
พระอาทิตย์ตกที่ว่ากันว่าสวยที่สุดของ Havana แล้ว เพราะอยากแช่น้ำเล่นให้เย็นใจที่สระว่ายน้ำของโรงแรมและ
รับประทานมื้อเย็นแบบหรูหราไฮโซ หักมุมจากชีวิตติดดินแบบชาวบ้านไปใช้ชีวิตแบบคนร่ำรวยของคิวบาดูบ้าง จะได้สัมผัสหลายฟีลลิ่งในประเทศนี้ 😀

เดินกลับ Hotel Sevilla ลงสระคลายร้อนสักครู่นะครัช

ถึงเวลาดินเนอร์ที่ร้านอาหารที่วิวดีที่สุดในเมืองที่ชั้น 9 ของโรงแรมที่ชื่อ La Torre del Oro” ร้านเปิดทุ่มนึง
วิวดีแค่ไหนดูรูปเอาเองครัช

นอกจากบรรยากาศร้านสุดเริ่ดแล้ว รสชาติอาหารก็ดีเยี่ยมสมคำร่ำลือ แถมราคาอาหารยังถูกแบบไม่น่าเชื่อ เสิร์ฟ 5 คอร์สตั้งแต่ starter จนถึงของหวาน ราคาแค่ 29 USD (900 บาท) เท่านั้น

Crema de mariscos (Seafood creamy soup)
Delicias del Mar (Delicacies of the Sea)
La Torre de Serrano (Serrano Tower)

special drink เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของคิวบา
Trío de Postres (Trio of pastries)

อิ่มแล้วก็ต้องไปปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มออริจินอลของคิวบา นั่นคือ mojito ที่ Bar Habana ที่ชั้นเดียวกับร้าน La Torre del Oro มาประเทศต้นตำรับโมฮิโต้ทั้งทีต้องห้ามพลาดครับ จัด Mojito especial เป็นค็อกเทลที่เก่าแก่ที่สุดของคิวบาคนละแก้วๆ ละ 6 CUC ดื่มพอกรึ่มๆ คืนนี้หลับสบายครับ 55

เราให้รีเซ็ปต์ชั่นของโรงแรมนัดแท็กซี่มารับไปส่งสนามบินตอนเช้ามืดพรุ่งนี้ตั้งแต่ตอนเช็คอินแล้ว โดยปกติค่าแท็กซี่ไปสนามบินราคา 30-35 CUC ถ้าเรียกก่อน 7 โมงเช้าแบบเราราคาจะขึ้นเป็น 40-50 CUC แต่โรงแรมคุยราคาพิเศษให้เราเป็นราคา 30 CUC (ประมาณ 1,000 บาท) ต้องขอบคุณบริการด้วยใจของพนักงาน Hotel Sevilla ด้วยครับ

ขาออกจากคิวบา ไฟลท์จะออกจาก Terminal 3 ซึ่งใหม่และทันสมัยที่สุด เทอร์มินอลนี้มีร้านแลกเงิน CADECA ครับ เรทเอาเงิน CUC ไปขายคืนคือ 1 CUC = 1.035 USD

จุดหมายต่อไปของเราคือประเทศเปรู

โดยจะบินจาก Havana ในเวลา 08.15 น. โดยสายการบิน Copa Airlines ซึ่งมีไฟลท์บินไป Lima หลายไฟลท์ต่อวัน แต่ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่ Aeropuerto Internacional de Tocumen (PTY) หรือสนามบินนานาชาติกรุง Panama City ประเทศปานามา

รออ่านรีวิว Peru อีกหลายเมืองต่อได้เลยครับ 🙂

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต

Comments

comments