เปิดโลกอันกว้างใหญ่ เที่ยวเอง “จอร์เจีย” ตอนที่ 2 “Kazbegi” ที่นี่มันคือที่ไหนในโลก

เที่ยวเอง รีวิว คาซเบกี สเตปานสมินดา จอร์เจีย Kazbegi Stepantsminda Georgia
เที่ยวเอง Caucasus Trip: Azerbaijan – Georgia – Armenia

วันแรกที่มาถึงประเทศจอร์เจียที่ Tbilisi เราจัดการเที่ยวชมเมืองหลวงของจอร์เจียแบบม้วนเดียวจบเลย
เปิดโลกอันกว้างใหญ่ ณ “จอร์เจีย” ตอนที่ 1 “Tbilisi” มนต์สะกดที่ต้องจดจำ

photo credit: savegeorgia.org
photo credit: savegeorgia.org

อ่านรีวิวตั้งแต่วันแรกของทริปได้ที่
“Kazakhstan” ดินแดนลูกครึ่งเอเชีย-ยุโรปอันน่ามหัศจรรย์
“Azerbaijan” แม้ชื่อประเทศจะฟังดูโหด แต่ถ้าได้มาก็อาจโปรดไม่น้อย

2 Caucasus map

วันที่ 7 ของทริปและวันที่ 2 ในดินแดนจอร์เจีย เราจะออกนอกเมืองหลวงไปเที่ยวสถานที่ที่ถือเป็นสุดยอดของประเทศนี้เลยก็ว่าได้ นั่นคือ Kazbegi

 Kazbegi (ყაზბეგი) เป็นชื่อเดิมของ Stepantsminda (სტეფანწმინდა) คือเมืองเล็กๆ ในจังหวัด Mtskheta-Mtianeti (მცხეთა-მთიანეთი) ทางตอนเหนือของประเทศใกล้กับพรมแดนประเทศรัสเซีย ห่างจากกรุงทบิลิซีประมาณ 145 กิโลเมตร ตัวเมืองอยู่บริเวณเชิงเขา Kazbek (Mqinvartsveri) ที่ความสูง 1,750 เมตรจากระดับน้ำทะเล

photo credit: www.advantour.com
photo credit: www.advantour.com
photo credit: kavkazskitur.com
photo credit: kavkazskitur.com
เมืองนี้มีอะไรน่าสนใจ เดี๋ยวตามไปดูกัน

9 โมงเช้า ออกจากโรงแรมซึ่งอยู่ในอาคารสถานีรถไฟกลาง Tbilisi Tsentrali เดินไปสถานีรถไฟใต้ดิน Vagzlis Moedani (Station Square) ใช้บัตรเติมเงินที่ซื้อและเติมเงินไว้แล้วตั้งแต่เมื่อวานสแกนผ่านประตูเข้าไปรอรถไฟใต้ดินที่ชานชาลา

5

นั่งรถไฟใต้ดินสาย M1 (สีแดง) ขึ้นไปทางเหนือ 3 สถานีแล้วลงที่สถานี Didube (ตัดเงินในบัตรเป็นค่ารถไฟใต้ดิน 0.50 GEL)

photo credit: commons.wikimedia.org
photo credit: commons.wikimedia.org

เดินตามฝูงชนจนออกประตูสถานีไปก็เลี้ยวขวาเดินตามอุโมงค์อีกนิดก็ออกไปโผล่ที่ตลาดซึ่งอยู่ติดกับท่ารถบัส Didube Autostation Okriba (დიდუბის ავტოსადგური) ซึ่งเป็นท่ารถสำหรับเดินทางในประเทศ เช่น Akhaltsikhe, Bakuriani, Barisakho, Batumi, Borjomi, Gardabani, Gori, Kazbegi, Kutaisi, Mtskheta, Vardzia และ Zugdidi

อ่านข้อมูลเกี่ยวกับสถานีรถบัสของ Tbilisi ได้ที่ eurasia.travel/georgia

7

แถวนี้ค่อนข้างวุ่นวายเลย มีคนเดินผ่านไปผ่านมาเยอะมาก มีรถบัสเล็กและรถตู้ให้บริการไปยังเมืองต่างๆ เพียบจนไม่รู้ว่าต้องไปขึ้นรถตรงไหน เราแค่ก้าวเท้าออกจากตลาดก็มีชายวัยกลางคนเข้ามาถามทันทีว่า “คาซเบกี้” เค้าเดาได้เลยว่านักท่องเที่ยวที่มาที่นี่คือมาขึ้นรถไป Kazbegi เราไม่ไว้ใจพวกคนขับรถอยู่แล้วเพราะอาจโดนโขกราคาจนแพงกว่าการนั่ง marshrutka (marshrutky) ไปหลายเท่าตัว จึงถามราคาไปว่า “เท่าไหร่” เค้าตอบว่าคนละ 20 ลาริ (GEL) ต่อเที่ยว ไปและกลับเท่ากับ 40 GEL หรือประมาณ 560 บาท จะนั่งขาเดียวก็ได้ (คิดในใจ..จริงๆ ก็ไม่ได้แพงมากนะ) เค้าบอกว่าจะจอดแวะให้ลงไปเที่ยว Ananuri และ Gudauri ซึ่งอยู่ระหว่างทางด้วยและจะจอดรถรอรับเรากลับทบิลิซี เราจะเที่ยว 2-3 ชั่วโมงได้เลย no problem

เราหาข้อมูลมาก่อนแล้วว่ามีรถ marshrutka (คล้ายรถตู้) ออกจากท่ารถนี้ไป Kazbegi ทุกชั่วโมง ค่ารถ 10 GEL ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 45 นาที รถจะมาจอดรอรับผู้โดยสารทุกต้นชั่วโมง พอรถเต็ม 20 คนเมื่อไหร่ค่อยออก ถ้านั่ง marshrutka จะไม่สามารถลงแวะเที่ยวระหว่างทางได้ ถ้าลงก็ต้องรถคันถัดไปซึ่งไม่รู้ว่าจะมาอีกทีกี่โมง

8

ตอนนั้นเกือบ 9 โมงครึ่ง รถ marshrutka คันต่อไปจะมาจอดท่ารถนี้ประมาณ 10 โมง กว่าจะรอลูกค้าเต็ม กว่าจะไปถึง Kazbegi อีกเกือบ 3 ชั่วโมง บ่ายสองกันพอดี มันจะสายเกินไป เราจึงลองต่อราคาไปว่าคนละ 15 ลาริได้มั้ย? คนขับยังหาลูกค้าไม่ได้เลยจึงตอบตกลงและพาเดินไปที่รถซึ่งคล้ายรถแวนนั่งได้ 6-7 คน เค้าบอกว่าให้รอลูกค้าอีก 4 คนแป๊บนึง ยืนรอประมาณ 10 นาที เค้าก็หาลูกค้าได้ครบ (เราแอบได้ยินว่าเค้าคิดราคาลูกค้าคนอื่นคนละ 20-25 GEL ต่อเที่ยวด้วย โชคดีที่เราต่อได้ถูก 55)

9

อีก 20 นาที 10 โมง คนขับออกรถขับมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือเกือบชั่วโมงก็ถึง Ananuri (ก่อนหน้านั้นคนขับรถเก็บเงินค่ารถขาเดียวกับลูกค้าทุกคนแล้ว เราก็หวั่นๆ นิดนึงว่าเค้าจะโกงขับรถหนีตอนเราลงไปเที่ยวมั้ย แต่ก็ไม่เกิดเหตุการณ์นั้นครับ)

10

Ananuri (ანანური) คือปราสาทป้อมปราการเหนือแม่น้ำ Aragvi (არაგვი) ปราสาทโบราณที่สร้างขึ้นตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 13 แห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของ Dukes of Aragvi ผู้ปกครองดินแดนแถบนี้ โครงสร้างประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ป้อมปราการขนาดใหญ่ด้านบนที่เรียกว่า “Sheupovari” ซึ่งยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ และป้อมปราการด้านล่างซึ่งเกินกว่าครึ่งได้รับความเสียหายจากศึกสงครามมากมายที่เกิดขึ้นในบริเวณนี้ ปัจจุบันปราสาทดังกล่าวได้รับการเสนอชื่อให้เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกโดยกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา

11 12 13 14

แวะเที่ยวที่อนานูริไม่นานก็ออกเดินทางต่อ ขับรถไต่ระดับความสูงของ Didi Ǩavǩasioni หรือเทือกเขา Greater Caucasus ระหว่างทางก็นั่งชมวิวภูเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนไปเพลินๆ วันนี้มีฝนตกเป็นระยะๆ และมีหมอกลงหนาเป็นบางช่วงด้วย

15 16

คนขับเลี้ยวเข้าไปจอดส่งผู้โดยสารที่ Gudauri Ski Resort แป๊บนึง

17

Gudauri (გუდაური) คือสกีรีสอร์ทบนความสูง 2,196 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยได้ชื่อว่าสมบูรณ์แบบที่สุดในบริเวณเทือกเขาคอเคซัสเพราะมีระดับความลาดชันที่เหมาะสม รวมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ที่นี่จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในช่วงเดือนธันวาคมถึงเมษายนของทุกปี

www.gudauri.info
www.gudauri.info

ออกจากเขตสกีรีสอร์ทไปไม่นานก็ถึงจุดชมวิวพาโนรามาอันโด่งดัง แต่ตอนนี้หมอกลงหนาทึบแบบมองไม่เห็นอะไรเลย เราจึงบอกคนขับว่าผ่านไปก่อนเลยแล้วค่อยกลับมาแวะถ่ายรูปตอนขากลับ

นั่งรถต่ออีกสักพักท้องฟ้าก็เริ่มใสแจ๋ว ถือเป็นนิมิตรหมายอันดีงามเลย 🙂

19 20 21

เที่ยงกว่าๆ เราก็เดินทางถึงท่ารถกลางเมือง Stepantsminda ที่ Kazbegis moedani
รถ marshrutka ก็จะมาจอดที่เดียวกัน

22 23

คนขับบอกว่าจะจอดรถรอตรงนี้ คุณจะกลับลงมาประมาณกี่โมง ผมและน้องชายจะนั่งรถโฟร์วีลขึ้นเขาไปยังโบสถ์ Gergeti จึงถามนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย โปแลนด์ และจีน ที่มาด้วยกันว่าจะขึ้นไปพร้อมกันมั้ยและจะกลับลงมาตรงนี้
กี่โมง คนโปแลนด์และจีนตอบว่าไม่รู้ว่าจะกลับลงมากี่โมงเพราะจะเดินขึ้นเขาและหยุดถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานเท่าไหร่ ส่วนคนรัสเซียบอกว่าจะนั่งรถไปกับเรา เลยนัดกับคนขับรถว่าจะกลับมาขึ้นรถที่นี่ตอน 4 โมงเย็น

เห็นโบสถ์เล๊กเล็กที่อยู่บนยอดเขานั้นมั้ย? คนโปแลนด์กับจีนบอกว่าจะเดินไปที่นั่น เอาที่สบายใจละกัน 555

24

คนขับรถช่วยเรียกรถจี๊บ (แต่จริงๆ มันคือรถตู้เล็กๆ) ให้พาเราขึ้นเขา ค่ารถขึ้นและลงเขาคิดราคาเหมา 50 GEL (ประมาณ 700 บาท) ถ้าไป 3 คนก็ต้องจ่ายคนละเกือบ 17 GEL เราต้องโอเคกับราคานี้เพราะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินครับ ไม่ไหวมั้ง! 55

ตามข้อมูลที่เช็คมาบอกว่านั่งรถจี๊บขึ้นเขาระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 30 นาที ถ้าเดินจะใช้เวลาหลายชั่วโมงเพราะเส้นทางไม่ดีอย่างรุนแรง

ตอนนั้นเรายังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลยจึงบอกคนขับรถจี๊บให้รอก่อน ขอกินข้าวแป๊บนึง เข้าร้าน Café Mari ตรงนั้นเลย นั่งกินพร้อมกับสาวรัสเซียที่มาด้วยกันตั้งแต่แรก มื้อนี้ขอลองอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของจอร์เจียอีกอย่างคือ Khachapuri “Acharuli” เป็นขนมปังไส้ไข่ดาวกับชีสประมาณนั้น วิธีการกินคือต้องคนไข่ให้เละและกินพร้อมขนมปัง พูดเลยว่าไม่เห็นจะอร่อยตรงไหนเลยครับ อ้วนก็อ้วน 555

จานนี้ 8 GEL หรือประมาณ 110 บาท แพงนะเนี่ย

25

กินเสร็จแล้วก็เดินกลับไปที่รถ คนขับรถจี๊บบอกว่าให้รอลูกค้าอีก 2 คนซึ่งอยู่ในร้านอาหารแล้วค่อยขึ้นเขาพร้อมกัน ก็ดีนะมีตัวหารเพิ่ม

บ่ายสองนิดๆ เรา 5 คนพร้อมออกเดินทาง นั่งรถโฟร์วีลข้ามแม่น้ำ Chkheri ขึ้นเขาตามเส้นทางทุลักทุเล โยกเยก
เด้งหน้าเด้งหลังไปตลอดทาง ขึ้นเขาไปได้สักระยะก็ผ่านหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อ Gergeti

26

นั่งรถตามเส้นทางเฉอะแฉะเป็นโคลน บางช่วงก็แคบแบบรถสวนมาทีต้องถอยหลังหาที่หลบยาว สองข้างทางเต็มไปด้วยเกล็ดหิมะ ถ้ามาในช่วงฤดูหนาวมีโอกาสขึ้นเขาไปถึงตัวโบสถ์ไม่ได้ค่อนข้างมากทีเดียว คนขับโคตรจะเก่งเลย ขับไปได้ยังไงวะ 55

27

ในที่สุดเราก็ไต่เขาขึ้นมาถึง Tsminda Sameba

28

Tsminda Sameba (წმინდა სამება) หรือ Gergeti Trinity Church คือโบสถ์ชื่อดังกลางหุบเขาคอเคซัสซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญหนึ่งของประเทศจอร์เจีย โบสถ์คริสต์นิกายจอร์เจียนออร์โธด็อกซ์เก่าแก่นี้สร้างด้วยหินแกรนิตขนาดใหญ่มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 บนยอดเขาที่มีความสูงถึง 2,170 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติของเทือกเขาคอเคซัสรอบทิศและโบสถ์เล็กๆ ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาจึงทำให้ที่นี่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมาตั้งแต่สมัยที่จอร์เจียยังอยู่ภายใต้การปกครองของสหภาพโซเวียต

สวยขนาดไหนดูชมด้วยตาตัวเองละกันครับ

29 30

คนขับรถบอกให้เที่ยวได้แค่ครึ่งชั่วโมง เราจึงรีบเก็บภาพรอบๆ บริเวณโบสถ์

31 32 33

แล้วลงไปหาเหลี่ยมถ่ายรูปโบสถ์ที่มีเทือกเขาหิมะเป็นฉากหลังจากระยะไกลจึงได้ภาพแบบนี้มาครับ

34 35 36

เราเที่ยวเกินเวลาไปพอสมควรจนคนขับเลื่อนรถมารออยู่ไม่ไกลและบ่นนิดหน่อยเพราะทุกคนรอเราอยู่ในรถหมดแล้ว ถ้าเราไม่เดินลุยโคลนไปหามุมถ่ายรูปข้างล่างก็จะไม่ได้รูปสตั๊นๆ แบบนี้ครับ ยอมโดนบ่นดีกว่า 555

บ่าย 3 โมงครึ่ง นั่งรถลงเขาทางเดิมกลับไปที่ Kazbegis moedani ในเมือง Stepantsminda พอถึงเมืองค่อยจ่ายค่ารถไป-กลับคนละ 10 GEL

คนขับรถที่มาส่งเราจากทบิลิซีรับลูกค้าแก๊งอื่นกลับไปแล้ว แต่ยังมีความรับผิดชอบด้วยการฝากพี่ชายมารับแทน คนขับคนใหม่บอกว่าให้รอลูกค้าเพิ่มอีกประมาณครึ่งชั่วโมง เราจึงไปเดินเล่นในเมืองฆ่าเวลา เดินไปทางทิศเหนือแป๊บนึงก็ถึง Stephantsminda Museum of History

37

ถ่ายรูปอยู่เดี๋ยวเดียวก็เดินไปหามุมถ่ายรูปอื่นใกล้ๆ แถวนั้น

38 39

เดินกลับไปที่ท่ารถที่ Kazbegis moedani ขึ้นรถกลับ Tbilisi

ขากลับคนขับแวะให้ลงไปถ่ายรูปวิวพาโนรามาอันงดงามบาดตาบาดใจเป็นที่สุดที่จุดชมวิว Gudauri ตามที่น้องชายสัญญาไว้ตั้งแต่ขามา

40

ลงจากรถเดินไปถ่ายรูปวิวแบบที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นที่จอร์เจีย ไปชมให้ประจักษ์แก่สายตากันเลยครับ

41 42 43 44 45

เราอยู่ตรงนี้ประมาณ 20 นาทีครับ จากนั้นก็นั่งรถยาวๆ อีก 2 ชั่วโมงกว่ากลับเมืองหลวง

ทุ่มครึ่ง เรากลับมาอยู่ที่ท่ารถบัส Didube Autostation Okriba (დიდუბის ავტოსადგური) อีกครั้ง
จ่ายค่ารถขากลับอีกคนละ 15 GEL ตามที่ตกลงกับคนขับคนเดิมไว้ตั้งแต่แรก คนจอร์เจียไม่ขี้โกงนะครับ ต้องขอชื่นชมเลย

เดินผ่านตลาดไปสถานีรถไฟใต้ดิน Didube นั่งรถไฟใต้ดินเข้ากลางเมืองไปหาอะไรรับประทานมื้อเย็นก่อนนั่งรถไฟใต้ดินกลับไปที่สถานี Vagzlis Moedani (Station Square) แล้วเดินกลับโรงแรมไปพักผ่อนเอาแรงไว้เที่ยวต่อพรุ่งนี้

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต

Comments

comments