GRAND CANADA เที่ยวเองจากตะวันออกสู่ตะวันตก ตอนที่ 6 “Vancouver” ซิดนีย์แห่งแคนาดา

เที่ยวเอง รีวิว แวนคูเวอร์ แคนาดา vancouver canada
เที่ยวเอง GRAND CANADA

เที่ยวกันจนมาถึงวันที่ 8 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของทริป Grand Canada แล้ว  จากตอนก่อนที่เราเดินทางโดย night bus จากเมือง Banff มาถึง Vancouver ตอน 8 โมงเช้า ตามรีวิวนี้ครับ
GRAND CANADA เที่ยวเองจากตะวันออกสู่ตะวันตก ตอนที่ 5 “Lake Louise” หมู่บ้านต้นทางสู่ทะเลสาบสุดงดงามของแคนาดา

photo credit: www.canadianaffair.com
photo credit: www.canadianaffair.com

ไล่เรียงเรื่องราวทั้งทริปตั้งแต่แรกได้ที่
GRAND CANADA เที่ยวเองจากตะวันออกสู่ตะวันตก ตอนที่ 1 “Toronto และ Niagara Falls” ต้นทางสู่น้ำตกสุดยิ่งใหญ่ของโลก
GRAND CANADA เที่ยวเองจากตะวันออกสู่ตะวันตก ตอนที่ 2 “Ottawa” ลอนดอนแห่งอเมริกาเหนือ
GRAND CANADA เที่ยวเองจากตะวันออกสู่ตะวันตก ตอนที่ 3 “Québec” เมืองน่ารักที่อบอวลด้วยกลิ่นอายฝรั่งเศส
GRAND CANADA เที่ยวเองจากตะวันออกสู่ตะวันตก ตอนที่ 4 “Banff” หรือเรากำลังยืนอยู่ในภาพวาด

2 Grand Canada map

8 โมงนิดๆ หลังจากที่เรานั่งหลับแทบไม่ได้ในรถบัสมา 12 ชั่วโมงครึ่ง รถบัสก็เข้าจอดสุดทางที่ชานชาลาด้านหลังสถานีรถไฟ Pacific Central

ขนสัมภาระเดินเข้าไปในอาคารสถานีรถไฟซึ่งแทบไม่มีคน หาที่นั่งเหมาะๆ และผลัดกันไปเข้าห้องน้ำชำระล้างทำความสะอาดร่างกายเท่าที่พอจะทำได้เพราะเมื่อวานไม่ได้อาบน้ำมาครับ มันก็อาจจะเหม็นหน่อยๆ 555

ห้องน้ำในสถานีรถไฟกว้าง สะอาด (อาจเพราะยังไม่มีคนมาใช้) ทำกิจวัตรยามเช้าได้แบบไม่ต้องเกรงใจใครเลยครับ

3 Pacific Central

หลังเสร็จภารกิจส่วนตัวต่างๆ และจัดกระเป๋าให้พร้อมสำหรับขึ้นเครื่องกลับเมืองไทยคืนนี้ก็ต้องหาอาหารเช้าใส่ท้องก่อนออกเที่ยวทั่วให้เมือง Vancouver ในสถานีรถไฟมีร้าน A&W ดูน่าสนใจเพราะมีเซ็ตเมนูอาหารเช้าราคาประหยัดคือ 5.75 CAD สั่งกาแฟมาดื่มให้หายมึนอีก 1.85 CAD โดนภาษีอีกเล็กน้อยครับ

4 A&W

เกือบ 11 โมงพร้อมเที่ยวละ วันนี้เรามีเวลาเที่ยว Vancouver ทั้งวันจนถึงมืดเพราะไฟลท์กลับไทยจะออกตอนตี 2
มีเวลาถมเถครับ

เดินลากกระเป๋าออกไปหน้าสถานีรถไฟ Pacific Central

5

ข้ามถนนเดินผ่านสวน Thornton ด้านหน้าสถานีรถไฟแล้วเลี้ยวขวาเดินตามถนนใหญ่ชื่อ Main Street พอพ้นเขตสวนข้ามถนนเดินเลย Ivanhoe Hotel ไปนิดเดียวก็ถึง C&N Backpackers Hostel เข้าไปฝากกระเป๋าเดินทางและกระเป๋าสะพายใบใหญ่ที่นี่เพราะในสถานีรถไฟไม่มีที่ฝากกระเป๋าครับ ค่าฝากใบละ 7.50 CAD แต่ลุงไม่คิดค่าฝากกระเป๋าสะพายใบใหญ่ ใจดีจุง

ตัวเบาละ ได้เวลาเที่ยว Vancouver แล้ว

แวนคูเวอร์คือเมืองใหญ่ที่สุดของรัฐ British Columbia และแคนาดาตะวันตก เมืองท่าสำคัญของแคนาดานี้ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแปซิฟิก

ออกจากโฮสเทลเดินกลับทางเดิมผ่านด้านหน้าสถานีรถไฟตรงไปไม่ไกลก็เห็นสถานี SkyTrain Main Street-Science World (Main) กดตู้ซื้อ DayPass ราคา 9.75 CAD ใช้โดยสารรถเมล์, SkyTrain, SeaBus ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งตั้งแต่โซน 1-3 ภายใน 1 วัน (ถ้าซื้อจากสถานี YVR-Airport, Sea Island Centre Station, Templeton Station จะบวกเพิ่มอีก 5 CAD เป็นค่า YVR AddFare)

6 DayPass

ให้ข้อมูลราคารถโดยสารสาธารณะของ Vancouver เพิ่มเติมหน่อยครับ

  • ตั๋ว Single Fare 1 Zone ราคาเที่ยวละ 2.75 CAD ใช้โดยสารรถเมล์, SkyTrain, SeaBus ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งภายในโซน 1 และภายใน 90 นาที สามารถซื้อตั๋วจากคนขับรถเมล์ได้และใช้ต่อรถเมล์สายอื่นได้ภายใน 90 นาที แต่จะไม่สามารถใช้ตั๋วแบบนี้ต่อ SkyTrain และ SeaBus ได้

ในวันจันทร์-ศุกร์หลัง 18.30 น., วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดสามารถใช้เดินทางในโซน 1-3 ได้

  • ตั๋ว Single Fare 2 Zone ราคาเที่ยวละ 4 CAD ใช้โดยสารรถเมล์, SkyTrain, SeaBus ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งภายในโซน 1-2 เงื่อนไขต่างๆ เช่นเดียวกับตั๋ว 1 โซน

ตั๋วชนิดนี้ใช้เดินทางไปสนามบินได้ แต่ถ้าเดินทางจากสนามบินเข้าตัวเมืองจะต้องจ่ายค่าตั๋วรถไฟ SkyTrain ราคา 9 CAD ที่ประกอบด้วยค่าตั๋ว Single Fare 2 Zone 4 CAD + ค่า YVR AddFare อีก 5 CAD

อัพเดทข้อมูลได้ที่ Vancouver transportation fares
เช็คเส้นทางรถเมล์สายต่างๆ ได้ที่ Vancouver transportation routes

photo credit: listofmaps.com
photo credit: listofmaps.com

ใช้ DayPass นั่ง SkyTrain สาย Expo (สีน้ำเงิน) หรือ Millenium (สีเหลือง) ก็ได้ 3 สถานีก็ลงที่สถานี Burrard (ทางซ้ายบนของแผนที่ที่เขียนว่า Downtown)

photo credit: www.allatvancouver.com
photo credit: www.allatvancouver.com

ออกจากสถานีไปที่ถนน Burrard เดินไปทางขวาผ่านโรงแรม Hyatt Regency ถึงสี่แยกใหญ่เลี้ยวขวาไปที่ป้ายรถเมล์ WB w Georgia St FS Burrard St-

9 10 WB w Georgia St FS Burrard St-

ใช้ DayPass นั่งรถเมล์สาย 246 รอบ 11.43 น. ข้ามสะพานสั้นๆ ผ่าน Stanley Park ไปข้ามสะพานแขวน Lions Gate สู่ฝั่ง North Vancouver (โซน 2) ทางทิศเหนือของแวนคูเวอร์ดาวน์ทาวน์

11 Lion Gate

 

นั่งต่อไปอีกสักพักพอรถเลี้ยวขวาก็ลงที่ป้าย WB Ridgewood Dr FS Norcross Way แล้วเดินกลับไปที่สี่แยก
เลี้ยวขวาเดินอีกราว 400 เมตรก็ถึงทางเข้า Capilano Suspension Bridge Park

(รถเมล์สาย 247 จะไปส่งที่หน้าทางเข้า Capilano Suspension Bridge Park เลย แต่มีรถแค่วันจันทร์-ศุกร์ 16.07-18.11 น.)

มีรถ Shuttle บริการฟรีจาก Canada Place, โรงแรม Hyatt Regency (Melville entrance) และจุดอื่นๆ อีก 2 แห่ง ทุก 10-15 นาที ใช้เวลาเดินทาง 25-30 นาที

เช็ครอบรถได้ที่ Free shuttle to Capilano Suspension Bridge Park

12

จ่ายค่าเข้าอุทยานสำหรับผู้ใหญ่อายุ 17-64 ปี คนละ 42.95 CAD รวมภาษีแล้วเป็น 45.10 CAD (1,150 บาท) ถือว่าแพงมาก แต่มาถึงแล้วก็ต้องเข้าครับ

อัพเดทเวลาเปิด-ปิดที่ไม่ตรงกันในแต่ละช่วงเดือนและค่าเข้าได้ที่ visit Capilano Suspension Bridge Park

13 Capilano Suspension Bridge

Capilano Suspension Bridge Park คืออุทยานขนาดใหญ่แหล่งรวมของพันธุ์ไม้มากมาย สวนป่าแห่งนี้คือแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับพฤกษศาสตร์และธรรมชาติวิทยาของเด็กๆ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของแวนคูเวอร์อีกด้วย สวนคาลพิลาโนอยู่ในเขต North Vancouver ทางทิศเหนือของศูนย์กลางเมือง ห่างออกไปราว 8.5 กิโลเมตร

ผ่านประตูเข้าไปในบริเวณอุทยานก็เห็น Capilano Suspension Bridge สะพานแขวนคนเดินข้ามแม่น้ำ Capilano ที่มีความยาว 140 เมตรและสูงจากแม่น้ำ 70 เมตร

ควรไปถึงสวนก่อน 10 โมงเช้า หรือไม่ก็หลัง 5 โมงเย็นในช่วงเดือนมิ.ย.-ส.ค. เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรคับคั่งบนสะพานแขวนครับ

14

ยังไม่ข้ามสะพาน ขอเดินไปทางขวาเพื่อถ่ายรูปมุมนี้ก่อน

15

เดินกลับไปข้ามสะพานแขวน ตอนแรกเราก็นึกว่าจะหวาดเสียวครับ แต่เอาเข้าจริงเดินข้ามแบบสบายๆ เลย

16

ข้ามสะพานไปแล้วก็เดินวนไปตามจุดต่างๆ ทั่วอุทยานเป็นชั่วโมงเลย

17 18 19 20

ขากลับเข้าเมืองจะเดินไปขึ้นรถเมล์สาย 246 จากป้ายตรงข้ามกับป้ายที่ลงตอนขามาก็ได้ แต่เราเลือกนั่งรถ Free Shuttle แทน พอรถพ้นเขต Stanley Park ข้ามสะพานสั้นๆ ก็ขอลุงคนขับลงที่ป้ายรถเมล์แรกเลย (ลุงแกบอกว่าปกติไม่จอดที่ป้ายนี้นะ)

เดินย้อนไปทางสวน Stanley ลอดใต้สะพานเข้าไปยังบริเวณสวน เดินไปทางซ้ายตามแนวท่าเรือเลียบริมน้ำไปเรื่อยๆ เพื่อถ่ายรูปไปยัง Waterfront ฝั่งดาวน์ทาวน์ที่มีอาคารสูงเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ถ้าท้องฟ้าสดใสวิวจากจุดนี้จะแจ่มไม่เบาเลยนะครับ (ระยะทางเดินช่วงนี้น่าจะ 2 กิโลได้ เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัล)

21 22 23

เดินกลับไปที่ป้ายรถเมล์เดิม (ฝั่งขาเข้าเมือง) นั่งรถเมล์สาย 246 (240 ก็ได้) กลับไปลงที่ป้ายเดิมกับตอนขาไป Capilano Suspension Bridge แล้วเดินไปสถานี SkyTrain Burrard นั่ง SkyTrain สาย Expo (สีน้ำเงิน) หรือ Millenium (สีเหลือง) 1 สถานีไปลงที่สถานี Waterfront

ออกจากสถานี ลองเดินไปทางซ้ายตามป้ายบอกทางไปท่าเรือก็จะถึงท่าเรือ Waterfront ซึ่งมี SeaBus หรือเรือเมล์ข้าม Vancouver Harbour ไปยังฝั่ง North Vancouver และมองเห็น Helijet Terminal ลานจอดเฮลิคอปเตอร์สำหรับเดินทางไป Victoria เมืองท่องเที่ยวชื่อดังอีกแห่งของแคนาดาทางใต้สุดของ Vancouver Island

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ helijet.com

24

แล้วเดินหาทางออกไปยังถนนใหญ่ด้านหน้าสถานีรถไฟ Waterfront

25

เดินไปทางขวาไม่ไกลก็เลี้ยวขวาเข้าถนน Howe ตรงไปริมน้ำก็เห็นตึก Canada Place หรือ Vancouver Convention Centre East เลี้ยวซ้ายไปถ่ายรูปเล่นริม Vancouver Harbour

26 27

ตรงต่อไปยังอาคาร Vancouver Convention Centre West และเดินตามทางเดินริมน้ำไปนิดเดียวก็เห็นท่าเรือไป Victoria และท่า Seaplane ของ Harbour Air เครื่องบินเล็กที่ให้บริการไปยังเมืองต่างๆ ในรัฐ British Columbia ที่อยู่ไม่ไกลจากแวนคูเวอร์นัก รวมถึงเมือง Victoria ด้วย ค่าบินก็เบาะๆ เที่ยวละเกือบ 6,000 บาทเองครับ 555

เช็คเส้นทางบินและราคาได้ที่ www.harbourair.com

28 29 30

เลยไปอีกนิดก็เห็นวิวเอกลักษณ์อีกมุมของแวนคูเวอร์ครับ

31

ผมรู้สึกว่าแวนคูเวอร์เป็นเมืองใหญ่ เมืองธุรกิจ แต่วิถีชีวิตของชาวเมืองกลับดูสบายๆ ไม่เคร่งเครียดเหมือนที่โตรอนโตเลยครับ คุณภาพชีวิตของคนที่นี่ยอดเยี่ยมมาก ถ้าถามว่าตั้งแต่ไปแคนาดามา 10 เมือง เมืองไหนใช้ชีวิตอยู่ได้? ผมต้องตอบว่า Vancouver ครับ

32

เดินเล่นชิลล์ๆ ยามเย็นที่แดดเริ่มลดความแรงลงสักพักก็เดินกลับไปที่สถานีรถไฟ Waterfront

33

ตอนแรกจะนั่ง SkyTrain สาย Canada (สีฟ้า) สถานีเดียวไปที่สถานี Vancouver City Centre ไปเดินเล่นในย่านดาวน์ทาวน์ของแวนคูเวอร์ที่ Granville Street และ W Georgia St แต่หาทางลงชานชาลาไม่เจอเลยนั่งสาย Expo (สีน้ำเงิน) หรือ Millenium (สีเหลือง) 2 สถานีไปลงที่สถานี Granville เดินตามป้ายบอกทางไปสถานี Vancouver City Centre ขึ้นจากใต้ดินไปที่ถนน Granville เดินไปทางซ้าย 100 เมตรก็ถึงแล้ว

34 35

เดินผ่านสถานี Vancouver City Centre และห้าง Nordstrom Pacific Centre ไปที่ป้ายรถเมล์ฝั่งเดียวกับห้าง ขึ้นรถเมล์สาย 4 (50 ก็ได้) ไปลงที่ป้าย SB Granville St FS Drake St ก่อนข้ามสะพาน Granville แล้วเดินข้ามสะพานเพื่อถ่ายรูปลงไปที่ Granville Island และ Burrard Bridge จุดนี้แหละครับที่ทำให้ผมรู้สึกว่าแวนคูเวอร์ดูเผินๆ ก็คล้ายซิดนีย์เหมือนกันนะ 😉

36 37

ต่อไปเราจะเดินลงไปที่ท่าเรือที่เกาะ Granville ครับ จากบนสะพานต้องเดินข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง พอถึงจุดที่มีทางให้ตรงไปกับทางลงสะพานซ้ายมือก็เลี้ยวซ้ายเดินลงไปที่สวนด้านล่าง เดินใต้สะพานที่เพิ่งลงมา ตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายตามทางรถไฟเข้าตลาด

(หรือเดินย้อนกลับไปที่ป้ายรถเมล์เดิมซึ่งไกลกว่าเดินลงสะพานอีกฝั่ง แล้วนั่งรถเมล์สาย 50 ข้ามสะพานไปลงที่ป้าย EB w 2 Ave NS Anderson St ใต้สะพาน เดินตามถนนใต้สะพานและเดินเลียบริมน้ำไปทางซ้ายก็จะถึงเช่นกัน)

38

Granville Island มีร้านอาหารทะเลหลายร้าน มีบริการเรือนำเที่ยวชมวาฬ และเป็นตลาดนัดขายสินค้าหลากชนิด แต่วันนี้ตลาดวายแล้วครับ บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา เรามาที่นี่เพื่อชมวิวจาก Granville Island Ferry Dock ริมทะเลครับ

39 40

เที่ยวชมเมืองมาทั้งวันจนได้เวลามื้อเย็นแล้ว เราเดินย้อนตามทางเดินใต้สะพานกลับไปขึ้นรถเมล์สาย 50 ที่ป้าย EB w 2 Ave NS Anderson St ฝั่งตรงข้ามสตาร์บัคส์

41

นั่งรถเมล์วนข้ามสะพาน Granville กลับไปลงที่สถานีรถไฟ SkyTrain Granville ในดาวน์ทาวน์ หาร้านอาหารเอเชียแถวๆ นั้นกินมื้อเย็น

สามทุ่มกว่าๆ ก็ลงสถานี Granville นั่ง SkyTrain สาย Expo (สีน้ำเงิน) หรือ Millenium (สีเหลือง) 2 สถานีกลับไปลงที่สถานี Main Street-Science World (Main) เดินผ่านสถานีรถไฟ Pacific Central ไปเอากระเป๋าเดินทางที่ฝากไว้ที่ C&N Backpackers Hostel แล้วเดินกลับไปที่สถานี Main Street-Science World นั่ง SkyTrain สาย Expo (สีน้ำเงิน) หรือ Millenium (สีเหลือง) 2 สถานีกลับไปที่สถานี Granville

photo credit: www.allatvancouver.com
photo credit: www.allatvancouver.com

เดินไปสถานี Vancouver City Centre อีกครั้ง ใช้ DayPass ครั้งสุดท้าย นั่ง SkyTrain สาย Canada (สีฟ้า) ไปสนามบิน ใช้เวลาประมาณ 25 นาที

43 SkyTrain Canada Line

Vancouver International Airport (YVR Airport) ตั้งอยู่บน Sea Island ในเขต Richmond (โซน 2) ทางทิศใต้ของศูนย์กลางเมืองห่างออกไปราว 12 กิโลเมตร

เดินตามป้ายบอกทางไปเทอร์มินอลระหว่างประเทศ

44

ไฟลท์ BR 009 ของสายการบิน EVA Air จะออกเดินทางตอนตี 2 ตรง คืนเมื่อวานเราไม่ได้อาบน้ำ นั่งหลับมาใน night bus และเที่ยวต่อวันนี้ตั้งแต่เช้าเลย คืนนี้อาจนอนบนเครื่องไม่หลับแน่ถ้าไม่ได้อาบน้ำอีก 555

หลังเช็คอินและตรวจ security check เสร็จก็เดินไปที่ Plaza Premium Lounge ซึ่งจองใช้บริการไว้ 2 ชั่วโมงเพื่อจัดการกิจธุระส่วนตัวต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อนนอนบนเครื่องยาวจนถึงไต้หวัน

จองวันเวลาและเช็คค่าบริการได้ที่ www.plaza-network.com

45 EVA Air 46 Plaza Premium Lounge

ขาออกจากแคนาดานี้ไม่ต้องผ่านตม. นะครับ ก่อนเวลา boarding 20 นาที ค่อยเดินไปที่เกทแบบไม่รีบร้อน

47 Vancouver to Taipei

นั่งเอนหลับบนที่นั่งชั้น Elite Class สุดสบายข้ามคืนข้ามทวีป 12 ชั่วโมงต่อมาเราก็เดินทางมาถึง Taoyuan International Airport ตอนตี 5 เวลาท้องถิ่นซึ่งตรงกับบ่ายสองโมงที่แวนคูเวอร์ (เวลาของแวนคูเวอร์ช้ากว่าเวลาไต้หวัน 15 ชั่วโมง และช้ากว่าเวลาไทย 14 ชั่วโมง)

ชมความแตกต่างระหว่าง Elite Class กับ Economy Class ได้ที่
[Review] Elite Class สายการบิน EVA Air ทางเลือกสุดพรีเมียมที่เข้าถึงได้

สามารถ search ตารางเวลาบินของ EVA Air และซื้อตั๋วได้ที่ booking.evaair.com

48 Canada Trip map

รอต่อไฟลท์ BR 067 กลับเมืองไทยตอน 9 โมงเช้า โดยจะถึงสนามบินสุวรรณภูมิในเวลา 11.35 น. ใช้เวลาเดินทางอีก 3 ชั่วโมง 35 นาที

เวลาบินของ EVA Air ถือว่าดีมากๆ แม้เวลาของโลกจะกลับตาลปัตรกันเป็นครึ่งวัน แต่ไฟลท์บินนี้ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเจ็ตแล็กเลยครับ

49

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต

Comments

comments