GRAND CANADA เที่ยวเองจากตะวันออกสู่ตะวันตก ตอนที่ 5 “Lake Louise” หมู่บ้านต้นทางสู่ทะเลสาบสุดงดงามของแคนาดา

เที่ยวเอง รีวิว ทะเลสาบ หลุยส์ โมเรน แคนาดา Lake Louise Moraine Canada
เที่ยวเอง GRAND CANADA

เช้าวันที่ 7 และวันรองสุดท้ายของทริป Grand Canada เราจะไปเที่ยวทะเลสาบสุดสวยที่ใฝ่ฝันว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องมาเยือนที่นี่ให้ได้ นั่นก็คือ Lake Louise และ Moraine Lake

1

ย้อนกลับไปอ่านรีวิว 8 เมืองที่เราไปเที่ยวมาก่อนหน้านี้ได้จาก
GRAND CANADA เที่ยวเองจากตะวันออกสู่ตะวันตก ตอนที่ 1 “Toronto และ Niagara Falls” ต้นทางสู่น้ำตกสุดยิ่งใหญ่ของโลก
GRAND CANADA เที่ยวเองจากตะวันออกสู่ตะวันตก ตอนที่ 2 “Ottawa” ลอนดอนแห่งอเมริกาเหนือ
GRAND CANADA เที่ยวเองจากตะวันออกสู่ตะวันตก ตอนที่ 3 “Québec” เมืองน่ารักที่อบอวลด้วยกลิ่นอายฝรั่งเศส
GRAND CANADA เที่ยวเองจากตะวันออกสู่ตะวันตก ตอนที่ 4 “Banff” หรือเรากำลังยืนอยู่ในภาพวาด

2 Grand Canada map

จากเมือง Banff เราต้องนั่งรถบัสไปยัง Village of Lake Louise ระยะทางราว 60 กิโลเมตร เพื่อเดินทางต่อไปยังทะเลสาบทั้งสอง และกลับมาที่ Banff เพื่อนั่ง night bus ไปเมือง Vancouver

photo credit: banffnationalpark.com
photo credit: banffnationalpark.com

8 โมงครึ่ง เช็คเอาท์และฝากกระเป๋าเดินทางไว้ที่โฮสเทล เดินประมาณ 900 เมตรไปสถานีรถบัส Greyhound Banff ที่เดียวกับเมื่อวาน

4

เราซื้อตั๋วรถบัสไป-กลับ Banff – Lake Louise ออนไลน์ทาง www.greyhound.ca ในราคา 23.40 CAD + ค่า Federal Tax อีก 1.17 CAD รวมแล้ว 24.57 CAD (640 บาท)

รถบัส Greyhound จะออกจาก Banff ตอน 09.15 น. (มีรถบัสวันละหลายเวลา) รถคันนี้เป็นรถที่มาจาก Calgary แวะรับผู้โดยสารตามเมืองต่างๆ ระหว่างทาง เพราะฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องไปรอที่สถานีรถบัสก่อนเวลารถออก 30 นาที ไปก่อนเวลาสัก 10 นาทีก็พอแล้วครับ

นั่งรถในเขต Banff National Park ประมาณ 45 นาที รถบัสก็เข้าจอดที่ปั๊มน้ำมันใหญ่ในหมู่บ้าน Lake Louise ซึ่งเป็นต้นทางสำหรับเดินทางเข้าไปยังทะเลสาบ Louise และ Moraine

วิวระหว่างทางไปหมู่บ้าน Lake Louise
วิวระหว่างทางไปหมู่บ้าน Lake Louise

หมู่บ้าน Lake Louise อยู่ห่างจากทะเลสาบ Louise ประมาณ 4 กิโลเมตร

photo credit: www.pc.gc.ca
photo credit: www.pc.gc.ca

วิธีการเดินทางไปทะเลสาบ Louise และ Moraine รวมถึงทะเลสาบอื่นๆ ในอุทยานแห่งชาติ Banff เช่น Peyto Lake และเชื่อมต่อไปยังอุทยานแห่งชาติ Jasper ที่สะดวกที่สุดคงหนีไม่พ้นการเช่ารถขับครับ แต่เราไปกันแค่ 2 คน อาจเสียค่าเช่ารถ ค่าน้ำมัน ค่าประกันภัย ค่าจอดรถในอุทยานฯ รวมแล้วมากกว่าการใช้รถสาธารณะ แม้รถสาธารณะจะมีข้อจำกัดเรื่องเวลาและบางจุดของอุทยานฯ ก็ไม่มีรถไปได้ แต่เราก็ขอเลือกใช้วิธีนี้เพราะเราตั้งใจจะไปเที่ยวแค่ 2 ทะเลสาบซึ่งสามารถเดินทางไปได้โดยไม่ต้องเช่ารถขับครับ

รถสาธารณะที่ให้บริการไปยังทะเลสาบ Louise และ Moraine คือ Moraine Lake Shuttle ของ Mountain Park Transportation โดยเส้นทางรถคือเริ่มต้นที่ Samson Mall ในหมู่บ้าน Lake Luoise ตั้งแต่ 08.00-16.35 น. ป้ายต่อไปคือ Lake Louise campground, Fairmont Chateau Lake Louise, Moraine Lake ย้อนกลับไปที่ Fairmont Chateau Lake Louise, Lake Louise campground และหมู่บ้าน Lake Louise

ในปีถัดไปตารางเวลาอาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่ไม่มีเว็บไซต์ทางการที่มีการอัพเดทข้อมูลให้นะครับ ถ้าวางแผนจะใช้วิธีการนี้ควรเผื่อเวลาไปถึงหมู่บ้าน Lake Louise ไว้พอสมควร

ตารางเวลาปี 2017
ตารางเวลาปี 2017

ตามข้อมูลที่หามาตอนแรกจะมีรถ Moraine Lake Shuttle บริการตั้งแต่เดือนก.ค.-กลางก.ย. เราจึงไม่แน่ใจว่าจะมีรถบริการในช่วงปลายเดือนมิถุนาที่เราไปรึเปล่า ถ้าไม่มีรถจริงๆ ก็จะเหมาแท็กซี่ให้พาไปเที่ยวทะเลสาบทั้งสองและกลับมาส่งที่หมู่บ้าน Lake Louise ซึ่งน่าจะต้องจ่ายค่ารถ 100-150 CAD (กะประมาณจากระยะทางและอาศัยข้อมูลประกอบเท่าที่อ่านเจอในเว็บต่างๆ นะครับ)

10 โมงเช้า หลังลงรถบัสที่ปั๊มน้ำมันในหมู่บ้าน Lake Louise เราจะข้ามถนนเดินไปรอรถ Moraine Lake Shuttle ที่ Samson Mall โดยรถ Moraine Lake Shuttle ของ Mountain Park Transportation จะออกตอน 10.35 น.

8

พอข้ามถนนปุ๊บก็มีเจ้าหน้าที่ของ Parks Canada ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลอุทยานแห่งชาติทุกแห่งของประเทศเข้ามาถามว่าจะไป Lake Louise (ทะเลสาบ) ใช่มั้ย? เราตอบว่าใช่ เค้าเลยบอกว่าให้รอตรงนี้แหละ เดี๋ยวจะมีรถ Shuttle bus ของอุทยานบริการไปส่งที่ทะเลสาบ Louise ฟรี โดยตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. – 10 ก.ย. ปีนี้ (2017) จะมีรถบริการทุกวันทุก 15 นาทีตั้งแต่ 08.00-18.00 น. แต่ไม่ได้ไปส่งที่ Moraine Lake ถ้าจะไปทะเลสาบ Moraine ก็ต้องต่อรถ Moraine Lake Shuttle ของ Mountain Park Transportation ที่ลานจอดรถหน้าทางเข้าโรงแรม Fairmont Chateau Lake Louise อยู่ดี แต่ก็ช่วยให้ประหยัดเงินค่ารถจากหมู่บ้าน Lake Louise ไปทะเลสาบ Louise ได้ 5 CAD ครับ (ค่าแท็กซี่จากหมู่บ้าน Lake Louise ไปทะเลสาบ Louise คนละประมาณ 15 CAD)

และตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย. – 9 ต.ค. ปีนี้ รถ Shuttle bus ของอุทยานจะเปลี่ยนเส้นทางให้บริการโดยจะวิ่งรับส่งผู้โดยสารระหว่างหมู่บ้าน Lake Louise กับทะเลสาบ Moraine ตั้งแต่ 08.00-18.00 น. แต่ไม่ไปทะเลสาบ Louise

สามารถเช็ครายละเอียดได้ที่ www.pc.gc.ca แต่ในเว็บแจ้งผิดเป็นตั้งแต่ 08.00-16.00 น. นะครับ

9 Parks Canada shuttle bus

สาเหตุที่ทางอุทยานแห่งชาติ Banff จัดรถบริการนักท่องเที่ยวฟรีก็เนื่องจากปี 2017 นี้เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปีของประเทศแคนาดา และ National Park Service หน่วยงานดูแลอุทยานแห่งชาติของแคนาดาก็ครบรอบ 100 ปีเช่นกัน เพราะฉะนั้นในปีหน้าอาจจะมีบริการนี้ต่อหรือไม่มีก็ได้ครับ ต้องคอยอัพเดทข้อมูลในเว็บไซต์ทางการของ Parks Canada นะครับ

นอกจากนี้ทางการแคนาดาได้ประกาศให้ตลอดปี 2017 เป็นปีแห่งการเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติ โดยนักท่องเที่ยวทั่วไปไม่จำกัดสัญชาติสามารถเข้าชมอุทยานแห่งชาติต่างๆ ทั้งหมด 171 แห่งทั่วประเทศได้ฟรี! (ปกติค่าเข้าอุทยานแห่งชาติ Banff ราคา 9.80 CAD หรือประมาณ 250 บาท)

เราเพิ่งมารู้ทีหลังว่าตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. – 10 ต.ค. ปีนี้ (2017) มีรถบัสของ Brewster บริการฟรีระหว่างเมือง Banff (ขึ้นรถที่เดียวกับรถบัสของ Greyhound) กับหมู่บ้าน Lake Louise ด้วย ถ้ารู้ล่วงหน้าคงไม่ซื้อตั๋วรถบัสของ Greyhound หรอกครับ เสียดาย!

10.15 น. นั่งรถ Shuttle bus ฟรีของอุทยานฯ 10 นาทีไปลงที่ลานจอดรถเหนือ Lake Louise แล้วเดินลงไปที่ริมทะเลสาบก็เห็นวิวแบบนี้!

10 11

ถ้ามาที่นี่ช่วงเช้าซึ่งยังไม่ย้อนแสงจะได้เห็นภาพทะเลสาบที่มีเงาของภูเขาสะท้อนอยู่บนผิวน้ำครับ

12

เราเก็บภาพทะเลสาบสุดสวยได้แป๊บเดียวก็ต้องเดินไปขึ้นรถ Moraine Lake Shuttle ของ Mountain Park Transportation ที่ประตูทางเข้าหลักของโรงแรม Fairmont Chateau Lake Louise ซึ่งจะออกตอน
10.50 น. (รอบถัดไปต้องรออีก 2 ชั่วโมง) ค่ารถไป-กลับ Lake Louise – Moraine Lake ราคา 30 CAD (765 บาท)

13 14 Mountain Park Transportation bus

นั่งรถไปครึ่งชั่วโมงก็ถึง Moraine Lake ตอน 11.20 น.

15 Mountain Park Transportation bus

ทะเลสาบ Moraine อยู่ที่ระดับความสูง 1,883 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยรอบทะเลสาบเป็นภูเขาสูง อากาศที่นี่จึงหนาวเย็นตลอดและจะหนาวหนักมากในช่วงฤดูหนาว (พ.ย.-เม.ย.) ถึงขั้นติดลบ 30-50 องศาเซลเซียส ดังนั้นช่วงเวลาที่ถนนเปิดและสามารถไปเที่ยวทะเลสาบแห่งนี้ได้คือตั้งแต่กลางพ.ค.-กลางต.ค. (แล้วแต่สภาพอากาศในแต่ละปี) แต่ถ้าจะให้ชัวร์ว่าน้ำแข็งในทะเลสาบจะละลายและกลายเป็นน้ำสีเทอร์ควอยส์สุดงดงามก็ควรไปในช่วงกลางเดือนมิ.ย. เป็นต้นไป ส่วนช่วง high season คือเดือนก.ค.-ก.ย. ซึ่งค่าใช้จ่ายต่างๆ จะแพงขึ้นมากพอสมควร

ลงจากรถแล้วเดินไปทางซ้ายขึ้นไปยังจุดชมวิวทะเลสาบที่ดีที่สุดคือ Rockpile ระยะทางไม่ถึง 500 เมตร

16

เรามีเวลาอยู่ที่นี่ 2 ชั่วโมงเต็มจึงไม่ต้องรีบร้อนอะไรมาก ค่อยๆ เดินถ่ายรูปจากจุดต่างๆ จนทั่ว  ต้องขอพูดเลยว่าวิวมัน stunning สุดๆ แบบว่าไม่เคยเห็นวิวทะเลสาบที่ไหนสวยเท่า Moraine Lake มาก่อนเลยครับ

จะสตั๊นขนาดไหน! ไปชมภาพกัน

17 18 19

เสร็จแล้วก็เดินลงไปที่ริมทะเลสาบ ผมว่าวิวจากตรงนี้ไม่สวยเท่ากับจากจุดชมวิว Rockpile เลยครับ

20

ถึงเวลามื้อกลางวันแล้ว ขอกินเบอร์เกอร์ง่ายๆ ที่ร้านแถวนี้แหละ

นั่งรถ Moraine Lake shuttle รอบ 13.20 น. กลับไปที่โรงแรม Fairmont Chateau Lake Louise

21

เดินเล่นชม Lake Louise ทะเลสาบที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดของแคนาดาก็ว่าได้ ทะเลสาบแห่งนี้สามารถมาเที่ยวได้ทุกฤดูครับ แต่ในฤดูหนาวน้ำในทะเลสาบจะกลายเป็นน้ำแข็งทั้งหมดจนสามารถเดินลงไปกลางทะเลสาบได้ ถ้าอยากได้ภาพน้ำสีเขียวใสก็ต้องมาในช่วงเดือนมิถุนา-กันยา อาจต่อเนื่องได้ถึงเดือนตุลาครับ

22 23

ถ้าอยากได้ฟีลอยู่บนเรือก็สามารถเช่าเรือไปพายชมวิวในทะเลสาบได้ แต่ราคาก็โหดอยู่นะครับ ครึ่งชั่วโมงราคา 95 CAD (ประมาณ 2,450 บาท) 1 ชั่วโมง 105 CAD (ประมาณ 2,700 บาท)

24 25 Lake Louise boathouse

เดินหาจุดถ่ายรูปริมทะเลสาบไปเรื่อยๆ เป็นชั่วโมงเลย มันสวยทุกจุดจริงๆ ครับ วันนี้ถือว่าโชคดีด้วยที่มีเมฆค่อนข้างเยอะช่วยบังแสงอาทิตย์ทำให้รูปไม่ย้อนแสงครับ อย่างที่บอกไปตอนแรกแล้วว่าที่นี่ควรมาเที่ยวตั้งแต่ตอนเช้าเพราะตอนบ่ายจะย้อนแสงครับ

26 27 28 29

จากนั้นก็เดินกลับไปที่โรงแรม Fairmont Chateau Lake Louise นั่งจิบชาอุ่นๆ ชมวิวคูลๆ โคตรดีต่อใจเรย 😀

30 31 32

เดินขึ้นไปที่จุดจอดรถ Shuttle bus ของอุทยานที่ให้บริการฟรีระหว่างทะเลสาบ Louise กับหมู่บ้าน Lake Louise ตามข้อมูลที่บอกไปตอนต้นของรีวิวแล้ว  รอขึ้นรถรอบ 4 โมงเย็น (มีรถบริการทุกวันทุก 15 นาที จนถึง 18.00 น.)  นั่งรถฟรี 10 นาทีกลับไปลงที่หมู่บ้าน Lake Louise เหมือนเดิม

ถ้าหลังจากวันที่ 10 ก.ย. 2017 และในปีหน้าไม่มีบริการนี้แล้วก็สามารถใช้บริการรถ Moraine Lake Shuttle ของ Mountain Park Transportation ได้ตามตารางเวลาและค่ารถที่ให้ไว้แล้วครับ

มีเวลาเหลืออีกครึ่งชั่วโมงก่อนจะถึงเวลารถบัส Greyhound ออกเดินทางกลับเมือง Banff เลยลองเดินเล่นรอบๆ แถวหมู่บ้านหน่อย

33

16.40 น. นั่งรถบัส Greyhound กลับ Banff อีก 45 นาที

ตอนนั้นเพิ่ง 5 โมงครึ่งเอง เหลือเวลาอีก 3 ชั่วโมงกว่าจะถึงเวลา night bus ออกไป Vancouver เราเดินเข้าไปยังดาวน์ทาวน์ตามถนน Banff Avenue ไปกินข้าวเย็นที่ร้าน Bamboo Garden เหมือนเมื่อวาน

34

เสร็จแล้วก็เดินกลับโฮสเทลไปเอากระเป๋าเดินทางที่ฝากไว้และเดินกลับไปที่สถานีรถบัส เรากะว่าจะไปนั่งรอรถบัสในอาคารสถานี ผลัดกันไปจัดการกิจธุระส่วนตัวต่างๆ และเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แต่มันไม่ได้เป็นไปอย่างที่ตั้งใจไว้ครับ วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ซึ่ง Tourist Information ที่อยู่ในอาคารสถานีรถบัสจะปิดตอนทุ่มตรง ส่วนเคาน์เตอร์ Greyhound ปิดไปแล้วตอน 5 โมงครึ่ง (วันจันทร์-ศุกร์ปิด 3 ทุ่ม) เราจึงทำได้แค่เข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาและต้องออกไปนั่งรอรถบัสข้างนอก คืนนี้ไม่ต้องอาบน้ำ นอนในรถบัสชุดเดิมเลย 55 โชคดีที่ทั้งวันนี้อากาศเย็น เหงื่อไม่ออกซักกะหยด

เราซื้อตั๋วรถบัส Banff – Vancouver ออนไลน์ทาง www.greyhound.ca ราคาใบละ 81 CAD ซื้อพร้อมกัน 2 คนขึ้นไปจะได้รับส่วนลด Companion Fare เล็กน้อย ยิ่งซื้อหลายคนยิ่งได้เปอร์เซนต์ส่วนลดเพิ่ม สรุปแล้วได้ลดเหลือใบละ 76.95 CAD + ค่า Federal Tax อีกคนละ 3.85 CAD รวมเป็น 80.80 CAD (ประมาณ 2,100 บาท)

รถบัสเส้นทางนี้ไม่จำเป็นต้องมารอที่สถานีก่อนครึ่งชั่วโมงเพราะรถบัสจะแวะมารับคนตามเมืองต่างๆ แป๊บนึง ไม่ได้เป็นต้นทางที่ต้องเข้าคิวรอแบบใครมาก่อนได้ก่อน มาก่อนเวลารถออกแค่ 15 นาทีก็พอแล้วครับ

20.35 น. Night Bus ออกจาก Banff วิ่งข้ามคืนข้ามรัฐสู่เมือง Vancouver ในรัฐ British Columbia

35 Greyhound bus

รถบัสค่อนข้างเต็มครับ แต่ก็มีคนขึ้นลงกลางทางเรื่อยๆ นั่งหลับๆ ตื่นๆ ไปประมาณ 2 ชั่วโมง คนขับก็จอดแวะพักที่ปั๊มน้ำมันใหญ่ในเขตเมือง Golden 20 นาที

จากนั้นก็เดินทางกันต่อ เผลอหลับไปครู่ใหญ่ อยู่ดีๆ ก็ถูกปลุกให้ลงจากรถไปรอในอาคารตอนตี 3 ครึ่ง เพราะอะไรก็ไม่รู้ครับ (น่าจะผลัดเปลี่ยนคนขับรถ) ดู google map ตอนนี้เราอยู่ที่ไฮเวย์ใกล้เมือง Kamloops ครับ นั่งรอแบบมึนๆ ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ขึ้นรถต่อ คราวนี้หลับแทบไม่ได้เลยครับ ที่นั่งแคบ ไม่สบาย แถมเอนหลังมากก็ไม่ได้ ผมรู้สึกตัวทุกครั้งที่รถจอดตามเมืองต่างๆ เลย ต้องอดทนฝืนหลับไปอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึง Vancouver ประมาณ 8 โมงเช้า ใช้เวลาเดินทางราว 12 ชั่วโมงครึ่ง (เวลาของ Vancouver ช้ากว่า Banff 1 ชั่วโมง)

(เราพยายามหาวิธีการที่ดีกว่า night bus แต่ก็พบว่าวิธีการนี้คือดีที่สุดแล้วเพราะประหยัดทั้งเวลาเดินทางและค่าใช้จ่าย ถ้าเดินทางกลางวันจะต้องใช้เวลาถึง 2 วันและเสียค่าที่พักอีก 1 คืนครับ)

photo credit: www.canadianaffair.com
photo credit: www.canadianaffair.com

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต

Comments

comments