บุกแดนผีดิบ..เที่ยวเอง “โรมาเนีย” ตอนที่ 5 “Bran – Sinaia” ลุยปราสาทแดร็กคูล่า และ ปราสาทฤดูร้อนกลางหุบเขา

เที่ยวเอง รีวิว ปราสาทบราน ซีนายา โรมาเนีย bran castle sinaia romania
เที่ยวเองต่อในเช้าวันที่ 9 ของ Danube Trip

วันนี้เราจะบุกแดนผีดิบในตำนานอันสยดสยองที่ปราสาท Bran อันเลื่องชื่อ ส่วนตอนบ่ายก็จะไปเที่ยวชมอีกปราสาท
ชื่อดังของประเทศโรมาเนีย นั่นคือ Castelul Peleș ที่เมือง Sinaia

สองปราสาทซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอันดับต้นๆ ของโรมาเนียนี้ให้อารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างกันคนละขั้ว
จะเป็นยังไงนั้น ตามอ่านรีวิวต่อไปครับ

1

เมื่อวานเราตั้งหลักที่เมือง Brașov ตามรีวิวนี้ครับ
บุกแดนผีดิบ “โรมาเนีย” ตอนที่ 4 “Brașov” เมืองศูนย์กลางของทรานซิลวาเนีย..ต้นทางสู่วังแดร็กคูล่า!

ย้อนเรื่องราวตั้งแต่วันแรกของ Danube Trip ได้ที่
ฮังการี..หนึ่งดินแดนริมฝั่งน้ำดานูบอันน่าค้นหา ตอนที่ 1 “Székesfehérvár” เมืองปราสาทแห่งรักชั่วนิรันดร์
ฮังการี..หนึ่งดินแดนริมฝั่งน้ำดานูบอันน่าค้นหา ตอนที่ 2 “Budapest” เมืองหลวงอันรุ่มรวยด้วยสถาปัตยกรรมงดงามสองฟากฝั่งแม่น้ำ
ลบภาพจำเก่าๆ ของ “เซอร์เบีย” ตอนที่ 1 “Novi Sad” ใต้ความแข็งกร้าว..มีความนุ่มนวล
ลบภาพจำเก่าๆ ของ “เซอร์เบีย” ตอนที่ 2 “Belgrade” เมืองหลวงของอดีตยูโกสลาเวียอันยิ่งใหญ่
บุกแดนผีดิบ “โรมาเนีย” ตอนที่ 1 “Timișoara” เมืองหน้าด่านสู่ทรานซิลวาเนีย
บุกแดนผีดิบ “โรมาเนีย” ตอนที่ 2 “Hunedoara” ลุยปราสาทน่าสะพรึงแห่งทรานซิลวาเนีย
บุกแดนผีดิบ “โรมาเนีย” ตอนที่ 3 “Sibiu” ความงดงามในความลึกลับแห่งทรานซิลวาเนีย

2 Danube Trip map

จากอพาร์ตเมนท์ใน Brașov เดินไปเรียกแท็กซี่ไปสถานีรถบัส Autogara 2 เพื่อนั่งรถบัสไปเมือง Bran เพราะไม่รู้ว่ามีรถบัสออกกี่โมงบ้าง ขืนมัวรอรถเมล์อาจจะตกรถบัสและต้องรอคันต่อไปอีกนานก็ได้ รีบไปให้ถึงสถานีรถบัสเร็วไว้ก่อนจะดีกว่า

3

ระหว่างทางผ่านป้ายรถเมล์จึงแวะดูตารางรถเมล์ว่ามีเบอร์อะไรไปสถานีรถไฟกลางตอนประมาณบ่ายโมงได้บ้างเพราะเราจะต้องไปขึ้นรถไฟไป Sinaia ผลคือมีเบอร์ 32 เวลา 13.05 น. และเบอร์ 35 เวลา 13.16 น. ที่เหมาะสม

เช็คเส้นทางรถเมล์และตารางเวลาได้ที่ Brașov bus routes

เราบอกคนขับแท็กซี่ว่าไปสถานีรถบัส Autogara 2 เค้ารู้เลยว่าพวกเราจะไปเมือง Bran จึงตอบกลับมาว่าวันนี้ไม่มีรถบัสนะเพราะเป็นวันหยุดอีสเตอร์ของออร์โธด็อกซ์ เหวอไปชั่วขณะ อ่าว! แล้วจะไปบรานยังไงเนี่ย?? อะไรมันจะซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนี้ วันอาทิตย์ก่อนเพิ่งเจอวันหยุดอีสเตอร์ที่ฮังการีไปทีนึง อะไรมันจะพอดีเป๊ะโดนอีสเตอร์ของออร์โธด็อกซ์อีก จึงลองถามเค้าว่าถ้าไปบรานเลยคิดเท่าไหร่ เค้าตอบว่า 60 lei (60 RON หรือประมาณ 470 บาท) เราถามอีกว่าเป็นราคาไปและกลับใช่มั้ย? เค้าจะรอเราเข้าไปเที่ยวปราสาทก่อนแล้วพาเรากลับมาส่งที่บราชอฟใช่เปล่า? เค้าตอบว่าใช่ งั้นก็โอเคสิ แชร์กันจ่ายค่าแท็กซี่แค่คนละร้อยกว่าบาทได้ทั้งไปและกลับเลย เพราะถ้าเสียค่ารถบัสจากบราชอฟไปบรานก็คนละ 5 RON ไป-กลับ 10 RON ก็เกือบ 80 บาทแล้ว บวกค่าแท็กซี่จากที่พักไป-กลับสถานีรถบัสอีกน่าจะคนละ 30 บาท รวมแล้วประมาณร้อยนิดๆ ก็พอๆ กับค่าแท็กซี่ไป-กลับที่หารกัน 4 คน แถมสบายและประหยัดเวลาเดินทางกว่าด้วย

สำหรับผู้ที่ไปไม่ถึง 4 คนนั่งแท็กซี่คงไม่คุ้มเท่าไหร่ก็สามารถนั่งรถบัสท้องถิ่น (autobuz) จากสถานีรถบัส Autogara 2 (Bus terminal 2 หรือ Bartolomeu) ที่ถนน Strada Avram Iancu ห่างจากสถานีรถไฟกลาง Gara Centrală ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 3 กิโลเมตร เพื่อไปปราสาทบรานได้ ข้อมูลแจ้งว่ามีรถบัสออกทุก 30 นาที ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง ตั๋วรถบัสราคาเที่ยวละ 5 RON

เช็คที่ตั้งของสถานีรถบัสใน Braşov ได้ที่ Braşov bus stations

4

วิธีการเดินทางไปสถานีรถบัส Autogara 2 จากสถานีรถไฟกลาง Gara Centrală คือนั่งแท็กซี่ ค่าโดยสารประมาณ 6 RON (ประมาณ 50 บาท) หรือนั่งรถเมล์สาย 23, 23’, 23b, 25 หรือ 29 (ตั๋วรถเมล์ Bilet 1 călătorie ราคาเที่ยวละ 2 RON) จากป้ายที่ถนน Bulevardul Gării ด้านหน้าสถานีรถไฟกลาง Gara Centrală ประมาณ 12 นาทีไปลงที่ป้าย Stadionul Tineretului หรือ Ec. Teodoroiu เดินอ้อมวงเวียนตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายที่สามแยกเข้าถนน Strada Avram Iancu ไปอีกไม่ไกลก็จะถึงสถานีรถบัส Autogara 2

photo credit: www.cronicaromana.ro
photo credit: www.cronicaromana.ro

สรุป เราเลือกขึ้นแท็กซี่ไปเมืองบรานเลยครับ แต่บอกคนขับรถว่าขอแวะสถานีรถบัส Autogara 2 นิดหน่อยเพื่อลงไปเก็บข้อมูลตารางเวลารถบัสและราคาค่าโดยสาร พอไปถึงสถานีรถบัสก็พบว่าวันนี้ไม่มีรถบัสให้บริการจริงๆ ที่สถานีมีแค่แม่บ้านทำความสะอาดอยู่ในอาคาร คนขายตั๋ว คนขายของ และผู้โดยสารไม่มีซักคน ปิดร้านเงียบหมด ผมพยายามเดินดูป้ายที่ติดอยู่เพื่อหาว่ามีตารางรถบัสและราคาค่ารถมั้ย? จะได้นำไปเป็นข้อมูลสำหรับผู้อ่านที่ไม่ได้ใช้แท็กซี่เหมือนกับเรา แต่ไม่มีป้ายที่เกี่ยวข้องติดไว้เลย คิดว่าอาจจะติดอยู่ในอาคารก็ได้ แต่วันนี้ปิดสนิทเข้าไม่ได้

6

เดินกลับไปขึ้นรถและนั่งยาวไปประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนถึงบรานนิดหน่อยเราเห็นปราสาท șnov อยู่บนเขาทางซ้ายมือ แต่ต้องแยกเข้าตัวเมืองราชนอฟไปอีกประมาณ 1 กิโล จึงบอกคนขับว่าขากลับช่วยพาเราแวะไปที่เชิงเขาแป๊บนึง ขอถ่ายรูปนิดหน่อย แต่เค้าไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เราก็คิดว่าเค้ารับรู้แล้ว ไม่ได้เอะใจอะไร

7

พอไปถึงทางเข้าปราสาทบรานคนขับก็บอกให้เราลงตรงนี้และให้เราจ่ายเงิน 60 lei เลย เราไม่ยอมจ่ายสิ ถ้าจ่ายไปแล้วไม่รอรับกลับก็แย่ดิ เลยบอกเค้าว่าเดี๋ยวค่อยจ่ายตอนกลับถึงบราชอฟแล้ว ให้เค้าจอดรถรอก่อน ขอเข้าไปเที่ยวในปราสาท 1 ชั่วโมง คนขับตอบกลับมาว่าค่ารถนี้สำหรับขามาขาเดียว เค้าไม่รอรับจะตีรถเปล่ากลับบราชอฟเลย

จุดนั้นงงและโมโหมาก อย่างงี้มันโกงกันนี่หว่า! ตอนตกลงเรียกมาบอกว่าเป็นค่ารถทั้งขาไปและขากลับ พอมาถึงแล้วมันเบี้ยวหน้าตาเฉย เราพยายามเจรจาและพูดถึงเรื่องที่ตกลงกันก่อนขึ้นรถว่าคุณบอกว่าจะมาส่งและรอรับกลับด้วย มันตอบว่าไม่ได้บอกเลยว่าจะรอรับกลับบราชอฟ มันพยายามอธิบายว่าระยะทาง 30 กิโล ถ้ากดมิเตอร์คูณอัตรากิโลเมตรละ 1.53 lei ยังแพงกว่า 60 lei เลย แบบว่า 60 นี่ถูกแล้วนะ กฎที่นี่ขับรถออกนอกเมืองไปเมืองอื่นก็ต้องคิดเรทแบบนี้ทั้งนั้น เถียงกันไปมาอยู่นานเลย เราบอกว่าวันนี้ไม่มีรถบัสวิ่งแล้วเราจะกลับยังไง เงินเหลือรวมกันน่าจะไม่พอค่าแท็กซี่ขากลับด้วย มันพูดจาเลวๆ ว่า It’s your problem, not my problem เฮ้ย! เลวมาก ขี้โกง เราเลยด่ามันแบบหยาบคายทั้งภาษาอังกฤษและไทย ยืนยันว่าไม่จ่ายเงินเต็มแน่นอน

ยื้อยุดกันอยู่หลายนาที มันเห็นท่าจะตกลงกันไม่ได้จึงขับรถไปที่จุดจอดแท็กซี่ใกล้ๆ แล้วพูดอะไรก็ไม่รู้กับคนขับแท็กซี่อีก 2-3 คน น่าจะโวยวายว่าเราโกงมัน ไม่ยอมจ่ายมัน หรือไม่ก็หาพรรคพวกว่าราคา 60 lei ที่คิดนี่เป็นราคาขาเดียวใช่มั้ย ใครๆ ก็คิดราคากันแบบนี้

น้องชายและน้องสาวลงจากรถเลย เหลือผมกะน้องเขยซึ่งนั่งข้างหน้าอยู่บนรถ น้องเขยบอกมันว่ารอรับกลับแล้วจะให้ มันบอกค่ารอรับกลับ 300 lei บ้าเปล่าวะ! ถ้าเรายอมจ่าย 300 มันก็ไม่รอเราอยู่ดี ยื่นเงิน 30 lei ให้แล้วจะลงจากรถ มันดึงแขนน้องเขยไว้อย่างแรงไม่ยอมให้ลง ฉุดกระชากกันจนเห็นทีท่าไม่ดี ไม่รู้ว่ามันมีเพื่อนอยู่แถวนี้รึเปล่า ถ้าหนีไปแล้วโดนรุมกระทืบจะไม่คุ้มเอา เลยจำใจต้องจ่ายมันไปเต็มราคาพร้อมคำด่า “ไอ้ขี้โกง” เจ็บใจแต่ก็ต้องทำใจ

ผมเคยได้ยินเรื่องถูกแท็กซี่โกงในเส้นทางบราชอฟและบรานมาก่อนแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง จึงอยากเตือนเรื่องการเรียกแท็กซี่ออกไปยังเมืองอื่นที่อยู่ไม่ไกลนัก ขอให้เลือกกดมิเตอร์นะครับ แล้วเสี่ยงเอาว่าจะถูกหรือแพงกว่าราคาเหมา แต่ไม่โดนโกงแน่นอน

ลงจากรถด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด เดินบ่นกันไปจนถึงหน้าทางเข้าปราสาทบราน โชคยังดีที่วันนี้ปราสาทเปิดให้เข้าชม ตอนแรกคนขับบอกว่าปราสาทปิดเพราะเป็นวันหยุดออร์โธด็อกซ์อีสเตอร์ ถ้าปราสาทปิดนี่คงหัวเสียหนักขึ้นไปอีก อุตส่าห์จ่ายค่าแท็กซี่มาอย่างแพง ขากลับต้องนั่งแท็กซี่เสียค่ารถพอๆ กับขามาแน่

ไหนๆ ก็มาถึงปราสาทแล้ว แม้จะอารมณ์เสียยังไงก็ต้องเที่ยวให้สนุกครับ ถ้าไม่เข้าก็เสียเที่ยวหมด ไม่รู้จะเสียตังค์มาทำไม จ่ายค่าผ่านประตูไปคนละ 30 RON แล้วเดินไปที่ตัวปราสาท

8

Castelul Bran (Bran Castle) หรือปราสาทบรานตั้งอยู่บนผาหินในเขตเมืองบรานซึ่งอยู่ห่างจากบราชอฟไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ราว 30 กิโลเมตร

9

ปราสาทที่ได้ชื่อว่าเป็นปราสาทแดร็กคูล่าแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่สุดซึ่งคนที่มาโรมาเนียจะต้องมาเยี่ยมเยือน จึงเป็นเรื่องปกติที่จะหลีกเลี่ยงกลุ่มนักท่องเที่ยวไม่ได้ แนะนำให้รีบมาตอนเช้าๆ แบบเรานะครับ นักท่องเที่ยวจะยังไม่เยอะมาก

10

ปราสาทบรานโด่งดังจากตำนานผีดิบดูดเลือดในภาพยนตร์เรื่อง Dracula หลายเวอร์ชั่นที่สร้างจากนิยายแนวสยองขวัญที่แต่งโดย Abraham “Bram” Stoker นักเขียนชื่อดังชาวไอริชเมื่อปีค.ศ. 1897 บราม สโตเกอร์แต่งเรื่องแดร็กคูล่าขึ้นมาโดยอ้างอิงประวัติศาสตร์ของโรมาเนียในยุคที่ยังแบ่งแยกเป็นแคว้นต่างๆ คือ Wallachia หรือ Valahia, Transilvania และ Moldavia โดยสร้างตัวละครแดร็กคูล่าให้เป็นแวมไพร์ผู้เป็นอมตะจากประวัติของ Vald ที่ 3 เจ้าชายผู้ปกครองแคว้นวัลลาเคียในปีค.ศ. 1448, 1456-1462 และ 1476 เจ้าชายวลาดที่ 3 ทรงเป็นบุตรของวลาดที่ 2 หรืออีกพระนามหนึ่งคือ Vlad Dracul คำว่าดราคูลเป็นภาษาโรมาเนียนซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษาลาตินแปลว่ามังกร เจ้าชายวลาดที่ 3 จึงถูกเรียกขานในอีกพระนามหนึ่งว่า Vlad Drăculea หรือ Vlad Dracula

photo credit: www.livescience.com
photo credit: www.livescience.com

หลังจากวลาดที่ 2 สิ้นพระชนม์จากการถูกลอบสังหารโดยฝ่ายฮังการีที่ได้แผ่ขยายอิทธิพลมาถึงทรานซิลวาเนียและพยายามขยายอำนาจลงมายังดินแดนวัลลาเคีย เจ้าชายวลาดที่ 3 ซึ่งขณะนั้นมีพระชนมายุเพียง 17 พรรษาจึงได้ขึ้น
ปกครองวัลลาเคียในช่วงเวลาแห่งสงคราม พระองค์ต้องเผชิญกับศึกสงครามทั้งกับอาณาจักรฮังการีและจักรวรรดิ
ออตโตมันที่พยายามจะยึดครองวัลลาเคียมาเป็นประเทศราชให้จงได้

ด้วยพระปรีชาสามารถในการรบและอุปนิสัยความโหดร้ายของพระองค์โดยเมื่อจับตัวเชลยศึกมาได้แล้วจะทำการทรมานด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยมคือเสียบร่างทะลุทวารหนักด้วยไม้แหลมแล้วปักไว้กลางทุ่งหญ้าให้เหยื่อทุกข์ทรมานและค่อยๆ ตายในที่สุด จึงเป็นที่มาของสมญานามว่า Vlad Țepeș (Vlad the Impaler) หรือวลาดจอมเสียบนั่นเอง

photo credit: www.naturaliter.com
photo credit: www.naturaliter.com

ปลายปีค.ศ. 1476 วลาดเตเปชถูกสังหารในสมรภูมิรบโดยกองทัพออตโตมัน แม้พระองค์จะสิ้นพระชนม์ไปแล้วแต่ชื่อเสียงเรื่องความเหี้ยมโหดของพระองค์ยังคงเป็นตำนานเล่าขานต่อกันเรื่อยมาอีกเป็นเวลานาน อย่างไรก็ดีสำหรับชาวโรมาเนียเองแล้ว พระองค์ทรงได้รับการยกย่องในเรื่องความกล้าหาญในการต่อสู้กับข้าศึกศัตรูผู้รุกราน ดังจะเห็นได้จากอนุสาวรีย์ของพระองค์ที่สร้างอยู่ในหลายๆ เมืองของประเทศ

รูปนี้อยู่ที่ด้านหน้า Muzeul Palatul Voievodal Curtea Veche กรุง Bucharest ครับ

13

แต่ความจริงแล้วปราสาทบรานแทบจะไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับเรื่องราวในนิยายเรื่องแดร็กคูล่าเลย รวมทั้งแทบไม่มีหลักฐานที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างวลาดที่ 3 กับปราสาทแห่งนี้ด้วย ปราสาทบรานเพียงแค่ถูกทำให้เชื่อว่าเป็นปราสาทของแดร็กคูล่าตามคำบรรยายของผู้แต่งนิยายเท่านั้น แต่ปัจจุบันปราสาทบรานได้กลายเป็นปราสาทแดร็กคูล่าเต็มตัวเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของโรมาเนีย แม้ว่าจะมีปราสาทอื่นที่สามารถเชื่อมโยงถึงตำนานผีดิบดูดเลือดได้เช่นกัน แต่ปราสาทบรานก็ได้รับการยอมรับให้เป็นต้นแบบปราสาทของท่านเคาท์มากที่สุดครับ

14

ปราสาทเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-30 ก.ย. วันจันทร์เปิดตั้งแต่ 12.00-18.00 น. วันอังคาร-อาทิตย์ 09.00-18.00 น. วันที่ 1 ต.ค.-31 มี.ค. วันจันทร์เปิดตั้งแต่ 12.00-16.00 น. วันอังคาร-อาทิตย์ 09.00-16.00 น. ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 30 RON

อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Bran Castle

เข้าไปในปราสาทเดินชมห้องต่างๆ ของปราสาท ไม่ว่าจะเป็นห้องโถง ห้องทรงงาน ห้องนั่งเล่น ห้องบรรทม ห้องเสวย ห้องเก็บรักษาและจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ในการสู้รบในสมัยโบราณ และห้องเล็กห้องน้อยต่างๆ มากมายจนทั่ว

15 16 17 18 19 20

ออกจากปราสาทไปเดินดูของที่ระลึกแบบผีๆ ที่มีขายอยู่เยอะละลานตาไปหมด

21

อย่างที่บอกว่าวันนี้เป็นวันหยุด รถบัสงดให้บริการ 1 วันพอดีเป๊ะ เราจึงต้องจำใจเดินไปที่ท่าจอดรถแท็กซี่เพื่อเรียก
แท็กซี่กลับอพาร์ตเมนท์ที่บราชอฟไม่เกินเที่ยงครึ่งแล้วขึ้นรถเมล์รอบประมาณบ่ายโมงไปสถานีรถไฟกลางเพราะเราซื้อตั๋วรถไฟ Brașov-Sinaia ซึ่งจะออกในเวลา 13.48 น. ทางออนไลน์ไว้ล่วงหน้าแล้ว

แท็กซี่คันแรกบอกว่าเหมา 80 lei แพงกว่าขามาตั้ง 20 lei ไม่ไหวนะตังค์ยิ่งไม่ค่อยมีอยู่ ลองเรียกคันที่สองดูคราวนี้คิด 70 lei ก็ยังแพงกว่าอยู่ดี เราบอกว่ากดมิเตอร์ได้มั้ย? เค้าตอบว่าได้แต่ถ้ากดมิเตอร์ก็จะประมาณ 80 lei นะ ในใจก็ไม่เชื่อหรอก แต่ก็ไม่แน่มันอาจจะขับทางอื่นที่อ้อมกว่าทำให้มิเตอร์ขึ้นไปถึง 80 lei จนได้ ไม่อยากเสี่ยงเดี๋ยวจะยิ่งหนักกว่าเดิม เราจึงตกลงราคาเหมาและขึ้นรถกลับบราชอฟ ซิ่งไปประมาณครึ่งชั่วโมงก็กลับถึงอพาร์ตเมนท์

ตอนนี้เราเหลือเงินรวมกันไม่มากแล้วเพราะโดนค่ารถแท็กซี่ 2 ขาไป 130 lei (ประมาณ 1,015 บาท) จึงต้องประหยัดด้วยการต้มมาม่ากินเป็นอาหารมื้อกลางวันครับ 555

ก่อนบ่ายโมงออกจากห้องเดินไปที่ป้ายรถเมล์ Spit. Județean ยืนรอรถเมล์สาย 32 ซึ่งจะมาถึงป้ายตอนบ่ายโมงห้านาทีตามเวลาที่มาดูไว้ตอนเช้าก่อนแล้ว ใช้ตั๋วรถเมล์ที่ยังเหลือจากเมื่อวานอีกใบขึ้นรถเมล์ไปสถานีรถไฟกลาง Gara Centrală

รอรถไฟที่ชานชาลาเตรียมตัวเดินทางไปเมือง Sinaia รถไฟขบวนที่จะออกในเวลา 13.48 น. นี้คือขบวน IR347 ซึ่งเป็นขบวนเดียวกับเมื่อวานที่เรานั่งจากซีบิวมาที่บราชอฟ วันนี้เราก็จะนั่งขบวนนี้อีกจากบราชอฟไปซีนาย่า รถไฟขบวนนี้ต้องซื้อตั๋วล่วงหน้า ตั๋วรถไฟชั้น 2 เรียกว่า Clasa II – Vagon clasa ราคาใบละ 15.10 RON แต่เราซื้อล่วงหน้าทางเว็บไซต์จึงได้ส่วนลดเหลือใบละ 12.68 RON (ประมาณ 105 บาท)

เช็คตารางเวลาและราคารถไฟโรมาเนียได้ที่ Romania train

22

ตรงเวลา รถไฟเข้าจอดที่ชานชาลา เราขึ้นโบกี้ (Vag / Car) ให้ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในตั๋วที่เราปรินท์จากอีเมลไปและนั่งตามหมายเลขที่นั่งในตั๋ว ระหว่างทางรถไฟแวะจอดที่สถานี Predeal แค่สถานีเดียว นั่งชมวิวข้างทางไป 52 นาที พอรถไฟลอดอุโมงค์ยาวๆ ไปก็ถึงสถานีรถไฟ Gara Sinaia ในเวลา 14.40 น.

(ขบวนถัดไปเป็นรถไฟท้องถิ่นขบวน RE3006 ที่จะออกจากบราชอฟในเวลา 14.16 น. และเดินทางถึงเมืองซีนาย่า 15.12 น. รถไฟขบวนนี้ไม่ต้องซื้อหรือจองตั๋วล่วงหน้า (Fara rezervare) ตั๋วรถไฟมีราคาถูกกว่าคือแค่ 5.75 RON และใช้เวลาเดินทางไม่ถึงชั่วโมงเช่นกัน)

23

Sinaia หรือ ซีนาย่า คือเมืองเล็กๆ บนเทือกเขา Carpathian ตั้งอยู่ห่างจากกรุง Bucharest เมืองหลวงของโรมาเนียไปทางทิศเหนือราว 123 กิโลเมตร และห่างจากบราชอฟไปทางทิศใต้เพียง 45 กิโลเมตร มีอากาศหนาวเย็นจัดในฤดูหนาวและอุณหภูมิเย็นสบายในฤดูร้อน ซีนาย่าจึงมีชื่อเสียงในเรื่องรีสอร์ทบนภูเขาที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาพักผ่อนในช่วงวันหยุดฮอลิเดย์เป็นจำนวนมาก

โชว์ผังเมืองซีนาย่าคร่าวๆ ครับ

photo credit: www.welcometoromania.ro
photo credit: www.welcometoromania.ro

ตัวเมืองซีนาย่าอยู่บนเขา ส่วนสถานีรถไฟอยู่ตรงที่ราบด้านล่าง พอออกจากสถานีรถไฟเราจึงต้องลากกระเป๋าเดินทางหนัก 20 กว่ากิโลขึ้นทางลาดชันยาวเกือบ 100 เมตรและยกขึ้นบันไดอีกประมาณ 20 ขั้นขึ้นไปยังตัวเมือง เล่นเอาหอบแฮกเหมือนกัน

25

ลากกระเป๋าต่อเดินผ่านสนามเด็กเล่นตรงเข้าถนนสายหลักของเมืองที่ชื่อ Bulevardul Carol I ก็เห็นโรงแรม Rina Cerbul Hotel อยู่ทางซ้ายมือ โรงแรมนี้เป็นโรงแรมระดับ 2 ดาวอยู่ห่างจากสถานีรถไฟแค่ 300 เมตร เดินเข้าไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์และจ่ายค่าห้องพัก 1 คืน ห้องละ 115 RON แชร์กัน 2 คนแค่คนละ 460 บาทเอง แต่ไม่รวมอาหารเช้า ถ้าต้องการอาหารเช้าจะต้องจ่ายเงินเพิ่ม

ขนข้าวของขึ้นลิฟท์ไปที่ห้อง ห้องของเราค่อนข้างแคบแต่ก็เหมาะสมกับราคาครับ ทำเลที่ตั้งของโรงแรมดีมาก สามารถเดินตามทางลัดจากสถานีรถไฟมาได้เลย ไม่ต้องเสียเงินค่าแท็กซี่อ้อมขึ้นเขามาที่โรงแรม

26 27

บ่ายสามโมงครึ่ง พร้อมออกไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่สุดของซีนาย่าแล้ว ให้โรงแรมช่วยโทรเรียกแท็กซี่มารับที่โรงแรมพาไปส่งที่ Castelul Peleș ซึ่งอยู่บนเขาสูงจากตัวเมืองขึ้นไปอีก

photo credit: transtour-odessa.com
photo credit: transtour-odessa.com

คนขับแท็กซี่ขับซิ่งขึ้นเขาคดเคี้ยวไปตามเส้นทางผ่าน Mănăstirea Sinaia (Sinaia Monastery) ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงตัวปราสาท ค่าแท็กซี่เที่ยวนี้ 7 RON (ประมาณ 55 บาท) ผมจำราคาสตาร์ทไม่ได้ จำได้แค่อัตราค่าโดยสารกิโลเมตรละ 1.89 RON ครับ

แท็กซี่เป็นวิธีที่รวดเร็วและสะดวกที่สุดเพราะที่นี่ไม่มีรถเมล์ไปยังปราสาทครับ ถ้าจะเดินขึ้นเขาก็ทำได้แต่ระยะทางค่อนข้างจะไกลคือ 1.8-2 กิโลเมตร ต้องใช้เวลาเดินร่วมครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงปราสาท ถ้าไม่อยากเดินก็สามารถใช้บริการรถนำเที่ยวคล้ายๆ รถไฟพาชมสวนสัตว์เขาเขียวขึ้นจากศูนย์กลางเมืองที่ถนน Bulevardul Carol I แต่ผมไม่ได้ดูราคาค่าโดยสารมานะ

29

Castelul Peleș (Peleș Castle) หรือปราสาทเปเลชคือปราสาทสไตล์นีโอเรอเนสซองส์บนเทือกเขา Carpathian ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางที่เชื่อมระหว่าง Transilvania กับ Wallachia ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าหลักในสมัยยุคกลาง ปราสาทแห่งนี้เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1873 ภายหลังกษัตริย์ Carol ที่ 1 แห่งโรมาเนียได้แสวงหาทำเลที่ตั้งของปราสาทหลังใหม่แล้วเกิดความประทับใจวิวทิวทัศน์บนแนวเขาดังกล่าว จึงมีรับสั่งให้ Johannes Schultz และ Karel Liman สองสถาปนิกออกแบบปราสาทและใช้เวลาสร้างนานถึง 41 ปี จึงเสร็จสมบูรณ์

30

ปราสาทเปเลชเป็นพระราชวังฤดูร้อนที่ไม่ต้องมีเครื่องปรับอากาศเหมือนพระราชวังฤดูร้อนอื่นๆ เพราะอากาศในฤดูร้อนของที่นี่เย็นสบายโดยธรรมชาติเหมาะสำหรับพักผ่อนตากอากาศเป็นอย่างยิ่ง

ปราสาทเปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 15 ก.ย.-14 พ.ค. วันพุธ 11.00-17.00 น. วันพฤหัส-อาทิตย์ 09.00-17.00 น. ปิดทุกวันจันทร์และอังคาร วันที่ 15 พ.ค.-14 ก.ย. เปิดวันอังคาร 11.00-17.00 น. วันพุธ-อาทิตย์ 09.00-17.00 น. ปิดทุกวันจันทร์ ปราสาทปิดตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย.-3 ธ.ค.

ค่าเข้าชมมี 2 ชั้น ราคา 20 และ 50 RON ใช้เวลา 45 นาที และ 1 ชั่วโมง 15 นาที

อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Peleș Castle

31 32 33

วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ซึ่งปราสาทจะปิดตอน 5 โมงเย็น แต่พอเราไปถึงเจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่าวันนี้ไม่มีไกด์ทัวร์ให้บริการและปราสาทจะปิด 4 โมงเพราะเป็นวันหยุดอีสเตอร์ของออร์โธด็อกซ์ พวกเค้าอยากรีบกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัว โชคไม่ดีอีกแล้ว! เราจึงทำได้แค่เพียงรีบเดินหามุมถ่ายรูปให้ได้เยอะที่สุด แต่ไม่สามารถเข้าชมภายในอาคารพระราชวังได้
น่าเสียดายจริงๆ ครับ คราวหน้าจะต้องเช็คดูก่อนว่าช่วงที่จะไปเที่ยวนั้นตรงกับวันหยุดอีสเตอร์รึเปล่า จะได้จัดโปรแกรมหลีกเลี่ยงเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องเข้าชมและเลือกไปเมืองที่สามารถเดินเล่นชมเมืองได้แทน

เรากำลังจะเดินลงไปในสวนด้านหน้าอาคารพระราชวังเพื่อถ่ายภาพพระราชวังจากจุดนั้น แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ให้เดินไปแล้ว เค้ากำลังทยอยเรียกให้นักท่องเที่ยวให้ออกจากบริเวณต่างๆ ของพระราชวัง เลยถ่ายรูปมาได้แค่นี้ครัช

34 35

เราอยู่ที่ปราสาทเปเลชแค่ 10 นาทีก็ต้องเดินออกจากอาณาเขตของปราสาทแล้ว เดินขึ้นเนินตามกลุ่มนักท่องเที่ยวไปอีกนิดเดียวก็ถึง Castelul Pelișor (Pelişor Castle) อีกหนึ่งปราสาทที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของซีนาย่า

36

ปราสาทเปลิชอร์คือส่วนหนึ่งของปราสาทเปเลชที่สร้างขึ้นตามรับสั่งของกษัตริย์ Carol ที่ 1 ในปีค.ศ. 1899-1902 เพื่อเป็นที่ประทับของหลานชายและรัชทายาท ซึ่งต่อมาได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 1 แห่งโรมาเนีย (Ferdinand I de Hohenzollern-Sigmaringen) เมื่อปีค.ศ. 1914

ปราสาทเปลิชอร์เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 15 ก.ย.-14 พ.ค. วันพุธ 11.00-17.00 น. วันพฤหัส-อาทิตย์ 09.00-17.00 น. ปิดทุกวันจันทร์และอังคาร เหมือนกับปราสาทเปเลช วันที่ 15 พ.ค.-14 ก.ย. เปิดวันพฤหัส-อาทิตย์ 11.00-19.00 น. ปิดทุกวันจันทร์-พุธ ปราสาทปิดตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.-5 พ.ย.

ค่า General Tour ทุกชั้น ระยะเวลา 45 นาที ราคา 20 RON กลุ่มสุดท้ายเวลา 16.15 น.
อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Pelişor Castle

37

วันนี้ปราสาทปิดแล้วเช่นกัน เราจึงเดินกลับอีกทางหนึ่งผ่านโรงแรม Vila Economat ลอดโค้งประตูลงทางลาดเดินตรงตามเส้นทางไปเรื่อยๆ

38

มองขึ้นไปบนเนินทางซ้ายมือก็เห็นปราสาทเปเลชอีกครั้ง

39

เดินหาเหลี่ยมถ่ายภาพหน้ากว้างของปราสาทที่มีฉากหลังเป็นเทือกเขาสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาวงดงามเกินบรรยาย ถ้ามาเที่ยวที่นี่ช้ากว่านี้เดือนนึงอาจจะไม่มีหิมะหลงเหลืออยู่บนยอดเขาแล้วก็ได้ คิดไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกมาช่วงสงกรานต์ครับ

40

เดินต่อไปจนออกประตูพ้นอาณาเขตของปราสาท เลี้ยวขวาข้ามสะพานเดินตามถนน Aleea Carmen Sylva ตรงลงเขาไปเรื่อยๆ เดินมั่วๆ แบบไม่ได้ดูแผนที่เลย อยู่ดีๆ ก็กลับไปเจอ Mănăstirea Sinaia อีกครั้ง

41

Sinaia Monastery คือโบสถ์ออร์โธด็อกซ์ที่สำคัญที่สุดของซีนาย่าตั้งอยู่บนเนินเขาห่างจากศูนย์กลางเมืองไปทางทิศเหนือประมาณ 600 เมตร

photo credit: infosinaia.files.wordpress.com
photo credit: infosinaia.files.wordpress.com

จากนั้นก็เดินลงเขามั่วๆ ไปตามเซนส์เรื่องทิศทางซึ่งเป็นความสามารถพิเศษส่วนตัวอีกประมาณ 10 นาทีก็กลับถึงศูนย์กลางเมืองที่วงเวียนหลักที่ถนน Bulevardul Carol I จุดนี้คือใจกลางเมืองเป๊ะเลยครับ

43

แถวนี้มีร้านอาหารดีๆ ให้เลือกเยอะ เล็งร้านอาหารโรมาเนียแท้ๆ ชื่อ La Cerdac ซึ่งอยู่ใกล้ๆ วงเวียนนี้ไว้เพราะบรรยากาศดีตกแต่งแบบพื้นเมืองน่านั่งมากครับ แต่ยังไม่เข้าร้านเลย ขอเดินไปทางทิศใต้ของเมืองอีก 200 เมตรไปยัง Primăria Sinaia หรือที่ทำการเมืองซีนาย่าก่อน

44

เดินย้อนกลับไปที่วงเวียนกลางเมือง ระหว่างทางผ่านร้าน Pizzeria Bucegi ร้านอาหารหน้าตาดีจึงลองแวะเข้าไปดูเมนูและสั่ง Pizza Grande กล่องละ 8 ชิ้นราคา 35 RON (ประมาณ 270 บาท) ไว้แบ่งกันกินตอนเช้าวันพรุ่งนี้เพราะค่าโรงแรมไม่รวมอาหารเช้า

เดินกลับไปที่ร้าน La Cerdac ซึ่งเล็งไว้ตั้งแต่เมื่อกี๊ มื้อนี้สั่งอาหารจัดเต็มครับ ได้แก่ Chifteluțe cu varză acră (Meatballs with sourkraut) จานละ 22.90 RON, Ostropel de pui (Chicken stew) ราคา 18.90 RON และ Tochitură moldovenească (Moldavian stew) ซึ่งประกอบด้วย Smoked pork, pork fillet, sausages, polenta, fried egg และ granted cheese เมนูพิเศษนี้ราคาแพงจานนึง 36.90 RON (ประมาณ 290 บาท) และสั่งเครื่องดื่มเป็น Ciuc halbă เบียร์ดังของแถบนี้แก้วใหญ่ 400 ml ราคา 6.90 RON (ประมาณ 55 บาท) มาดื่มตามคำแนะนำของพนักงานเสิร์ฟ รสชาติเบียร์จัดจ้านดุเดือดดีครับ 55

45

ให้ข้อมูลเรื่องอาหารนิดนึงครับ Polenta หรือ Mămăligă ในภาษาโรมาเนียมีลักษณะคล้ายมันบดที่พวกเราคุ้นเคย แต่จริงๆ มันคือแป้งข้าวโพดต้มให้เหลวแล้วนำไปอบ ทอด หรือย่างจนจับตัวเป็นก้อน ใช้รับประทานเป็นเครื่องเคียงของอาหารเมนูต่างๆ

มามาลิก้าคืออาหารพื้นเมืองของโรมาเนีย มอลโดวา และยูเครนตะวันตก ถือเป็นอาหารชั้นยอดที่จะพลาดลิ้มลองไม่ได้ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เมนู Tochitură moldovenească (Moldavian stew) มีราคาแพงกว่าเมนูอื่นร่วมเท่าตัว แต่ถ้าพูดถึงเรื่องรสชาติแล้วล่ะก็ พูดเลยครับว่าธรรมดามากๆ จะอร่อยก็ไม่อร่อย จะแย่ก็ไม่แย่ รสชาติมันจืดๆ ครับ ไม่เห็นน่าจะแพงขนาดนั้นเลย 55

เราลงความเห็นว่าอาหารที่นี่อร่อยดี แต่จานนึงไม่เยอะเลย เมื่อเทียบปริมาณอาหารกับราคาแล้วรู้สึกว่าค่อนข้างแพงนะ มื้อนี้หมดไปอีก 114 RON แชร์กันจ่ายคนละประมาณ 220 บาท แต่ถ้าคิดเป็นเงินยูโรก็ไม่ถึง 6 ยูโรซึ่งถือว่าไม่แพงเลยถ้าอยู่ในประเทศยุโรปตะวันตก

อิ่มแล้วก็เดินชิลล์ๆ กลับโรงแรมที่อยู่ห่างไปไม่ถึง 200 เมตร ยังไม่สองทุ่มก็ถึงแล้ว คืนนี้ได้เข้านอนเร็วหน่อย เตรียมตัวเที่ยวต่อพรุ่งนี้

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต

Comments

comments