เมืองที่มีหิมะตกหนาทึบที่สุดในโลก – Snowiest Cities in the world

สำหรับคนไทยแล้ว เชื่อว่าแทบทุกคนน่าจะอยากได้มีโอกาสไปสัมผัสบรรยากาศหิมะโปรยปรายในประเทศเมืองหนาวสักครั้งในชีวิต ถ้าเอาไม่ไกลเกินไปก็เห็นจะเป็นจำพวกจีน เกาหลี ญี่ปุ่น แต่ถ้าอยากได้ฟีลเมืองตะวันตกคงต้องไปไกลถึงยุโรปหรืออเมริกานู่น ตรงกันข้ามกับคนในประเทศเมืองหนาวที่คุ้นชินกับความหนาวเย็นและอยากมาสัมผัสอากาศอบอุ่นบ้าง เพราะบางครั้งหน้าหนาวก็ให้ความรู้สึกหดหู่ อีกทั้งยังอาจมีหิมะถล่มมากจนเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตอย่างเช่นเมืองต่างๆ เหล่านี้ที่ได้ชื่อว่ามีหิมะหนาทึบที่สุดในโลก

Valdez, Alaska, USA

เมืองในดินแดนอลาสก้าที่ได้รับการขนานนามว่ามีหิมะตกหนักที่สุดของสหรัฐฯ โดยเขตเมืองขนาดเล็กแห่งนี้โอบล้อมด้วยธารน้ำแข็งส่วนหนึ่งของภูเขา Chugach ซึ่งมีปริมาณหิมะเฉลี่ย 325 นิ้วต่อปี เมืองดังกล่าวมีผู้อยู่อาศัยประมาณ 4,000 คน โดยส่วนมากทำอาชีพเกี่ยวกับประมงและธุรกิจสกีรีสอร์ท

Aomori City, Tōhoku, Japan

เมืองขนาดใหญ่ทางตอนเหนือสุดของเกาะฮอนชูที่ชื่อในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “ป่าสีน้ำเงิน” แห่งนี้มีปริมาณหิมะตกเฉลี่ยราว 300 นิ้วต่อปี ด้วยความที่โอบล้อมด้วยพื้นที่ภูเขาสูงและใกล้กับมหาสมุทรจึงทำให้มีสภาพอากาศไม่โหดร้ายหนักหน่วงมากจนเกินไป โดยช่วงหน้าร้อนยังสามารถเห็นสีเขียวของผืนป่าตัดกับสีฟ้าของทะเลสาบได้เช่นกัน

Sapporo, Hokkaido, Japan

ด้วยปริมาณหิมะตกเฉลี่ย 191 นิ้วต่อปี เมืองใหญ่สุดบนเกาะฮอกไกโด ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น จึงได้ชื่อว่าเป็นอีกเมืองติดอันดับหิมะหนาทึบ โดยนอกจากมีชื่อเสียงจากเบียร์สไตล์ญี่ปุ่นแล้ว เมืองดังกล่าวยังเคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกส์ฤดูหนาวเมื่อปี 1972 รวมทั้งเป็นสถานที่จัดเทศกาลหิมะประจำปีในเดือนกุมภาพันธ์ที่ในงานมีการแกะสลักประติมากรรมหิมะอันงดงามมากมาย

Quebec City, Quebec, Canada

หนึ่งในเมืองอายุเก่าแก่ที่สุดของแคนาดาซึ่งเป็นถิ่นฐานของชาวฝรั่งเศสมาช้านาน ทำให้มีวัฒนธรรม บรรยากาศ และภาษาเป็นแบบฝรั่งเศสทั้งหมด เนื่องจากความคลาสสิกสวยงามของบ้านเมือง บวกกับการมีปริมาณหิมะตกเฉลี่ยประมาณ 150 นิ้วต่อปี ทำให้ทางการเมืองพยายามสร้างให้เมืองแห่งนี้กลายเป็นจุดหมายสำหรับการท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาวอันดับต้นของโลก

Toyama City, Hokuriku, Japan

เมืองริมชายฝั่งทะเลญี่ปุ่นบนเกาะฮอนชูที่มีปริมาณหิมะตกเฉลี่ยมากกว่า 143 นิ้วต่อปีแห่งนี้มีชื่อเสียงจากเส้นทาง Tateyama Kurobe Alpine Route บนระดับความสูง 1,975 เมตรอันเลื่องชื่อ และด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ติดกับเมือง Nagano อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศ ทำให้เมืองนี้ได้รับความสนใจและเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองน่าเที่ยวช่วงฤดูหนาวมากยิ่งขึ้น

St. John’s, Newfoundland and Labrador, Canada

เมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของเกาะ Newfoundland and Labrador เกาะใหญ่ทางตะวันออกสุดของประเทศแคนาดาซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองเก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ ภายในเขตเมืองเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนหลากหลายสไตล์ที่เน้นสีสันสดใส ไล่เรียงไปตั้งแต่บ้านเล็กๆ ของชาวประมงที่มีมาตั้งแต่อดีตไปจนถึงอาคารขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นภายหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรม เมืองดังกล่าวได้ชื่อว่ามีสภาพอากาศแบบสุดขั้ว ทั้งลมแรงที่สุด เมฆหนาที่สุด และหมอกหนาทึบที่สุดในบรรดาเมืองหลักของประเทศ โดยมีปริมาณหิมะตกเฉลี่ย 132 นิ้วต่อปี

Syracuse, NY, USA

เมืองมหาวิทยาลัยไม่ไกลจากมหานครนิวยอร์คแห่งนี้คุ้นชินกับบรรยากาศหิมะตกโปรยปรายเพราะทุกๆ ปีจะมีปริมาณหิมะถล่มกว่า 120 นิ้ว เมืองดังกล่าวมีความเป็นเมืองค่อนข้างสูง โดยเขตเมืองมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของรัฐนิวยอร์คจึงเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาและเศรษฐกิจในเขตนิวยอร์คตอนกลาง

Erie, Pennsylvania, USA

ด้วยทำเลที่ตั้งของเมืองที่อยู่ในเส้นทางหิมะถล่มซึ่งครอบคุลมตั้งแต่เมือง Cleveland, Syracuse และ Watertown ทำให้เมืองดังกล่าวมีสภาพอากาศหนาวเย็นอย่างมากในช่วงหน้าหนาว โดยมีปริมาณหิมะตกเฉลี่ย 100 นิ้วต่อปี

ที่มา: www.cntraveler.com

Comments

comments