ยุโรป เมืองไหน เหมาะไปหน้าไหน…คิดให้ดีๆ ก่อนจองตั๋วเครื่องบิน

ใครเคยไปเที่ยวแล้วรู้สึก “FAIL” บ้าง
ภาพที่เห็นก่อนไปกับภาพที่ไปเห็นกับตาไม่สวยงามประทับใจเหมือนภาพที่คิดไว้แต่แรก  อาจเป็นเพราะความโชคร้าย เช่น สภาพอากาศย่ำแย่ หิมะตกหนัก พายุฝนเข้ากระหน่ำ สถานที่ปิดซ่อม ติดวันหยุดราชการ เกิดเหตุประท้วงหยุดงาน ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

แต่คุณสามารถเลือกฤดูกาลที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวในแต่ละเมืองแต่ละประเทศเองได้เพื่อให้โอกาสที่จะเกิดอารมณ์ “FAIL” มีน้อยที่สุด

ไปดูซิว่าเดือนไหน..ควรไปเที่ยวที่ใดบ้าง ซึ่งคุณจะฟิน แทนที่จะเฟล!

 

London

กรุงลอนดอนและเมืองต่างๆ ของอังกฤษมักมีฝนตกแทบทั้งปี หนักบ้างเบาบ้าง ตกๆ หยุดๆ ตลอดเกือบทุกวัน ดังนั้นไปเที่ยวฤดูไหนก็ยากที่จะไม่เจอฝน แต่ถ้าเที่ยวในช่วงเดือนปลายพ.ย.-ต้นมี.ค. ถ้าฝนตกลงมาล่ะก็ คุณจะหูแข็ง มือแตก หน้าชา หนาวสั่นไปทั้งร่างเลยแหละ แถมยังมืดเร็วและสว่างช้าอีกต่างหาก  ส่วนช่วงเดือนที่เหลือก็เลือกเที่ยวได้ตามความพอใจและเวลาสะดวก  แนะนำให้ไปเดือนก.ค. เพราะเซลทั้งเกาะ ลดจริง..อะไรจริง ช้อปกระจาย 555 ถึงจะอยู่ในหน้าร้อนก็อย่าลืมพกร่มไปด้วยล่ะ แต่ถ้าไม่ชอบคนเยอะๆ ก็หลีกเลี่ยงเดือนนี้ซะ

Paris

เมืองในฝันของคนไทยก็ว่าได้ ฝรั่งเศสมีภูมิอากาศคล้ายประเทศในยุโรปตะวันตกทั่วไปคือจะเริ่มหนาวในเดือนพ.ย. หนาวจัดตั้งแต่เดือนธ.ค.-ก.พ. และอุณหภูมิสูงขึ้นนิดหน่อยแต่ก็ยังไม่ถึง 10 องศา จนเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิประมาณเดือนเม.ย. และเข้าหน้าร้อนในเดือนมิ.ย.จนถึงส.ค. แล้วอากาศจะเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ วนกลับเข้าสู่หน้าหนาวอีกครั้ง ยกเว้นแคว้น Provence ทางภาคใต้ของประเทศซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมไปชมทุ่งลาเวนเดอร์หรือพักผ่อนตากอากาศชายทะเลในช่วงฤดูร้อน

จริงๆ แล้วคุณสามารถเที่ยวปารีสได้ทุกเดือน แล้วแต่ความชอบเลย แต่ถ้าอยากแต่งตัวเก๋ๆ ใส่เสื้อหนัง เสื้อโค้ต รองเท้าบู๊ท แว่นตากันแดด โพสต์ท่าถ่ายรูปชิคๆ กับหอไอเฟล ก็ควรเลือกไปช่วงกลางเดือนเม.ย.-กลางพ.ค. ซึ่งอุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 15-22 องศา ไม่ร้อนไม่หนาวเกินไป แดดดี มืดประมาณ 2 ทุ่ม วันนึงมีเวลาเที่ยวเยอะ แถมมีวันหยุดยาวอีกด้วย

Venice

เมืองที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากคูคลองและเรือกอนโดลาสุดคลาสสิกนี้เหมาะจะเที่ยวในช่วงฤดูร้อน (มิ.ย.-ส.ค.) เพราะมีเปอร์เซนต์ฝนตกน้อยหน่อย แม้ว่าจะอากาศจะร้อนเกือบ 30 องศาแต่ก็มีลมทะเลเย็นๆ ช่วยคลายร้อนได้เป็นอย่างดี แต่ไม่เหมาะจะไปในช่วงฤดูหนาวโดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายน เพราะเวนิซอยู่ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจึงมีสภาพภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนซึ่งฝนจะตกเยอะในฤดูหนาว อาจทำให้น้ำทะเลหนุนสูงจนเกิดน้ำท่วมเมืองได้ ถ้าไปเวนิซแล้วเจอน้ำท่วมฟ้าครึ้มทั้งวันคงเซ็งน่าดูเลย

Switzerland

สวิสมีเมืองที่น่าไปเที่ยวเพียบ จึงขอกล่าวรวมๆ ไม่ระบุชัดเป็นเมืองใดเมืองหนึ่งโดยเฉพาะ จริงๆ สวิสน่าเที่ยวทุกฤดูแล้วแต่ว่าอยากไปเมืองที่มีบรรยากาศแบบไหน ถ้าชอบเมืองชิลล์ๆ ริมทะเลสาบก็ควรเลือกเดือนที่ไม่หนาว เช่น พ.ค., ก.ย., ต.ค. แต่เดือนก.ย.และต.ค.อาจไม่มีหิมะบนยอดเขาให้เห็น ถ้าอยากขึ้นยอดเขาชื่อดังก็ไม่ควรไปในช่วงฤดูหนาวจัด (ธ.ค.-ม.ค.) เพราะสภาพอากาศอาจแปรปรวนหนักจนขึ้นสู่ยอดเขาสูงไม่ได้ แต่โดยรวมแล้วฤดูที่ไม่ควรไปสวิสที่สุดคือฤดูร้อน (ก.ค.-ส.ค.) เพราะคุณจะไม่ได้ภาพถ่าย signature ที่คุ้นตาคือทุ่งการเกษตรหรือทะเลสาบแสนสงบที่มีฉากหลังเป็นเทือกเขาสูงปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน แถมอากาศยังร้อนเกือบ 30 องศาด้วย แดดแรง ดำไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเวลาอยู่บนยอดเขา อดใส่แจ็คเก็ตเท่ๆ ถ่ายรูปเล่นหิมะเลย

Netherlands

ดินแดนกังหันลมและดอกทิวลิป มาเที่ยวเนเธอร์แลนด์หรือฮอลแลนด์ทั้งทีคงพลาดไม่ได้ที่จะต้องเข้าชมสวนดอกไม้ที่กล่าวได้ว่าใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในโลกอย่าง Keukenhof ที่เมือง Lisse ไม่ไกลจากกรุงอัมสเตอร์ดัม สวนแห่งนี้จะเปิดให้เข้าชมปีละครั้งในช่วงปลายเดือนมี.ค.-กลางพ.ค. ของทุกปีซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้เบ่งบานเต็มที่ แต่จะดีมากกว่าถ้าสามารถมาเที่ยวได้ตั้งแต่ปลายเม.ย. จนถึงวันปิดสวน เพราะสวนจะสวยสดใสสมบูรณ์กว่าในช่วงเดือนแรกๆ ที่เปิดสวน เลยเวลาแล้ว เลยเวลาเลยนะ แก้ตัวใหม่ปีหน้าโลด

อีกเรื่อง สำหรับคนที่ชอบล่องเรือชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านริมคลอง เช่น ในอัมสเตอร์ดัม ก็ไม่ควรเลือกไปเที่ยวช่วงเดือนธ.ค.-ม.ค. นะ เพราะน้ำในคลองอาจแปลงร่างเป็นน้ำแข็ง ก็เป็นได้

Norway

ประเทศนี้มีค่าครองชีพสูงมากๆๆๆๆ น่าจะสูงเป็นอันดับ 1 ของยุโรปด้วยซ้ำ นักท่องเที่ยวที่ยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินเป็นแสนมาเที่ยวที่นี่ก็เพราะ 2 เหตุผลหลัก คือ อยากเห็นฟยอร์ดด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต และ ตามล่าแสงเหนือ aurora ที่กำลังอินสุดๆ อยู่ตอนนี้

เคสแรก อยากเห็นฟยอร์ด ขอแนะนำให้ไปนอร์เวย์ช่วงกลางพ.ค.-ปลายส.ค. เพราะเป็นช่วงที่สะดวกและปลอดภัยในการ trekking ขึ้นเขาชมฟยอร์ดจากมุมสูงหรือจะล่องเรือในฟยอร์ดชมวิวก็ได้ รถไฟ รถบัส และเรือ ไปยังที่หมายจะมีรอบให้บริการมากกว่าช่วงเดือนอื่น ทำให้วางแผนเที่ยวได้ง่าย ถ้าไปช่วงฤดูหนาวจะเดินทางไปที่ต่างๆ ยากเป็นพิเศษ และสภาพอากาศที่หนาวจัดติดลบเยอะ ยิ่งทำให้ทรมานเพิ่มขึ้นด้วย

หรือกรณีที่ตั้งใจไปล่าแสงเหนือโดยเฉพาะก็ควรไปในเดือนต.ค., พ.ย. และ มี.ค. เพราะจะทรมานกับความหนาวเหน็บน้อยหน่อย ทั้งที่ปกติแสงเหนือจะเห็นได้ตั้งแต่เดือนต.ค. จนถึง มี.ค. แต่สภาพอากาศช่วงเดือนธ.ค.-ก.พ. จะหนาวเย็นอย่างแสนสาหัส ประเทศอื่นในแถบขั้วโลกเหนือ เช่น ไอซ์แลนด์ สวีเดน ฟินแลนด์ ก็สามารถชมแสงเหนือได้ในช่วงเวลาเดียวกับนอร์เวย์

แต่อยากขอสรุปว่าฤดูที่เหมาะที่สุดสำหรับเที่ยวนอร์เวย์คือฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนมิ.ย.-ส.ค. เนื่องจากสามารถเที่ยวชม
ฟยอร์ดได้อย่างสะดวกและยังได้ชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนด้วย แต่ราคาโรงแรม รถไฟ รถบัส เรือ เครื่องบิน อาจจะอัพสูงขึ้นไปอีก ที่แพงลิบอยู่แล้วก็ยิ่งโคตรแพงเข้าไปใหญ่ 555

Greece

นักท่องเที่ยวที่ไปกรีซ ร้อยละร้อยตั้งใจไปซานโตรินีชมบ้านเมืองสีขาวสะอาดตาเรียงรายลดหลั่นกันตามแนวหน้าผาภูเขาไฟ แต่ถ้าไปผิดฤดูก็อาจได้ภาพตามยถากรรม ทั้งที่จริงแล้วเกาะซานโตรินีเป็นที่ที่ถ่ายรูปยังไงก็สวย ฝีมือบ้านๆ ยังถ่ายออกมาสวย แต่ถ้าเจอเมฆฝนมาทึบหรือหมอกลงนี่ก็ดูไม่จืดเหมือนกันนะเนี่ย หน้าหนาวจึงเป็นเวลาที่ไม่ควรไปกรีซเพราะภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนจะมีฝนตกบ่อยในฤดูหนาว ส่วนฤดู high season คือฤดูร้อน (มิ.ย.-ส.ค.) แม้จะร้อนแดดเผาดำ แต่เป็นช่วงที่ได้อารมณ์บีช เหมาะที่จะใส่บิกินี่เล่นน้ำทะเลเป็นที่สุด ถ้าจะเลี่ยงคนเยอะ เรือเต็ม ที่พักแพงในช่วงหน้าร้อน ให้ไปในเดือนพ.ค., ก.ย. และต.ค. แทน ก็ยังได้อยู่

ไม่ต่างจากกรุงเอเธนส์ที่ควรจะได้ภาพเมืองกรีกโบราณแห้งๆ แดดจัด ร้อนๆ มากกว่าไปยืนใส่เสื้อกันหนาวหรือกางร่มฝนเฉอะแฉะ ลองนึกภาพอะโครโปลิสเปียกๆ ดูละกัน!

Turkey

นอกจากอิสตันบูลแล้ว ตุรกียังมีเมืองที่น่าสนใจควรค่าแก่การไปเยี่ยมเยือนอีกหลายเมือง สถานที่ท่องเที่ยวดังติดอันดับไม่แพ้ Blue Mosque และมหาวิหาร Hagia Sophia ที่นครอิสตันบูล คงหนีไม่พ้น Pamukkale ผาน้ำตกเกลือแร่ร้อนที่กลายเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะและบ่อน้ำสีฟ้าใสลดหลั่นหลายชั้น และ Cappadocia ดินแดนที่มีภูมิประเทศแปลกตาด้วยเสาและถ้ำหินรูปทรงประหลาดมากมาย

ถ้าอยากได้ความประทับใจและรูปถ่ายตามที่จินตนาการไว้ที่ปามุคคาเล่ก็ควรเลือกเดือนเม.ย.-พ.ค. ซึ่งน้ำสีฟ้าใสสวยสดจะเต็มสระ (ถ้าทางการไม่ได้สูบน้ำออก) และอากาศไม่ร้อนจัดเท่าไหร่ ถ้าเลยไปถึงเดือนมิ.ย., ก.ค., ส.ค. ล่ะก็ ร้อนตับแตกเลย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับโชคของแต่ละคนด้วยครับ ไม่การันตี 100% ว่าจะฟิน ส่วนช่วงตั้งแต่เดือนต.ค.-ก.พ. น้ำจะแห้งเหือดเหลือแค่ก้นสระหรือแข็งเป็นผาหิน ยิ่งในเดือนธ.ค. ฝนชอบตกด้วยเพราะตุรกีมีภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนที่ฝนจะตกในฤดูหนาว อุตส่าห์นั่งรถมาตั้งไกล ถ้าจะต้องมาเฟลแบบนี้ เก็บตังค์ไว้มาเที่ยวใหม่ดีกว่านะ 😀

สำหรับคนที่อยากไปล่องบอลลูนชมวิวคัปปาโดเกีย ในฤดูหนาวที่มีหิมะตกคงไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ บางครั้งสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยทำให้บอลลูนขึ้นบินไม่ได้ ต้องพลาดไฮไลต์สำคัญไปซะงั้น อีกอย่างมันไม่ได้ฟีลของเสาและถ้ำหินที่ต้องดูแห้งแล้งๆ คล้ายทะเลทรายด้วย แต่เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน คงจะว่ากันไม่ได้

Croatia

โครเอเชียมีเมืองดังชื่อคุ้นหูคือ Dubrovnik เมืองดูบรอฟนิกตั้งอยู่ริมทะเลอเดรียติกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจึงมีภูมิอากาศเหมือนกับสเปน ฝรั่งเศสใต้ อิตาลี กรีซ ตุรกี ประเทศแถบนี้ไม่เหมาะจะเที่ยวในฤดูหนาวอย่างที่ได้แนะนำไปข้างต้นแล้ว มาดูบรอฟนิคควรได้ใส่เสื้อยืด เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น แว่นดำ ท้าแดดท้าลมทะเล แต่ถ้าไม่ชอบอากาศร้อนมากก็เลี่ยงไปในเดือนพ.ค. อากาศกำลังดีเลยทีเดียว

ถ้าจะไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติน้ำตก Plitvice ให้ได้อารมณ์น้ำตกจริงๆ ก็ควรไปตอนฤดูร้อน ช่วงเดือนก.ค.-ส.ค. ซึ่งเป็นหน้า high season สังเกตได้จากค่าเข้าอุทยานที่แพงโดดขึ้นมาจากช่วงเดือนอื่น ส่วนตั้งแต่เดือนพ.ย.-มี.ค. ค่าเข้าจะถูกกว่าราคาเดือนก.ค.-ส.ค. ถึง 70% เลย แต่ถ้าชอบวิวหิมะปกคลุมน้ำตก น้ำตกอาจจะแข็งบ้าง ทางเดินธรรมชาติกลายเป็นทางน้ำแข็ง ลื่นบ้าง เดินไม่ได้บ้าง ก็แล้วแต่ใจละกัน

ไหนๆ จะต้องเสียเงินหลายหมื่นไปเที่ยวแล้ว ก็ควรคำนึงถึงช่วงเวลาที่เหมาะจะไปแต่ละเมืองแต่ละประเทศก่อนตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินด้วย เพื่อให้มีโอกาส “ฟิน” มากกว่า “เฟล” ครับ

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต

Comments

comments

SHARE