8 เมืองสวรรค์ของ Chocolate Lovers

ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลใดหรือไปเที่ยวต่างประเทศที่ไหน ของฝากอย่างหนึ่งที่คนไทยนิยมซื้อกลับมาคงต้องมี “ช็อกโกแลต” แม้บางประเทศไม่ได้เป็นแหล่งผลิตช็อกโกแลตที่มีชื่อเสียงก็ตาม แต่ของที่ซื้อกลับมาฝากย่อมไม่สดใหม่และไม่ได้บรรยากาศเหมือนไปกินที่ประเทศต้นกำเนิด สำหรับใครที่ไม่กลัวอ้วนและเป็นแฟนตัวยงของช็อกโกแลตอยู่แล้ว การได้ไปลิ้มลองรสชาติช็อกโกแลตแท้ๆ ย่อมทำให้รู้สึกฟินอยู่แล้ว และนี่คือเมืองที่คุณไม่ควรพลาด

Brussels, Belgium

ทั่วทั้งประเทศเบลเยียมมีร้านขายช็อกโกแลตกว่า 2,000 แห่ง ดังนั้นไม่ว่าจะไปที่ไหนของประเทศก็สามารถพบและเลือกซื้อเลือกชิมได้ตามสบาย แน่นอนว่าเมืองหลวงอย่างกรุงบรัสเซลส์ก็รายล้อมด้วยร้านขายช็อกโกแลตคุณภาพเยี่ยมมากมายที่เรียกว่า “ห้ามพลาด” กันเลยทีเดียว ถ้าอยากชมกระบวนการผลิตก็ไปดูได้ที่ Chocolaterie Duval หรือ Chocolaterie Jamart

Tain L’Hermitage, France

ชุมชนเล็กๆ ในจังหวัด Drôme ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสซึ่งเป็นที่ตั้งของ Valrhona Ecole Chocolat หนึ่งในโรงเรียนสอนทำช็อกโกแลตที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ศิลปะการทำช็อกโกแลตของที่นี่สืบทอดกันมายาวนานหลายร้อยปี ผลิตเชฟช็อกโกแลตชั้นนำของโลกมาแล้วมากมาย ถ้าไม่ได้จะเข้าคลาสเรียนทำช็อกโกแลตก็สามารถเยี่ยมชมส่วนโรงงานและพิพิธภัณฑ์ รวมทั้งลิ้มลองรสชาติกันได้ตามสบาย

Oaxaca de Juárez, Mexico

เมืองใหญ่และเมืองหลวงของรัฐ Oaxaca ทางตอนใต้ของประเทศเม็กซิโกที่ได้รับการขนานนามให้เป็น “chocolate houses” เพราะมีวัฒนธรรมการผลิตและดื่มทานช็อกโกแลตมาอย่างยาวนาน โดยตลอดถนน Mina Street ในเขตเมืองนั้นเรียงรายด้วยร้านขายช็อกโกแลตสไตล์ Mayordomo มากมาย เมนูห้ามพลาดคือเครื่องดื่มคล้ายกับ hot chocolate แต่นุ่มละมุนกว่าซึ่งประกอบด้วยวัตถุดิบ 4 ชนิด ได้แก่ น้ำตาล ซินนามอน โกโก้ และอัลมอนด์

Broc, Switzerland

สวิตเซอร์แลนด์ขึ้นชื่อเรื่องช็อกโกแลตอยู่แล้ว และจะแจ่มขึ้นไปอีกถ้าได้ไปยังแหล่งผลิตช็อกโกแลตของสวิส Broc เป็นชุมชนเล็กๆ ในรัฐ Fribourg ทางตะวันตกของประเทศ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานและร้านขายช็อกโกแลต Cailler อันโด่งดัง นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้กับเมือง Gruyères ที่เป็นแหล่งผลิตชีสชื่อดังจึงสามารถรวมเป็นทริปเดียวกันได้สบายๆ

London, England

กระแสการตื่นตัวและนิยมชมชอบช็อกโกแลตในอังกฤษเริ่มกลับมาบูมอีกครั้งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมานับตั้งแต่มีการจัดเทศกาล Chocolate Week ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีระหว่างวันที่ 15-18 ตุลาคม ในงานมีการนำเสนอช็อกโกแลตรูปแบบใหม่ๆ ที่คอช็อกโกแลตไม่ควรพลาด แต่ถ้าไม่ได้มาลอนดอนช่วงเทศกาลก็สามารถแวะเข้าร้านที่ราชวงศ์อังกฤษทรงโปรด อาทิ The Melange ในย่าน Peckham หรือร้าน Melt และร้าน Artisan du Chocolat ในย่าน Notting Hill ได้เช่นกัน

New York, U.S.A.

มหานครนิวยอร์คเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมการผลิตและกินช็อกโกแลตที่ผสมสผานกันอย่างลงตัวมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็น frozen hot chocolates ที่ร้าน Serendipity คาเฟ่สไตล์ยุโรปอย่าง Jacques Torres’s หรือร้านสุดฮิป Mast Brothers ในย่านบรู๊คลีนที่ดึงดูดผู้หลงใหลช็อกโกแลตจากทั่วโลก

San Francisco, U.S.A.

แบรนด์ช็อกโกแลตชื่อดังอย่าง Ghirardelli และ Scharffen Berger มีต้นกำเนิดที่บริเวณอ่าวซานฟรานซิสโก แน่นอนว่าทั้งสองเจ้านี้มีการนำเสนอไกด์ทัวร์เยี่ยมชมโรงงาน แต่จริงๆ ในเมืองก็มีช็อกโกแลตเจ้าอื่นๆ ที่ควรทดลองหลายแห่งเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น XOX Truffles, Cocoa Bella, TCHO และ Christopher Elbow Artisanal Chocolates

Cologne, Germany

โคโลญน์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของช็อกโกแลตแห่งเยอรมนีเพราะเป็นต้นตำรับช็อกโกแลตแบรนด์เก่าแก่ชื่อว่า Stollwerck ที่โด่งดังไปทั่วโลก เนื่องในโอกาสครบรอบ 150 ปีการก่อตั้งแบรนด์จึงมีการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับช็อกโกแลตทั้งหมดในโลกในแง่มุมต่างๆ ซึ่งทุกปีมีผู้เข้าชมมากกว่าปีละ 5 ล้านคน และทุกวันนี้ Stollwerck ก็ยังคงผลิตช็อกโกแลตมากกว่า 100,000 ตันต่อปีอีกด้วย

ที่มา: cntraveler.com

Comments

comments